รับคำท้า!! ศรีสุวรรณ จ่อร้อง ป.ป.ช. กรณีลูก มท.1 บุกพบผู้ว่าฯ ภูเก็ต

หลังจากกรณีที่มีชื่อ นายยุทธพงษ์ เผ่าจินดา บุตรชายของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าไปเกี่ยวข้องกับธุรกิจโรงไฟฟ้าขยะ รวมถึงบุกเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เมื่อ 3 พ.ค. ที่ผ่านมา และมท.1 ได้ยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่าบุตรชายของตนไม่เคยไปทำธุรกิจดังกล่าว รวมถึงไม่เคยเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ทั้งแนะให้นำเรื่องบอกหน่วยงานที่มีอำนาจในการตรวจสอบ ล่าสุด นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยเตรียมร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อตรวจสอบกรณีดังกล่าวแล้ว โดยได้ออกแถลงการณ์ที่มีเนื้อความดังนี้… ตามที่ปรากฏในสื่อมวลชนทั่วไปว่า บุตรชาย รมว.มหาดไทยบุกพบผู้ว่าฯภูเก็ตเมื่อ 3 พ.ค. ที่ผ่านมา ปรากฏชื่อหราในวาระงานผู้บริหารระดับสูงของจังหวัด จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันทั่วว่า มท.1 มีเอี่ยวกับโครงการบริหารจัดการขยะหรือไม่ เนื่องจากมีการออกกฎหมายลักษณะรวบอำนาจดึงการแก้ไขปัญหาขยะมาดูแล และมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาขยะโดยการให้ท้องถิ่นรวมตัวกัน(Clusters)เพื่อกำจัดขยะ แต่ทว่าท้องถิ่นส่วนใหญ่กลับมุ่งเน้นสร้างโรงเผาขยะเพื่อผลิตไฟฟ้า แทนที่จะใช้วิธีการฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล(Sanitary Landfilled) ซึ่งจะใช้งบประมาณน้อยกว่ามาก จนกลายเป็นการขัดแย้งกับประชาชนทั่วประเทศในขณะนี้นั้น กรณีดังกล่าวยังไม่มีใครหรือหน่วยงานใด จะสามารถให้คำตอบต่อสังคมไทยได้ว่า มท.1 มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวหรือไม่ เพราะการให้สัมภาษณ์ของ มท.1 ก็ปฏิเสธมาโดยตลอดว่า “กรณีที่มีการโจมตีบุคคลในครอบครัวของผม เข้าไปเกี่ยวข้องกับการสร้างโรงไฟฟ้ากำจัดขยะนั้น ยืนยันว่าครอบครัวไม่ได้ยุ่งเกี่ยวแน่นอน ลูกชายบอกว่าไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยว หรือร่วมทุนกับใคร เรื่องนี้ไม่ใช่จะมากล่าวหากันบ่อยๆได้ ถ้าคิดว่ามีข้อมูล […]

“นักฟันดาบไทย” ร้องขอคามเป็นธรรม! ถูกตัดชื่อก่อนแข่งเอเชียนเกมส์ 12 ชั่วโมง

วันที่ 20 ส.ค. 61 เกิดประเด็นดราม่าต้อนรับการแข่งขันเอเชียนเกมส์ของฝั่งทีมชาติไทย เมื่อ โอ๊ต – เรืองฤทธิ์ แหเกิด นักกีฬาฟันดาบทีมชาติไทย ซึ่งเคยแข่งขันเอเชียนเกมส์มาแล้ว 2 ครั้ง และซีเกมส์อีก 3 ครั้ง กลับถูกตัดชื่อออกจากการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ 2018 ที่ประเทศอินโดนีเซีย ทั้งที่มีแรงกิ้งเป็นอันดับ 1 ของประเทศ โดยเจ้าตัวได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก FasTer Fog Haekerd โดยระบุว่า ตนได้เป็นตัวจริงในการแข่งขันประเภทบุคคล แต่ก่อนแข่งขันไม่ถึง 12 ชั่วโมง ได้รับแจ้งถึงการถูกเปลี่ยนชื่อออกจากการแข่งขันแบบกะทันหัน ซึ่งเรื่องนี้โค้ชทีมชาติไทยเองก็ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของผู้จัดการทีม ซึ่งผู้จัดการทีมฟันดาบได้รับปากว่าจะเปลี่ยนชื่อกลับให้ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำตามที่พูด ทั้งนี้ ในโพสต์ดังกล่าวของ โอ๊ต เรืองฤทธิ์ ได้ระบุด้วยว่า… ผมขอพื้นที่ตรงนี้ เรียกร้องสิทธิและความเป็นธรรมของตัวผมเอง ผมติดทีมชาติฟันดาบสากลชุดใหญ่มา10กว่าปี ผ่านการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์มา2ครั้ง ซีเกมส์3ครั้ง มาถึงจุดนี้ผมคิดว่าผมมาด้วยความสามารถด้วยตัวของผมเอง ในการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้ ที่ประเทศอินโดนีเซียเป็นเจ้าภาพ ผมได้ทำตามกฎระเบียบของสมาคมทุกประการ ตั้งแต่เก็บ Rankings จนเป็นที่1ของประเทศ รวมถึงการคัดตัวในครั้งนี้ผมเองก็คัดได้ที่1เช่นกัน ซึ่งจากผลจากคัดนั้นผมจึงได้เป็นตัวจริงในการแข่งขันในประเภทบุคคลหรือเดี่ยวนั้นเอง […]

“ษิทรา” เผย “ครูปรีชา” รับสารภาพ คลิปคนก้มเก็บหวยไม่ใช่ “ลุงจรูญ”

สืบเนื่องจากคดีลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 มูลค่า 30 ล้านบาท ระหว่าง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล และครูปรีชา ใคร่ครวญ ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2561 นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความร.ต.ท.จรูญ ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ โดยระบุว่า… “ปรีชารับสารภาพแล้ว!! คลิปคนก้มเก็บหวยได้ไม่ใช่ลุงจรูญ ใครก็ไม่รู้เป็นเงาตะคุ่มๆ ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นใคร เลยไม่ขอยื่นเป็นพยานหลักฐานในศาล ส่วนคลิปที่เคยกล่าวหาว่าลุงจรูญรับสารภาพที่สภ.เมืองกาญจนบุรี ในวันที่ 28 พย. 2560 ก็ไม่เคยเห็นและไม่เคยได้ยินมาก่อน #ปิดเกมส์ปรีชา #หวย30ล้าน”

โซเชียลขุดประวัติ ‘หนุ่มหัวร้อน’ ชกหน้า พนง. หญิงร้านมือถือ เผยอายุ 23 แต่วีรกรรมเพียบ

สืบเนื่องจากคลิปวิดีโอที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่ขณะนี้ กรณีลูกค้าหนุ่มหัวร้อนชกต่อยพนักงานหญิงร้านขายสมาร์ทโฟนชื่อดัง ภายในห้างใหญ่ย่านปิ่นเกล้า โดยมีสาเหตุมาจากการที่เจ้าตัวไม่พอใจทางร้านซึ่งไม่ยอมเปลี่ยนเครื่องให้ โดยอ้างว่าซื้อมาแค่ 1 วัน แต่โทรศัพท์กลับเสีย ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2561 เพจเฟซบุ๊กชือดัง อยากดังเดี๋ยวจัดให้ return ได้ทำการแฉประวัติของหนุ่มรายดังกล่าว โดยเปิดเผยว่าผู้ก่อเหตุมีอายุเพียง 23 ปี เป็นคนมีฐานะ ผู้ปกครองประกอบอาชีพอธิบดีผู้พิพากษาทั้งคู่ ทั้งยังบอกว่าที่ผ่านมาผู้ก่อเหตุสร้างวีรกรรมสุดฉาวไว้เป็นจำนวนมาก อาทิ ทำร้ายเจ้าหน้าที่ รปภ. มาแล้ว สาเหตุเรื่องเคลมรถ ทำร้ายเพื่อนนักศึกษาผู้หญิงที่โรงอาหารของมหาวิทยาลัย สาเหตุทำหมวกกันน็อกแตก และ ต่อย รปภ. ห้าง เพราะถูกห้ามนำรถมอเตอร์ไซค์ไปจอดที่จอดรถยนต์ นอกจากนี้ยังพบว่าเจ้าตัวเคยมีประวัติรักษาอาการทางสมอง มีบัตรผู้ป่วยทางจิตและต้องกินยารักษา จากการประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนสมองได้รับการกระทบกระเทือน

เผยภาพล่าสุด ‘ถ้ำหลวง’ พบน้ำท่วมมิดหลายจุด หน้าปากถ้ำน้ำสูงกว่า 1.3 เมตร

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Wiangchai Berm Kunngamkwamdee ได้โพสต์ภาพภายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย หลังจากมีฝนตกหนักลงมาอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำได้ไหลเข้าท่วมทุกโถงแล้ว แม้แต่ปากทางเข้าถ้ำซึ่งปกติไม่มีน้ำท่วม แต่ตอนนี้ระดับน้ำอยู่ที่ 1.30 เมตร และคาดว่าจะเพิ่มระดับขึ้นเรื่อยๆ หากยังมีฝนตกลงมา ทั้งนี้ ภายในโพสต์ดังกล่าว ผู้โพสต์ไอ้ระบุสาเหตุที่เข้าไปในถ้ำครั้งนี้ เนื่องจากเป็นคำขอของมาเช็กระดับน้ำตามคำขอของ เวิร์น อันสเวิร์ธ นักสำรวจถ้ำชาวอังกฤษที่มีบทบาทสำคัญในภารกิจถ้ำหลวง จนทำให้รู้สึกโชคดีที่การช่วยเหลือ 13 ชีวิตทีมหมูป่าสำเร็จก่อนเหตุการณ์นี้ โดยไม่รอให้พ้นช่วงฤดูฝนก่อน

ผู้เชี่ยวชาญ โต้โซเชียล ยันคลิป ‘พ่อปู่บาทา’ ชี้ไม่ได้ ‘อมนิ้วเท้า’ แต่เป็นการแสดงความเคารพ

จากเหตุการณ์ที่โลกโซเชียลได้แชร์คลิปของบุคคลที่อ้างตัวว่าเป็น พ่อปู่บาทา ซึ่งสามารถรักษาได้ทุกโรค ด้วยการให้ลูกศิษย์และผู้ป่วย อมดูดและดมหัวแม่เท้า พร้อมกับบริการเจิมหน้าผากและศรีษะด้วยเท้าอันศักดิ์สิทธิ์ นั้นล่าสุดเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2561 นายกรกิจ ดิษฐาน ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออก และนักเขียนอิสระ ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว kornkit Disthan โดยระบุว่า คลิปดังกล่าวที่มีการแอบอ้างนั้นไม่ได้เป็นอย่างที่คนในโลกออนไลน์คิด ทั้งยังบอกว่าคนในคลิปไม่ใช่คนทรง หรือพ่อปู่อะไรทั้งนั้น และเหตุการณ์ดังกล่าวยังไม่ได้เกิดขึ้นที่เมืองไทยอีกด้วย แต่เป็นพิธีพราหมณ์ที่บาหลี ซึ่งนับถือศาสนาพราหมณ์ โดยภาพที่เห็นคือหัวหน้าพราหมณ์ (สวมมกุฏ) นั่งบนบัลลังก์ให้ศิษย์ล้างเท้าให้ ผู้หญิงจะล้างด้วยผ้าขาวเฉยๆ ผู้ชายจะล้างแล้วจูบที่เท้า ไม่ใช่อม คาดว่าพิธีนี้เป็นการแสดงความเคารพอาจารย์อย่างสุดซึ้ง เรียกว่า เซอมบะห (Sembah) คือการแสดงความเคารพครั้งแล้วครั้งเล่าต่ออาจารย์ เพื่อถวายตัวเป็นศิษย์ จากนั้นอาจารย์จะมอบเครื่องรับรองกับถ่ายทอดวิชาให้เป็นการเฉพาะ นอกจากนี้ นายกรกิจ ยังบอกอีกว่า… เรื่องนี้มีเขียนไว้ในหนังสือ Island of Bali โดย Miguel Covarrubias ซึ่งเป็นหนังสือที่ผมชอบมากๆ ติดตัวมาหลายปีแล้ว พราหมณ์บาหลีจะใส่ใจเท้ามาก พอตะวันพลบเสร็จกิจแล้วจะล้างเท้าด้วยน้ำปรุงดอกไม้ทุกวัน สะอาดกว่าเท้าบางคนอีก อนึ่ง พราหมณ์ในภาษาบาหลีเรียกว่า ปาดันดะ (Pada-n-da) […]

ข้ามขั้นไปอีกหนึ่ง! #DeleAlliChallenge หลบไป ท่ายากใหม่มาแล้ว

มือยังไม่ทันหายเคล็ดจาก ท่ายาก ‘Dele Alli Celebration Challenge’ ล่าสุดโซเชียลก็มีท่าใหม่แพร่ระบาดให้ได้ทดสอบสมรรถภาพของร่างกายอีกแล้ว ลักษณะก็จะเป็นเหมือนกับเอานิ้วทั้งหมดมาไขว้กันไปมา มองแล้วก็งงๆ เอาเป็นว่า Amarintv.com แอบไปส่องบรรดาคนดังที่ทำสำเร็จก้าวล้ำคนอื่นๆ ไปแล้วมาฝากให้ทุกคนไปลองฝึกทำกัน จะมีใครบ้างไปดูเลย

กระหึ่มโซเชียล! ท่ายาก ‘Dele Alli Celebration Challenge’

ไม่ได้มาเล่นๆ ซะแล้ว สำหรับท่าดีใจของนักเตะทีมไก่เดือยทอง Tottenham Hotspur นามว่า Dele Alli หลังจากที่เขาทำประตูได้ในนัดที่เจอกับ Newcastle โดยการแสดงความดีใจของเขาก็คือ ทำมือเป็น OK กลับหัวแล้วแปะไว้ที่ลูกตา ที่ตอนนี้ใครต่อใครก็พยายามทำกันจนมือบิดมือเบี้ยว กลายเป็นไวรัลที่กำลังแพร่หลายบนหน้าฟีดโซเชียลมีเดีย รวมถึงบรรดาคนดังบ้านเราเองก็ลองทำตามด้วยเหมือนกัน แต่จะมีใครทำสำเร็จบ้าง ไปดูกันเลย

คุณหมอโดนขโมย ‘แว่นผ่าตัดหัวใจ’ วอนขอคืน ต้องใช้ช่วยชีวิตผู้ป่วย

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2561 นพ.ฐิติ จันทร์เมฆา ศัลยแพทย์หัวใจหลอดเลือดและทรวงอก ประจำศูนย์หัวใจสิริกิติ์ และโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ได้โพสต์ขอความผ่านเฟซบุ๊กชื่อ Thiti Chanmayka โดยบอกเล่าเรื่องราวการถูกขโมยแว่นตาสำหรับผ่าตัดหัวใจและหลอดเลือดไป ทำให้ตัวเองเดือดร้อนมาก จึงขอให้ผู้พบเห็นหรือรับซื้อนำมาคืน เพราะจำเป็นต้องใช้ในการรักษาผู้ป่วย เรียนสมาชิกทุกท่านครับ ผม นพ.ฐิติ จันทร์เมฆา ศัลยแพทย์หัวใจหลอดเลือดและทรวงอกประจำที่ศูนย์หัวใจสิริกิติ์และรพ.ศรีนครินทร์ ได้มีขโมยขึ้นบ้านพักผมในมหาวิทยาลัยขอนแก่นวันที่ 6 สิงหาคม 2561 ขโมยได้เอาแว่นตาที่ใช้สำหรับผ่าตัดหัวใจหลอดเลือดของผมไป(ตามรูปแนบ) ซึ่งแว่นตานี้มีความจำเป็นสำหรับการผ่าตัดหัวใจอย่างมาก จึงขอรบกวนให้ทางแอดมินและสมาชิกทุกท่านช่วยประชาสัมพันธ์ให้ผู้พบเห็นหรือรับซื้อได้มาคืนผมด้วยครับ เพราะจำเป็นต้องใช้ในการผ่าตัดหัวใจเพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วย แว่นนี้เป็นแบบสั่งตัด ดังนั้นคนอื่นจะใช้ไม่ได้นอกจากผมคนเดียวครับ ขอบคุณครับ นพ.ฐิติ จันทร์เมฆา อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเพจ อีจัน ได้รายงานว่า…เจอแล้วแว่นตาคุณหมอที่หายไป อยู่ที่โรงรับจำนำจังหวัดขอนแก่น ของกลางอยู่ที่ตำรวจแล้ว

เพจดังดึงสติ ชี้ ‘ใบอังกาบหนู’ ไม่มีงานวิจัยรักษามะเร็ง หวั่นซ้ำรอยใบทุเรียนเทศ

ภายหลังมีกระแสข่าว อ้างถึงสรรพคุณของ ใบอังกาบหนู ว่า สามารถรักษาโรคมะเร็งได้นั้น ความคืบหน้าที่วัดโบสถ์ ต.เมืองบางขลัง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ต้นอังกาบหนูที่เคยขึ้นเป็นพุ่มกว่า 10 ต้น ตอนนี้เหลือแต่ลำต้นและราก เพราะญาติและผู้ป่วยต่างหวังให้เกิดปาฏิหาริย์ ซึ่งด้านพระครูพิพัฒน์สุตากร เจ้าอาวาสวัดโบสถ์ (เมืองโบราณบางขลัง) บอกว่า เคยแจกกิ่งต้นอังกาบหนูให้ชาวบ้านไปปลูกกันตามบ้านเพื่อใช้เป็นสมุนไพรรักษาโรคทั่วไป ชาวบ้านจึงช่วยกันตัดมาถวายเพื่อให้เจ้าอาวาสได้แจกผู้ที่เดินทางมาถึงวัดจะได้ไม่กลับไปมือเปล่า และเป็นการสร้างบุญสร้างกุศลอีกด้วย (อ่านเพิ่มเติม : ผู้ป่วยมะเร็งโผล่คอนเฟิร์ม ‘ใบอังกาบหนู’ รักษาได้-ญาติแห่เก็บแน่นวัด (คลิป)) ล่าสุดเพจเฟซบุ๊กชื่อดัง Drama-addict ได้โพสต์ข้อความเตือนกระแสการใช้ใบอังกาบหนูในการรักษาโรคมะเร็ง โดยเปิดเผยว่าไม่มีเคยมีงานวิจัยการใช้ใบของพืชดังกล่าวในการใช้งานกับสัตว์หรือคนมาก่อน ทั้งยังยกกรณีข่าวลือเรื่องใบทุเรียนเทศ ซึ่งผู้ดื่มไปหลายรายได้รับผลข้างเคียง ทั้งตับพัง ไตพัง หรือเป็นโรคพาร์กินสัน จึงเป็นห่วงกระแสการดื่มน้ำใบอังกาบซึ่งยังไม่มีผลวิจัยรองรับใดๆ จะทำให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย ถ้าจำกันได้สามสี่ปีก่อนหน้านี้ เคยมีสื่อแม่งเอาประเด็นใบทุเรียนเทศไปนำเสนอ บอกว่าใบนี้เจ๋งน้า รักษามะเร็งได้น้า บลาๆ เจ๋งกว่าเคมีบำบัดอีกน้า แต่แม่งไม่บอกคนอ่านว่า ไม่มีงานวิจัยการรักษามะเร็งในคน ในสัตว์ก็ยังไม่มีเล้ยยยตอนนั้นน่ะ เขาแค่ทดลองกันในระดับหลอดทดลอง ซึ่ง เอาจริงๆในระดับหลอดทดลอง มึงหยอดสารเคมีที่เป็นพิษลงไปเซลล์มะเร็งแม่งก็ตาย แต่ไม่ได้แปลว่าสารพิษตัวที่ว่ามันจะเอามารักษามะเร็งได้นะเว้ย ขั้นตอนงานวิจัยแม่งหลายชั้นมาก กว่าจะรู้ว่ายาตัวๆนึงสามารถรักษามะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยกับคนรึเปล่า พอแม่งนำเสนอไปแบบนั้น […]

สวยไม่คุ้มเสีย!! เพจหมอเตือนสติก่อนบินทำศัลยกรรมเกาหลี เผยพังแล้วซ่อมยาก แถม กม. ไม่คุ้มครอง

แม้จะมีการเตือนกันหลายต่อหลายครั้ง แต่ปัญหาเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมก็ยังมีปรากฎบนหน้าสื่ออยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะกรณีของผู้ป่ายที่เดินทางไปทำศัลยกรรมเสริมความงามในต่างประเทศ โดยล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก Dr.Surawej Numhom นายแพทย์สุรเวช น้ำหอม ได้โพสต์ข้อความเตือนกลุ่มผู้ชื่นชอบการเดินทางไปทำศัลยกรรมที่ประเทศเกาหลี ว่าให้เลือกโรงพยาบาลที่มีความน่าเชื่อถือได้ เพราะมีหลายเคสที่เกิดปัญหาจนร่างกายไม่สามารถกลับมาเหมือนเดิมได้ และยังมีปัญหาทางด้านข้อกฎหมายในการฟ้องร้องอีกด้วย ซึ่งในโพสต์ดังกล่าวมีเนื้อหาดังนี้… ต้องขอเตือนกันดังๆอีกทีสำหรับคนที่อยากไปศัลยกรรมที่เกาหลีจริงๆ ขอให้เลือกให้ดี อย่างน้อยก็อย่าไปที่โรงพยาบาลที่เป็นข่าว เพราะที่นี่มีเคสหลุดเยอะจริงๆ แค่เคสปัญหาที่หมอได้เห็นด้วยตัวเอง ก็ทำเอาหมออึ้งแล้วก็รู้สึกเสียใจกับคนไข้จริงๆ เพราะปัญหาบางอย่างไม่สามารถแก้ไขให้กลับมาปกติได้จริงๆ ที่เกาหลีก็มีปัญหาไม่ต่างจากเมืองไทย คือมีแพทย์ทุกแขนงเข้ามาทำศัลยกรรมเสริมสวย แม้จะไม่ได้จบมาทางศัลยกรรมโดยตรง ผลก็คืออุตส่าห์บินไปผ่าที่เกาหลี แต่ดันเจอแพทย์ทั่วไปที่ไม่ได้เรียนมาโดยตรง ผ่าตัดผลออกมาก็ปัญหาเยอะ แล้วก็ยิ่งแก้ยิ่งเละ เรื่องราวของคนไข้ของแต่ละคน ก็จะมีรูปแบบใกล้เคียงกัน ส่วนใหญ่คนไข้มักมีความเชื่ออยู่่เป็นทุนเดิมว่าหมอเกาหลีน่าจะมีความชำนาญในการผ่าตัดศัลยกรรม ร่วมกับแรงเชียร์ของagency ที่มักมีรายได้จากการหาเคสเข้าโรงพยาบาล กล่อมจนเคลิ้ม ยอมทำศัลยกรรมโดยไม่รู้ตัว ก่อนทำก็ให้ความมั่นใจ ถ้ามีปัญหาจะดูแลรับผิดชอบอย่างนู็นอย่างนี้ แต่พอทำออกมาเเล้วเคสพัง ร้อยทั้งร้อยก็ไม่มีใครกล้าให้หมอคนเดิมแก้แล้ว แถมถ้าเปลี่ยนหมอก็ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม และไม่รู้ว่าถ้าอยากฟ้องเพื่อเรียกร้อง จะไปฟ้องใครที่ไหน ส่วนนายหน้าที่พาไป แม้จะผ่าไปผ่าจนมีปัญหา ก็ไม่สามารถไปฟ้องอะไรเขาได้ เพราะไม่มีกฎหมายไทยอะไรที่จะไปฟ้องเขาได้ ดังนั้นก็ขอเตือนเป็นครั้งสุดท้ายว่า ถ้าอยากไปผ่าเกาหลี ศึกษาให้ดีที่สุด อย่าหลงเชื่อนายหน้าอย่างเดียว เพราะถ้าเจอหมอเก่งก็โชคดีไป แต่ถ้าเจอหมออื่นที่ไม่ใช่หมอศัลยกรรมตัวจริง ก็มีสิทธิ์พังได้ และพังแบบกู่ไม่กลับเป็นปกติก็มีไม่น้อย

กรมสรรพสามิต แจงกรณี ‘จับแม่ค้าขายข้าวหมาก’ เผยผิดข้อหาจำหน่าย ‘สาโท’ ไม่ได้รับอนุญาต

สืบเนื่องจากกรณี นางเสน่ห์ ป่วงรัมย์ อายุ 60 ปี แม่ค้าขายข้าวหมาก ถูกเจ้าหน้าที่สรรพสามิต เข้าจับกุมบริเวณตลาดนัดคลองถมสี่แยกกระสัง อ.เมืองบุรีรัมย์ ขณะนั่งขายข้าวหมากห่อใบตอง ในข้อหาจำหน่ายเหล้าสาโท โดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมเรียกค่าปรับสูงถึง 5 หมื่นบาท ก่อนมีการต่อรองลดเหลือ 1 หมื่นบาท จนเป็นที่กระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียล (อ่านเพิ่มเติม : รองปลัด ยธ.โพสต์กรณี ‘จับแม่ค้าขายข้าวหมาก’ เผยศาล รธน. สั่งถอดจาก พ.ร.บ. สุรา แล้ว) ล่าสุดทางเพจเฟซบุ๊ก กรมสรรพสามิต :: Excise Department ได้โพสต์ข้อความชี้แจงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า…เจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิตได้จับกุมยายชาวบุรีรัมย์วัย 60 ทำข้าวหมากขายตลาดนัด ข้อหาจำหน่ายสุราสาโทโดยไม่ได้รับอนุญาต ขู่ติดคุกหากไม่จ่ายค่าปรับ 5 หมื่น อ้อนวอนสุดท้ายยอมลดเหลือ 1 หมื่นบาท  คุณยายตามที่ระบุในข่าวมีอาชีพขายข้าวหมากเป็นอาชีพหลัก ซึ่งเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2561 เจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิตได้รับแจ้งจากราษฎรว่า มีการจำหน่ายสุราแช่เพื่อดื่มกินที่ตลาดคลองถม สี่แยกไฟแดง […]

ปวิน ท้า ‘บิ๊กตู่’ หากแก้ปัญหารถติดใน 3 เดือน พร้อม ‘แก้ผ้า’ ขึ้นเครื่องบินมามอบตัว

สืบเนื่องจากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยม และมอบนโยบายการปฏิบัติงานของศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) เพื่อติดตามผลอำนวยการสั่งการกำกับดูแลตรวจสอบ และประเมินผลการแก้ไขปัญหาด้านการจราจรติดขัด โดยมีความตอนหนึ่งระบุว่าได้กล่าวว่า…รัฐบาลให้ความสำคัญกรณีดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง เพราะถือเป็นการบูรณการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามยุทธศาสตร์ของชาติในการพัฒนาเมืองด้วย ขอให้เห็นความเปลี่ยนแปลงภายใน 3 เดือน ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการชาวไทยที่ปักหลักประจำอยู่ที่ศูนย์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา ของมหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ได้โพสตืข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว Pavin Chachavalpongpun โดยระบุว่า…ถ้าประยุทธ์แก้ปัญหาจราจรได้ภายใน 3 เดือน ดิชั้นจะแก้ผ้าขึ้นการบินไทย บินกลับกะลาไปมอบตัวค่ะ

รองปลัด ยธ.โพสต์กรณี ‘จับแม่ค้าขายข้าวหมาก’ เผยศาล รธน. สั่งถอดจาก พ.ร.บ. สุรา แล้ว

สืบเนื่องจากกรณี นางเสน่ห์ ป่วงรัมย์ อายุ 60 ปี แม่ค้าขายข้าวหมาก ถูกเจ้าหน้าที่สรรพสามิต เข้าจับกุมบริเวณตลาดนัดคลองถมสี่แยกกระสัง อ.เมืองบุรีรัมย์ ขณะนั่งขายข้าวหมากห่อใบตอง ในข้อหาจำหน่ายเหล้าสาโท โดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมเรียกค่าปรับสูงถึง 5 หมื่นบาท ก่อนมีการต่อรองลดเหลือ 1 หมื่นบาท จนเป็นที่กระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียล ล่าสุด นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุถึงกรณีดังกล่าวว่า… ผมไม่มีข้อเท็จจริงในคดีนี้ จึงไม่สามารถวิพากษ์ได้ แต่อยากให้ความรู้เป็นการทั่วไปในส่วนที่เกี่ยวข้องครับ ข้าวหมักหรือข้าวหมาก เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น มีส่วนผสมสำคัญจาก “ลูกแป้งข้าวหมาก” พบมากที่สุด จากหลายๆ ที่ ทำกันอย่างเปิดเผย ซึ่งปัจจุบันนี้ไม่ผิดกฎหมายแล้ว เพราะได้แยกลูกแป้งข้าวหมากออกจาก พรบ. สุราแล้ว และส่วนผสมก็มีไม่มาก “ลูกแป้งข้าวหมักหรือข้าวหมาก” จะมีเชื้อราสกุล Mucor sp., Amylomyces rouxii , Rhizopus oryae ที่เป็นคุณเป็นประโยชน์ ไม่ใช่เชื้อราที่เป็นโทษ เชื้อราทำหน้าที่สร้างเอนไซม์อมิเลสออกมาย่อยแป้งในข้าวเหนียวให้เป็นน้ำตาลในช่วงหนึ่ง คือ ๒-๓ […]

รร. แจงปม ม.6 โดดตึกดับ ยันไม่ได้ถูกล้อ ชี้ ‘ซึมเศร้า’ เพราะครอบครัวแตกแยก

สืบเนื่องจากกรณีที่มีเด็กนักเรียนชั้น ม.6 กระโดดอาคารโรงเรียนฆ่าตัวตาย ซึ่งตอนแรกมีการคาดการณ์กันว่าปมสาเหตุน่าจะเป็นเพราะการถูกล้อว่าอ้วนบ่อยๆ ล่าสุดทางเพจเฟซบุ๊ก ครอบครัวพอเพียง_โรงเรียนศรีสะเกษวิทยาลัย ได้ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้… เนื่องจากเหตุการ์ณที่เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทำให้หลายๆคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับเหตุการ์ณที่เกิดขึ้น สำนักข่าวหลายสำนักได้ลงเนื้อหาผิดพลาดไปบางส่วน ซึ่งหลังจากเกิดเหตุภายในไม่กี่ชั่วโมง ข่าวก็ได้แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ทางเราจึงอยากให้ทุกท่านพิจารณาข่าวสารข้อเท็จจริงของข่าวก่อนนำไปเผยเเพร่ ทางเราจึงขอออกมาชี้เเจงประเด็นที่ทำให้ทุกคนเข้าใจผิดดังนี้ -ทางโรงเรียนไม่มีการจัดพิธีไหว้แม่ มีแค่พิธีสรรเสริญพระราชินีและมอบเกียรติบัตรแม่ดีเด่นเท่านั้น -สาเหตุที่เกิดขึ้นสันนิษฐานว่าเกิดจากอาการของโรคซึมเศร้า+ความเครียด -พี่โอมเป็นคนปรกติดี ไม่ได้มีอาการสติไม่ดีอย่างที่โดนกล่าวหามาแต่อย่างใด -ข่าวที่ออกมาว่าคิดน้อยใจเพราะโดนเพื่อนล้อว่า”อ้วน” แต่ครอบครัวไม่มีเงินรักษา ไม่เกี่ยวข้องกับสาเหตุที่เกิดขึ้น -เพื่อนไม่ได้เหยียดหรือรังเกียจพี่โอมไม่ให้เข้ากลุ่ม เวลามีงานกลุ่มก็ดึงเข้ากลุ่มร่วมกันทำงานตลอด -สาเหตุสำคัญ เนื่องจากว่า พี่โอมเป็นคนค่อนข้างเก็บกด เครียด และชอบอยู่คนเดียว อีกทั้งการที่ครอบครัวแตกแยก ทำให้พี่โอมค่อนข้างเครียด จึงอาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้พี่โอมตัดสินใจผิดในครั้งนี้ ทางโรงเรียนและผู้ปกครองของพี่โอมร้องขอให้หยุดการแพร่ภาพ/วิดีโอ เกี่ยวกับเหตุการ์ณที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียน ประกอบกับเป็นการละเมิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และอยากให้ลบทิ้งทั้งหมด ทางเราขอกราบขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ ทางโรงเรียนไม่ได้จะปกปิดเเต่อย่างใด เพียงเเต่ข่าวที่เสนอออกมา ล้วนเเต่ไม่เป็นความจริง และขัดกับความเป็นจริง

เตรียมรับ!! อุตุฯ เตือนพายุโซนร้อน ‘เบบินคา’ คาด เหนือ-อีสาน ฝนตกหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศแจ้งเตือน พายุโซนร้อนเบบินคา ฉบับที่ 19

รักจริงหวังแต่ง! โซเชียลจีนแชร์สนั่น บ่าวสาวฝ่าน้ำท่วมเข้าพิธีแต่งงาน

โลกโซเชียลของจีนได้เผยแพร่ภาพของบ่าวสาวคู่หนึ่งที่ต้องฝ่าน้ำท่วม เพื่อเข้าพิธีแต่งงานของตัวเอง หลังหลายพื้นที่ในประเทศจีนเผชิญอิทธิพลจากพายุไต้ฝุ่น “ยางิ” ที่พัดขึ้นฝั่ง และทำให้มีฝนตกหนัก และน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้าง เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นวานนี้ (13 ส.ค. 61) โดยหนุ่มสาวคู่นี้เป็นบ่าวสาวที่จะต้องเดินทางไปเข้าพิธีแต่งงานของตัวเอง แต่เนื่องจากมีน้ำท่วมถนนในระดับสูง รถราไม่สามารถสัญจรผ่านได้ บ่าวสาวเลยต้องใช้เรือยางพายฝ่าน้ำท่วมไปแทน ซึ่งดูจากคลิปเจ้าสาวมีท่าทางกลัวน้ำมาก เจ้าบ่าวเลยทั้งอุ้มและให้ขี่หลังเพื่อไม่ให้เธอเปียก นอกจากสถานการณ์น้ำท่วม ที่เขตจิ้งไห่ ในมณฑลเทียนจิน ยังเกิดพายุทอร์นาโดพัดถล่มด้วย สร้างความเสียหายให้กับอาคารบ้านเรือนและทำให้มีผู้บาดเจ็บ 1 ราย รายงานข่าวระบุว่าทอร์นาโดลูกนี้พัดอยู่ประมาณ 10 นาที ก่อนจะสลายตัวไป ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

วัฒนา โพสต์ซัด ‘เผด็จการ’ ปั้นวาทกรรมให้ร้าย ‘ทักษิณ’ เท่ากับดูถูกประชาชน

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า นายวัฒนา เมืองสุข สมาชิกพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Watana Muangsook โดยยกคำพูดของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เคยพูดไว้ว่า ‘สงครามเพื่อประชาธิปไตยยังไม่จบ ถ้ายังไม่หยุดสู้ก็ยังไม่แพ้’ จนนำไปสู่กระแสวิพากษ์วิจารณ์การเคลื่อนไหวของอดีตนายกฯ เป็นจำนวนมาก ซึ่งนายวัฒนาได้กล่าวว่า…ประโยคนี้ได้สร้างตื่นตระหนกให้กับเผด็จการและลิ่วล้อจนถึงขั้นเสียกิริยา จึงพากันดาหน้าออกมาโจมตีโดยไม่ได้คิดว่าวาทกรรมที่ประดิษฐ์มาใส่ร้ายอดีตนายกทั้งสองนั้นคือ การดูถูกประชาชน

keyboard_arrow_up