อินโดฯ เร่งฟื้นฟูความเสียหาย-ช่วยผู้ประสบภัย เหตุ ‘แผ่นดินไหว’ พบดับ 82 ราย

จากกรณีเหตุแผ่นดินไหวบนเกาะลอมบอก ประเทศอินโดนีเซีย สร้างความเสียหายให้กับอาคารสถานที่ต่างๆ รวมถึงบ้านเรือนประชาชนอย่างรุนแรง เนื่องจากจุดศูนย์กลางอยู่ลึกลงไปใต้ผิวดินเพียง 10 กิโลเมตร โดยในวินาทีที่เกิดแรงสั่นสะเทือน หลายคนต้องวิ่งหนีออกมาด้านนอกและรวมอยู่ตามท้องถนน เพราะกลัวตึกจะถล่มลงมาทับนั้น ทางการอินโดนีเซียระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 82 ราย บาดเจ็บอีกหลายร้อยคน นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าเกิดกระแสไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง กระทบบ้านเรือนนับพันหลัง ด้านสนามบินเดนปาซาร์บนเกาะลอมบอก รวมถึงสนามบินบาหลีพบว่ามีอาคารพังเสียหายเล็กน้อย แต่ยังเปิดทำการตามปกติ ความรุนแรงของแผ่นดินไหวยังทำให้โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในบาหลีต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกมารักษาด้านนอก โดยเตรียมตั้งเต็นท์รักษาที่ลานจอดรถและสนามกีฬาเป็นการชั่วคราว หลังพบว่าตัวอาคารมีรอยร้าวจากแรงสั่นสะเทือน ทางการอินโดนีเซียระบุว่าจะเร่งให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัย ที่บ้านเรือนพังเสียหาย ซึ่งในขณะที่เกิดเหตุ ประชาชนบางคนยังอาศัยอยู่ที่ศูนย์ผู้อพยพ เนื่องจากบ้านพังไปตั้งแต่แผ่นดินไหวรอบก่อน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 ก.ค.61 ทั้งนี้ สถานทูตไทย ณ กรุงจาการ์ตาตรวจสอบแล้ว ไม่พบว่ามีคนไทยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้

เผยภาพหายาก เมื่อเต่าบกยักษ์ ‘อัลดาบรา’ ว่ายน้ำข้ามเกาะกลางทะเล

อย่างที่เราหลายๆ คนคงทราบถึงการรณรงค์ไม่ปล่อยเต่าบกลงน้ำกันดี เพราะเต่าประเภทนี้ขาดทักษะในการว่ายน้ำ และไม่สามารถเอาตัวรอดในจากสถานการณ์ที่พวกมันถูกจับโยนลงน้ำได้ แต่นั่นคงไม่กับเจ้าเต่ายักษ์อัลดาบรา (Aldabra Giant Tortoise) เต่าขนาดใหญ่ที่มีถิ่นอาศัยอยู่บนเกาะอัลดาบราในหมู่เกาะชีเซล มหาสมุทรอินเดีย ใกล้ชายฝั่งอาฟริกาตะวันออก ที่แม้จะมีรูปร่างไม่ต่างจากเต่าบกในบ้านเราสักนิด แต่มันกลับสามารถว่ายน้ำได้!! ภาพสุดแปลกตานี้ถูกเผยแพร่โดยเพจเฟซบุ๊ก Seychelles Islands Foundation – SIF ซึ่งเผยให้เห็นการย้ายถิ่นหากินของเต่าบกอัลดาบรา ที่ว่ายข้ามไปมาระหว่างเกาะต่างๆ ในหมู่เกาะชีเซล ซึ่งสามารถใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงการกระจายตัวของเต่าชนิดนี้ในพื้นดังกล่าวได้ และได้มีการวิเคราะห์ถึงลักษณะคอและขาของเต่าชนิดนี้ ที่ไม่เพียงจะอำนวยความสะดวกในการหาอาหารที่สูงกว่าพื้นดิน แต่ยังช่วยให้มันยืดคอสูดอากาศระหว่างว่ายน้ำ และขยับขายาวๆ ของมันในการว่ายน้ำได้ เห็นอย่างนี้ก็อย่าเผลอเอาเต่าบกในบ้านเราไปโยนน้ำเล่นซะล่ะ เพราะนอกจากจะเป็นคนละสายพันธุ์กันแล้ว วิวัฒนาการของเต่าบกในบ้านเรานั้นไม่มีการย้ายถิ่นเพื่อหาอาหาร แบบเต่าบกชนิดอื่นที่อาศัยอยู่ตามพื้นที่ที่เป็นเกาะอีกด้วย

แค่ตัวเลขขึ้นหิ้ง! ดร.ธรณ์ เผยข้อมูล ‘ขีดจำกัดนักท่องเที่ยว’ ขึ้นเกาะมีจริง แต่ไม่เคยมีใครนำมาใช้

อีกหนึ่งปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่หลายคนอาจยังไม่ทราบ นั่นคือการรองรับปริมาณนักท่องเที่ยวที่แวะเวียนมาเยี่ยมชมความงามทางธรรมชาติตามเกาะต่างๆ ในประเทศไทย และกลายเป็นการสร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศทั้งในทางตรงและทางอ้อม จนเกิดคำถามว่า…แล้วเมืองไทยมีตัวเลขเรื่องขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวหรือไม่!? ล่าสุด ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thon Thamrongnawasawat โดยระบุว่า ตัวเลขเรื่องขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวมีมานานแล้วด้วย เพียงแต่ไม่เคยมีใครคิดนำมาใช้ ทั้งนี้ ดร.ธรณ์ ได้อ้างอิงงานวิจัยของอาจารย์มยุรี นาสา ที่ได้ทำวิจัยเรื่องขีดความสามารถในการรองรับนทท.ของชายหาดอุทยานสิมิลัน นำเสนอในงานประชุมวิชาการเมื่อปลายปี 2554 ซึ่งตัวเลขนักท่องเที่ยว 70 คนต่อช่วงเวลาที่หาดเกาะสี่ และ 83 คนต่อช่วงเวลาที่ชายหาดเกาะสิมิลัน โดยงานวิจัยดังกล่าวถูกนำไปอ้างอิงถึงในหลายที่ รวมถึงแผนแม่บทอุทยาน แต่ปัจจุบัน สิมิลันมีนักท่องเที่ยววันละ 6-7 พันคน

นึกว่ามีแต่ในการ์ตูน! เผยเกาะสุดแปลกจาก จ.ตราด ที่หน้าตาเหมือนหลุดมาจาก ‘ขายหัวเราะ’

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งแก๊กอมตะ ที่เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยผ่านหูผ่านตาหลายๆ คนมาบ้าง สำหรับมุขติดเกาะที่เห็นกันบ่อยๆ ในการ์ตูนขายหัวเราะ มหาสนุก หรือแม้แต่ในการ์ตูนต่างประเทศก็ยังพอเห็นภาพฮาๆ แบบนี้ผ่านๆ ตามาเหมือนกัน ซึ่งหลายคนก็คงอดไม่คิดว่า…เกาะแบบนี้มันจะมีอยู่จริงบนโลกด้วยหรือ!? แต่ล่าสุด เพจเฟซบุ๊กชื่อ Unseen Tour Thailand ได้โพสต์ภาพเกาะหน้าตาแปลกๆ ที่ภาพถ่ายโดยคุณ รุทธ เกาะกระดาด ตราด ซึ่งระบุว่าเป็น ‘เกาะขายหัวเราะ’ ซึ่งเกาะเล็กๆ กลางทะเล และมีต้นไม้ขึ้นแค่ต้นเดียว  และสามารถเดินข้ามไปเที่ยวได้จากเกาะกระดาด ในช่วงน้ำลงได้อีกด้วย

ความเจริญมาเยือน! ‘เกาะเซนต์เฮเลนา’ ดินแดนโพ้นทะเลของอังกฤษ มีเที่ยวบินพาณิชย์ลำแรกแล้ว

เกาะเซนต์เฮเลนา มีน้อยคนที่จะรู้จัก ซึ่งเกาะนี้ตั้งอยู่กลางมหาสมุทรแอตแลนติก ระหว่างทวีปอเมริกาใต้และแอฟริกา เป็นหนึ่งในเกาะที่ห่างไกลความเจริญที่สุดในโลก แต่ตอนนี้มีเที่ยวบินพาณิชย์ลำแรกที่เดินทางเข้าสู่เกาะนี้แล้ว ท่ามกลางความยินดีของคนบนเกาะ เที่ยวบินปฐมฤกษ์ของสายการบินแอร์ลิงค์ร่อนลงจอดที่สนามบินบนเกาะเซนต์เฮเลนา ดินแดนโพ้นทะเลของอังกฤษโดยสวัสดิภาพ ท่ามกลางเสียงปรบมือของนักท่องเที่ยวบนเครื่อง เที่ยวบินพาณิชย์เที่ยวแรกนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของเกาะเซนต์เฮเลนา ที่อยู่ห่างไกลความเจริญ คนบนเกาะเพิ่งจะมีโทรศัพท์มือถือ และอินเตอร์เน็ตใช้กันได้เพียง 1 ปีครึ่งเท่านั้นเอง เกาะเซนต์เฮเลนา มีประชากรประมาณ 4,500 คน มีเมืองหลวงชื่อเจมส์ทาวน์ ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ ชาวเมืองบอกว่าหากนักท่องเที่ยวเดินทางมาที่นี่ ก็ได้จะเพลิดเพลินกับกิจกรรมทางน้ำ ทั้งว่ายน้ำดูฉลามวาฬ ตกปลา และดำน้ำ แต่ข้อเสียที่มาพร้อมกับความเจริญก็คือ คนจากโลกภายนอกที่นำเชื้อโรคเข้ามาสู่เกาะ ก่อนหน้านี้คนบนเกาะไม่เคยได้รับเชื้อหรือป่วยเป็นโรคแบบประเทศอื่นๆ เพราะถูกตัดขาด แต่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นักเรียนกว่า 80% บนเกาะต้องขาดเรียน เพราะติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ที่ติดจากคนจากแอฟริกาใต้ที่เดินทางมาที่เกาะ.   ที่มา — twitter @sthelenatourism

ตามอำเภอจานชวนชิม “กั้งต้มกะทิหวาน และ กั้งราดกระเทียมพริกไทย”

ตามอำเภอจานสัปดาห์นี้ เรายังอยู่กันทีบ้านเกาะโหลน ต.ราไวย์ จ.ภูเก็ต ซึ่งนอกจากกิจกรรมภายในชุมชนแล้ว ที่บ้านเกาะโหลนยังมีกิจกรรมอีกหลายอย่าง ซึ่งรายการตามอำเภอจานได้พาไปทำอีกหนึ่งกิจกรรมที่คนชอบทะเลไม่ควรพลาดด ตามอำเภอจานสัปดาห์นี้เราจะพาคุณผู้ชมไปสนุกกับการดำน้ำที่เกาะเฮ และต้องบอกว่าบริเวณเกาะเฮนั้น นอกจากจะมีกิจกรรมทางน้ำที่หลากหลายแล้ว ใครที่ไปดำน้ำ จะได้เห็นความสวยงามของปลาหลากหลายชนิดอีกด้วย นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่เกาะเฮนั้น หากเดินทางมาด้วยตัวเองจากท่าเรืออ่าวฉลอง จะใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 30-40 นาที แต่หากเดินทางมากับชุมชนบ้านเกาะโหลนนั้น นอกจากจะมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าแล้ว ยังใช้เวลาในการเดินทางเพียง 15-20 นาทีเท่านั้นเองค่ะ ความสวยงามของ“เกาะเฮ” เป็นเกาะที่มีชายหาดสวยงามทั้งหน้าเกาะและหลังเกาะ มีที่พักและร้านอาหาร ปะการังกิ่ง และปะการังจานเป็นแนวยาว มีปลาเล็กปลาน้อยสีสันสวยงามค่ะ เช่น ส่วนด้านหลังของเกาะก็มีหาดทรายขาวให้พักผ่อน เล่นน้ำทะเลใส และมีปะการังเช่นเดียวกับหน้าเกาะ แต่เงียบสงบเป็นส่วนตัวกว่า นอกจากนี้ยังมี “เกาะราชาใหญ่” เพราะน้ำทะเลรอบเกาะใสตลอดทั้งปี และมีปะการังที่มีความสวยงามและสัตว์น้ำต่างๆ ที่หายากต่างจากจุดดำน้ำอื่นๆ เช่น ปะการังเขากวาง ปะการังแข็งชนิดต่างๆ ปลาไหลทะเล ปลากระเบน ปลาปักเป้า ปลาหมึกยักษ์ โดยเฉพาะบริเวณอ่าวขอนแค และอ่าวหลา หลังจากที่สนุกกับกิจกรรมต่างๆของชุมชนกันไปแล้ว เมื่อน้ำลดก็ได้เวลาออกหาวัตถุดิบอีกครั้ง ซึ่งที่ชุมชนบ้านเกาะโหลน ยังมีอีกหนึ่งวัตถุดิบท้องถิ่นที่ชาวบ้านนิยมรับประทาน แต่ไม่นิยมหาเพื่อนำไปขายเพราะหาได้ยาก นั่นก็คือ กั้ง-ตั๊กแตนลายเสือ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า กุ้งแข่บค่ะ รูของเจ้ากั้งนั้นจะมีลักษณะใหญ่ แต่บริเวณปากรูจะมีขนาดเล็กจากการที่มีทรายมากลบไว้บางๆ […]

ตามอำเภอจานพร้อมเสิร์ฟอาหารจานเด็ด “ปลาทอดเครื่อง แกงส้มหยวกกล้วย”

ตามอำเภอจานวันนี้จะพาไปออกเรือตกสารพัดปลากันที่เกาะโหลน ต.ราไวย์ จ.ภูเก็ต สนุกไปกับการเรียนรู้ และมารู้จักวิธีการหาน้อหยา สไตล์ชาวเกาะโหลนยามน้ำลด และพร้อมกับเสริฟเมนูจานเด็ด “ปลาทอดเครื่อง แกงส้มหยวกกล้วย” ตามอำเภอจานสัปดาห์นี้นะค่ะเราจะพาลงใต้ไปตามหาวัตถุดิบจานอร่อยกันถึงชุมชนบ้านเกาะโหลน ต.ราไวย์ จ.ภูเก็ต ซึ่งที่ชุมชนบ้านเกาะโหลนนั้นนอกจากจะมีวัตถุดิบจานอร่อยแล้วยังมีกิจกรรมอีกมากมายสำหรับนักท่องเที่ยวด้วย และกิจกรรมแรกเมื่อมาถึงชุมชนเกาะโหลนก็คือการทำขนมโค และขนมต้มมะพร้าวค่ะซึ่งเป็นขนมที่ชาวบ้าน โดยเฉพาะกลุ่มแม่บ้านจะทำกันในช่วงวันฮารีรายอ เนื่องจากที่ชุมชนบ้านเกาะโหลนนั้นชาวบ้านส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม การนำวิถีการทำขนมมาเป็นส่วนหนึ่งในการท่องเที่ยวนั้น ก็เพื่อต้องการสร้างรายได้ให้ผู้หญิงและผู้สูงอายุ เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพหลักเป็นอาชีพประมงและการเกษตร ซึ่งนักท่องเที่ยวก็สามารถที่จะมีส่วนร่วมและเรียนรู้การทำขนมได้อีกด้วยค่ะ กลุ่มท่องเที่ยวเกาะโหลน ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต นั้นนะค่ะเป็นกลุ่มที่ก่อตั่งขึ้นโดยชาวบ้านในชุมชนค่ะซึ่งที่นี่นั้นไม่ได้มีแต่วิวทิวทัศน์ที่สวยงามอย่างเดียวค่ะยังมีบ้านพักโฮมสเตย์สำหรับผู้ที่แวะเวียนมาท่องเที่ยวที่นี่อีกด้วยแถมเรื่องราคานั้นก็ยังเป็นกันเองอีกด้วยค่ะนอกจากนี้ทางกลุ่มนั้นยังได้มีการนำวิถีชีวิตท้องถิ่นของคนในชุมชนมาปรับเปลี่ยนให้เป็นกิจกรรมด้วยค่ะ และเมื่อถึงช่วงเวลาน้ำลงก็ได้เวลาออกหาวัตถุดิบ ซึ่งหนึ่งในวิถีชีวิตของชาวบ้านที่มีให้เห็นในช่วงเวลาแบบนี้คือการหาโวยวาย โดยใช้ปูขนาดเล็กที่มีชื่อว่าปูขี้ไก่เป็นเหยื่อในการหาค่ะและวิธีการหาเจ้าโวยวายนั้นจะใช้เหยื่อก็คือเนื้อปูร้อยเข้ากับไม้แล้วนำไปแหย่หน้าปากรูที่เจ้าโวยวายอาศัยอยู่ค่ะ และเมื่อเจ้าโวยวายนั้นค่อยๆกินเหยื่อเราก็จะค่อยๆดึงเหยื่อขึ้นมาค่ะหลังจากนั้นพี่บังก็จะทำการนำเหล็กแหลมนั้นปักไปที่ตัวเจ้าโวยวายเพื่อไม่ให้หนีกลับไปลงรูค่ะลักษณะของเจ้าหมึกโวยวายนั้นจะมีหัวเล็กแต่หนาวดยาวซึ่งแตกต่างจากหมึกสายทั่วไปที่อาศัยอยู่กลางทะเลนั้นจะมีหัวโตแต่หนวดสั้นค่ะ จากการที่รายการตามอำเภอจานเคยนำเสนอเมนูเด็ดจากหมึกสายกันไปแล้ว ซึ่งนอกจากชาวบ้านจะนำโวยวายมารับประทานแล้ว ยังใช้ในการเป็นเหยื่อเพื่อหาปลาอีกด้วย และต้องบอกว่าปลาแต่ละตัวที่ได้มานั้นมีหลากหลายสายพันธุ์ตั้งแต่ ปลาเก๋า ปลาจวด ฯลฯ เมื่อได้วัตถุดิบมาพร้อมแล้วเราก็จะนำท่านผู้ชมนั้นมาทำอาหารท้องถิ่นที่ตามอำเภอจานจะทำให้ผู้ชมได้ชิมกันในวันนี้นะค่ะมีสองเมนูนั่นก็คือ “ปลาทอดเครื่อง แกงส้มหยวกกล้วย”ค่ะ เริ่มจากเมนูเแกงส้มกันก่อนขั้นตอนแรกเราก็จะนำเครื่องเคียงทั้งหลายมาตำให้เข้ากันเพื่อให้ได้พริกแกงส้มค่ะ ส่วนเครื่องแกงส้มที่นำมาทำพริกแกงนั้นก็จะมีตะไคร้ ขมิ้น พริกแห้ง พริกไทยดำ กะปิ และกระเทียมค่ะ ต่อจากนั้นนำหยวกกล้วยมาหั่นออกและต้มน้ำให้เดือดแล้วนำหยวกกล้วยที่ได้นั้นลงไปต้มก่อนค่ะจากนั้นก็นำส้มควายมาใส่เพื่อเพิ่มรสชาติเปรี้ยวตามด้วยเครื่องแกงค่ะและเนื้อปลาต่อด้วยการปรุงรสชาติค่ะ ส่วนอีกเมนูนั้นต้องขออุ๊บ!!..วิธีทำใว้ก่อนโปรดติดตามโดยละเอียดที่ Link ด้านล่างนี้นะคะ สามารถติดตามรายการ ตามอำเภอจาน ได้ทุกวันเสาร์ เวลา 12.00 น. ช่องอมรินทร์ทีวี 34

แฉด้วยภาพ!! เผยผลงานประกวดที่สะท้อนว่ามนุษย์สร้างผลกระทบต่อโลกมากแค่ไหน

เรียกว่าเป็นภาพที่ทั้งสร้างรอยยิ้ม และความรู้สึกหดหู่ได้ในเวลาเดียวกัน เมื่อได้มีการเผยแพร่ภาพที่เข้ารอบสุดท้าย (Finalist) ในการประกวด Wildlife Photographer of the Year 2017 ซึ่งเป็นภาพของ Justin Hofman ที่ถ่ายได้จากแนวปะการังของเกาะซุมบาวา ประเทศอินโดนีเซีย ที่แสดงให้เห็นม้าน้ำตัวหนึ่งกำลังใช้หางเกาะติดกับที่แคะหูพลาสติกที่ถูกทิ้งลงในทะเล แทนที่จะเป็นกิ่งก้านปะการังหรือกัลปังหาซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของมัน ทั้งนี้ภาพดังกล่าวได้สร้างความสนใจทั้งในโลกออนไลน์และตามหน้าสื่อต่างๆ อย่างมาก เนื่องจากเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาขยะที่ตกค้างอยู่ในมหาสมุทรปริมาณมหาศาล ที่ไม่เพียงจะสร้างผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศดังกล่าวเท่านั้น แต่ยังส่งผลสะท้อนกลับมาถึงมนุษย์เราอีกด้วย แต่ขณะเดียวกันก็มีคนบางกลุ่มที่โจมตีภาพดังกล่าวว่าอาจเป็นการเซทขึ้นมาเพื่อสร้างกระแสก็เป็นได้ ที่มา – Theguardian.com / Facebook.com : Bite-Back Shark & Marine Conservation

ไม่มีคนอยู่อาศัยมากว่า 600 ปี แต่เกาะห่างไกลในแปซิฟิกใต้แห่งนี้…กลับเต็มไปด้วยขยะ

ดูเหมือนคำกล่าวเชิงประชดที่ว่า ‘ขยะกำลังจะล้นโลกนั้น’ คงไม่ใช่เรื่องเกินจริงประการใด เมื่อได้มีการเผยแพร่ภาพของเกาะ Henderson (เกาะเฮนเดอร์สัน) เกาะเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ ซึ่งอยู่ห่างจากนิวซีแลนด์กว่า 5,000 กิโลเมตร จนถูกจัดให้เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่อยู่ห่างไกลที่สุดในโลก แถมที่นี่ยังปราศจากคนอยู่อาศัยมามากกว่า 600 ปี และยังเคยได้รับการประกาศให้เป็นพื้นที่มรดกโลกมีทั้งปะการังและระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งของโลกเมื่อปี 1988 แม้จะงดงามและอยู่ห่างไกลสังคม แต่จากการสำรวจล่าสุดพบว่าเกาะที่มีพื้นที่เพียง 37 กิโลเมตร กลับมีปริมาณขยะเฉลี่ยมากถึงตารตางเมตรละ 627 ชิ้น และได้มีประมาณการว่าบนเกาะนี้อาจมีขยะมากถึง 38 ล้านชิ้น หรือประมาณ 18 ตัน ที่สำคัญคือ…ขยะเหล่านี้ไม่ได้ถูกทิ้งจากบนเกาะ แต่เป็นขยะที่ลอยมาจากแผ่นดินใหญ่ ก่อนจะตกค้างอยู่บนชายหาดแห่งนี้ จนผลต่อระบบนิเวศและสัตว์ทะเลจำนวนมาก แม้ปัจจุบันจะมีอาสาสมัครจากองค์กรเพื่อสิ่งแวดล้อมเดินทางมาจากขยะเหล่านี้ออกไป แต่เนื่องจากยังมีขยะจำนวนมากถูกพัดเข้ามาตลอดเวลา ทำให้สรวงสวรรค์เขตร้อนที่ห่างไกลสังคมและผู้คนแห่งนี้ กลายเป็นบ่อขยะที่รับรองความรับผิดชอบของมนุษย์ต่อไป ที่มา – elitereaders.com

ไม่เหลือซาก! เผยสภาพ ‘ก่อน-หลัง’ ของเมืองต่างๆ ในแคริบเบียนที่ถูก ‘เฮอริเคนเออร์มา’ ซัดถล่ม

อย่างที่หลายคนคงทราบข่าวคราวของพายุเฮอริเคนเออร์มา (Irma) พายุความรุนแรงอยู่ในระดับ 5 และนับเป็นพายุที่มีความรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยบันทึกมาในมหาสมุทรแอตแลนติก มีความเร็วลมที่ใจกลางพายุอยู่ที่ 185 ไมล์ต่อชั่วโมง และได้พัดถล่มหมู่เกาะหลายแห่งในทะเลแคริบเบียน อาทิิ เกาะเซนต์มาร์ติน เกาะบาร์บูดา และหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน ที่ทำให้หลายเมืองต้องเผชิญกับการขาดแคลนกระแสไฟฟ้า น้ำประปา ทั้งยังมีรายงานผู้เสียชีวิตด้วย แม้ว่าเหตุการณ์ภัยพิบัติในครั้งนี้จะเริ่มคลี่คลายลงในบางพื้นที่แล้ว แต่ความเสียหายจากพายุเฮอริเคนลูกนี้ยังคงตกค้างอยู่ในความทรงจำและทิ้งร่องรอยเอาไว้ในหลายสถานที่ด้วยกัน 1.บาร์ริมหาดบนหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน 2. สภาพอ่าว Paraquita Bay ในหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน 3. สภาพโรงแรม Beach Plaza Hotel บนเกาะเซนต์มาร์ติน 4. บาร์ Honky Tonk Bar ในเมืองฟีลิปส์บืร์ค บนเกาะเซนต์มาร์ติน 5. สวนแสดงโชว์โลมา Dolphin Discovery บนเกาะทอร์โทล่า ในหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน 6. สภาพท่าอากาศยานนานาชาติปรินเซส จูเลียนา (Princess Juliana Airport) บนเกาะเซนต์มาร์ติน 7. Ivan’s Stress Free Bar […]

เดี๋ยวจะหาว่าไปไม่ถึง!! ห้ามพลาดเมนูเด็ด “ยำหอยตาวัว”และ”สาหร่ายทุ่นชุบแป้งทอด”

 ตามอำเภอจานวันนี้ขอนำเสนอเมนูเด็ดส่งตรงจากทะเลนั่นก็คือเมนู ยำหอยตาวัว และ สาหร่ายทุ่นชุบแป้งทอด แหม๋..แค่ชื่อเมนูก็น้ำลายสอกันแล้ววววว วันนี้เราจะพาคุณผู้ชมมายังแหล่งท่องเที่ยวสุดฮิต จุดหมายปลายทางสุดฟิน บนเกาะที่เงียบสงบของเหล่าบรรดานักท่องเที่ยวที่แสวงหาการพักผ่อน ที่นี่ก็คือเกาะกูด จังหวัดตราด ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีเกาะจำนวนมากเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ นั่นคือมีถึง 62 เกาะโอ้โหววววฟังแล้วถึงกับอึ้งกันไปเลยทีเดียวค่ะ ชุมชนที่เราจะมาตามวัตถุดิบท้องถิ่นในครั้งนี้ก็คือบ้านอ่าวใหญ่หมู่บ้านเล็กๆบนเกาะกูดที่ชาวบ้านส่วนใหญ่นั้นทำอาชีพประมงเป็นอาชีพหลักโดยมีการนำวิถีชีวิตของชาวบ้านเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมท่องเที่ยวของชุมชนกิจกรรมที่ถือเป็นไฮไลท์ของการมาเที่ยวที่นี่ก็คือ การดำน้ำและปลูกปะการังค่ะแหม๊ะ ไหนๆมาถึงทะเลทั้งที รายการตามอำเภอจานก็ต้อง ขอลองทำกิจกรรมดีๆเพื่ออนุรักษ์สิ่งสวยๆงามๆให้อยู่กับทะเลของไทยกันซะหน่อยค่ะ และเหตุที่ชาวชุมชน บ้านอ่าวใหญ่ ที่ต้องทำหน้าที่รักษาดูแลปะการังก็เนื่องมาจากในอดีตพื้นที่บ้านอ่าวใหญ่ ประสบปัญหาปะการังฟอกขาวหลังเกิดพายุเกย์ และพายุลินดา ทำให้ชาวบ้านนั้นมีความคิดที่จะร่วมกันอนุรักษ์และฟื้นฟูให้ปะการังนั้น กลับมาสวยงามอีกครั้ง แต่ยังไม่หมดแค่นี้นะค่ะในการออกเรือในครั้งนี้ เรายังได้วัตถุดิบเพื่ออาหารจานอร่อย นั่นก็คือ หอยตาวัว และสาหร่ายทุ่น อาหารท้องถิ่นที่ใครมาเที่ยวบ้านอ่าวใหญ่นั้น ต้องไม่พลาดที่จะลิ้มลอง   ลักษณะของหอยตาวัว ทรวดทรงกลมป้อมคล้ายหอยโข่งแต่มีเปลือกหนาและหนักกว่า ช่องปากจะมีลักษณะเกือบเป็นวงกลมฝาปิดตรงช่องปากมีสีสันรูปร่างคล้ายนัยน์ตาวัว นั่นเองค่ะ หอยตาวัวพบได้ในหาดหินแนวน้ำขึ้นน้ำลง น้ำตื้นและน้ำลึก แตกต่างกันตามแต่ละชนิด อาหารโดยทั่วไป จะเกินเศษซากตะกอนและสาหร่ายขนาดเล็กเป็นอาหารค่ะ เมื่อได้วัตถุดิบมาครบแล้วเราก็จะนำวัตถุดิบทั้งหลายที่ได้มาไปให้ ป้าเขนย แม่ครัวประจำบ้านอ่าวใหญ่ก็ได้โชว์ฝีมือ ทำเมนูยำหอยตาวัว ซึ่งเป็นยำโบราณ รสชาติสุดแซ่บ และสาหร่ายทุ่นชุบแป้งทอดอีกด้วยค่ะส่วนวิธีทำนั้นเราจะนำเครื่องแกงมาผัดกับหัวกะทิที่ได้เตรียมใว้เมื่อได้ที่แล้วก็ตักออกมาพักใว้ก่อนค่ะ แล้วต่อด้วยนำใบมะกอกมาอย่างไฟเพื่อเพิ่มความหอมค่ะจากนั้นนำส่วนผสมทุกอย่างมาคลุกเคล้าเข้าด้วยกันก็เป็นอันเสร็จแล้วค่ะ ส่วนเมนูที่สองนั่นก็คือ”สาหร่ายทุ่นชุบแป้งทอด”วิธีทำนั้นก็ช่ายง่ายแสนง่ายเพียงแค่นำ สาหร่ายทุ่น นั้นมาเด็ดใบและนำมาคลุกเคล้าเข้ากับแป้งจากนั้นก็นำลงทอดในกระทะให้มีสีเหลืองออ่น จากนั้นก็ตักออกมาพักและจัดวางเรียงใส่จานทานกับน้ำจิ้มสูตรเด็ด แหม๋..นำ้ลายสอกันเลยทีเดียวค่ะ […]

สับสนอะไรคะลูก!? เมื่อแพนด้าน้อยคิดว่าตัวเองเปิดประตูเหล็กได้ มันจึงเกาะติดอยู่แบบนี้

ถ้าไม่เรื่องที่มันเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์แล้ว คงต้องยอมรับว่าแพนด้ามันเป็นสัตว์ที่ทำให้หลายๆ คนหลงรักมันได้ไม่ยาก โดยเฉพาะในตอนที่มันยังเล็กและมีความซุกซนขี้สงสัยตามประสา ที่ทำให้มันมีโมเมนท์รั่วๆ ออกมาให้ชมกันบ่อยๆ อย่างเช่นในคลิปฮาจากช่อง iPanda ที่สามารถบันทึกพฤติกรรมสุดน่ารักของลูกแพนด้าในศูนย์ดูแลแพนด้าแห่งหนึ่งที่ประเทศจีนไว้ได้ ซึ่งดูเหมือนว่าเจ้าหมีน้อยตัวนี้จะเข้าใจผิดคิดว่าตัวเองสามารถเปิดประตูได้เอง ทั้งความจริงแล้วเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลมันต่างหากที่ผลักประตูเหล็กเข้ามา งานนี้แทนที่มันจะหันไปสนใจคนเลี้ยง เจ้าหมีน้อยกลับเอาแต่เกาะอยู่กับประตูบานนั้นไม่อยากออกไป และพยายามขยับประตูให้เปิดออกด้วยตัวเอง จนทางเจ้าหน้าที่เดินมาดันประตูไว้ มันจึงเปลี่ยนความสนใจ และหันไปเล่นกับขาของเจ้าหน้าที่ที่ห้ามมันแทน ที่มา – Youtube.com / iPanda

เผยภาพสุดแปลกตาของเกาะที่มองไปมองมาก็คล้าย ‘ลายนิ้วมือยักษ์’ กลางมหาสมุทร

ความมหัศจรรย์อย่างหนึ่งของโลกธรรมชาติ นั่นคือการที่รูปร่างของอะไรบางอย่างที่บังเอิญไปเหมือนกับของอีกสิ่งหนึ่ง อย่างเช่นเกาะเล็กๆ ไร้ชื่อที่อยู่นอกชายฝั่งโครเอเชีย ซึ่งมีพื้นที่เพียง 1.4 ตารางกิโลเมตร และทั่วทั้งเกาะยังเต็มไปด้วยกำแพงหินที่เรียงต่อกันจนมีความยาวกว่า 23 กิโลเมตร ซึ่งถ้าหากมองจากด้านบนแล้ว รูปร่างของมันแทบไม่ต่างจากลายนิ้วมือของมนุษย์เลย แม้จะดูเหมือนเป็นความบังเอิญที่พบได้เพียงบนเกาะนี้ แต่ความจริงแล้วมีหลายพื้นที่ในยุโรปตะวันตกที่มีการสร้างกำแพงหินคล้ายแห่งนี้ ซึ่งมันเป็นกำแพงที่คนในสมัยก่อนสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ทำเป็นสัญลักษณ์แสดงพื้นที่ทางการเกษตรและที่อยู่อาศัยของแต่ละครอบครัว อีกทั้งกำแพงแบบนี้ยังได้รับความสนใจนักโบราณคดีอย่างมาก เพราะกำแพงแหล่านี้ไม่ได้ใช้ปูนเป็นตัวประสานให้ติดกัน แต่เป็นการนำหินมาเรียงต่อซ้อนกันให้เข้าล็อค แต่กลับมีความคงทนอย่างไม่น่าเชื่อ ที่มา – amusingplanet.com

keyboard_arrow_up