เล่าด้วยภาพ! ดร.ธรณ์ เผยภารกิจคืนชีพ ‘ปะการัง’ ต้องใช้เวลากว่า 23 ปีจึงจะเห็นผล

อีกหนึ่งความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมที่เชื่อว่าหายคนคงเคยตั้งคำถามแบบนี้กับตัวเอง ว่าถ้าหากปะการังสีสวยๆ ถูกทำลายไปหมด เราจะสามารถปลูกมันกลับมาใหม่ได้หรือไม่ และถ้าได้…จะต้องใช้เวลานานเท่าไหร่กว่าจะเห็นความสำเร็จนี้ แน่นอนว่าคำตอบนี้คงไม่มีใครอธิบายได้ดีไปกว่า ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์และแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเลมาแล้วนับไม่ถ้วน ซึ่งได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thon Thamrongnawasawat บอกเล่าถึงเรื่องราวการฟื้นฟูแนวปะการังที่จังหวัดภูเก็ต โดยเป็นการเปรียบเทียบภาพเมื่อครั้งเริ่มโครงการเมื่อปี พ.ศ. 2537 ที่มีเพียงแท่งปะการังเทียม และต้องใช้เวลากว่า 23 ปี ก่อนจะเห็นเป็นภาพแนวปะการังของจริงในปี พ.ศ. 2560 ทั้งนี้ ดร.ธรณ์ ยังบอกด้วยว่า ปะการังเป็นสัตว์ที่เจริญเติบโตช้ามาก ในหนึ่งปี ปะการังก้อนอาจโตขึ้นเพียง 2-3 เซนติเมตร กว่าจะได้ปะการังสูงไม่ถึง 1 เมตร ต้องใช้ความรู้ ความทุ่มเท ความพยายาม และสำคัญเหนืออื่นใด คือ จิตใจที่ไม่ย่นระย่อต่อขวากหนาม แต่ปะการังเหล่านี้สามารถพินาศสิ้นในเวลาไม่ถึง 1 นาที หากมีสมอตกลงไปเกี่ยวจนแตกหัก หรืออาจพลิกคว่ำและตายได้ เมื่อนักดำน้ำไม่ระมัดระวัง หรือไม่มีความชำนาญเพียงพอ เข้าไปยืน นั่ง เหยียบ และความพยายามตลอด 23 […]

สวดยับ! Blogger แชะภาพสวยบนกองหินใต้น้ำ ทั้งที่มีประกาศ ‘ปิดอ่าว’ เพื่อฟื้นฟูแนวปะการัง

กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Jirapong Jeewarongkakul ได้โพสต์ภาพของ Travel Blogger หญิงรายหนึ่ง ที่ได้ลักลอบถ่ายภาพกับปะการังอ่าวแม่ยายทั้งที่มีประกาศปิดอ่าวเพื่อฟื้นฟุแนวปะการัง ทั้งยังระบุข้อความท้าทายว่า ‘กำลังรอดูอยู่ ใครจะเข้ามาดราม่าคนแรก’ ทั้งนี้ผู้โพสต์ได้ระบุว่า อุทยานแห่งชาติทางทะเลอย่างหมู่เกาะสุรินทร์มีปัญหาการลักลอบเข้าไปท่องเที่ยวในอ่าวแม่ยาย อ่าวที่มีการประกาศปิดเพื่อฟื้นฟูสภาพแนวปะการังที่เสื่อมโทรมหลังเหตุการณ์ปะการังฟอกขาว แถมนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ยังทำกิจกรรมที่รบกวนแนวปะการังดังภาพ ส่วนที่บอกว่านั่งบนหินใม่ใช่ปะการัง เพียงเพราะไม่รู้ว่ามันคือปะการัง นอกจากนี้ ผู้โพสต์ยังบอกอีกว่า กรณีดังกล่าวอุทยานฯ ควรตามให้เจอและดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะมีชื่อและใบหน้าชัดเจน อย่าให้น้อยหน้ากรณีเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ฯ เนื่องจากปะการังกับเสือดำต่างก็เป็นสัตว์คุ้มครองเหมือนกัน และเป็นการกระทำผิดในเขตพื้นที่คุ้มครองเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม ล่าสุด Travel Blogger หญิงรายดังกล่าว ได้โพสต์ข้อความขอโทษผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก Vacation on Sea โดยระบุว่า…รูปที่ถ่าย ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ขอโทษและจะไม่ทำอีกคะ ทางเจ้าหน้าที่อุทยานได้เข้ามาตักเตือน และเปรียบเทียบปรับ เรียบร้อยแล้วคะ

ถึงเวลาพัก! ‘อ่าวมาหยา’ อ่วม นทท.แห่ดำน้ำกระทบแนวปะการัง กลางปีหน้าเตรียมปิดอ่าวฟื้นฟูใต้ทะเล

คณะกรรมการที่ปรึกษาอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ มีมติที่ประชุมให้อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ ประกาศการพักฟื้นอ่าวมาหยา หมู่เกาะพีพี สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมือง จ.กระบี่ ห้ามนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายนปีหน้า เพื่อให้ธรรมชาติทั้งบนฝั่ง และใต้ทะเลได้ฟื้นตัว เนื่องจากที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาท่องเที่ยวที่อ่าวมาหยา ทำให้สภาพธรรมชาติทั้งบนฝั่งและใต้ทะเลถูกทำลาย จากการดำน้ำดูปะการังน้ำตื้น การทิ้งสมอเรือทำลายแนวปะการัง ฝุ่นตะกอนน้ำทับถมปะการังทำให้การเจริญเติบโตช้า นายวรพจน์ ล้อมลิ้ม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี กล่าวว่าว่าที่ผ่านมาได้มีการสำรวจแนวปะการัง เก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจพิสูจน์ พบว่าธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบริเวณอ่าวมาหยาได้รับผลกระทบจากนักท่องเที่ยวที่เข้ามาจำนวนมาก ทำให้น้ำเป็นตะกอนปกคลุมแนวปะการัง ส่งผลให้ปะการังเจริญเติบโตช้าและเสียหาย จึงเตรียมเสนออธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ประกาศปิดช่วงหน้าโลว์ซีซั่นปีหน้า ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน เป็นระยะเวลา 4 เดือน โดยจะแจ้งผู้ประกอบการนำเที่ยวให้รับทราบเพื่อไม่ให้กระทบกับการประกอบธุรกิจนำเที่ยวก่อนประกาศ

เดี๋ยวจะหาว่าไปไม่ถึง!! ห้ามพลาดเมนูเด็ด “ยำหอยตาวัว”และ”สาหร่ายทุ่นชุบแป้งทอด”

 ตามอำเภอจานวันนี้ขอนำเสนอเมนูเด็ดส่งตรงจากทะเลนั่นก็คือเมนู ยำหอยตาวัว และ สาหร่ายทุ่นชุบแป้งทอด แหม๋..แค่ชื่อเมนูก็น้ำลายสอกันแล้ววววว วันนี้เราจะพาคุณผู้ชมมายังแหล่งท่องเที่ยวสุดฮิต จุดหมายปลายทางสุดฟิน บนเกาะที่เงียบสงบของเหล่าบรรดานักท่องเที่ยวที่แสวงหาการพักผ่อน ที่นี่ก็คือเกาะกูด จังหวัดตราด ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีเกาะจำนวนมากเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ นั่นคือมีถึง 62 เกาะโอ้โหววววฟังแล้วถึงกับอึ้งกันไปเลยทีเดียวค่ะ ชุมชนที่เราจะมาตามวัตถุดิบท้องถิ่นในครั้งนี้ก็คือบ้านอ่าวใหญ่หมู่บ้านเล็กๆบนเกาะกูดที่ชาวบ้านส่วนใหญ่นั้นทำอาชีพประมงเป็นอาชีพหลักโดยมีการนำวิถีชีวิตของชาวบ้านเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมท่องเที่ยวของชุมชนกิจกรรมที่ถือเป็นไฮไลท์ของการมาเที่ยวที่นี่ก็คือ การดำน้ำและปลูกปะการังค่ะแหม๊ะ ไหนๆมาถึงทะเลทั้งที รายการตามอำเภอจานก็ต้อง ขอลองทำกิจกรรมดีๆเพื่ออนุรักษ์สิ่งสวยๆงามๆให้อยู่กับทะเลของไทยกันซะหน่อยค่ะ และเหตุที่ชาวชุมชน บ้านอ่าวใหญ่ ที่ต้องทำหน้าที่รักษาดูแลปะการังก็เนื่องมาจากในอดีตพื้นที่บ้านอ่าวใหญ่ ประสบปัญหาปะการังฟอกขาวหลังเกิดพายุเกย์ และพายุลินดา ทำให้ชาวบ้านนั้นมีความคิดที่จะร่วมกันอนุรักษ์และฟื้นฟูให้ปะการังนั้น กลับมาสวยงามอีกครั้ง แต่ยังไม่หมดแค่นี้นะค่ะในการออกเรือในครั้งนี้ เรายังได้วัตถุดิบเพื่ออาหารจานอร่อย นั่นก็คือ หอยตาวัว และสาหร่ายทุ่น อาหารท้องถิ่นที่ใครมาเที่ยวบ้านอ่าวใหญ่นั้น ต้องไม่พลาดที่จะลิ้มลอง   ลักษณะของหอยตาวัว ทรวดทรงกลมป้อมคล้ายหอยโข่งแต่มีเปลือกหนาและหนักกว่า ช่องปากจะมีลักษณะเกือบเป็นวงกลมฝาปิดตรงช่องปากมีสีสันรูปร่างคล้ายนัยน์ตาวัว นั่นเองค่ะ หอยตาวัวพบได้ในหาดหินแนวน้ำขึ้นน้ำลง น้ำตื้นและน้ำลึก แตกต่างกันตามแต่ละชนิด อาหารโดยทั่วไป จะเกินเศษซากตะกอนและสาหร่ายขนาดเล็กเป็นอาหารค่ะ เมื่อได้วัตถุดิบมาครบแล้วเราก็จะนำวัตถุดิบทั้งหลายที่ได้มาไปให้ ป้าเขนย แม่ครัวประจำบ้านอ่าวใหญ่ก็ได้โชว์ฝีมือ ทำเมนูยำหอยตาวัว ซึ่งเป็นยำโบราณ รสชาติสุดแซ่บ และสาหร่ายทุ่นชุบแป้งทอดอีกด้วยค่ะส่วนวิธีทำนั้นเราจะนำเครื่องแกงมาผัดกับหัวกะทิที่ได้เตรียมใว้เมื่อได้ที่แล้วก็ตักออกมาพักใว้ก่อนค่ะ แล้วต่อด้วยนำใบมะกอกมาอย่างไฟเพื่อเพิ่มความหอมค่ะจากนั้นนำส่วนผสมทุกอย่างมาคลุกเคล้าเข้าด้วยกันก็เป็นอันเสร็จแล้วค่ะ ส่วนเมนูที่สองนั่นก็คือ”สาหร่ายทุ่นชุบแป้งทอด”วิธีทำนั้นก็ช่ายง่ายแสนง่ายเพียงแค่นำ สาหร่ายทุ่น นั้นมาเด็ดใบและนำมาคลุกเคล้าเข้ากับแป้งจากนั้นก็นำลงทอดในกระทะให้มีสีเหลืองออ่น จากนั้นก็ตักออกมาพักและจัดวางเรียงใส่จานทานกับน้ำจิ้มสูตรเด็ด แหม๋..นำ้ลายสอกันเลยทีเดียวค่ะ […]

ทุบหม้อข้าวตัวเอง!! ดร.ธรณ์ แฉเรือนำเที่ยวไร้สำนึก ทิ้งสมอใส่แนวปะการังที่เกาะราชา

แม้จะมีการรณรงค์มากอย่างต่อเนื่อง แต่ดูเหมือนปัญหาคาราคาซังอย่างการทิ้งสมอเรือลงใส่แนวประการังนั้นจะยังเป็นประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในบ้านเราอย่างต่อเนื่อง และล่าสุด ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) นักสมุทรศาสตร์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thon Thamrongnawasawat ซึ่งเป็นเหตุการณ์ขณะเรือนำเที่ยวทิ้งสมอใส่ลงแนวปะการังที่เกาะราชา หนึ่งในจุดดำน้ำที่ได้รับความนิยมอย่างมากของจังหวัดภูเก็ต และยังสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาดังกล่าวยังไม่หมดไปจาก ในปัจจุบัน ปัญหาการเสื่อมของแนวปะการังทั่วโลกนั้น นอกจากผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมแล้ว มนุษย์ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่เร่งให้แนวปะการังเสียหายเร็วยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาชายฝั่งที่ทำให้กระแสน้ำเปลี่ยนไปและส่งผลต่อการสะสมตะกอนในทะเล รวมทั้งการปล่อยของเสียต่างๆ การขุดแร่ ไปจนถึงการท่องเที่ยวที่ไม่คำนึงถึงสิ่งมีชีวิตในทะลก็มีผลต่อแนวปะการังเช่นกัน ที่มา – Facebook.com / Thon Thamrongnawasawat

keyboard_arrow_up