ฝนกระหน่ำทำน้ำท่วมหนักในเปรู ประชาชนเสียชีวิตแล้ว 50 ราย

เกิดฝนตกกระหน่ำภูมิภาคชายฝั่งทางตอนเหนือ และตอนกลางของเปรู ตั้งแต่เดือนกันยายน 61 ที่ผ่านมา จนส่งผลให้เกิดน้ำท่วมหนัก สะพาน โรงเรียน และโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ พังเสียหาย มีประชาชนเสียชีวิตรวมแล้วอย่างน้อย 50 ราย นักอุตุนิยมวิทยา บอกว่า สภาพอากาศที่มีฝนตกตกหนักมากขึ้นรอบนี้ มาจากอิทธิพลของปรากฏการณ์ เอลนีโญ โดยสถาบันศึกษาปรากฏการณ์เอลนีโญแห่งชาติเปรู ออกรายงานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ระบุว่า เดือนมีนาคมนี้อาจมีฝนตกมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความเสียหายบริเวณชายฝั่งทางตอนกลางและตอนเหนือของประเทศ โดยขณะนี้มีประชาชนหลายพันครัวเรือน ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วม โดยประชาชนจำนวนมากเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินมาตรการเพิ่มเติมเพื่อช่วยบรรเทาสถานการณ์ ขณะที่รัฐบาลจัดส่งน้ำและอาหารไปยังภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบ แต่ชาวบ้านบางส่วนยังเรียกร้องให้สร้างสะพานข้ามหุบเขาลึกและช่องเขา ที่บางส่วนถูกน้ำท่วมมาเป็นเวลาหลายสัปดาห์แล้ว ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

น้ำป่ากระบี่ลดแล้ว ปภ.เตือนเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง 24 ชม.

แม้ว่ากรมอุตุฯ จะประกาศว่าไทยจะเข้าสู่ฤดูหนาวในอีกสองวันข้างหน้า แต่หลายพื้นที่ภาคใต้ยังต้องเฝ้าระวังฝนที่ตกหนักและน้ำป่าไหลหลาก ที่จังหวัดกระบี่ เมื่อวานนี้ (24 ต.ค. 61) ฝนตกติดต่อกันนานร่วมชั่วโมง ทำให้น้ำป่าจากคลองสนไหลเข้าท่วมร้านอาหาร ที่ตำบลหนองทะเล ในอำเภอเมือง กระแสน้ำไหลเชี่ยวจนพนักงานต้องพากันวิ่งหนี พอผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมง ระดับน้ำจึงค่อยๆ ลดลง เจ้าของร้านเปิดเผยว่าทรัพย์สินในร้าน พวกโต๊ะ เก้าอี้ และเครื่องใช้ไฟฟ้าส่วนใหญ่ได้รับความเสียหาย เพราะขนย้ายไม่ทัน และครั้งนี้ถือว่าท่วมหนักที่สุดตั้งแต่เปิดสาขามา หลังจากนี้จะต้องปิดร้านชั่วคราวจนกว่าจะซ่อมแซมให้แล้วเสร็จ ส่วนถนนหนทางในตัวเมืองกระบี่ มีน้ำท่วมหลายจุด จุดที่น้ำลึกที่สุดท่วมสูงกว่าครึ่งเมตร ซึ่งรวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอย่างวัดถ้ำเสือวิปัสสนา ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากไม่สามารถออกจากบริเวณวัดได้ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยต้องนำรถหกล้อเข้าไปรับตัวออกมา ล่าสุด เช้าวันนี้ (25 ต.ค. 61) สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติแล้ว ประชาชนต่างพากันใช้น้ำฉีดล้างทำความสะอาดบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วม แต่หลายคนยังไม่วางใจ กลัวว่าจะมีฝนตกหนักลงมาซ้ำอีก จึงยังไม่ได้ย้ายข้าวของลงจากที่สูง ด้านเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่ได้ประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง 8 อำเภอ ให้เฝ้าระวังอันตรายจากฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากในช่วง 1-2 วันข้างหน้า โดยยืนยันความพร้อมอพยพประชาชนในกรณีฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง

ฝรั่งเศสอ่วม! น้ำท่วมฉับพลันหนักสุดในรอบ 100 ปี ดับแล้ว 13 ราย

ที่ฝรั่งเศสเกิดเหตุน้ำท่วมฉับพลันทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 13 ราย นับเป็นอุทกภัยฉับพลันครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 100 ปี โดยฝนที่ตกอย่างหนัก ทำให้ต้นไม้หักโค่นล้มทับเสาไฟฟ้า และน้ำได้พัดพารถกระจัดกระจายในภูมิภาคเอาเด ที่อยู่ใกล้กับเมืองการ์กาซอน โฆษก หน่วยฉุกเฉินแห่งชาติ ไมเคิล เบอร์เนียร์ บอกว่า ประชาชน 13 คน เสียชีวิต และหนึ่งคนสูญหาย ขณะที่อีกหลายพันคนได้รับการอพยพออกนอกพื้นที่ ที่รัฐบาลบอกว่าได้รับผลกระทบจากปริมาณฝนที่เทียบเท่ากับฝนที่ตกติดต่อกัน 7 เดือน นายกรัฐมนตรี เอดัวร์ ฟีลิป ที่ลงพื้นที่ประสบภัยช่วงบ่ายวันจันทร์ บอกว่า นักผจญเพลิง 350 คน กำลังปกิบัติการกู้ภัย และกำลังจัดส่งนักผจญเพลิงลงพื้นที่อีก 350 คน  สำนักงานติดตามอุทกภัยเฝ้าที่ติดตามระดับน้ำในฝรั่งเศส บอกว่า อุทกภัยครั้งนี้ใกล้เคียงกับครั้งรุนแรงที่สุดที่เกิดขึ้นในปี 2434 ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

อินเดียน้ำท่วมฉับพลัน หลังฝนตกหนัก ทางการเร่งอพยพคน

ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในรัฐหิมาจัลประเทศ ทางภาคเหนือของอินเดีย ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเพิ่มสูงขึ้นจนเอ่อล้นไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชน โดยหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักหน่วงที่สุดจากภาวะน้ำท่วมฉับพลันในครั้งนี้ คือ ที่เมืองคูลลู ซึ่งเป็นแหล่งปีนเขายอดนิยม ที่พบว่ามีโรงแรม บ้านเรือน และร้านค้าถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก รายงานข่าวระบุว่า กำลังทหารในพื้นที่ต้องใช้เครื่องบินเข้าไปเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยกว่า 50 คนที่ติดค้างอยู่ในพื้นที่เขตภูเขาโรห์ตาง ให้ออกไปยังพื้นที่ปลอดภัย ขณะเดียวกันได้มีการสั่งอพยพนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่อยู่ระหว่างการเดินทางมาปีนเขา ด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดีในปีนี้ หลายพื้นที่ของอินเดียมีอันต้องเผชิญกับภาวะฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งสร้างความเสียหายแก่เศรษฐกิจของอินเดียเป็นอย่างมาก ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ไทยยังมีฝนเพิ่มขึ้น! หลายจังหวัดได้รับผลกระทบหนัก-พังงาสะพานขาด

หลายจังหวัดในประเทศไทย ยังคงได้รับผลกระทบจากฝนที่ตกต่อเนื่อง และน้ำท่วมขังหลายพื้นที่ นครสวรรค์ ระดับเพิ่มต่อเนื่อง, หนองคายมีบ้านเรือนถูกน้ำท่วมประมาณ 10 หลัง และพังงา น้ำกัดเซาะทางเบี่ยงสะพานข้ามคลองมุดชัน ชาวบ้านหมู่ที่ 6 ตำบลท่าตะโก อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ ยังต้องขนย้ายอุปกรณ์ ข้าวของมีค่าและเครื่องมือเครื่องใช้สำหรับการเกษตรขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น หลังจากเกิดฝนตกสะสมจนทำให้ปริมาณน้ำในพื้นที่มีระดับที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมแล้วนับ 10 หลังคาเรือน ในขณะที่เจ้าหน้าที่สำนักการช่างเทศบาลตำบลท่าตะโก อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ ยังคงนำกระสอบทรายอุดท่อระบายน้ำทิ้ง บริเวณตลาดสดเทศบาลท่าตะโกพร้อมตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ 2 เครื่องเพื่อเร่งสูบระบายน้ำออก ที่จังหวัดหนองคาย ยังมีฝนตกลงมาหลายวันติดต่อกัน ทำให้น้ำท่วมโรงเรียนบ้านปากสวย ต.วัดหลวง อ.โพนพิสัย ทำให้โรงเรียนได้สั่งหยุดทำการเรียนการสอน 2 วัน ซึ่งทางทหาร ได้มาช่วยกรอกกระสอบทรายนำไปวางกั้นตามจุดต่าง ๆ ของโรงเรียน ป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่อีก ส่วนชุมชนรอบโรงเรียน มีบ้านเรือนถูกน้ำท่วมประมาณ 10 หลังคาเรือน เจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูง และนำเรือท้องแบนไปให้ความช่วยเหลือด้วย ที่จังหวัดพังงา นายสายัญ กิจมะโน ป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงา แจ้งว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาได้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ ต.บางไทร อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ทำให้น้ำกัดเซาะทางเบี่ยงสะพานข้ามคลองมุดชันที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง อยู่ที่บริเวณบ้านดอกแดง หมู่ […]

น้ำท่วมฟิลิปปินส์ หลังฝนตกหนักทำแม่น้ำล้นทะลัก ปชช.นับหมื่นเดือดร้อน

จากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องตลอดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้น้ำในแม่น้ำมาริกินาเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ใจกลางกรุงมะนิลา เมืองหลวงของฟิลิปปินส์  ประชาชนมากกว่า 20,000 คนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำต้องอพยพหนีตายอย่างโกลาหล โดยรายงานข่าวระบุว่าระดับน้ำในแม่น้ำมาริกินาเพิ่มสูงขึ้นจนแตะระดับ 20.6 เมตรภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ก่อนจะไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือน ร้านค้าใจกลางกรุงมะนิลา ขณะที่ประชาชนพากันยกข้าวของขึ้นที่สูงและอพยพออกจากบ้านเรือนของตน แต่ประชาชนอีกจำนวนไม่น้อยที่เก็บข้าวของไม่ทัน ด้านสื่อท้องถิ่นระบุว่า การเอ่อล้นของแม่น้ำสายน้ำ ยังทำให้มีขยะจำนวนมากถูกน้ำซัดเกลื่อนตามท้องถนนหลายสายทั่วกรุงมะนิลา จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานการพบผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ ขณะที่หน่วยงานด้านการบริหารจัดการน้ำของฟิลิปปินส์กำลังเร่งระบายน้ำที่ท่วมขัง เพื่อให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ชาวเพชรบุรีลุยกรอกกระสอบทรายรับมือน้ำท่วม-แม่ค้าโอดขายของไม่ได้ (คลิป)

จากกรณีเขื่อนแก่งกระจาน ได้มีการระบายน้ำออกมาอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากระดับน้ำในเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นและคาดว่าจะล้นออกจากสปริงเวย์ ลงสู่แม่น้ำเพชรบุรีในช่วง 12.00 น.ของวันนี้(6 ส.ค. 61) และจะใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมงก่อนที่จะไหลเข้าท่วมในหลายพื้นที่ของจังหวัดเพชรบุรี โดยได้มีประกาศเตือนจากราชการ ให้ประชาชนในบริเวณใกล้เคียงให้เตรียมพร้อม-นำสิ่งของขึ้นสู่ที่สูง และพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์นั้น (อ่านเพิ่มเติม อ่วมแล้ว! รีสอร์ทท้ายแก่งกระจาน เจ้าของไร้กังวลเพราะชิน – ชาวเมืองเพชร ขนของหนีน้ำ (คลิป)) เช้าวันนี้ (6 ส.ค. 61) ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวีลงพื้นที่อ.เมือง จ.เพชรบุรี  พบว่า ระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีเพิ่มสูงถึงตลิ่งที่เป็นคันดิน ด้านประชาชนบางส่วนได้มีการวางแนวกั้นกระสอบทรายและก่อกำแพงปูนริเวณหน้าบ้านของตนเองเพื่อกั้นน้ำ โดยภาครัฐได้นำทรายมาบริการให้ประชาชนนำกระสอบไปกรอกด้วยตนเอง ผู้สื่อข่าวสอบถามคุณสายฝน เรืองเดช ชาวบ้านในพื้นที่ เล่าว่า บ้านของตนอยู่ห่างจากเม่น้ำเพชรบุรีเพียง 300 เมตร เมื่อทราบข่าวจากทางราชการจึงนำกระสอบมากรอกทรายเพื่อไปวางทำแนวป้องกันน้ำ โดยในปีที่ผ่านมาบ้านของตนน้ำท่วมสูงถึงระดับเอว ด้านคุณป้าชูจิต ชัยคำรบ แม่ค้าในตลาดสด เล่าว่า ครั้งนี้ใช้วิธีก่อปูนหน้าร้านเพื่อป้องกันน้ำ เนื่องจากปีที่ผ่านมาใช้กระสอบทรายทำแนวกั้นน้ำแต่มีน้ำไหลซึมเข้ามาตลอดเวลา โดยได้มีการเตรียมน้ำดื่ม น้ำสะอาดไว้ในกรณีฉุกเฉิน ทั้งนี้นอกจากน้ำท่วมจะกระทบความเป็นอยู่แล้วยังกระทบเรื่องการค้าขายด้วย เนื่องจากตนขายขนมพื้นเมืองซึ่งเป็นของฝาก หากน้ำท่วมก็ไม่มีนักท่องเที่ยว […]

ระดับน้ำท่วม ‘สะหนามไซ’ เหตุเขื่อนแตกลดลงต่อเนื่อง-นานาชาติหลั่งไหลเข้าช่วย

สถานการณ์น้ำท่วมเมืองสะหนามไซ แขวงอัตตะปือของสปป.ลาว ระดับน้ำที่ท่วมในหลายพื้นที่เริ่มลดระดับลงแล้ว แต่ประชาชนยังไม่สามารถกลับเข้าไปอาศัยเหมือนเดิมได้ เนื่องจากบ้านเรือนพังเสียหาย และยังคงเต็มไปด้วยดินโคลน โดยนานาชาติยังคงเร่งส่งความช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากนานาชาติ รวมถึงไทย จีน และเกาหลีใต้ ยังคงเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายจากเหตุเขื่อนแตกในแขวงอัตตะปือ ซึ่งตอนนี้ ระดับน้ำที่ท่วม 7 หมู่บ้านได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงเต็มไปด้วยดินโคลนที่มากับน้ำ โดยทางการระบุว่าจะเร่งเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายที่เหลือให้พบโดยเร็ว อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีของลาวยังมีความกังวลเรื่องของการปล่อยข้อมูลข่าวที่ไม่เป็นจริง จึงได้ขอความร่วมมือให้เจ้าหน้าที่ภู้ภัยและองค์กรต่างๆ ปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด พร้อมกันนี้ทางรัฐบาลยังได้สั่งการให้ตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยและโครงสร้างเขื่อนต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อป้องกันเหตุเขื่อนแตกในอนาคต ขณะที่ความช่วยเหลือจากต่างชาติก็ยังคงหลั่งไหลไปช่วยผู้ประสบภัย ล่าสุดรัฐบาลจีนได้ส่งเครื่องบินลำเลียงสิ่งของบรรเทาทุกข์ ประกอบด้วยของใช้จำเป็น อย่างเต็นท์ที่พัก มุ้ง เรือ ผ้าห่ม และเครื่องกรองน้ำ ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว โดยมีพิธีส่งมอบที่สนามบินในนครหลวงเวียงจันทน์ โดยมีรัฐมนตรีของลาวเป็นตัวแทนรับมอบ

น้ำท่วม ‘เมียนมา-อินเดีย’ ยังวิกฤตหนัก! ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งต่อเนื่อง

ที่ประเทศเมียนมา อิทธิพลของมรสุมทำให้ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ของประเทศ ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำท่วมสูง ถนนหนทางมีน้ำท่วมขังและถูกตัดขาด สะพานหลายจุดถูกน้ำพัดพังเสียหาย รวมถึงพื้นที่การเกษตรที่ตอนนี้ถูกน้ำท่วมทั้งหมด  โดยทางการเมียนมาระบุว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมในขณะนี้ อยู่ที่ 11 ราย ขณะที่ประชาชนนับแสนคนต้องอพยพไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว  ทั้งนี้ ทางการได้ออกประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำให้ระวังมวลน้ำที่กำลังไหลลงด้านล่าง ส่วนประชาชนที่อาศัยเชิงเขาขอให้อพยพออกจากพื้นที่ เนื่องจากมีความกังวลว่าอาจเกิดเหตุดินถล่ม ส่วนที่อินเดีย สถานการณ์ล่าสุด ยังคงวิกฤตเช่นเดียวกัน เนื่องจากเป็นช่วงมรสุม โดยที่รัฐพิหาร น้ำได้ไหลทะลักเข้ามาถึงพื้นที่ในโรงพยาบาล มีปลาว่ายเข้ามาอยู่ภายใน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันสูบน้ำออกจากพื้นที่และอพยพผู้ป่วยบางส่วนออกจากห้อง สำนักงานจัดการภัยพิบัติของอินเดียเปิดเผยว่ายอดผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมภายในเดือนนี้มีถึง 80 ราย ซึ่งทำให้ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมในอินเดียตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคม 61 ที่ผ่านมีมากกว่า 1,500 ราย

น้ำท่วมญี่ปุ่นเริ่มคลี่คลาย จนท.เร่งฟื้นฟูความเสียหาย-ยอดดับพุ่ง 200 ราย

สถานการณ์น้ำท่วมและดินถล่มของญี่ปุ่น ล่าสุดช่วงมรสุมได้ผ่านพ้นไปแล้ว กองกำลังป้องกันตนเองกว่า 7 หมื่นนาย พร้อมด้วยหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยของญี่ปุ่นเดินหน้าให้ความช่วยเหลือประชาชนทางฝั่งตะวันตกของประเทศ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วมและดินถล่มครั้งรุนแรงที่สุดในรอบเกือบ 40 ปี ขณะนี้ ระบบการคมนาคม อย่างถนน และรางรถไฟหลายสายยังถูกตัดขาดเนื่องจากดินถล่ม เช่นเดียวกับไฟฟ้าและประปาที่ยังใช้การไม่ได้ โดยกระทรวงคมนาคมระบุว่าบริษัทรถไฟเจอาร์จะเร่งซ่อมแซมเส้นทาง 27 สายที่เสียหายให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็วที่สุด ซึ่งอาจต้องใช้เวลาอีกราว 2-3 วัน หลังสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ประชาชนบางส่วนกลับเข้าอาศัยในบ้านเรือนของตนเอง แม้ว่าบ้านบางหลังจะได้รับความเสียหายอย่างหนัก ขณะที่บางคนไม่เพียงสูญเสียเฉพาะบ้านเรือน แต่ยังเสียคนที่รัก ทั้งครอบครัว เพื่อน หรือคนรักจากเหตุภัยพิบัติในครั้งนี้ด้วย โดยฮิโรชิมาถือเป็นเมืองที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุดในเหตุภัยพิบัติครั้งนี้ โดยข้อมูลจากหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาพบว่าปริมาณฝนช่วง 11 วันของเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีปริมาณฝนมากเป็น 4 เท่าของฝนตามฤดูกาลปกติ ทำให้น้ำจากแม่น้ำเอ่อท่วมอย่างรวดเร็ว ขณะที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตรวมอย่างเป็นทางการ ล่าสุด อยู่ที่ 200 ราย และมีผู้สูญหายอีกราว 60 คน

ยอดเสียชีวิตน้ำท่วมญี่ปุ่นพุ่ง 200 ราย จนท.เร่งค้นหาผู้สูญหาย-ช่วยเหลือผู้ประสบภัย

นายโยชิฮิเดะ ซูกะ โฆษกรัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยว่าปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุน้ำท่วมและดินถล่ม ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ตะวันตกเฉียงใต้ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมและดินถล่มได้เพิ่มเป็น 199 คน และยังคงมีผู้สูญหายอีกหลายสิบราย ขณะที่บ้านเรือนกว่า 4,600 หลังถูกน้ำท่วม ในเวลานี้ผู้ประสบภัยกว่า 10,000 คนได้ไปอาศัยตามศูนย์พักพิงต่าง ๆ ที่ทางการจัดเตรียมไว้ให้ และเจ้าหน้าที่กว่า 70,000 คนได้ลงพื้นที่แจกจ่ายอาหารน้ำดื่ม และสิ่งของบรรเทาทุกข์อื่น ๆ ให้กับผู้ประสบภัย โดยภัยน้ำท่วมครั้งนี้ถือว่ารุนแรงที่สุดในญี่ปุ่นในรอบ 36 ปี ขณะที่นายกรัฐมนตรีชินโซะ อาเบะของญี่ปุ่นได้ยกเลิกภารกิจเดินทางเยือนต่างประเทศ และลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัยจากเหตุน้ำท่วมเมื่อวานนี้ ในเมืองโอกายามะ ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ ซึ่งได้รับความเสียหายจากเหตุน้ำท่วมรุนแรงที่สุด โดยผู้นำญี่ปุ่นกล่าวว่าจะเร่งหาทางให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุน้ำท่วม และจะเร่งสร้างบ้านพักชั่วคราวให้กับผู้ประสบภัยด้วย

น้ำท่วมในญี่ปุ่นยังวิกฤติ! ยอดผู้เสียชีวิตพุ่ง 170 ราย สูญหายอีกนับร้อย

วันที่ 11 ก.ค. 61 ความคืบหน้าเหตุน้ำท่วมและดินถล่มในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่นยังคงสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เหตุน้ำท่วมและดินถล่มยังส่งผลให้บ้านเรือนอย่างน้อย 250,000 หลังในเมืองฮิโรชิมา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุน้ำท่วมรุนแรงที่สุด ยังคงไม่มีน้ำประปาและไฟฟ้าใช้ ท่ามกลางอุณหภูมิที่เพิ่มสูงกว่า 33 องศาเซลเซียส ส่วนยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดได้เพิ่มเป็น 171 ราย ซึ่งในเวลานี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยก็ยังคงเดินหน้าค้นหาร่างผู้สูญหายราว 91 ราย และได้เร่งแจกจ่ายสิ่งของบรรเทาทุกข์ให้กับเหล่าผู้ประสบภัย โดยเหตุน้ำท่วมและดินถล่มครั้งนี้ถือว่ารุนแรงที่สุดในญี่ปุ่นในรอบ 36 ปี ขณะที่รัฐบาลญี่ปุ่นได้ส่งเจ้าหน้าที่กว่า 70,000 คนลงพื้นที่ประสบภัย และสั่งอพยพประชาชนกว่า 5 ล้าน 6 คนออกจากพื้นที่ นอกจากนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นยังได้อนุมัติงบประมาณราว 70,000 ล้านเยน หรือราว 20,800 ล้านบาทในการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้วย ขอบคุณ NHK

ยอดผู้เสียชีวิตน้ำท่วมในญี่ปุ่น พุ่ง 140 ราย จนท.เตือนฝนยังตกหนัก-ระวังดินถล่ม

จากกรณีที่เกิดน้ำท่วมสูงและดินถล่ม หลังเกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ตอนกลางและตะวันตกของญี่ปุ่น เจ้าหน้าที่กู้ภัยของญี่ปุ่นยังคงเดินหน้าค้นหาร่างผู้สูญหายจากเหตุดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง หลังเกิดฝนตกลงมาอย่างหนักในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จนทำให้ระดับแม่น้ำเพิ่มสูง และไหลเข้าทะลักในหลายพื้นที่ ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมและดินถล่มได้เพิ่มเป็น 141 ราย ส่วนผู้สูญหายมีราว 10 คน นับเป็นเหตุน้ำท่วมและดินถล่มครั้งรุนแรงที่สุดในญี่ปุ่นในรอบหลายสิบปี โดยเจ้าหน้าที่ยอมรับว่าโอกาสที่จะพบผู้รอดชีวิตในเวลานี้มีอยู่น้อยเต็มที ทางการญี่ปุ่นได้สั่งระดมเจ้าหน้าที่กว่า 70,000 คนลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยและเข้าเคลียร์พื้นที่ ซึ่งได้รับความเสียหายจากเหตุน้ำท่วม และสั่งอพยพประชาชนเกือบ 6 ล้านคนออกจากพื้นที่ พร้อมกับได้ส่งรถสูบน้ำเข้าไปในบางพื้นที่ ซึ่งได้รับความเสียหายรุนแรงจากเหตุน้ำท่วม  ขณะที่สำนักอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่นได้เตือนว่าจะยังคงมีฝนตกหนักลงมาอีก และเตือนให้ประชาชนที่อาศัยใกล้กับบริเวณเนินเขาเฝ้าระวังเหตุดินถล่มด้วย

นิวเจอร์ซีย์น้ำท่วมหนัก! ผลกระทบ ‘พายุไรลีย์’ นับล้านหลังคาเรือนไม่มีไฟฟ้าใช้

หลายพื้นที่ของรัฐนิวเจอร์ซีย์ เผชิญกับภาวะน้ำท่วม ซึ่งเป็นอิทธิพลจากพายุไรลีย์ โดยสถานการณ์น้ำท่วมในเมืองแอตแลนติค ซิตี้ รัฐนิวเจอร์ซีย์ของสหรัฐฯ ยังอยู่ในภาวะน่าเป็นห่วง หลังพายุระลอกใหม่พัดถล่ม จนน้ำให้ฝนตกหนักและน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้าง ประชาชนที่อาศัยแถบชายฝั่งต้องอพยพจากบ้านที่ถูกน้ำท่วม ขณะที่บ้านเรือนนับล้านหลังไม่มีไฟฟ้าใช้ สื่อท้องถิ่นรายงานว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตในเหตุพายุขณะนี้อยู่ที่ 7 ราย ซึ่งสาเหตุเกิดจากอุบัติเหตุและถูกต้นไม้โค่นทับ อย่างไรก็ตาม ทางการคาดว่าสถานการณ์น่าจะเริ่มคลี่คลายในช่วงปลายสัปดาห์นี้

เรื่องใกล้ตัว! ‘ไข้เลือดออก’ อันตรายถึงตาย ‘เด็ก-วัยรุ่น’ เสี่ยงสูง

กรมควบคุมโรค แนะประชาชนโดยเฉพาะภาคกลางและภาคใต้เตรียมพร้อม 3 เรื่อง ป้องกันโรคไข้เลือดออก คาดช่วงต่อจากนี้ยุงลายจะเพิ่มขึ้นหากไม่ป้องกัน วันที่ 24 ม.ค.61 นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ที่คาดว่าในสัปดาห์นี้ประเทศไทยอาจมีฝนตกในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทั้งนี้ที่ห่วงเนื่องจากฝนที่ตกลงมา ทำให้เกิดน้ำขังในแอ่งน้ำ กาบใบไม้ เศษภาชนะต่างๆ ล้วนเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลายที่เป็นพาหะโรคไข้เลือดออก โดยข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยากรมควบคุมโรค รายงานว่าตลอดปี 2560 มีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก 59,130 ราย เสียชีวิต 63 ราย โดยกลุ่มที่ป่วยมากที่สุด คือ กลุ่มเด็กวัยเรียนและวัยรุ่น พื้นที่ที่พบผู้ป่วยมากที่สุด คือ ภาคกลาง รองลงมาคือ ภาคใต้ เฉพาะ 2 ภาค มีผู้ป่วยคิดเป็นร้อยละ 62 ของผู้ป่วยทั้งประเทศ ขณะที่ข้อมูลปี 2561 นี้ เพียง 15 วัน พบผู้ป่วยแล้วถึง 279 ราย เสียชีวิต […]

น้ำท่วมสูงจนมิดหัว บ้านพัง-อาชีพหาย ได้เงินชดเชย 120 บาท

ที่อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง เกิดน้ำท่วมซ้ำซากเกือบทุกปี ท่วมครั้งหนึ่งนานหลายเดือน ชาวบ้านต้องอยู่กันตามมีตามเกิดเพราะย้ายไปที่ไหนก็ไม่ได้ ซ้ำร้าย หลังน้ำลดมีหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือชดเชย กลับได้รับการประเมินความเสียหายไม่คุ้มกับที่สูญเสียไป สอบถามบ้านที่ติดกับลำคลอง ทราบว่าเมื่อเกิดน้ำท่วม ระดับน้ำขึ้นสูงกว่า 2 เมตร ส่งผลทำให้ข้าวของในบ้านของชาวบ้านพังเสียหาย เสาบ้าน บันไดแตกร้าว บางหลังก็เกิดดินทรุดตัว ในการชดเชยค่าเสียหายหน่วยงานที่รับผิดชอบไม่เคยมาประเมินความเสียหายด้วยตนเอง แต่อาศัยให้ชาวบ้านถ่ายภาพส่งไปให้ ซึ่งส่วนมากได้เงินชดเชยไม่สมกับความเสียหายที่เกิดขึ้น บางหลังก็ได้เพียง 120 บาท บางหลังก็ไม่ได้เลย นอกจากนี้ยังได้รับเงินชดเชยที่ล่าช้าอีกด้วย ทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ให้ความเห็นในกรณีนี้กว่า น่าจะเปลี่ยนวิธีการประเมินความเสียหายใหม่ โดยอาจให้เงินเยียวยาเบื้องต้นก่อน และให้เจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบดูความเสียหายในพื้นที่จริง นอกจากความเสียหายของบ้าน ควรประเมินความเสียหายด้านผลผลิตทางการเกษตร และความเสียหายทางจิตใจของชาวบ้านด้วย แนะนำวิธีการเขียนคำร้องที่ถูกต้อง วิธีการเขียนบรรยายความเสียหายให้แก่ชาวบ้านว่าควรเขียนคำร้องอย่างไรให้ได้รับการเยียวยาที่ถูกต้อง เหมาะสม จากการสอบถามนายอำเภอป่าโมก ชี้แจงว่า มีครัวเรือนประสบกับอุทกภัยทั้งหมด 628 ครัวเรือน และทางราชการจะชดเชยตามความเสียหายจริง ซึ่งจะไม่เกินหลังละ 33,000 บาท แต่หลังจากการตรวจสอบพบว่าชาวบ้านได้รับการประเมินความเสียหายที่น้อยเกินควร จึงได้มีสั่งให้ทบทวนการประเมินและกำชับให้คณะกรรมการลงไปดูความเสียหายด้วยตัวเองแล้ว คาดว่าบ้านเรือนทุกหลังจะได้เงินชดเชยที่เป็นธรรม ติดตามชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. ช่องอมรินทร์ทีวี […]

ฟิลิปปินส์ อ่วม! ‘ไต้ฝุ่นเท็มบิง’ ถล่มหนักต่อเนื่อง ยอดตายพุ่งเฉียด 260 ศพ

เหตุน้ำท่วมและดินโคลนถล่มจากผลพวงของพายุไต้ฝุ่นเท็มบิง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอีกอย่างน้อย 30 รายที่หมู่บ้านตูกายา บนเกาะมินดาเนาของฟิลิปปินส์ และอีกกว่า 60 คนสูญหายไม่ทราบชะตากรรม ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตโดยรวมนับตั้งแต่พายุลูกนี้เคลื่อนตัวขึ้นฝั่ง ได้เพิ่มเป็นอย่างน้อย 257 ราย รายงานข่าวระบุว่า มีบ้านเรือนมากกว่า 120 หลังในหมู่บ้านแห่งนี้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ โดยที่ในจำนวนนี้มีถึง 116 หลังที่เสียหายหนักจนเกินกว่าจะซ่อมแซมได้ ด้านกองทัพฟิลิปปินส์และหน่วยดับเพลิงยังคงเร่งทำงานแข่งกับเวลาเพื่อค้นหาชาวบ้านกว่า 60 คนที่สูญหายและอาจถูกฝังทั้งเป็นอยู่ใต้กองดินโคลน สื่อท้องถิ่นระบุว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ได้รับแจ้งเหตุเตือนภัยจากทางการท้องถิ่น เป็นเหตุให้พวกเขาอพยพออกจากพื้นที่ไม่ทันเวลา ทั้งนี้ พายุไต้ฝุ่นเท็มบิงซึ่งก่อตัวขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิกตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค. 60 ที่ผ่านมา ได้เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งทางภาคใต้ของฟิลิปปินส์เมื่อช่วงก่อนคริสต์มาส และถือเป็นไต้ฝุ่นที่รุนแรงที่สุดที่พัดถล่มพื้นที่เกาะมินดาเนาในรอบ 5 ปี

แนะ! ปชช.ภาคใต้น้ำลดระวัง ‘โรคฉี่หนู-ไข้เลือดออก’ อันตรายถึงตาย

กระทรวงสาธารณสุข กำชับพื้นที่น้ำท่วมจัดบริการดูแลประชาชนต่อเนื่อง เฝ้าระวังโรคหลังน้ำลด ทั้งโรคฉี่หนู ตาแดง ไข้หวัด ไข้เลือดออก นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขในฐานะผู้บัญชาการศูนย์ปฎิบัติการภาวะฉุกเฉินฯ ติดตามการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยโดยสถานการณ์อุทกภัยขณะนี้สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย กำชับให้สถานบริการจัดบริการประชาชนต่อเนื่อง พร้อมสื่อสารโรคและภัยที่มากับน้ำท่วม ที่สำคัญคือ โรคฉี่หนู ไข้หวัด ตาแดง  ไข้เลือดออก พร้อมเร่งสำรวจความเสียหายหลังน้ำลด ทั้งในส่วนทรัพย์สินของทางราชการและของเจ้าหน้าที่เพื่อให้การช่วยเหลือเบื้องต้นต่อไป โดยที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกให้บริการดูแลประชาชน ส่วนใหญ่เป็นโรคน้ำกัดเท้า ไข้หวัด โรคเรื้อรัง และด้านสุขภาพจิต ทั้งนี้ ได้ส่งเจ้าหน้าที่และ อสม.ออกเคาะประตูบ้านเตือน “1ภัย 3โรค” คือภัยจากการจมน้ำ ในผู้ที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้  มีโรคประจำตัว เช่น ลมชักและความประมาท คิดว่าน้ำไม่เชี่ยว ส่วน 3โรคคือโรคฉี่หนู ไข้หวัด ไข้เลือดออก พร้อมคัดกรองและให้ยารักษาทันที นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ กล่าวว่า “โรคที่พบได้บ่อยหลังน้ำลดที่เป็นอันตรายถึงเสียชีวิต คือโรคฉี่หนู ส่วนใหญ่เชื้อโรคจะอยู่ในน้ำที่ท่วมขัง หลังลุยน้ำ ย่ำโคลน ให้รีบอาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย และหากมีไข้สูง ตาแดง ปวดน่อง ให้รีบพบแพทย์ทันที […]

keyboard_arrow_up