‘คิม จองอึน’ ส่งร่าง ‘ทหารพลีชีพ’ ในสงครามเกาหลีกลับสหรัฐฯ

ไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ พร้อมด้วยภริยา รวมถึงสมาชิกในครอบครัวของทหารสหรัฐฯ จำนวนหนึ่งได้เดินทางมารับศพของทหารอเมริกันจำนวนหลายสิบนาย ที่เสียชีวิตในช่วงสงครามเกาหลีระหว่างปี ค.ศ.1950-1953 คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ได้ส่งร่างไร้วิญญาณของทหารอเมริกันทั้งหมดนี้มายังฐานทัพอากาศโอซันในเกาหลีใต้ ตามคำมั่นสัญญาที่เขาได้ให้ไว้กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ระหว่างที่ผู้นำทั้งสองร่วมประชุมสุดยอดกันที่สิงคโปร์เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 61 ที่ผ่านมา เพื่อเป็นการแสดงไมตรีจิตของฝ่ายเกาหลีเหนือ ขณะที่ทางการเกาหลีใต้ได้ประสานกับทางการสหรัฐฯ เพื่อส่งต่อศพทหารอเมริกันเหล่านี้มายังมลรัฐฮาวาย โดยมีการจัดพิธีส่งมอบศพอย่างสมเกียรติ ซึ่งแฮร์รีย์ แฮร์ริส เอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำเกาหลีใต้ และ ซง ยอง-มู รัฐมนตรีกลาโหมเกาหลีใต้ ร่วมเป็นประธานในพิธี ทั้งนี้ ตามข้อมูลของทางการสหรัฐฯ มีทหารอเมริกันเสียชีวิตในสงครามเกาหลีรวมทั้งสิ้น 54,246 นาย และมีทหารอเมริกันอีก 8,177 นาย สูญหายไปในระหว่างสงคราม

มุกท่านผู้นำ! ‘ปูติน’ มอบลูกฟุตบอลโลกให้ ‘ทรัมป์’ หลังปิดฉากประชุมสุดยอดที่ฟินแลนด์

ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย มอบลูกฟุตบอลที่ระลึก เป็นของขวัญให้แก่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ระหว่างการแถลงข่าวร่วมกันของผู้นำทั้งสอง ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดที่กรุงเฮลซิงกิ ของฟินแลนด์ เรียกว่าเป็นการตอกกลับเอาคืนเบาๆ หลังนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย มอบลูกฟุตบอลโลก 2018 แก่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก่อนการแถลงข่าวร่วมหลังเสร็จสิ้นการประชุมร่วมกัน ณ กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ เมื่อวันจันทร์ (16 ก.ค.) ที่ผ่านมา เมื่อปูตินตอบคำถามนักข่าวที่ซักถามประเด็นซีเรียด้วยลูกฟุตบอลดังกล่าวและเล่นสำนวน “ball is in your court” ซึ่งมีความหมายทำนองว่า “การตัดสินใจหรือความรับผิดชอบขึ้นอยู่กับคุณ (สหรัฐฯ) แล้ว” โดยเป็นการย้อนสำนวนเดียวกันที่นายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ใช้กล่าวถึงรัสเซียก่อนหน้านี้ อีกทั้งยังเป็นการร่วมแสดงความยินดีที่สหรัฐอเมริกา-แคนาดา-เม็กซิโก ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกในปี ค.ศ.2026 ร่วมกัน และเพื่อตอบแทนคำชมของทรัมป์ที่ระบุว่า ศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซียเป็นเจ้าภาพและเพิ่งปิดฉากไป ถือเป็นศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่ดีที่สุดที่เคยจัดมา ด้านทรัมป์กล่าวขอบคุณปูติน บอกว่าจะเอาลูกฟุตบอลนี้ไปให้บาร์รอนผู้เป็นลูกชาย ก่อนจะโยนลูกบอลนี้ให้กับนางเมลาเนีย ทรัมป์ […]

‘ทรัมป์’ สั่งออกแบบ ‘แอร์ ฟอร์ซ วัน’ ใหม่! เผยต้องสวยงาม-เหนือกว่าทุกลำบนโลก

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯได้เปิดเผยกับสถานีโทรทัศน์ซีบีเอสว่าต้องการที่จะเปลี่ยนสีลายเครื่องบินแอร์ ฟอร์ซ วัน ซึ่งเป็นเครื่องบินประจำตำแหน่งของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการเปลี่ยนมาใช้สีแดง ขาวและน้ำเงินเพื่อแสดงถึงความเป็นอเมริกัน และบอกด้วยว่าด้วยลายเครื่องบินแอร์ ฟอร์ซ วันใหม่นี้จะต้องออกมาดูสวยงาม และเหนือชั้นกว่าเครื่องบินลำอื่น ๆ ของโลก นอกจากนี้ประธานาธิบดีทรัมป์ยังต้องการให้เตียงนอนส่วนตัวบนเครื่องบินแอร์ ฟอร์ซ วันมีขนาดใหญ่ขึ้นเหมือนกับเตียงนอนบนเครื่องบินส่วนตัวของเขาด้วย โดยคาดว่าเครื่องบินแอร์ ฟอร์ซ วันที่ได้รับการออกแบบใหม่นี้จะเสร็จสมบูรณ์อย่างเร็วที่สุดในช่วงปี 2021 ขณะที่บริษัทโบอิ้งจะเป็นผู้รับหน้าที่ออกแบบและผลิตเครื่องบินแอร์ ฟอร์ซ วันใหม่จำนวน 2 ลำ ทั้งนี้ ลวดลายสีฟ้าเข้มของเครื่องบินแอร์ ฟอร์ซ วันลำปัจจุบันเป็นสีที่อดีตประธานธิบดีจอห์น เอฟ เคนเนดี้และนางแจ็คเกอรีน เคนเนดี้ ภริยาเป็นผู้เลือกเมื่อปี 1960 ส่วนเครื่องบินแอร์ ฟอร์ซ วันลำปัจจุบันใช้งานมาเป็นเวลาเกือบ 30 ปีแล้ว ตั้งแต่สมัยอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช

ส่ง ‘ทรัมป์เบบี้’ ป่วนปธน. ‘ทรัมป์’ ขณะเยือนอังกฤษ-เตรียมประท้วงต้านทั้งเมือง

“ทรัมป์เบบี้” หุ่นอัดลมรูปประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์  ขนาดสูง 6 เมตร สวมผ้าอ้อมและถือโทรศัพท์มือถือ โดยหุ่นอัดลมตัวนี้เป็นแคมเปญต่อต้านประธานาธิบดีทรัมป์ เนื่องจากเขาเตรียมที่จะเยือนอังกฤษในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งมีการเปิดให้ประชาชนร่วมบริจาค เป้าหมายอยู่ที่ 5,000 ปอนด์ (220,000 บาท) แต่ได้เงินบริจาคไปกว่า 29,000 ปอนด์(1,275,000 บาท) “ทรัมป์เบบี้” จึงมีแผนที่จะเดินทางไปทั่วโลก คอยตามหลอกหลอนปธน.ทรัมป์ไปในทุกที่ แต่เดิมหุ่นอัดลมตัวนี้มีกำหนดการจะลอยฟ้าในวันที่ 13 ก.ค. 61 ตั้งแต่ 9.30-11.30 น. ที่จัตุรัสรัฐสภา ใกล้กับอาคารรัฐสภาของประเทศอังกฤษ แต่ล่าสุดไม่สามารถเอาขึ้นลอยฟ้าได้ เนื่องจากขัดกับกฎหมายการเดินอากาศของลอนดอน จึงจะมีการตั้งไว้ที่พื้นแทน นอกจากเบบี้ทรัมป์แล้ว สุดสัปดาห์นี้ยังมีอีเว้นท์ที่จัดขึ้นเพื่อต่อต้านทรัมป์อีกมากมายในกรุงลอนดอน อาทิ อีเว้นท์ในเว็บไซต์เฟซบุ๊ก ชื่อ “เราไม่ต้องรับทรัมป์-ส่งเสียงเมื่อเขามาถึง” ในวันที่ 12 ก.ค. 61  ซึ่งจะเป็นการส่งเสียงดังก่อกวนทรัมป์ขณะเข้าเช็คอินที่พัก ของสถานทูตสหรัฐฯ  ย่านรีเจนท์ พาร์ค และในช่วงบ่ายของวันถัดมา(13 ก.ค.61) จะมีการเดินขบวนต่อต้านทรัมป์ ซึ่งจะมีหุ่นเบบี้ทรัมป์ร่วมด้วย โดยจะเดินตั้งแต่ตึกบีบีซี ในพอร์ทแลนด์ ผ่านอ๊อกซฟอร์ดเซอร์คัส  รีเจนท์สตรีท ไปสู่จัตุรัสทราฟัลการ์ ซึ่งจะมีการชุมนุมในช่วงเย็นด้วย ก่อนหน้านี้ยังมีเคมเปญการซื้อเพลง […]

‘สหรัฐ’ จี้ ‘เกาหลีเหนือ’ ปลดนิวเคลียร์ใน 2 ปี โต้เตรียมถอนทหารจากเกาหลีใต้

นายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯกล่าวว่าทางการหสรัฐฯ หวังที่จะเห็นเกาหลีเหนือปลดอาวุธนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์ภายในช่วงปลายปี 2020 โดระบุว่าในเวลานี้สหรัฐฯ ยังต้องทำงานร่วมกับเกาหลีเหนืออีกมาก แต่หวังว่าทั้งเกาหลีเหนือและสหรัฐฯ จะสามารถบรรลุจุดประสงค์ร่วมกันในการปลดอาวุธนิวเคลียร์ พร้อมกับยืนยันว่าสหรัฐฯ จะยังไม่ผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรต่อเกาหลีเหนือ จนกว่าเกาหลีเหนือจะปลอดอาวุธนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์ ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯได้ประกาศว่าเกาหลีเหนือจะไม่เป็นภัยคุกคามนิวเคลียร์อีกต่อไป พร้อมกับปฏิเสธข่าวลือที่ออกมาหลังการประชุมสุดยอดกับนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ที่ระบุว่าสหรัฐฯจะเตรียมถอนกำลังทหารราว 32,000 นายออกจากเกาหลีใต้ โดยประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่าไม่เคยนำประเด็นการถอนกำลังทหารออกจากเกาหลีใต้มาหารือกับนายคิม จองอึนในการประชุมที่สิงคโปร์ แต่สหรัฐฯ มีแผนที่จะยุติการซ้อมร่วมกันระหว่างกองทัพสหรัฐฯและเกาหลีใต้ และคาดว่าจะถอนกำลังทหารสหรัฐฯออกจากเกาหลีใต้ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม

ทรัมป์ โพสต์ทวีต เผย ‘เกาหลีเหนือ’ ไม่ใช่ภัยคุกคามของสหรัฐฯ อีกต่อไป

กลายเป็นการประชุมครั้งประวัติศาสตร์ที่ทั่วโลกจับตามอง และดูเหมือนจะลงเอยได้ดีเหนือความคาดหมายที่หลายๆ คนคิดไว้ สำหรับการพบกันระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา กับนายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ ที่โรงแรมคาเปลลา บนเกาะเซนโตซา ทางตอนใต้ของสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ที่ผ่านมาก ซึ่งเป็นไปอย่างราบรื่น และจบลงด้วยการที่ผู้นำของทั้งสองประเทศลงนามข้อตกลง ว่าด้วยการยึดมั่นต่อกระบวนการสันติภาพอย่างยั่งยืนบนคาบสมุทรเกาหลี (อ่านเพิ่มเติมที่ : วินาทีประวัติศาสตร์ ‘ทรัมป์-คิม’ จับมือ เชื่อหารืออย่างราบรื่น / เปิดข้อตกลง ‘ทรัมป์-คิม’ มุ่งปลดอาวุธนิวเคลียร์-สร้างสันติในคาบสมุทรเกาหลี) ล่าสุดประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เพิ่งเดินทางกลับมาถึงสหรัฐอเมริกาเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (13 มิ.ย.) ได้กล่าวในทวิตเตอร์ส่วนตัวซึ่งมีเนื้อหาระบุว่า เกาหลีเหนือไม่ใช่ภัยคุกคามทางด้านนิวเคลียร์อีกต่อไป ทั้งยังบอกว่าการพบกับคิมจองอึนในครั้งนี้เป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจ และเป็นไปในเชิงบวกอย่างมาก Before taking office people were assuming that we were going to War with North Korea. President […]

เปิดข้อตกลง ‘ทรัมป์-คิม’ มุ่งปลดอาวุธนิวเคลียร์-สร้างสันติในคาบสมุทรเกาหลี

วันนี้(12 มิ.ย. 61) กับการหารือครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยการหารือดังกล่าวเป็นไปอย่างราบรื่น ประธานาธิบดีทรัมป์เผยว่า ผลการหารือที่ออกมาน่าจะเป็นที่น่าพอใจสำหรับทั้งสองฝ่าย (อ่านเพิ่มเติม ‘ทรัมป์-คิม’ ร่วมลงนามข้อตกลง เผยโลกเตรียมเห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่) ผู้นำทั้ง 2 ประเทศ ได้ลงนามในข้อตกลงร่วมกัน โดยมีประเด็นหลัก ๆ 4 ข้อ ด้วยกัน คือ สหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ จะร่วมสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ตามความปรารถนาของประชาชนของประชาชนทั้ง 2 ประเทศ เพื่อสันติภาพและความรุ่งเรือง สหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ จะร่วมมือสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนและมั่นคงในคาบสมุทรเกาหลี เกาหลีเหนือจะเดินหน้าในการปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างสมบูรณ์ ตาม ‘ปฏิญญาปันมุนจอม’ เมื่อวันที่ 27 เม.ย. 61 สหรัฐฯ และ เกาหลีเหนือ จะรือฟื้นข้อตกลง POW/MIA ว่าด้วยทหารหรือเชลยศึกชาวอเมริกันที่สูญหายระหว่างปฏิบัติหน้าที่ โดยให้ส่งกลับกระดูกผู้เสียชีวิตที่สามารถระบุตัวตนได้แล้วกลับประเทศทันที นอกจากนี้ในหนังสือสัญญาระบุว่าทั้ง 2 ประเทศได้มีการเปิดใจหารือกันอย่างครอบคลุม ลงลึกและจริงใจ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความสงบสุขในคาบสมุทรเกาหลี […]

‘โป๊ปฟรานซิส’ ร่วมสวดอำนวยพรการประชุมสุดยอด ‘ทรัมป์-คิม’

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก ทรงประกอบพิธีสวดอำนวยพรให้คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่มีกำหนดพบหารือกันในการประชุมสุดยอดที่สิงคโปร์วันที่ 12 มิ.ย. 61 นี้ รายงานข่าวระบุว่า สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสทรงเป็นผู้นำในพิธีสวดอำนวยพรที่จัดขึ้นบริเวณจัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ ใจกลางนครรัฐวาติกัน โดยพระองค์ระบุว่า การประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำเกาหลีเหนือและสหรัฐฯ ในครั้งนี้ เป็นหนทางที่จะนำไปสู่สันติภาพ และเป็นสิ่งที่ผู้คนทั่วโลก รวมถึงคริสตศาสนิกชนต้องร่วมกันส่งแรงใจสนับสนุน โป๊ปฟรานซิสระบุว่า การประชุมสุดยอดระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐฯที่จะจัดขึ้นบนเกาะเซ็นโทซ่าของสิงคโปร์ในวันที่ 12 มิถุนายนนี้ อาจเป็น “ความหวังสุดท้าย” ของสันติภาพที่แท้จริงบนคาบสมุทรเกาหลี ดังนั้นชาวคริสต์ทุกคนจึงจำเป็นต้องร่วมกันส่งพลังใจให้เวทีประชุมสุดยอดครั้งนี้ และส่งพลังใจให้กับประชาชนทั้งในเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้

สิงคโปร์เปิดตัวเหรียญที่ระลึก การประชุมครั้งประวัติศาสตร์ ‘ทรัมป์-คิม’

สิงคโปร์เตรียมออกเหรียญที่ระลึก การประชุมครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ และนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่จะเกิดขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์ ในวันที่ 12 มิ.ย. 61 นี้ โดยเหรียญที่ระลึกจะมี 3 รุ่นด้วยกัน คือทอง เงิน และนิกเกิล ด้านหนึ่งพิมพ์ด้วยคำว่า “World Peace” ภาพของนกพิราบซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพ พร้อมด้วยภาพดอกกุหลาบและดอกแม็กโนเลียซึ่งเป็นดอกไม้ประจำประเทศสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ อีกด้านหนึ่งเป็นภาพธงชาติและการจับมือของผู้นำทั้ง 2 ประเทศ ระบุวันที่ของงานประชุม และสลักว่าจัดในประเทศสิงคโปร์ โรงกษาปณ์ของสิงคโปร์กล่าวว่า นอกจากจะเป็นอนุสรณ์ของเหตุการณ์สำคัญที่จะนำไปสู่ความสงบสุขนี้แล้ว ยังเป็นอนุสรณ์แก่สิงคโปร์ในฐานะเจ้าบ้านจัดการประชุม ซึ่งเป็นคนกลางผู้เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างโลกตะวันตกและตะวันออกอีกด้วย     โดยเหรียญทองจะมีการผลิตทั้งสิ้น 1,000 เหรียญ ขายในราคาเหรียญละ 1,380 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 33,000 บาท) ซึ่งต่อมาผลิตเพิ่มเป็น 3,000 เหรียญ จากความต้องการที่ล้นหลาม เหรียญเงินผลิตทั้งสิ้น 15,000 เหรียญ ราคาเหรียญละ 118 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 2,800 บาท) และเหรียญนิกเกิลราคาเหรียญละ 36 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว […]

‘คิม จองอึน’ ส่งจม.ถึง ‘ทรัมป์’ ย้ำเกาหลีเหนือจริงใจ ยุติทดสอบนิวเคลียร์

นายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือได้ฝากจดหมายส่งให้กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมกับแสดงความจริงใจในการยุติโครงการอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่สหรัฐฯ มั่นใจว่าประชุมหารือระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์ และนายคิม จองอึนจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน นายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยว่านายพลคิม ยองชอล เจ้าหน้าที่ระดับสูงและมือขวาของนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ที่อยู่ระหว่างการเดินทางเยือนนครนิวยอร์กกำลังเตรียมเดินทางต่อไปยังกรุงวอชิงตันดี.ซี. เพื่อส่งจดหมายของนายคิม จองอึนให้กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ด้วยตนเอง เป็นที่คาดว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะได้รับจดหมายฉบับดังกล่าวในวันนี้(1 มิ.ย. 61) โดยนายปอมเปโอระบุว่าการที่นายคิมต้องการจะมอบจดหมายให้กับประธานาธิบดีทรัมป์ถือเป็นสัญญาณที่ดี ซึ่งชี้ว่าการประชุมหารือระหว่างผู้นำทั้งสองจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน หลังการหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีเหนือเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการประชุมมีความคืบหน้าอย่างมาก และกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ มั่นใจว่าการเตรียมความพร้อมก่อนการประชุมระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือกำลังดำเนินไปในทิศทางที่ถูกต้อง ขณะที่สำนักข่าวเคซีเอ็นเอของเกาหลีเหนือได้ออกแถลงการณ์ของนายคิม จองอึนที่ระบุว่า เกาหลีเหนือจะยังคงมุ่งมั่นเดินหน้ายุติการปลดอาวุธนิวเคลียร์ โดยคำกล่าวนี้ก็มีขึ้นตรงกับช่วงที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีเหนือเดินทางเยือนนครนิวยอร์กเพื่อหารือกับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการประชุมหารือครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์และนายคิม จองอึน ที่จะมีขึ้นที่สิงคโปร์ ในวันที่ 12 มิ.ย. 61 นี้

มือขวา ‘คิม จองอึน’ เข้าพบรมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ เตรียมความพร้อมประชุมครั้งประวัติศาสตร์

นายพลคิม ยองชอล เจ้าหน้าที่ระดับสูงและคนสนิทของนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือได้เดินทางถึงนครนิวยอร์กของสหรัฐฯเพื่อเข้าพบกับนายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เพื่อหารือและเตรียมความพร้อมก่อนหน้าการประชุมครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ซึ่งนายพลคิม ยองชอลได้ร่วมประทานอาหารมื้อค่ำกับนายปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เมื่อช่วงคืนที่ผ่านมา (30 พ.ค. 61) ซึ่งทั้งคู่ได้ใช้เวลาหารือร่วมกันราว 90 นาที ทั้งนี้ทั้งคู่มีกำหนดนัดประชุมหารือกันอีกครั้งในวันนี้(31 พ.ค. 61) โดยนายพลคิม ยองชอลก็ถือเป็นเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสที่สุด ที่เดินทางเยือนสหรัฐฯ ในรอบเกือบ 20 ปี ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีทรัมป์เคยประกาศยกเลิกการประชุมหารือกับนายคิม จองอึน โดยอ้างว่าเกาหลีเหนือแสดงท่าทีที่เป็นปรปักษ์ต่อสหรัฐฯอย่างชัดเจน อย่างไรก็ดี ผู้นำสหรัฐฯ ได้เปลี่ยนใจในเวลาต่อมา และหันมาเจรจากับเกาหลีเหนือเพื่อให้การประชุมระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศจัดตามกำหนดเดิม ที่จะมีขึ้นที่สิงคโปร์ ในวันที่ 12 มิถุนายนนี้

เปิดภาพ ‘เกาหลีเหนือ’ ทำลายฐานทดสอบนิวเคลียร์-เผยพร้อมหารือ ‘ทรัมป์’ ทุกเมื่อ

สื่อเกาหลีใต้ได้เผยภาพขณะที่ฐานทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือถูกทำลาย หลังเกาหลีเหนือยืนยันว่าได้รื้อทำลายห้องทดสอบอาวุธนิวเคลียร์เพื่อหวังสร้างสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลี โดยได้ระเบิดทำลายฐานทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ปุงเก-รี ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ซึ่งภายในฐานทดสอบนิวเคลียร์ดังกล่าวประกอบไปด้วยอุโมงค์และห้องปฏิบัติการโดยทางการเกาหลีเหนือก็ได้อนุญาตให้บรรดาสื่อมวลชนต่างประเทศเดินทางเข้าชมและรายงานข่าวการรื้อทำลายห้องทดสอบอาวุธนิวเคลียร์เพื่อแสดงความโปร่งใส แต่กลับไม่ได้เชิญให้คณะผู้ตรวจสอบร่วมสังเกตการณ์  ด้านสำนักข่าวเคซีเอ็นเอของทางการเกาหลีเหนือยืนยันกับบรรดาผู้สื่อข่าวว่าการรื้อทำลายฐานทดสอบอาวุธนิวเคลียร์นี้จะไม่มีสารกัมมันตรังสีรั่วไหล และไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในบริเวณฐานทดสอบดังกล่าว พร้อมกับระบุว่าการยุติการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการปลดอาวุธนิวเคลียร์ให้หมดไปจากคาบสมุทรเกาหลี ทั้งนี้การรื้อทำลายฐานทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ดังกล่าวมีขึ้นก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯประกาศยกเลิกการประชุมหารือกับนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ซึ่งเดิมทีการประชุมดังกล่าวมีกำหนดหารือที่สิงคโปร์ ในวันที่ 12 มิ.ย. 61 นี้ โดยประธานานาธิบดีทรัมป์ระบุว่าสาเหตุที่ต้องยกเลิกการประชุมหารือเป็นเพราะเกาหลีเหนือแสดงท่าทีที่เป็นปรปักษ์ต่อสหรัฐฯ อย่างชัดเจน ขณะที่กระทรวงต่างประเทศเกาหลีเหนือได้แสดงความเสียใจที่ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศยกเลิกการประชุม และเกาหลีเหนือยังคงเต็มใจที่ใจประชุมหารือกับสหรัฐฯ ในทุกรูปแบบและทุกเมื่อ

‘คิม จองอึน’ ยกเลิกหารือโสมขาว-ขู่ล้มการเจรจา ‘ทรัมป์’ เหตุไม่พอใจเกาหลีใต้ซ้อมรบกับสหรัฐฯ

สำนักข่าวเคซีเอ็นเอของเกาหลีเหนือรายงานว่าทางการเกาหลีเหนือได้ยกเลิกการเจรจาหารือระดับสูงกับทางการเกาหลีใต้ ที่มีกำหนดหารือในวันนี้(16 พ.ค. 61) เนื่องจากกองทัพเกาหลีใต้ดำเนินการซ้อมรบกับกองทัพสหรัฐฯ โดยการซ้อมรบดังกล่าวใช้ชื่อว่า “แม็กซ์ ธันเดอร์” ซึ่งเกาหลีเหนือระบุว่าการซ้อมรบดังกล่าวมีขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการรุกรานเกาหลีเหนือ และถือเป็นการกระทำอันยั่วยุ อย่างไรก็ดี ทั้งเกาหลีใต้และสหรัฐฯ ระบุว่าการซ้อมทางทหารดังกล่าวมีขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมของกองทัพในการปกป้องประเทศเท่านั้น นอกจากนี้ สื่อของเกาหลีเหนือยังขู่ด้วยว่าจะยกเลิกการเจรจาหารือครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือและประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่จะมีขึ้นที่สิงคโปร์ ในวันที่ 12 มิ.ย. 61 นี้ด้วย เนื่องจากไม่พอใจการซ้อมรบระหว่างกองทัพสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ ขณะที่กระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ ยังคงยืนยันว่าการหารือระหว่างผู้นำสหรัฐฯและเกาหลีเหนือจะยังคงเป็นไปตามกำหนดการเดิม และยังไม่ได้รับการแจ้งเปลี่ยนกำหนดการประชุมจากเกาหลีเหนือในเวลานี้  

‘เมลาเนีย’ สุภาพสตรีหมายเลข 1 สหรัฐฯ เข้าผ่าตัดเนื้องอกที่ไต ‘ทรัมป์’ รุดเข้าเยี่ยม

โฆษกหญิงประจำทำเนียบขาวเผยว่า นางเมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐฯ วัย 48 ปี ได้เข้ารับการผ่าตัดเพื่อกำจัดเนื้องอกบริเวณไตแล้ว และการผ่าตัดประสบความสำเร็จด้วยดี แต่จำเป็นต้องพักฟื้นดูอาการในโรงพยาบาลต่อไปจนถึงช่วงสุดสัปดาห์ ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้เดินทางไปเยี่ยมภรรยาของตนที่โรงพยาบาลแล้ว แต่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ ต่อผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับอาการของสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นางเมลาเนีย ทรัมป์ เพิ่งประกาศจะเดินหน้าโครงการช่วยเหลือเด็กๆ ที่ขาดแคลนและประสบปัญหาทั้งในสหรัฐฯและประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก

ซ้อมรอหารือครั้งประวัติศาสตร์! นักแสดงหน้าเหมือน ‘ทรัมป์-คิม’ จูงมือเดินเล่นในมาเก๊า

บรรดานักท่องเที่ยวบนเกาะมาเก๊าต่างฮือฮาเมื่อได้เห็นนักแสดงหน้าเหมือนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ออกมาจูงมือและเดินเล่นด้วยกันในย่านแหล่งช้อปปิ้งของมาเก๊า ซึ่งทั้งคู่ยังได้โพสท่าให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปและยังมีนักแสดงหน้าเหมือนประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซียมาร่วมสร้างสีสันด้วย โดยการปรากฎตัวของนักแสดงทั้งสองคนนี้มีขึ้น ก่อนหน้าที่ประธานาธิบดีทรัมป์และนายคิม จองอึนมีกำหนดหารือร่วมกันครั้งประวัติศาสตร์ที่สิงคโปร์ในวันที่ 12 มิ.ย. 61 นักแสดงหน้าเหมือนประธานาธิบดีทรัมป์มีชื่อเดนนิส อลัน เป็นนักดนตรีวัย 67 ปี ชาวสหรัฐฯ ขณะที่นักแสดงหน้าเหมือนนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือใช้ชื่อว่าฮาวเวิร์ด เป็นนักแสดงชาวออสเตรเลีย ที่ทำงานในฮ่องกง โดยฮาวเวิร์ดบอกว่าเมื่อปีที่ผ่านมาเขาทำเงินจากการแสดงเลียนแบบเป็นนายคิม จองอึนได้มากกว่า 40,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1 ล้าน 2 แสนบาท ซึ่งมั่นใจว่าตราบใดที่นายคิม จองอึนยังคงอยู่ในตำแหน่งผู้นำเกาหลีเหนือ เขาก็จะไม่มีทางตกงานอย่างแน่นอน

วิถีทรัมป์!? ทีมกฎหมายยอมรับ ผู้นำสหรัฐฯจ่าย 4 ล้าน อุดคดีดาราหนังโป๊

ทีมกฎหมายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ออกมายอมรับว่าผู้นำสหรัฐฯจ่ายเงินกว่า 4 ล้านบาทเพื่อปิดปากอดีตนักแสดงหนังโป๊ห้ามพูดว่าเคยมีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับประธานาธิบดีทรัมป์ นายรูดี้ กุยลิอานี อดีตนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก เพื่อนสนิท และหนึ่งในทีมกฎหมายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้เปิดเผยกับสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์ นิวส์ว่าประธานาธิบดีทรัมป์ได้ให้นายไมเคิล โคเอ็น ทนายความของเขาจ่ายเงินให้กับนางสตอร์มี่ แดเนีลยส์ หรือที่มีชื่อจริงว่าสเตฟานี่ คลิฟฟอร์ด อดีตนักแสดงหนังโป๊เป็นจำนวน 130,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 4,100,000 บาทเพื่อให้เธอปิดปากเงียบเรื่องที่เคยมีความสัมพันธ์แบบชั่วข้ามคืนกับประธานาธิบดีทรัมป์เมื่อปี 2006 โดยการจ่ายเงินปิดปากดังกล่าวก็มีขึ้นเมื่อปี 2016 ในช่วงก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งนายกุยลิอานีเปิดเผยว่าการจ่ายเงินนี้ไม่ละเมิดกฏที่เกี่ยวกับการเงินหาเสียงเลือกตั้ง เนื่องจากเงินที่นำมาจ่ายนั้นไม่ได้นำมาจากเงินทุนหาเสียงของประธานาธิบดีทรัมป์ อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่รู้เห็นเรื่องการจ่ายเงินปิดปากนางแดเนียลส์ อดีตดาราหนังโป๊คนดังกล่าว ทั้งยังยืนยันว่าไม่เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเธอ เช่นเดียวกับทำเนียบขาวที่ยังคงปฏิเสธเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์กับนางแดเนียลส์ ขณะที่นางแดเนียลส์เปิดเผยว่า เคยถูกชายคนหนึ่งข่มขู่ว่าห้ามเปิดปากเรื่องความสัมพันธ์ลับระหว่างเธอและประธานาธิบดีทรัมป์ และเธอเพิ่งฟ้องร้องดำเนินคดีประธานาธิบดีทรัมป์ในข้อหาหมิ่นประมาทไปเมื่อเดือนที่ผ่านมา  หลังจากที่ผู้นำสหรัฐฯ ได้ทวีตข้อความระบุว่าเธอกุเรื่องที่ถูกข่มขู่

ประมวลภาพ : วิกฤตการณ์สู้รบในสมรภูมิซีเรีย ผู้คนต่างพากันอพยพหนีภัย

วิกฤตการณ์สู้รบในสมรภูมิซีเรียยังคงทวีความตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ ภายหลังที่กองทัพพันธมิตร สหรัฐฯ อังกฤษและฝรั่งเศส ได้ส่งเครื่องบินรบหลายลำปฏิบัติการณ์ถล่มเป้าหมายสำคัญหลายแห่งในซีเรีย เพื่อเป็นการตอบโต้ที่กองทัพซีเรียใช้อาวุธเคมีกับกลุ่มกบฏฝ่ายต่อต้านทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ดี เป้าหมายการโจมตีหลักๆ มี 3 จุดคือห้องวิจัยในกรุงดามัสกัสที่ใช้พัฒนาและผลิตอาวุธเคมี รวมถึงอาวุธชีวภาพซึ่งรัฐบาลซีเรียนำมาใช้กับประชาชนและกลุ่มกบฏ ส่วนอีก 2 แห่งเป็นสถานที่ที่เชื่อว่าใช้เป็นคลังเก็บอาวุธเคมีในเมืองฮอมส์ และที่เว็บไซต์ reuters.com ได้ประมวลภาพเหตุการณ์เปิดฉากภารกิจถล่มซีเรีย และภาพบรรยากาศผู้คนพากันอพยพไปที่ชายแดนสหรัฐฯ คลิกเพิ่มเติม ขอบคุณภาพ/ข้อมูล reuters.com

‘ทรัมป์’ แนะครูพกปืน หลังเหตุกราดยิงร.ร.ในฟลอริด้า เชื่อช่วยป้องกันได้

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ แนะควรมีการอนุญาตให้ครูพกอาวุธปืนติดตัวขณะทำการสอนในโรงเรียนได้ เชื่อจะสามารถช่วยป้องกันโศกนาฏกรรมการกราดยิงที่เกิดขึ้นตามโรงเรียนต่างๆ และจะช่วยยุติเหตุรุนแรงได้อย่างรวดเร็ว การเสนอแนวคิดให้ครูพกปืนในโรงเรียนของทรัมป์มีขึ้นระหว่างการเปิดห้องรับรองภายในทำเนียบขาวต้อนรับเหล่าผู้ปกครอง รวมถึงนักเรียนที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ที่อดีตนักเรียนที่ถูกไล่ออกรายหนึ่ง ใช้ปืนไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติ กราดยิงนักเรียนรวม 17 ศพที่โรงเรียนมัธยมมาร์จอรี สโตนแมน ดักลาส ที่เมืองพาร์คแลนด์ มลรัฐฟลอริด้าเมื่อวันที่ 14 ก.พ. 61 ที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี ทรัมป์เองก็ยอมรับว่า แนวคิดการติดอาวุธให้กับครูตามโรงเรียนนี้ น่าจะถูกต่อต้านจากสังคมในวงกว้าง พร้อมเผยว่า ตัวเขาจะเร่งผลักดันมาตรการตรวจสอบประวัติและสุขภาพจิตของผู้ซื้อปืนทั่วประเทศ ให้มีความเข้มงวดมากขึ้น นับจากนี้ ในอีกด้านหนึ่งมีรายงานว่า นักเรียนชั้นมัธยมและนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยจำนวนหลายร้อยคนเดินทางไปรวมตัวกันที่เมืองแทลลาฮัสซี เมืองหลวงของมลรัฐฟลอริด้า เพื่อส่งมอบรายชื่อผู้สนับสนุนการควบคุมอาวุธปืนต่อริค สกอตต์ ผู้ว่าการรัฐคนปัจจุบัน ให้เร่งผลักดันร่างกฏหมายควบคุมอาวุธ ก่อนจะเกิดเหตุกราดยิงขึ้นในโรงเรียนอีก  

keyboard_arrow_up