จาก “Train To Busan” สู่ “Rampant นครนรกซอมบี้คลั่ง” ปรากฏการณ์ซอมบี้โชซอนบุก 19 ประเทศ 4 ทวีป รับฮัลโลวีนพร้อมกันทั่วโลก

เมื่อ 2 ปีก่อน คอหนังทั่วโลกได้รู้จักและฮือฮากับวงการภาพยนตร์เกาหลีมากขึ้นผ่านภาพยนตร์แอคชั่น-ทริลเลอร์ลุ้นระอุเรื่อง “Train To Busan” ที่สร้างปรากฏการณ์ซอมบี้คลั่งฟีเวอร์ไปทั่วโลก อีกทั้งยังโชว์ให้เห็นถึงพัฒนาการแบบก้าวกระโดด และประสบความสำเร็จจนเตะตาฮอลลีวู้ดถึงขั้นนำไปสร้างใหม่ และในปีนี้ปรากฏการณ์ซอมบี้คลั่งครั้งใหม่จะกลับมาอีกครั้ง โดยฝีมือทีมผู้สร้าง เดียวกับ “Train To Busan” ด้วยการนำเอาประวัติศาสตร์ของเกาหลีในช่วงยุคราชวงศ์โชซอน มาผสมผสานความสยองขวัญระดับสากลอย่างน่าตื่นตะลึง จนกลายเป็นโปรเจคต์ภาพยนตร์แห่งปีที่ทั้งโลกจับตามอง “Rampant นครนรกซอมบี้คลั่ง” “Rampant” ได้รับความสนใจจากเหล่าผู้ซื้อหนังทั่วโลกในเทศกาลหนังเมืองคานส์ครั้งที่ 71 เมื่อกลางปีที่ผ่านมาเป็นอย่างมาก แม้ว่าจะปล่อยภาพนิ่งออกมาเพียง 2 ภาพเท่านั้น ด้วยพล็อตน่าสนใจระหว่างการนำบรรยากาศของหนังย้อนยุคมาผสมผสานกับหนังซอมบี้จนเกิดเป็นภาพยนตร์แอคชั่น-สยองขวัญไอเดียสุดมันส์และแปลกใหม่ รวมทั้งยังเป็นการโคจรมาพบกันครั้งแรกของสองซูเปอร์สตาร์ตัวพ่อแห่งวงการบันเทิงเกาหลีอย่าง ฮยอนบิน และ จาง ดงกอน สำหรับบทบาทในครั้งนี้ของ ฮยอนบิน เขารับบทเป็น องค์ชายกังลิม ซึ่งจะเป็นตัวละครที่มีพัฒนาการอยู่ตลอดทั้งเรื่อง จากนักรบจอมโหด ไปสู่ผู้นำที่ทำเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม และ จาง ดงกอน นักแสดงผู้ไม่เคยหยุดท้าทายตัวเอง รับบท เสนาบดี คิม จาจุน ผู้บ้าอำนาจ แต่ยามบ้านเมืองมีภัยจากอสุรกายปริศนา เขากลับเลือกที่จะใช้วิกฤตนั้นเป็นโอกาสโค่นล้มราชบัลลังก์ของจักรพรรดิโชซอน นอกจากนี้ ตัวหนังยังได้รวบรวมเอาทีมงานตัวท๊อปของวงการมาไว้แบบจัดเต็มทั้ง ทีมสตั๊นท์, แต่งหน้าเทคนิคพิเศษ, ซีจี, ออกแบบงานสร้าง ที่มาร่วมผนึกกำลังกันรังสรรค์ให้ “Rampant” ออกมาเป็นผลงานชิ้นมาสเตอร์พีซที่ผู้ชมจะได้ตื่นเต้นลุ้นระทึกตั้งแต่นาทีแรกจนนาทีสุดท้าย ยิ่งไปกว่านั้น Rampant ยังได้กลายมาเป็นภาพยนตร์ที่น่าจับตามองของปี 2018 อย่างรวดเร็ว ด้วยการเตรียมเข้าฉายในช่วงเวลาเดียวกันใน 4 ทวีป ทั้งเอเชีย, ออสเตรเลีย, อเมริกา และยุโรป ต้อนรับเทศกาลฮัลโลวีน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของภาพยนตร์เกาหลีที่จะเข้าฉายวงกว้างพร้อมกันถึง19 ประเทศ ทั้ง เกาหลี, อเมริกา, แคนาดา, เยอรมนี, อังกฤษ, ออสเตรเลีย, ฮ่องกง, มาเก๊า, ไต้หวัน, สิงคโปร์, เวียดนาม, พม่า, ลาว, มาเลเซีย, […]

อินโดฯ ยุติค้นหาผู้สูญหาย เหยื่อแผ่นดินไหว-สึนามิทะลุ 2,000 ราย

ซูโตโป ปูร์โว นูโกรโฮ โฆษกคณะกรรมจัดการภัยพิบัติแห่งชาติอินโดนีเซีย กล่าวว่า จากกรณีคลื่นยักษ์สึนามิที่ถล่มอินโดนีเซียเมื่อวันที่ 28 ก.ย. 61 ที่ผ่านมา มียอดผู้บาดเจ็บสาหัสจำนวนมากถึง 2,549 คน และอีก 8130 คนบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนผู้เสียชีวิต 2,073 รายถูกฝังร่างเรียบร้อยแล้ว โดยส่วนใหญ่เป็นผู้เสียชีวิตในเมืองปาลู โดยอธิบายว่า สาเหตุที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากในเมืองปาลูและเขตใกล้เคียงเพราะพื้นที่แถบนี้ได้รับผลกระทบจากสึนามิหนักที่สุด นูโกรโฮ  เสริมว่า แผ่นดินไหวและสึนามิ ส่งผลกระทบต่อประชาชนเกือบ 90,000 คน โดยเกือบ 80,000 คนต้องไปหลบภัยที่ศูนย์พักพิในจังหวัดสุลาเวสีกกลาง ขณะที่ส่วนที่เหลืออพยพไปอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง แม้จะยังคงมีผู้สูญหายอีกจำนวนมากจากภัยพิบัติครั้งนี้ แต่รัฐบาลอินโดนีเซียตัดสินใจยุติปฏิบัติค้นหาและกู้ภัยในช่วงบ่ายวันนี้ แต่จะยังคงประกาศภาวะฉุกเฉินต่อไปอีก 2 สัปดาห์ จนถึงวันที่ 26 ตุลาคม เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

J.K. Rowling แถลงไข!! Nagini ในจักรวาลของเธอมีที่มาจากความเชื่อแหล่งไหนกันแน่??

เมื่อไม่กี่วันก่อนฮือฮากันไปทั่วโลก หลังจากตัวอย่างสุดท้ายของ Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald – สัตว์มหัศจรรย์: อาชญากรรมของกรินเดลวัลด์ ถูกปล่อยออกมาสู่สายตาเหล่ามักเกิ้ลทั่วโลก แน่นอนว่าฉากที่ทำให้หลายคนครางฮือ อ้าปากค้างกันไปตามๆ กัน ก็ต้องพูดถึงฉากที่เผยให้เห็นการแปลงร่างของ “มาเลดิกตัส” นากินี ที่เปลี่ยนจากร่างมนุษย์ไปเป็นงู ซึ่งรับบทโดย คลอเดีย คิม ก่อนที่ชะตาชีวิตในช่วงท้ายเธอจะต้องติดอยู่ในร่างงู และเป็นฮอครักซ์ชิ้นสุดท้ายที่เก็บเศษวิญญาณของเจ้าแห่งศาสตร์มืด ในภาคสุดท้ายของซีรีส์ แฮรี่ พอตเตอร์ ซึ่งก่อให้เกิดคำถามต่างๆ ตามมามากมายว่า นากินี ของ J.K. Rowling มีที่มาจากไหนกันแน่?? โดยผู้เขียนบท เจเค โรว์ลิ่ง ก็ได้ใช้ทวิตเตอร์ส่วนตัว @jk_rowling ทวิตข้อความอธิบายแนวความคิด นากินี ของตัวเธอนั้น มีที่มาจากตำนานของชาวอินโดนีเซีย หรือก็คือ The Naga พญานาค ชาวท้องถิ่นอินโดนีเซีย   จะเรียกพวกนั้นว่า ‘Nagini’ ที่บางครั้งก็เป็นครึ่งมนุษย์ บางครั้งก็เป็นครึ่งงู ซึ่งอินโดนีเซียประกอบด้วยกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีความหลากหลาย หลายร้อยกลุ่มทั้งชวา จีน และ ชาวเบทาลิ […]

ตำรวจอินโดฯ เร่งปราบปรามกลุ่มฉวยโอกาส ปล้นสะดมหลังสึนามิ

อินโดนีเซียยืนยันผู้เสียชีวิตกว่า 1200 คน หลังแผ่นดินไหวและสึนามิถล่มเกาะสุลาเวสี ขณะที่ตำรวจประกาศว่าจะเร่งปราบปรามการปล้นสะดมโดยกลุ่มผู้รอดชีวิตที่ฉวยโอกาสในช่วงที่เกิดความโกลาหล มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ใช้ต้องยิงปืนและแก๊สน้ำตาเตือน เพื่อห้ามปรามไม่ให้ประชาชนบุกเข้าไปปล้นสะดมตามร้านค้าในเมืองปาลู ซึ่งเป็นเมืองชายฝั่งที่ได้รับผลกระทบหนักจากแผ่นดินไหวขนาดแมกนิจูด 7.5 และคลื่นยักสึนามิพัดถล่ม ด้านองค์การสหประชาชาติ ระบุว่า ประชาชนเกือบ 2 แสนคน ซึ่งมีเด็กหลายพันคนรวมอยู่ด้วย กำลังต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน ผู้รอดชีวิตกำลังต้องการน้ำดื่มและอาหาร ซึ่งกำลังขาดแคลนอย่างหนัก ขณะที่โรงพยาบาลท้องถิ่นเต็มไปด้วยผู้ได้รับบาดเจ็บ ตำรวจอินโดนีเซียบอกว่า ต้องรับมือกับประชาชนผู้รอดชีวิตที่พากันบุกเข้าไปกักตุนน้ำและอาหารจากร้านค้าที่ปิดอยู่ และที่ผ่านมา จับกุมประชาชนไปแล้ว 35 คนในข้อห้าขโมยคอมพิวเตอร์และเงิน แม้เจ้าหน้าที่ยืนยันว่ากำลังมีการลำเลียงความช่วยเหลือ ที่รวมทั้งน้ำและอาหารมาในพื้นที่ แต่ประชาชนก็ยังพยายามเข้าไปขุดคุ้ยตามซากปรักหักพังเพื่อข้าวของที่นำมาใช้ประทังชีวิตได้ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ชาวอินโดฯ ไม่ทันระวังสึนามิ เหตุยกเลิกประกาศเตือน-ขาดระบบประเมินทันสมัย

จากกรณีคลื่นยักษ์สึนามิ ซัดถล่มเกาะสุลาเวสีของอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 6 ที่ผ่านมา ทำให้มีประชาชนเสียชีวิตแล้วกว่า 1200 คน เสียชีวิตนั้น เมื่อมองย้อนไปถึงสาเหตุของความสูญเสียนี้ พบว่า ทางการออกประกาศเตือนคลื่นยักษ์สึนามิในเวลาเพียงไม่นาน ก่อนยกเลิกประกาศเตือน โดย สำนักงานอุตุนิยมวิทยา และธรณีฟิสิกส์ของอินโดนีเซีย หรือ BMKG ออกประกาศเตือนภัยคลื่นยักษ์สึนามิที่อาจมีความสูงระหว่าง 0.5-3 เมตร หลังเกิดแผ่นดินไหวครั้งแรก แต่ยกเลิกคำเตือนหลังประกาศออกไปได้ไม่ถึง 1 ชั่วโมง  นักวิจารณ์หลายคนตำหนิ BMKG ว่ายกเลิกประกาศเตือนเร็วเกินไป แม้ BMKG จะบอกว่าคลื่นยักษ์ซัดถล่มระหว่างประกาศเตือนยังมีอยู่ก็ตาม สำนักข่าว BBC รายงานว่า ทางการอินโดนีเซียออกประกาศเตือน แต่สิ่งที่พลาดก็คือการประเมินระดับของสึนามิอย่างแม่นยำ เพราะความจริงแล้ว เมืองปาลูที่พบผู้เสียชีวิตมากที่สุดถูกคลื่นยักษ์สึนามิที่มีความสูงถึง 6 เมตรพัดถล่ม ซึ่ง BMKG เผยว่ามาตรวัดระดับน้ำเมืองปาลู ซึ่งมีผู้เสียชีวิตมากที่สุด อยู่ห่างออกไปกว่า 200 กิโลเมตร จึงทำให้ไม่สามารถประเมิณระดับของคลื่นได้อย่างแม่นยำ และการนำเอาระบบที่ทันสมัยมาติดตั้งก็เกิดความล่าช้า เนื่องจากมีปัญหาเรื่องเงินทุน ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

เปิดนาทีสึนามิถล่มอินโดฯ สลดคนวิ่งหนีตาย ก่อนถูกคลื่นยักษ์โถมซัดทั้งเป็น

เมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า ทางเพจเฟซบุ๊ก ราชสีห์ จิตอาสา ได้มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่รุนแรงถึง 7.5 แมกนิจูด ส่งผลทำให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ เข้าถล่มเมืองปาลู บนเกาะสุลาเวสี ทางตอนกลางของประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 29 กันยายน ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้มีรายงานผู้เสียชีวิตล่าสุด 832 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 540 ราย โดยภายในเป็นคลิปที่ผู้อยู่ในเหตุการณ์สามารถบันทึกภาพที่ผู้ถ่ายซึ่งหนีขึ้นมาอยู่บนอาคารสูง ได้มีการร้องตะโกนเตือนผู้คนที่ยังอยู่ด้านล่างว่ามีคลื่นยักษ์สึนามิกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาที่ฝั่ง ก่อนที่คลื่นยักษ์จะซัดเข้ามาในเวลาต่อมาเพียงไม่กี่นาที

ยอดผู้เสียชีวิต สึนามิอินโดฯ จ่อทะลุ 1,000 ศพ รบ.เร่งช่วยเหลือ-ฟื้นฟู

ซูโตโป้ ปูร์โว่ นูโกรโฮ โฆษกสำนักงานภัยพิบัติแห่งชาติของอินโดนีเซีย (บีเอ็นบีพี) ออกมาแถลงยืนยัน ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุคลื่นยักษ์สึนามิซัดถล่มเกาะสุลาเวสีเมื่อคืนวันศุกร์ (28 ก.ย.) ที่ผ่านมา ระบุว่า นับจากเวลา 17.00 น. ของวันเสาร์ (29 ก.ย.) จนถึงเวลา 17.00 น.ของวันอาทิตย์ (30 ก.ย.) ยอดผู้เสียชีวิตจากพิบัติภัยสึนามิซัดถล่มเมืองปาลู บนเกาะสุลาเวสี ได้เพิ่มจำนวนขึ้นมากกว่าเท่าตัวจากราว 400 ราย เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 832 รายแล้ว และคาดว่า มีแนวโน้มจะพบผู้เสียชีวิต พุ่งทะลุ 1,000 ศพ ภายใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า ข้อมูลจากการแถลงของโฆษกสำนักงานภัยพิบัติแห่งชาติของอินโดนีเซียระบุว่า ในจำนวนผู้เสียชีวิตเฉพาะที่เจอศพแล้ว จำนวน 832 รายนั้น เป็นการพบผู้เสียชีวิตในเมืองปาลู มากที่สุดถึง 821 ราย ส่วนอีก 11 รายพบศพที่เมืองด็องกาล่า ที่อยู่ใกล้เคียง ขณะเดียวกันมีรายงานว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายพันคนที่ถูกนำตัวเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลต่างๆทั่วเกาะสุลาเวสี ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บราว 540 คนที่มีอาการสาหัส และอาจเสียชีวิตตามมาในไม่ช้า […]

รอดปาฏิหาริย์! ช่วยหนุ่มอินโดฯ หลังลอยแพกลางมหาสมุทรนาน 49 วัน

เจ้าหน้าที่สถานกงสุลอินโดนีเซียประจำนครโอซาก้าของญี่ปุ่น เผยแพร่ภาพถ่ายของอัลดี โนเวล อาดิลัง หนุ่มอินโดนีเซียวัย 19 ปี ขณะเข้ารับการตรวจร่างกาย หลังจากที่เขามีอันต้องใช้ชีวิตอยู่บนแพ กลางมหาสมุทรแปซิฟิกเพียงลำพังนานถึง 49 วัน โดยรายงานข่าวระบุว่า อัลดี ได้รับการช่วยเหลือจากเรือสินค้าลำหนึ่งเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ขณะที่แพของเขาลอยอยู่ในน่านน้ำของเกาะกวม ที่เป็นดินแดนในปกครองของสหรัฐฯ ก่อนที่เขาจะถูกนำตัวมาขึ้นฝั่งที่เมืองโทคุยามะ ในจังหวัดยามางูจิ ของญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 61 ที่ผ่านมา ข้อมูลระบุว่า อัลดีมีอาชีพรับจ้างจุดไฟตะเกียงบนแพ เพื่อล่อปลาให้กับชาวประมงในพื้นที่เกาะสุลาเวสีเหนือของอินโดนีเซีย ก่อนที่คลื่นลมกำลังแรงจะทำให้สมอของแพหลุดเมื่อเดือนกรกฎาคม เป็นเหตุให้แพหาปลาของอัลดีหลุดลอยออกสู่มหาสมุทรแปซิฟิก ที่ซึ่งเขาต้องใช้ชีวิตนานถึง 49 วัน โดยอาศัยการประทังชีวิตด้วยการจับปลาและดื่มน้ำทะเล หลังจากที่เสบียงต่าง ๆ หมดลง ทั้งนี้ ลูกเรือของเรือสินค้าสัญชาติปานามาที่มีชื่อว่า เรือ เอ็มวี อาร์เป็กจิโอ ได้พบอัลดีกับแพของเขา ลอยเคว้งอยู่กลางมหาสมุทร ก่อนจะช่วยเหลือขึ้นมาและยังช่วยส่งสัญญาณวิทยุขอความช่วยเหลือ หลังจากที่อัลดีถูกนำตัวมายังสถานกงสุลอินโดนีเซียที่นครโอซาก้าของญี่ปุ่นและเข้ารับการตรวจสุขภาพแล้ว มีการยืนยันว่า เขาถูกพากลับไปยังอินโดนีเซียและได้พบหน้ากับครอบครัวแล้ว ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

อินโดฯ ถูกโวยหนัก! รถโดยสารล่าช้า-ไม่เพียงพอในช่วงเอเชียนเกมส์

อินโดนีเซีย ชาติเจ้าภาพมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ 2018 ถูกร้องเรียนหนักจากบรรดาแฟนกีฬาและเหล่านักกีฬา เกี่ยวกับปัญหาความล่าช้าของรถบัสรับส่ง ที่มีไม่เพียงพอ โดยนับตั้งแต่พิธีเปิดเอเชี่ยนเกมส์ในวันเสาร์ (18 ส.ค.)ที่ผ่านมา มีรายงานว่า แฟนกีฬาและนักกีฬาจำนวนมากได้ร้องเรียนปัญหาเกี่ยวกับจำนวนรถบัสที่ไม่เพียงพอ ที่นอกจากจะส่งผลให้มีผู้รอต่อแถวใช้บริการยาวเหยียดแล้ว ยังทำให้การเดินทางไปถึงสนามแข่งขันต้องล่าช้ากว่ากำหนด รายงานข่าวระบุว่า นักกีฬาและผู้ชมหลายคนร้องเรียนว่า พวกเขาต้องเดินทางถึงสนามแข่งขันล่าช้ากว่า 30 นาที ทั้งๆที่พวกเขาจองตั๋วรถโดยสารล่วงหน้า ผ่านระบบออนไลน์ของทางฝ่ายจัดการแข่งขันไว้แล้ว ขณะที่ทางการอินโดนีเซียประกาศจะเร่งแก้ปัญหาโดยเร็ว ทั้งนี้การแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ถือเป็นมหกรรมการแข่งขันกีฬาที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากโอลิมปิก โดยในปีนี้อินโดนีเซียได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 18 โดยใช้ กรุงจาการ์ต้า กับเมืองปาเล็มบังเป็นสถานที่จัดการแข่งขันกีฬา 40 ชนิดที่มีนักกีฬากว่า 13,000 คนเข้าร่วม ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ญี่ปุ่นลงดาบ 4 นักกีฬาเอเชียนเกมส์ซื้อบริการ สั่งถอนตัว-กลับประเทศทันที

ประธานสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติของญี่ปุ่นจัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน หลังเกิดกรณีอื้อฉาว นักกีฬาบาสเกตบอลทีมชาติ 4 คน ซื้อบริการจากหญิงสาวในย่านโคมแดงของกรุงจาการ์ตา เมื่อวันที่ 16 ส.ค. 61 ที่ผ่านมา โดยทั้ง 4 คน ซึ่งประกอบด้วย นายยูยะ นากาโยชิ, ทาคูยะ ฮาชิโมโตะ, ทาคูมะ ซาโตะ และเคอิตะ อิมามูระ ทั้ง 4 คนได้ก้มศีรษะขอโทษต่อสังคม หลังทำให้ผิดหวังต่อพฤติกรรมดังกล่าว 1 ใน 4 นักกีฬาระบุว่าเขารู้สึกเสียใจอย่างยิ่งที่ทำให้เกิดความเสื่อมเสียทั้งต่อทีมของตนเอง และต่อประชาชนชาวญี่ปุ่นทั้งประเทศ และกล่าวว่าเขาอาจจะไม่กล้ากลับมาเล่นบาสเกตบอลอีก อย่างไรก็ตาม ประธานสมาคมระบุว่าจะรอผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการก่อน จึงจะสรุปได้ว่าจะลงโทษทั้ง 4 คนอย่างไร เหตุการณ์ดังกล่าวได้รับการเปิดเผย เมื่อมีผู้สื่อข่าวของญี่ปุ่นไปสังเกตเห็นนักกีฬาทั้ง 4 คนออกจากโรงแรมในย่านโคมแดงของกรุงจาการ์ตา โดยที่ยังสวมเสื้อกีฬาอยู่ และเมื่อตรวจสอบพบว่าทั้ง 4 ไปทานอาหารเย็นที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งหลังแข่งเสร็จ และมีการชักชวนกันไปเที่ยวที่บาร์ ก่อนจะจบลงด้วยการซื้อบริการทางเพศ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนำไปสู่การสั่งถอนตัวจากการแข่งขันและให้ทั้งหมดเดินทางกลับประเทศทันที ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

แผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 5.9 เกาะลอมบอก อินโดฯ ตึกหลายหลังพังถล่ม

วันที่ 9 ส.ค.61 สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.9 บริเวณชายฝั่งทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะลอมบอกในอินโดนีเซีย จุดศูนย์กลางของแผ่นดินอยู่ลึกลงไปใต้ดินราว 10 กิโลเมตร แรงสั่นสะเทือนส่งผลให้อาคารหลายแห่งสั่นไหวและพังถล่ม ขณะที่ประชาชนต่างรีบวิ่งหนีออกจากบ้านเรือน เบื้องต้น ไม่มีการประกาศเตือนสึนามิ และยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ เหตุแผ่นดินไหวครั้งล่าสุดบนเกาะลอมบอกเกิดขึ้นเพียงไม่วัน หลังเกาะดังกล่าวเพิ่งประสบกับเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.9 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 160 คน บาดเจ็บอีกราว 1,400 คน ขณะที่ประชาชนมากกว่า 156,000 คนต้องไร้ที่อยู่อาศัย ด้านเจ้าหน้าที่กำลังเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตที่ติดอยู่ใต้ซากอาคารอย่างต่อเนื่อง โดยสำนักงานจัดภัยพิบัติของอินโดนีเซียคาดว่ายอดผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มสูงถึง 340 คน เนื่องจาก ยังไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยได้ทั้งหมดเพราะถนนหลายสายถูกตัดขาด และยังคงเกิดอาฟเตอร์ช็อกในช่วงหลายวันที่ผ่านมามากกว่า 340 ครั้ง โดยในเวลานี้ เจ้าหน้าที่กำลังประสบปัญหาขาดแคลนอาหาร น้ำดื่ม และเวชภัณฑ์ และยังมีเหล่าผู้ประสบภัยราว 20,000 คนที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ ส่วนพื้นที่ทางตอนเหนือของเกาะลอมบอกซึ่งเป็นบริเวณที่ได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงที่สุด ไม่มีไฟฟ้าใช้ นับตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหว ขณะที่อาคารบ้านเรือนในพื้นที่ทางตะวันออกและตอนเหนือของเกาะลอมบอกพังเสียหายราว 75 เปอร์เซ็นต์ ขอบคุณภาพจาก Reuters  

รวบหมอผีอินโดฯ วัย 83 หลอกเด็กสาวขังในถ้ำ-ข่มขืนนาน 15 ปี

ที่เมืองสุลาเวสี เมืองอินโดนีเซีย ตำรวจได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีหญิงสาวรายหนึ่งถูกขังไว้ในถ้ำในเขตป่านอกหมู่บ้าน จึงรุดไปช่วยเหลือ และพบว่าหญิงสาวรายนี้เคยถูกแจ้งความว่าหายตัวไปเมื่อ 15 ปีก่อน ซึ่งในขณะนั้น เธอมีอายุ 13 ปี จากการสอบปากคำ หญิงสาวให้การว่าตนเองถูกหมอผีในหมู่บ้านนำตัวมาขังไว้ โดยหมอผีอ้างว่ามีวิญญาณของชายหนุ่มสิงร่าง และวิญญาณนั้นเป็นคนรักเก่าของเธอ จึงพาตัวเธอมาซ่อนไว้ในถ้ำ โดยขู่ว่าไม่ให้ออกไปด้านนอก และไม่ให้เจอคน โดยตลอด 15 ปีที่ผ่านมา หมอผีจะเข้ามารับตัวเธอออกไปที่บ้านในเวลากลางคืน เพื่อล่วงละเมิดทางเพศ หลังจากนั้น จะพากลับมาส่งที่ถ้ำ และขู่ว่าดวงวิญญาณจะเฝ้าจับตาดูเธอตลอดเวลา ทำให้หญิงรายนี้หวาดกลัว และไม่กล้าหลบหนี ภายหลัง ตำรวจสามารถติดตามจับกุมหมอผีวัย 83 ปี ที่ก่อเหตุได้ และตั้งข้อหาล่วงละเมิดทางเพศและพรากผู้เยาว์ พร้อมกับเปิดเผยข้อมูลว่า เมื่อ 15 ปีก่อน ครอบครัวของเหยื่อเคยพาเธอมาหาหมอผี เพื่อรักษาอาการเจ็บป่วย แต่เด็กได้หายตัวไป หมอผีอ้างว่าเด็กหนีเข้าเมืองหลวงเพื่อหางานทำ ซึ่งครอบครัวพยายามออกติดตามค้นหาแต่ก็ไม่พบ จนกระทั่งตำรวจประกาศให้เป็นบุคคลสูญหายในเวลาต่อมา

อินโดฯ เร่งค้นหาผู้สูญหายเหตุแผ่นดินไหว ยอดดับพุ่งเฉียดร้อย-นทท.ตกค้างนับพัน

ความคืบหน้าเหตุแผ่นดินไหวบนเกาะลอมบอกของอินโดนีเซีย ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 98 ราย สูญหายยังไม่ทราบจำนวน เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายใต้ซากบ้านเรือนที่พังถล่ม ขณะที่นักท่องเที่ยวนับพันคนยังติดค้างอยู่ที่สนามบินลอมบอกของอินโดนีเซีย บรรยากาศที่สนามบินแออัดไปด้วยชาวต่างชาติที่มารอขึ้นเครื่องเพื่อเดินทางออกจากเกาะ หลังเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.9 ในคืนวันอาทิตย์(5ส.ค.61) ซึ่งตามมาด้วยอาฟเตอร์ช็อคกว่าร้อยครั้ง ทำให้โรงแรมที่พัก รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวพังเสียหาย ไม่สามารถเปิดทำการได้ นักท่องเที่ยวหลายคนระบุว่าค่อนข้างผิดหวัง เนื่องจากวางแผนการเดินทางเอาไว้หลายวัน แต่ไม่สามารถไปไหนได้เลย ขณะที่บางคนเพิ่งจะเดินทางมาถึงลอมบอกในวันอาทิตย์ก็มาเจอแผ่นดินไหวพอดี จึงตัดสินใจเปลี่ยนแผนไปเที่ยวที่จังหวัดอื่นของอินโดนีเซียแทน และในระหว่างที่รอตั๋วหรือรอเครื่องบิน ก็ตัดสินใจพักที่สนามบินเพื่อความปลอดภัย ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงเร่งเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายตามซากอาคารที่พังถล่มลงมาด้วยความหวังว่าจะยังมีผู้รอดชีวิต โดยเจ้าหน้าที่ใช้อุปกรณ์ตรวจจับสัญญาณชีพเพื่อค้นหาอย่างละเอียด อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้สูญหายในขณะนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัด ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตได้รับการยืนยันที่ 98 ราย บาดเจ็บราว 200 คน ทางการอินโดนีเซียเปิดเผยว่ามีประชาชนที่อพยพจากเหตุแผ่นดินไหวสองครั้ง รวมกว่า  20,000 คน บ้านเรือนพังเสียหายราว 13,000 หลังคาเรือน รวมทั้งมีการอพยพนักท่องเที่ยวเกือบ 3 พันคนจากหมู่เกาะกิลี ที่อยู่ใกล้กับเกาะลอมบอก หลังมีคำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญว่าอาฟเตอร์ช็อคที่ตามมาอาจมีความรุนแรงถึงระดับ 6

พร้อมลุย!! ทีมอีสปอร์ต Diamond Cobra เข้าพบ ‘บิ๊กตู่’ ก่อนลงแข่ง RoV ในเอเชียนเกมส์

อย่างที่หลายคนคงทราบกันไปก่อนหน้านี้แล้วว่า Asian Electronic Sports Federation หรือ AESF ได้บรรจุให้ 2 เกมส์ชื่อดังอย่าง Arena of Valor หรือ RoV และ Pro Evorution Soccer มีการแข่งขันในหมวดกีฬาอีสปอร์ต (eSport) อย่างเป็นทางการในเอเชียนเกมส์ 2018 ที่ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งจะมีขึ้นภายในเดือนสิงหาคมนี้ และล่าสุดเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม เพจเฟซบุ๊ก Garena RoV Thailand ได้รายงานว่า ทีม Diamond Cobra ตัวแทนประเทศไทย ที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน Asian Games ครั้งที่ 18 Jakarta Palembang 2018 ณ ประเทศอินโดนีเซีย ได้เข้าพบ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อรับโอวาทและฟังคำอวยพร

อินโดฯ เร่งฟื้นฟูความเสียหาย-ช่วยผู้ประสบภัย เหตุ ‘แผ่นดินไหว’ พบดับ 82 ราย

จากกรณีเหตุแผ่นดินไหวบนเกาะลอมบอก ประเทศอินโดนีเซีย สร้างความเสียหายให้กับอาคารสถานที่ต่างๆ รวมถึงบ้านเรือนประชาชนอย่างรุนแรง เนื่องจากจุดศูนย์กลางอยู่ลึกลงไปใต้ผิวดินเพียง 10 กิโลเมตร โดยในวินาทีที่เกิดแรงสั่นสะเทือน หลายคนต้องวิ่งหนีออกมาด้านนอกและรวมอยู่ตามท้องถนน เพราะกลัวตึกจะถล่มลงมาทับนั้น ทางการอินโดนีเซียระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 82 ราย บาดเจ็บอีกหลายร้อยคน นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าเกิดกระแสไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง กระทบบ้านเรือนนับพันหลัง ด้านสนามบินเดนปาซาร์บนเกาะลอมบอก รวมถึงสนามบินบาหลีพบว่ามีอาคารพังเสียหายเล็กน้อย แต่ยังเปิดทำการตามปกติ ความรุนแรงของแผ่นดินไหวยังทำให้โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในบาหลีต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกมารักษาด้านนอก โดยเตรียมตั้งเต็นท์รักษาที่ลานจอดรถและสนามกีฬาเป็นการชั่วคราว หลังพบว่าตัวอาคารมีรอยร้าวจากแรงสั่นสะเทือน ทางการอินโดนีเซียระบุว่าจะเร่งให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัย ที่บ้านเรือนพังเสียหาย ซึ่งในขณะที่เกิดเหตุ ประชาชนบางคนยังอาศัยอยู่ที่ศูนย์ผู้อพยพ เนื่องจากบ้านพังไปตั้งแต่แผ่นดินไหวรอบก่อน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 ก.ค.61 ทั้งนี้ สถานทูตไทย ณ กรุงจาการ์ตาตรวจสอบแล้ว ไม่พบว่ามีคนไทยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้

อินโดฯ เตรียมค้าน ‘บิ๊กตู่’ รับตำแหน่ง ‘ประธานอาเซียน’ เหตุไทยไม่เป็นประชาธิปไตยเต็มใบ

“จาการ์ต้า โพสต์” สื่อดังของอินโดนีเซียรายงานข่าว รัฐบาลอินโดนีเซียในฐานะชาติสมาชิกที่ใหญ่ที่สุดของสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เตรียมเคลื่อนไหวกดดันชาติสมาชิกอื่น ๆ ให้คัดค้านการเข้ารับตำแหน่งประธานอาเซียนของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทยในปีหน้า โดยอ้างเหตุผล ไทยยังไม่กลับคืนสู่การมี “ประชาธิปไตยเต็มใบ”  รายงานของจาการ์ต้า โพสต์ระบุว่า นายกรัฐมนตรีลี เซียน ลุง ของสิงคโปร์ ซึ่งรับหน้าที่ประธานอาเซียนคนปัจจุบัน มีกำหนดต้องส่งมอบตำแหน่งประธานอาเซียนให้กับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทยในเดือนพฤศจิกายน 61 นี้ ก่อนที่พลเอกประยุทธ์จะเริ่มหน้าที่ประธานอาเซียน หรือ “ผู้นำสูงสุดของกลุ่มอาเซียน 10 ประเทศ” อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มกราคม 62 อย่างไรก็ดี ขณะนี้มีรายงานว่า เริ่มเกิดการเคลื่อนไหวต่อต้านการรับตำแหน่งประธานอาเซียนของพลเอกประยุทธ์ โดยมีชาติสมาชิกที่ใหญ่ที่สุดของกลุ่มอาเซียนอย่างอินโดนีเซียเป็นแกนนำ เนื่องจากการที่พลเอกประยุทธ์เป็นผู้นำที่ได้อำนาจมาจากการทำรัฐประหารเมื่อ 4 ปีก่อน และยังไม่มีการคืนประชาธิปไตย รวมถึงการจัดเลือกตั้งในไทย ทำให้อาเซียนอาจถูกเพ่งเล็งและเผชิญกับแรงกดดันจากนานาชาติ หากปล่อยให้พลเอกประยุทธ์รับตำแหน่งประธานอาเซียนตามกำหนด รายงานข่าวระบุว่า แม้ที่ผ่านมา กลุ่มอาเซียนจะถือหลักไม่แทรกแซงกิจการภายในของกันและกัน แต่การปล่อยให้พลเอกประยุทธ์รับตำแหน่งประธานอาเซียนโดยที่ยังไม่มีการจัดการเลือกตั้งในเมืองไทย อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของกลุ่มอาเซียน ที่ในเวลานี้หลายชาติรวมถึง เมียนมาร์ ยังมีความเป็นประชาธิปไตยมากกว่าไทยเสียอีก ล่าสุดมีการยืนยันว่า รัฐบาลอินโดนีเซียเตรียมหยิบยกประเด็นร้อนเรื่องการรับตำแหน่งประธานอาเซียนของพลเอกประยุทธ์เข้าหารือในเวทีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนครั้งที่ […]

เผยภาพนาทีหนีตาย “ภูเขาไฟรินจานี” คนไทยเล่านาทีสุดประทับใจ ใช้สติ ให้กำลังใจเพื่อนร่วมทาง (คลิป)

วันที่ 31 ก.ค. 61 นายวีรวาร์ สุขรินทร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเดินป่า-ปีนเขา โพสต์คลิปวิดีโอผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Wa Sukkharin ขณะเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวบนภูเขาไฟรินจานี เกาะลอมบอก ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 61 โดยเป็นเหตุการณ์ชุลมุนขณะเกิดเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งนายวีรวาร์ได้ตะโกนบอกให้ผู้ร่วมทริปชาวไทยทิ้งของ แล้วรีบหนีไปอยู่ในที่ปลอดภัย พร้อมแนะนำให้หยิบเฉพาะของสำคัญติดตัวไปเท่านั้น เช่น หนังสือเดินทาง โดยโพสต์ดังกล่าวระบุข้อวามด้วยว่า “ถล่มอยู่เหนือแค้มป์พอดี.. เผ่นสิครับรอไรล่ะ อีกครั้งที่ต้องวิ่งหนีแผ่นดินไหวในต่างแดน.. #Thetrek #บันทึกเวลาของการเดินทาง #รินจานี #อินโดนีเซีย“ นอกจากนี้ นายวีรวาร์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวด้วยว่า ขณะนี้ตนเองและเพื่อนร่วมทริปทุกคนปลอดภัยดี โดยจะเดินทางกลับถึงประเทศไทยในวันนี้ เวลาประมาณ 20.40 น.     นอกจากนี้ นายวีรวาร์ยังได้โพสต์ชุดภาพบรรยากาศการเดินทางลงจากภูเขาไฟรินจานี พร้อมระบุข้อความเล่าประสบการณ์ครั้งนี้ว่า “ขณะข้ามภูเขาลูกนี้ไปก็รอดล่ะ..รินจานียับ แต่เรารอด ขอบคุณเพื่อนร่วมทริปทุกๆคนนะครับ ที่กอดคอเดินไปด้วยกัน จูงมือดึงลากไปด้วยกัน ขอบคุณที่มีสติ และกำลังใจให้ตัวเอง และเผื่อเพื่อนข้างๆ ไว้เจอกันอีกที ทริปหน้าครับ.. ปล. โทรศัพท์มีปัญหานิดหน่อยเพิ่งอัฟเดทข่าวคราวได้ ขอแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิตในภัยพิบัติครั้งนี้ด้วยครับ #Thetrek #บันทึกเวลาของการเดินทาง #รินจานี“ ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก Wa Sukkharin    

เผยนาที ‘ไกด์-นักท่องเที่ยว’ หนีตายเหตุแผ่นดินไหวเขย่าเกาะลอมบอก ที่อินโดฯ

สืบเนื่องจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 6.4 ริกเตอร์ บนเกาะลอมบอก ประเทศอินโดนีเซีย จนเป็นเหตุให้มีนักท่องเที่ยวชาวไทยประมาณ 150-200 คน ติดค้างอยู่ที่บริเวณทะเลสาบด้านล่างภูเขาไฟรินจานี เนื่องจากไม่สามารถเดินทางเดินออกมาได้ เพราะพื้นที่สันดอนเกิดการถล่มตลอดเวลา ล่าสุด เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2561 ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ไอริน ธันวาคม โพสต์คลิปวิดีโอหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งเผยให้เห็นเศษหินรอบๆ ภูเขาไฟรินจานีถล่มไล่หลัง ซึ่งไกด์ชาวอินโดนีเซียก็บอกให้ทุกคนวิ่งหนี ในขณะที่ฝุ่นก็ไล่หลังมาเรื่อย ๆ และไหลทับบริเวณจุดตั้งเต็นท์ ซึ่งเจ้าของเฟซบุ๊กเองก็พยายามเช็กคน และดูว่าทุกคนที่มาด้วยกันนั้นอยู่ครบหรือไม่ นอกจากนี้นี้ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (28 ก.ค. 2561) เพจเฟซบุ๊กชื่อ Red Climática Mundial ยังได้โพสต์คลิปวิดีโอขณะเกิดการถล่มของกองหินและชั้นดินลงมาอย่างต่อเนื่อง

keyboard_arrow_up