AAIB เผยสาเหตุ ฮ. เจ้าสัววิชัยตก พบ ‘ใบพัด’ หมุนตรงข้ามกับที่นักบินสั่ง

สืบเนื่องจากกรณีการรายงานข่าว เฮลิคอปเตอร์ของ เจ้าสัววิชัย หรือ นายวิชัย ศรีวัฒนประภา นักธุรกิจเจ้าของกิจการ คิง เพาเวอร์ และประธานสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ซิตี้ ประสบอุบัติเหตุตกไฟลุกท่วม บริเวณลานจอดรถใกล้สนามฟุตบอลคิงเพาเวอร์สเตเดียม ในเมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ที่สร้างความตกใจให้กับคนไทยและแฟนฟุตบอลทั่วโลก (อ่านเพิ่มเติม : สโมสรเลสเตอร์ฯ ออกแถลงการณ์ ”เจ้าสัววิชัย” เสียชีวิตจากเหตุ ฮ.ตก) ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายนที่ผ่านมา สำนักข่าวบีบีซี ได้เปิดเผยรายงานของ หน่วยสอบสวนอุบัติเหตุทางอากาศ (AAIB) ประเทศอังกฤษ หลังจากการตรวจสอบเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ของนายวิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ และประธานสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ตกเมื่อวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งพบว่าใบพัดควบคุมที่ควบคุมการบินนั้นเกิดหมุนตรงข้ามกับคำสั่งของนักบิน โดยนักบินสั่งให้บินไปทางซ้าย แต่ใบพัดควบคุมไปทางขวา

‘บิ๊กป้อม’ ปัดซื้อ ฮ.แพงกว่า ‘เจ้าสัววิชัย’ ชี้คนละสเปค พ่วงค่าบำรุงรักษา

รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ปฏิเสธซื้อเฮลิคอปเตอร์อิตาลี แพงกว่าเจ้าสัววิชัย 2 เท่า ยืนยัน เป็นคนละรุ่น และอัพเกรดให้จุคน และแบกน้ำหนักได้มากขึ้น เพื่อใช้ปฏิบัติการทางทหาร กรณีนี้ เป็นเรื่องขึ้นมาหลังจากมีคนนำเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพบกไทย ไปเทียบกับเฮลิคอปเตอร์ AW169 ของเจ้าสัววิชัย ศรีวัฒนประภา ที่ตก ซึ่งเป็นของบริษัท AW จากอิตาลีเหมือนกัน ทำให้นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย อ้างว่า กองทัพบกซื้อเฮลิคอปเตอร์ AW1349 และ AW149 แพงกว่าเจ้าสัววิชัยถึง 2 เท่า โดยซื้อมาในราคาลำละ 600 ล้านบาท ขณะที่เจ้าสัววิชัยซื้อมาแค่ 280 ล้านบาทเท่านั้น ก่อนหน้านี้เพจเฟซบุ๊คของ คสช.ก็โพสต์ชี้แจงแล้ว และล่าสุด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกมาการันตีเพิ่มเติมว่า กองทัพไม่ได้ซื้อแพงกว่าเจ้าสัววิชัย เพราะเป็นการซื้อแบบรัฐต่อรัฐ และมีออปชันไม่เหมือนกัน สามารถตรวจสอบได้ ซึ่ง พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ชี้แจงเพิ่มเติมว่า รุ่นที่กองทัพจัดซื้อมีขนาดใหญ่กว่าของนายวิชัยที่เป็น […]

keyboard_arrow_up