แผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 5.9 เกาะลอมบอก อินโดฯ ตึกหลายหลังพังถล่ม

วันที่ 9 ส.ค.61 สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.9 บริเวณชายฝั่งทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะลอมบอกในอินโดนีเซีย จุดศูนย์กลางของแผ่นดินอยู่ลึกลงไปใต้ดินราว 10 กิโลเมตร แรงสั่นสะเทือนส่งผลให้อาคารหลายแห่งสั่นไหวและพังถล่ม ขณะที่ประชาชนต่างรีบวิ่งหนีออกจากบ้านเรือน เบื้องต้น ไม่มีการประกาศเตือนสึนามิ และยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ เหตุแผ่นดินไหวครั้งล่าสุดบนเกาะลอมบอกเกิดขึ้นเพียงไม่วัน หลังเกาะดังกล่าวเพิ่งประสบกับเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.9 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 160 คน บาดเจ็บอีกราว 1,400 คน ขณะที่ประชาชนมากกว่า 156,000 คนต้องไร้ที่อยู่อาศัย ด้านเจ้าหน้าที่กำลังเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตที่ติดอยู่ใต้ซากอาคารอย่างต่อเนื่อง โดยสำนักงานจัดภัยพิบัติของอินโดนีเซียคาดว่ายอดผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มสูงถึง 340 คน เนื่องจาก ยังไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยได้ทั้งหมดเพราะถนนหลายสายถูกตัดขาด และยังคงเกิดอาฟเตอร์ช็อกในช่วงหลายวันที่ผ่านมามากกว่า 340 ครั้ง โดยในเวลานี้ เจ้าหน้าที่กำลังประสบปัญหาขาดแคลนอาหาร น้ำดื่ม และเวชภัณฑ์ และยังมีเหล่าผู้ประสบภัยราว 20,000 คนที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ ส่วนพื้นที่ทางตอนเหนือของเกาะลอมบอกซึ่งเป็นบริเวณที่ได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงที่สุด ไม่มีไฟฟ้าใช้ นับตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหว ขณะที่อาคารบ้านเรือนในพื้นที่ทางตะวันออกและตอนเหนือของเกาะลอมบอกพังเสียหายราว 75 เปอร์เซ็นต์ ขอบคุณภาพจาก Reuters  

รวบหมอผีอินโดฯ วัย 83 หลอกเด็กสาวขังในถ้ำ-ข่มขืนนาน 15 ปี

ที่เมืองสุลาเวสี เมืองอินโดนีเซีย ตำรวจได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีหญิงสาวรายหนึ่งถูกขังไว้ในถ้ำในเขตป่านอกหมู่บ้าน จึงรุดไปช่วยเหลือ และพบว่าหญิงสาวรายนี้เคยถูกแจ้งความว่าหายตัวไปเมื่อ 15 ปีก่อน ซึ่งในขณะนั้น เธอมีอายุ 13 ปี จากการสอบปากคำ หญิงสาวให้การว่าตนเองถูกหมอผีในหมู่บ้านนำตัวมาขังไว้ โดยหมอผีอ้างว่ามีวิญญาณของชายหนุ่มสิงร่าง และวิญญาณนั้นเป็นคนรักเก่าของเธอ จึงพาตัวเธอมาซ่อนไว้ในถ้ำ โดยขู่ว่าไม่ให้ออกไปด้านนอก และไม่ให้เจอคน โดยตลอด 15 ปีที่ผ่านมา หมอผีจะเข้ามารับตัวเธอออกไปที่บ้านในเวลากลางคืน เพื่อล่วงละเมิดทางเพศ หลังจากนั้น จะพากลับมาส่งที่ถ้ำ และขู่ว่าดวงวิญญาณจะเฝ้าจับตาดูเธอตลอดเวลา ทำให้หญิงรายนี้หวาดกลัว และไม่กล้าหลบหนี ภายหลัง ตำรวจสามารถติดตามจับกุมหมอผีวัย 83 ปี ที่ก่อเหตุได้ และตั้งข้อหาล่วงละเมิดทางเพศและพรากผู้เยาว์ พร้อมกับเปิดเผยข้อมูลว่า เมื่อ 15 ปีก่อน ครอบครัวของเหยื่อเคยพาเธอมาหาหมอผี เพื่อรักษาอาการเจ็บป่วย แต่เด็กได้หายตัวไป หมอผีอ้างว่าเด็กหนีเข้าเมืองหลวงเพื่อหางานทำ ซึ่งครอบครัวพยายามออกติดตามค้นหาแต่ก็ไม่พบ จนกระทั่งตำรวจประกาศให้เป็นบุคคลสูญหายในเวลาต่อมา

อินโดฯ เร่งค้นหาผู้สูญหายเหตุแผ่นดินไหว ยอดดับพุ่งเฉียดร้อย-นทท.ตกค้างนับพัน

ความคืบหน้าเหตุแผ่นดินไหวบนเกาะลอมบอกของอินโดนีเซีย ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 98 ราย สูญหายยังไม่ทราบจำนวน เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายใต้ซากบ้านเรือนที่พังถล่ม ขณะที่นักท่องเที่ยวนับพันคนยังติดค้างอยู่ที่สนามบินลอมบอกของอินโดนีเซีย บรรยากาศที่สนามบินแออัดไปด้วยชาวต่างชาติที่มารอขึ้นเครื่องเพื่อเดินทางออกจากเกาะ หลังเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.9 ในคืนวันอาทิตย์(5ส.ค.61) ซึ่งตามมาด้วยอาฟเตอร์ช็อคกว่าร้อยครั้ง ทำให้โรงแรมที่พัก รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวพังเสียหาย ไม่สามารถเปิดทำการได้ นักท่องเที่ยวหลายคนระบุว่าค่อนข้างผิดหวัง เนื่องจากวางแผนการเดินทางเอาไว้หลายวัน แต่ไม่สามารถไปไหนได้เลย ขณะที่บางคนเพิ่งจะเดินทางมาถึงลอมบอกในวันอาทิตย์ก็มาเจอแผ่นดินไหวพอดี จึงตัดสินใจเปลี่ยนแผนไปเที่ยวที่จังหวัดอื่นของอินโดนีเซียแทน และในระหว่างที่รอตั๋วหรือรอเครื่องบิน ก็ตัดสินใจพักที่สนามบินเพื่อความปลอดภัย ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงเร่งเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายตามซากอาคารที่พังถล่มลงมาด้วยความหวังว่าจะยังมีผู้รอดชีวิต โดยเจ้าหน้าที่ใช้อุปกรณ์ตรวจจับสัญญาณชีพเพื่อค้นหาอย่างละเอียด อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้สูญหายในขณะนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัด ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตได้รับการยืนยันที่ 98 ราย บาดเจ็บราว 200 คน ทางการอินโดนีเซียเปิดเผยว่ามีประชาชนที่อพยพจากเหตุแผ่นดินไหวสองครั้ง รวมกว่า  20,000 คน บ้านเรือนพังเสียหายราว 13,000 หลังคาเรือน รวมทั้งมีการอพยพนักท่องเที่ยวเกือบ 3 พันคนจากหมู่เกาะกิลี ที่อยู่ใกล้กับเกาะลอมบอก หลังมีคำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญว่าอาฟเตอร์ช็อคที่ตามมาอาจมีความรุนแรงถึงระดับ 6

พร้อมลุย!! ทีมอีสปอร์ต Diamond Cobra เข้าพบ ‘บิ๊กตู่’ ก่อนลงแข่ง RoV ในเอเชียนเกมส์

อย่างที่หลายคนคงทราบกันไปก่อนหน้านี้แล้วว่า Asian Electronic Sports Federation หรือ AESF ได้บรรจุให้ 2 เกมส์ชื่อดังอย่าง Arena of Valor หรือ RoV และ Pro Evorution Soccer มีการแข่งขันในหมวดกีฬาอีสปอร์ต (eSport) อย่างเป็นทางการในเอเชียนเกมส์ 2018 ที่ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งจะมีขึ้นภายในเดือนสิงหาคมนี้ และล่าสุดเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม เพจเฟซบุ๊ก Garena RoV Thailand ได้รายงานว่า ทีม Diamond Cobra ตัวแทนประเทศไทย ที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน Asian Games ครั้งที่ 18 Jakarta Palembang 2018 ณ ประเทศอินโดนีเซีย ได้เข้าพบ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อรับโอวาทและฟังคำอวยพร

อินโดฯ เร่งฟื้นฟูความเสียหาย-ช่วยผู้ประสบภัย เหตุ ‘แผ่นดินไหว’ พบดับ 82 ราย

จากกรณีเหตุแผ่นดินไหวบนเกาะลอมบอก ประเทศอินโดนีเซีย สร้างความเสียหายให้กับอาคารสถานที่ต่างๆ รวมถึงบ้านเรือนประชาชนอย่างรุนแรง เนื่องจากจุดศูนย์กลางอยู่ลึกลงไปใต้ผิวดินเพียง 10 กิโลเมตร โดยในวินาทีที่เกิดแรงสั่นสะเทือน หลายคนต้องวิ่งหนีออกมาด้านนอกและรวมอยู่ตามท้องถนน เพราะกลัวตึกจะถล่มลงมาทับนั้น ทางการอินโดนีเซียระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 82 ราย บาดเจ็บอีกหลายร้อยคน นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าเกิดกระแสไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง กระทบบ้านเรือนนับพันหลัง ด้านสนามบินเดนปาซาร์บนเกาะลอมบอก รวมถึงสนามบินบาหลีพบว่ามีอาคารพังเสียหายเล็กน้อย แต่ยังเปิดทำการตามปกติ ความรุนแรงของแผ่นดินไหวยังทำให้โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในบาหลีต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกมารักษาด้านนอก โดยเตรียมตั้งเต็นท์รักษาที่ลานจอดรถและสนามกีฬาเป็นการชั่วคราว หลังพบว่าตัวอาคารมีรอยร้าวจากแรงสั่นสะเทือน ทางการอินโดนีเซียระบุว่าจะเร่งให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัย ที่บ้านเรือนพังเสียหาย ซึ่งในขณะที่เกิดเหตุ ประชาชนบางคนยังอาศัยอยู่ที่ศูนย์ผู้อพยพ เนื่องจากบ้านพังไปตั้งแต่แผ่นดินไหวรอบก่อน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 ก.ค.61 ทั้งนี้ สถานทูตไทย ณ กรุงจาการ์ตาตรวจสอบแล้ว ไม่พบว่ามีคนไทยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้

อินโดฯ เตรียมค้าน ‘บิ๊กตู่’ รับตำแหน่ง ‘ประธานอาเซียน’ เหตุไทยไม่เป็นประชาธิปไตยเต็มใบ

“จาการ์ต้า โพสต์” สื่อดังของอินโดนีเซียรายงานข่าว รัฐบาลอินโดนีเซียในฐานะชาติสมาชิกที่ใหญ่ที่สุดของสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เตรียมเคลื่อนไหวกดดันชาติสมาชิกอื่น ๆ ให้คัดค้านการเข้ารับตำแหน่งประธานอาเซียนของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทยในปีหน้า โดยอ้างเหตุผล ไทยยังไม่กลับคืนสู่การมี “ประชาธิปไตยเต็มใบ”  รายงานของจาการ์ต้า โพสต์ระบุว่า นายกรัฐมนตรีลี เซียน ลุง ของสิงคโปร์ ซึ่งรับหน้าที่ประธานอาเซียนคนปัจจุบัน มีกำหนดต้องส่งมอบตำแหน่งประธานอาเซียนให้กับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทยในเดือนพฤศจิกายน 61 นี้ ก่อนที่พลเอกประยุทธ์จะเริ่มหน้าที่ประธานอาเซียน หรือ “ผู้นำสูงสุดของกลุ่มอาเซียน 10 ประเทศ” อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มกราคม 62 อย่างไรก็ดี ขณะนี้มีรายงานว่า เริ่มเกิดการเคลื่อนไหวต่อต้านการรับตำแหน่งประธานอาเซียนของพลเอกประยุทธ์ โดยมีชาติสมาชิกที่ใหญ่ที่สุดของกลุ่มอาเซียนอย่างอินโดนีเซียเป็นแกนนำ เนื่องจากการที่พลเอกประยุทธ์เป็นผู้นำที่ได้อำนาจมาจากการทำรัฐประหารเมื่อ 4 ปีก่อน และยังไม่มีการคืนประชาธิปไตย รวมถึงการจัดเลือกตั้งในไทย ทำให้อาเซียนอาจถูกเพ่งเล็งและเผชิญกับแรงกดดันจากนานาชาติ หากปล่อยให้พลเอกประยุทธ์รับตำแหน่งประธานอาเซียนตามกำหนด รายงานข่าวระบุว่า แม้ที่ผ่านมา กลุ่มอาเซียนจะถือหลักไม่แทรกแซงกิจการภายในของกันและกัน แต่การปล่อยให้พลเอกประยุทธ์รับตำแหน่งประธานอาเซียนโดยที่ยังไม่มีการจัดการเลือกตั้งในเมืองไทย อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของกลุ่มอาเซียน ที่ในเวลานี้หลายชาติรวมถึง เมียนมาร์ ยังมีความเป็นประชาธิปไตยมากกว่าไทยเสียอีก ล่าสุดมีการยืนยันว่า รัฐบาลอินโดนีเซียเตรียมหยิบยกประเด็นร้อนเรื่องการรับตำแหน่งประธานอาเซียนของพลเอกประยุทธ์เข้าหารือในเวทีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนครั้งที่ […]

เผยภาพนาทีหนีตาย “ภูเขาไฟรินจานี” คนไทยเล่านาทีสุดประทับใจ ใช้สติ ให้กำลังใจเพื่อนร่วมทาง (คลิป)

วันที่ 31 ก.ค. 61 นายวีรวาร์ สุขรินทร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเดินป่า-ปีนเขา โพสต์คลิปวิดีโอผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Wa Sukkharin ขณะเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวบนภูเขาไฟรินจานี เกาะลอมบอก ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 61 โดยเป็นเหตุการณ์ชุลมุนขณะเกิดเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งนายวีรวาร์ได้ตะโกนบอกให้ผู้ร่วมทริปชาวไทยทิ้งของ แล้วรีบหนีไปอยู่ในที่ปลอดภัย พร้อมแนะนำให้หยิบเฉพาะของสำคัญติดตัวไปเท่านั้น เช่น หนังสือเดินทาง โดยโพสต์ดังกล่าวระบุข้อวามด้วยว่า “ถล่มอยู่เหนือแค้มป์พอดี.. เผ่นสิครับรอไรล่ะ อีกครั้งที่ต้องวิ่งหนีแผ่นดินไหวในต่างแดน.. #Thetrek #บันทึกเวลาของการเดินทาง #รินจานี #อินโดนีเซีย“ นอกจากนี้ นายวีรวาร์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวด้วยว่า ขณะนี้ตนเองและเพื่อนร่วมทริปทุกคนปลอดภัยดี โดยจะเดินทางกลับถึงประเทศไทยในวันนี้ เวลาประมาณ 20.40 น.     นอกจากนี้ นายวีรวาร์ยังได้โพสต์ชุดภาพบรรยากาศการเดินทางลงจากภูเขาไฟรินจานี พร้อมระบุข้อความเล่าประสบการณ์ครั้งนี้ว่า “ขณะข้ามภูเขาลูกนี้ไปก็รอดล่ะ..รินจานียับ แต่เรารอด ขอบคุณเพื่อนร่วมทริปทุกๆคนนะครับ ที่กอดคอเดินไปด้วยกัน จูงมือดึงลากไปด้วยกัน ขอบคุณที่มีสติ และกำลังใจให้ตัวเอง และเผื่อเพื่อนข้างๆ ไว้เจอกันอีกที ทริปหน้าครับ.. ปล. โทรศัพท์มีปัญหานิดหน่อยเพิ่งอัฟเดทข่าวคราวได้ ขอแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิตในภัยพิบัติครั้งนี้ด้วยครับ #Thetrek #บันทึกเวลาของการเดินทาง #รินจานี“ ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก Wa Sukkharin    

เผยนาที ‘ไกด์-นักท่องเที่ยว’ หนีตายเหตุแผ่นดินไหวเขย่าเกาะลอมบอก ที่อินโดฯ

สืบเนื่องจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 6.4 ริกเตอร์ บนเกาะลอมบอก ประเทศอินโดนีเซีย จนเป็นเหตุให้มีนักท่องเที่ยวชาวไทยประมาณ 150-200 คน ติดค้างอยู่ที่บริเวณทะเลสาบด้านล่างภูเขาไฟรินจานี เนื่องจากไม่สามารถเดินทางเดินออกมาได้ เพราะพื้นที่สันดอนเกิดการถล่มตลอดเวลา ล่าสุด เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2561 ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ไอริน ธันวาคม โพสต์คลิปวิดีโอหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งเผยให้เห็นเศษหินรอบๆ ภูเขาไฟรินจานีถล่มไล่หลัง ซึ่งไกด์ชาวอินโดนีเซียก็บอกให้ทุกคนวิ่งหนี ในขณะที่ฝุ่นก็ไล่หลังมาเรื่อย ๆ และไหลทับบริเวณจุดตั้งเต็นท์ ซึ่งเจ้าของเฟซบุ๊กเองก็พยายามเช็กคน และดูว่าทุกคนที่มาด้วยกันนั้นอยู่ครบหรือไม่ นอกจากนี้นี้ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (28 ก.ค. 2561) เพจเฟซบุ๊กชื่อ Red Climática Mundial ยังได้โพสต์คลิปวิดีโอขณะเกิดการถล่มของกองหินและชั้นดินลงมาอย่างต่อเนื่อง

หดหายไปทุกปี! เมื่อผืนป่าของบอร์เนียวกับเผชิญวิกฤตจากธุรกิจปาล์มน้ำมัน

แม้จะมีความพยายามในการสร้างความบาลานซ์ระหว่างความเจริญก้าวหน้าและการรักษาสภาพแวดล้อม แต่ดูเหมือนแนวทางทั้งสองจะยังคงเป็นเส้นขนานที่ไม่มีทางลากมาเจอกันได้ แถมมักลงเอยด้วยหายนะของผู้แพ้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสมอ ซึ่งส่วนใหญ่ธรรมชาติก็มักจะอยู่ในฝั่งที่ต้องยอมก้มหัวให้กับอำนาจทุนนิยมของมนุษย์ และตัวอย่างความพ่ายแพ้ที่ชัดเจนที่สุดคงจะหนีไม่พ้นผืนป่าบนเกาะบอร์เนียว ที่กำลังเผชิญกับการทำลายล้างอย่างหนักจาก ธุรกิจปาล์มน้ำมัน แม้จะได้ชื่อว่าเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากเกาะกรีนแลนด์ และเกาะนิวกินี ทั้งยังอุดมไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพที่พืชและสัตว์บางสายพันธุ์ไม่อาจพบได้ที่มุมอื่นใดในโลก แต่เนื่องจากปริมาณทรัพยากรน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่จัดมามีอยู่มากสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้บอร์เนียวเป็นที่หมายตาของนักลุงทุนจากทั่วโลก ที่หวังหาประโยชน์จากดินแดนนี้ให้ได้มากที่สุด และเมื่อทรัพยากรด้านพลังงานถูกครอบครองจากบางกลุ่มทุนอย่างชัดเจนแล้ว นักแสวงโชคทุนหนารายอื่นๆ ก็ต้องมาหาช่องทางใหม่ในการหารายได้ ซึ่งนั่นก็คือธุรกิจปาล์มน้ำมัน ปฎิเสธไม่ได้ว่าปาล์มนน้ำมันนั้นมีความจำเป็นต่อชีวิตประจำวันของเราอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่มักสอดแทรกอยู่ในหลายๆ กระบวนการผลิตที่เราไม่รู้ตัว ตั้งแต่ ขนมขบเคี้ยว บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป นมข้นหวาน ครีมและเนยเทียม ไปจนถึงเป็นวัตถุดิบในการผลิตสบู่ ผงซักฟอก เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ต่างๆ รวมทั้งอาหารสัตว์ด้วย นอกจากนี้ ปาล์มนน้ำมันยังจัดเป็นพลังงานทดแทนที่มีความสำคัญต่อการเพิ่มความมั่นคงทางด้านพลังงานอย่างมาก แม้มันจะแลกมากด้วยการถางพื้นที่สีเขียวจำนวนมาก เพื่อให้ได้ปริมาณการผลิตน้ำมันที่มากพอจะหมุนเวียนในธุรกิจนี้ได้ แต่ก็มีงานวิจัยหลายชิ้นที่ระบุว่า การปลูกปาล์มน้ำมันสามารถช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นตัวการของภาวะโลกร้อนได้ แต่ขณะเดียวกันก็มีข้อโต้แจ้งจากฝ่ายนักอนุรักษ์ทั่วโลก ที่ไม่เห็นความจำเป็นในการทำลายป่าไม้ธรรมชาติ เพื่อทำสวนปาล์มขึ้นมาแทนพื้นที่สีเขียวเดิม โดยอ้างเหตุผลในเรื่องการลดปัญหาโลกร้อน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันธุรกิจปาล์มน้ำมันยังคงเฟื่องฟูในบอร์เนียว และกลายเป็นการเปิดช่องให้เกิดการทำลายป่า เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตปาล์มน้ำมันให้ทันต่อความต้องการในตลาดโลก ซึ่งผลลัพท์นั้นถูกสะท้อนผ่านภาพเปรียบเทียบการหายไปของพื้นที่ป่าธรรมชาติในบอร์เนียว โดยทาง โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ได้คาดการณ์แนวโน้มการหดหายอย่างต่อเนื่องทุกปี และหากอัตราการทำลายป่าเพื่อปลูกปาล์มน้ำมันยังคงขยายตัวในอัตราเดิมต่อไป ในปี 2020 […]

มีแต่สิ่งมหัศจรรย์! หลงเสน่ห์แดนอิเหนา กับ ‘9 สถานที่ท่องเที่ยวไม่ควร…พลาด!’

การบินไทย แนะ “9 สถานที่ท่องเที่ยวไม่ควร…พลาด!” แพคกระเป๋าแล้วออกเดินทางไป “อินโดนีเซีย” แดนอิเหนา หรือประเทศอินโดนีเซีย ถือเป็นประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงที่โดดเด่นด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรม มีธรรมชาติอันงดงาม และมีประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์กับบ้านเรามายาวนาน และยังเป็นประเทศแลนด์มาร์คยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างเดินทางมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกาะบาหลี นอกจากเกาะบาหลีแล้ว ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมาย ทั้งความอลังการแห่งสถาปัตยกรรม ความมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติ ด้วยทัศนียภาพที่งดงามของชายหาดสีขาว ทิวเขา อาหารเลิศรส รอยยิ้มอันอบอุ่น และสินค้าแฟชั่นคุณภาพ ที่ใครไปแล้วมักพบว่า ยังมีอีกหลายแห่งที่ต้องเที่ยว และต้องย้อนกลับไปเยือนเหมือนต้องมนต์ขลังของ “แดนอิเหนา” ล่าสุด “การบินไทย” ขอแนะนำ “9 สถานที่ท่องเที่ยวไม่ควรพลาด” ที่หากไปอินโดนีเซียแล้วไม่ควร…พลาด 1. เกาะบาหลี (Bali) อัญมณีแห่งมหาสมุทรอินเดีย “เกาะบาหลี” เกาะที่ได้รับความนิยมสูงสุดแห่งหนึ่งของโลก และได้รับรางวัลในด้านการท่องเที่ยวมาโดยตลอด ด้วยความสวยงามของภูมิประเทศที่หลากหลาย ทั้งชายฝั่งทะเล ชายหาดในเขตร้อนชื้น นาข้าวที่เขียวชะอุ่มลาดไปตามทางเป็นขั้น และภูเขาไฟตามไหล่เขา แถมยังเป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำหลายสาย และแหล่งความเชื่อที่ยังคงเป็นสถานที่ที่ศักดิ์สิทธิ์ และสวยงามที่สุดอีกแห่งหนึ่งของบาหลี นั่นคือ วัดเบซากีห์ รวมถึงถนนที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ด้วยสถาปัตยกรรมแบบกลุงกุง ที่มีความงดงามมากแบบหนึ่ง นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจ ที่พลาดไม่ได้กับสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วทุกมุมโลกให้แวะมาเยือนที่บาหลีมากที่สุด คือ ชายหาดสำคัญอย่าง […]

ชาวอินโดฯ สวดไว้อาลัยเหยื่อระเบิดโจมตีโบสถ์คริสต์-ยกระดับความปลอดภัยทั่วประเทศ

ชาวมุสลิมในอินโดนีเซียได้มารวมตัวกันที่มัสยิดอิสติกลัลในกรุงจาการ์ตาในช่วงก่อนเริ่มการถือศีลอดเพื่อสวดมนต์ไว้อาลัยให้กับเหยื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุก่อการร้ายที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงนี้ ทั้งเหตุระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีโบสถ์คริสต์ 3 แห่งในเมืองสุราบายา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 13 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 40 คน และเหตุกลุ่มคนร้าย 4 คนใช้ดาบซามูไรไล่แทงตำรวจในเมืองเปกันบารู ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ จนทำให้มีตำรวจเสียชีวิต 1 นาย และมีตำรวจบาดเจ็บอีก 2 นาย ซึ่งกลุ่มไอเอสได้ออกมาอ้างว่าอยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีทั้งสองแห่ง ในเวลานี้ตำรวจอินโดนีเซียสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยเหตุระเบิดโจมตีโบสถ์คริสต์ได้แล้ว 13 ราย แต่ยังไม่พบความเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มผู้ต้องสงสัยกับกลุ่มไอเอส โดยเหตุระเบิดโจมตีโบสถ์คริสต์ดังกล่าวเป็นฝีมือของครอบครัวชาวอินโดนีเซีย ที่พ่อแม่และลูก ๆ อีก 4 คน ซึ่งมีอายุระหว่าง 9 ถึง 18 ปีร่วมกันขับรถจักรยานยนต์ และแยกย้ายกันไปก่อเหตุตามโบสถ์คริสต์ต่างๆ ขณะที่ทางการอินโดนีเซียได้ยกระดับรักษาความปลอดภัยตามสนามบิน และตามพื้นที่สำคัญต่าง ๆ ทั่วประเทศเพื่อป้องกันเหตุโจมตี หลังเกิดเหตุก่อการร้ายต่อเนื่องในช่วงหลายวันที่ผ่านมา

ครอบครัวอินโดฯ อยู่เบื้องหลังระเบิดโจมตีสนง.ตำรวจ เผยคำสั่งกลุ่มไอเอส

ตำรวจอินโดนีเซียเปิดเผยว่าเหตุระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีสำนักงานตำรวจเมืองสุราบายา ที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าวันนี้ (14 พ.ค. 61) เป็นฝีมือของครอบครัวชาวอินโดนีเซียที่มีสมาชิก 5 คน โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุขับรถจักรยานยนต์ 2 คันเข้ามาในบริเวณด่านตรวจของสำนักงานตำรวจจากนั้นก็ได้จุดชนวนระเบิด ซึ่งกลุ่มผู้ก่อเหตุได้นำเด็กหญิงวัย 8 ขวบนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มาด้วย โดยเด็กหญิงคนดังกล่าวได้รับบาดเจ็บและเป็นเพียงคนเดียวที่รอดชีวิตจากเหตุโจมตี เหตุระเบิดนี้ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 10 คน ในจำนวนนี้เป็นตำรวจ 4 นาย และเป็นพลเรือน 6 คน ตำรวจอินโดนีเซียยังเปิดเผยด้วยว่าครอบครัวที่ก่อเหตุนี้ได้รับคำสั่งมาจากกลุ่มไอเอสในอิรักและซีเรียให้ก่อเหตุล้างแค้นให้กับสมาชิกกลุ่มติดอาวุธในอินโดนีเซียที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มไอเอสที่ถูกจับกุม โดยรูปแบบการก่อเหตุนี้ก็คล้ายกับเหตุระเบิดโจมตีโบสถ์คริสต์ 3 แห่งในเมืองสุราบายา ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 17 ราย บาดเจ็บอีก 44 คน ซึ่งเหตุโจมตีดังกล่าวเป็นฝีมือของครอบครัวชาวอินโดนีเซีย 6 คน ที่ทั้งพ่อแม่และลูก ๆ อีก 4 คนลงมือจุดชนวนระเบิดฆ่าตัวตาย และจากการสอบสวนก็พบว่าครอบครัวนี้เคยเดินทางไปซีเรียด้วย ขณะที่ทางการอินโดนีเซียได้เพิ่มการรักษาความปลอดภัย โดยได้มีการเพิ่มกำลังตำรวจและทหารดูความปลอดภัยทั่วประเทศ หลังเกิดเหตุระเบิดโจมตีต่อเนื่องในช่วงนี้

อินโดฯ ยังไม่สงบ! เกิดระเบิดซ้ำโจมตีสนง.ตำรวจ-สถานทูตเตือนคนไทยระวัง

เกิดเหตุระเบิดโจมตีสำนักงานตำรวจในเมืองสุราบายาของอินโดนีเซียในวันนี้(14 พ.ค. 61) หลังก่อนหน้านี้เพิ่งเกิดเหตุระเบิดโจมตีโบสถ์คริสต์ 3 แห่งไปเมื่อวันที่ 13 พ.ค. 61 ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 17 ราย ขณะที่สถานทูตไทยในอินโดนีเซียได้ออกประกาศเตือนคนไทยในพื้นที่เมืองสุราบายาให้เพิ่มความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงพื้นที่ดังกล่าว เหตุระเบิดโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นที่สำนักงานตำรวจในเมืองสุราบายา เมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของอินโดนีเซียเมื่อช่วงเช้า ผู้ก่อเหตุมี 2 คน คนหนึ่งเป็นผู้ชายทำหน้าที่เป็นคนขับรถจักรยานยนต์ ส่วนอีกคนเป็นผู้หญิงนั่งซ้อนท้ายมาด้วย โดยได้ขับรถจักรยานยนต์เข้ามาในบริเวณสำนักงานตำรวจ จากนั้นก็จุดชนวนระเบิดฆ่าตัวตายตรงด่านตรวจ เบื้องต้นมีรายงานว่าเหตุระเบิดนี้ทำให้มีตำรวจเสียชีวิต 7 นาย เหตุระเบิดดังกล่าวเกิดขึ้นเพียง 1 วันหลังจากที่เพิ่งเกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีโบสถ์คริสต์ 3 แห่งในเมืองสุราบายาเมื่อช่วงเช้าของวานนี้(13 พ.ค. 61) เหตุระเบิดทำให้มีผู้เสียชีวิต 17 ราย บาดเจ็บอีก 44 คน ขณะที่ผลการสอบสวนเหตุระเบิดในเวลานี้ทราบว่าครอบครัวชาวอินโดนีเซีย ที่มีสมาชิก 6 คนเป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าว โดยผู้ที่ก่อเหตุเป็นพ่อแม่และลูก ๆ อีก 4 คน ด้านตำรวจเปิดเผยว่าครอบครัวนี้เพิ่งเดินทางกลับมาจากพื้นที่ซึ่งเกิดการสู้รบในซีเรีย แต่ไม่ได้ระบุว่าครอบครัวนี้เดินทางเข้าไปในซีเรียเพื่อเหตุใด ด้านสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซียได้โพสข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก เตือนคนไทยในพื้นที่เมืองสุราบายาเพิ่มความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงพื้นที่เมือดังกล่าว หลังเกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีโบสถ์คริสต์ 3 แห่งในเมืองสุราบายาเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา […]

เหล้าเถื่อนทำพิษ! ชาวบ้านในอินโดฯ ตายเกลื่อนมากกว่า 50 ศพ

พบชาวบ้านในอินโดนีเซียเสียชีวิตมากกว่า 50 ราย ภายในระยะเวลาเพียงสัปดาห์เดียว จากผลพวงของการดื่มเหล้าเถื่อนที่ชาวบ้านต้มกันเองและนำมาวางขายตามร้านค้าในท้องถิ่น รายงานข่าวระบุว่า เฉพาะที่เมืองบันดุงเพียงแห่งเดียว พบชาวบ้านเสียชีวิตแล้วถึง 41 รายตลอดระยะเวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอินโดนีเซียสามารถจับกุมผู้เกี่ยวข้องกับการผลิตและจำหน่ายสุราเถื่อนได้แล้วอย่างน้อย 12 คนในกรุงจาการ์ตา เมืองหลวงของประเทศ ผลการตรวจสอบตัวอย่างสุราเถื่อนที่ตรวจยึดมาได้ เจ้าหน้าที่พบว่า มีสารพิษจำพวกเมทานอลแอลกอฮอล์ที่เป็นพิษต่อร่างกาย และยังพบยาฆ่าแมลง ผสมอยู่ด้วย แม้การพบผู้เสียชีวิตจากการบริโภคสุราเถื่อนจะเกิดขึ้นบ่อยในอินโดนีเซีย แต่สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ปี 2018 นี้ถือเป็นปีที่มีผู้เสียชีวิตเพราะสุราเถื่อนสูงที่สุดในรอบหลายปี ทุบสถิติเดิมของเมื่อปี 2016 ที่มีผู้เสียชีวิตในปีนั้น 36 ราย

โซเชียลอินโดฯ จวกยับ! หนุ่มโยนบุหรี่ให้ ‘อุรังอุตัง’ สูบ พร้อมติงจนท.สวนสัตว์ไม่ดูแล

เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ประเทศอินโดนีเซียมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง หลังปรากฏคลิปนักท่องเที่ยวไปเที่ยวที่สวนสัตว์และโยนบุหรี่เข้าไปในกรงลิงอุรังอุตัง ทันใดนั้น เจ้าโอโซน ลิงอุรังอุตังวัย 22 ปี ก็เดินมาหยิบก้นบุหรี่ที่ถูกโยนเข้าไป แล้วก็คลานไปนั่ง ก่อนจะหยิบก้นบุหรี่เข้าปาก และหนีบออกมาพ่นควัน ทำท่าทางเหมือนคนกำลังสูบบุหรี่ไม่ผิดเพี้ยน หลังคลิปที่ถูกแชร์ออกไป ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากชาวเน็ตว่านักท่องเที่ยวกระทำไม่เหมาะสม ขณะที่สวนสัตว์เองก็ไม่มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างทั่วถึง เพราะจากวิดีโอ เจ้าโอโซนสูบบุหรี่อยู่เป็นเวลานานหลายนาที ซึ่งภายหลังสวนสัตว์บันดุงออกมาชี้แจงว่าได้ติดป้ายเตือนนักท่องเที่ยวแล้วไม่ให้โยนสิ่งของหรืออาหารเข้าไปในกรงสัตว์ แต่ยอมรับว่าไม่ได้มีเจ้าหน้าที่เพียงพอที่จะประจำอยู่ทุกจุด

อนาถใจ! เผยภาพ ‘กระเบนแมนตา’ แหวกว่ายท่ามกลางกองขยะที่อินโดนีเซีย

แม้จะได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีจุดดำน้ำสวยงามติดอันดับโลก แต่อินโดนีเซียเองก็ต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องขยะ ที่ลอยเข้ามาจากมหาสมุทรเปิดเช่นเดียวกับหลายประเทศทั่วโลก ที่ไม่เพียงจะสร้างผลกระทบต่อธุรกิจการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อระบบนิเวศทางทะเลอีกด้วย อย่างเช่นในคลิปวิดีโอจากเพจเฟซบุ๊ก ที่ถ่ายภาพปลากระเบนแมนตาซึ่งกำลังแวกว่ายอยู่ท่ามกลางกองขยะบริเวณนอกชายฝั่งของเกาะนูซาเปอนีดา ซึ่งเป็นเกาะที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย และเป็นภาพที่สร้างความสะเทือนใจให้กับนักดำน้ำอย่างมาก ไม่เพียงจะเป็นภาพที่ไม่น่าชมแล้ว เศษขยะพลาสติกเหล่านี้มักถูกสะสมเข้าสู่ร่างกายของสัตว์ทะเลจำนวนมาก ทั้งที่หลงกินเข้าไป ซึมผ่านผิวหนัง และบ้างก็ผ่านเข้าไปทางระบบทางเดินหายใจแล้ว ซึ่งเท่ากับเป็นการสะสมสารพิษในตัวสัตว์ ทำให้มันค่อยๆ ตายอย่างช้าๆ และหากถูกจับมาทำอาหาร…เศษพลาสติกกับสารพิษต่างๆ ก็จะถูกส่งต่อไปยังมนุษย์อีกต่อหนึ่งด้วย

เผยหลักฐานใหม่!! หญิงมือฆ่า ‘พี่ชายคิมจอง-อึน’ อ้างมีใบสั่งทางการเมืองอยู่เบื้องหลัง

พบหลักฐานใหม่ที่ระบุว่า “สิตี ไอสยาห์” สตรีชาวอินโดนีเซีย ที่ถูกกล่าวหาว่า วางยาพิษสังหาร “คิม จอง-นัม” พี่ชายต่างมารดาของ “คิม จอง-อึน” ผู้นำเกาหลีเหนือ ที่สนามบินกัวลาลัมเปอร์ ของมาเลเซียเมื่อ 13 ก.พ. 2017 ที่ผ่านมา ได้รับเงินจำนวน 4,000 ริงกิต หรือราว 32,250 บาท จากชายชาวเกาหลีเหนือที่มีชื่อว่า “ฮง ซง ฮัค” ซึ่งเงินจำนวนนี้ ถูกนำไปใช้ซื้อตั๋วเครื่องบินมุ่งหน้าสู่มาเก๊า ซึ่งที่เป็นที่ลี้ภัยของคิม จอง-นัม และครอบครัวนั้น ทนายความของสตรีชาวอินโดนีเซียรายนี้ เป็นผู้เผยหลักฐานใหม่ดังกล่าว ซึ่งยืนยันได้ว่า ลูกความหญิงของเขาถูกคนในรัฐบาลเกาหลีเหนือ หลอกให้หลงเชื่อว่า กำลังจะได้เข้าร่วมในรายการโทรทัศน์ประเภทเรียลลิตี้โชว์รายการหนึ่งที่มาเก๊า และมีการออกเงินค่าตั๋วเครื่องบินให้ อย่างไรก็ดี รายงานข่าวระบุว่า ชายชาวเกาหลีเหนือรายดังกล่าว ตัดสินใจล้มเลิกแผนในการขึ้นเครื่องบินไปยังมาเก๊าของสตรีชาวอินโดนีเซียรายนี้ โดยไม่แจ้งเหตุผล มีเพียงการบอกให้สิตีเดินทางมุ่งหน้าไปยังสนามบินกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซียแทน ก่อนที่คิม จอง-นัมจะเสียชีวิต จากการถูกวางยาพิษในอีกไม่กี่วันต่อมา อย่างไรก็ดี จนถึงขณะนี้ ทีมทนายความของสตรีชาวอินโดนีเซียพยายามต่อสู้คดีว่า เธอถูกหลอกให้เข้าร่วมในแผนสังหารพี่ชายผู้นำเกาหลีเหนือ พร้อมย้ำว่า การปลิดชีพคิม […]

เผยนาที ‘ภูเขาไฟซินาบุง’ บนเกาะสุมาตรา เกิดการปะทุครั้งใหม่

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สำนักงานบริหารจัดการภัยพิบัติแห่งชาติของอินโดนีเซีย (NDMA) ได้ออกแถลงการณ์เตือนเหตุภัยพิบัติ เมื่อภูเขาไฟซินาบุงที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะสุมาตรา เกิดการปะทุอย่างรุนแรงครั้งใหม่ ทำให้เกิดกลุ่มควันหนาทึบลอยขึ้นสูงจากปากปล่องภูเขาไฟเป็นระยะทางไกลกว่า 5 กิโลเมตร ทั้งนี้ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บจากการปะทุครั้งนี้ นอกจากนี้ ในโลกออนไลน์ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Hadi Mps Sumantri ได้ถ่ายคลิปขณะเกิดการปะทุของภูเขาไฟลูกดังกล่าวที่เผยให้เห็นกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่อยู่นอกพื้นที่เกิดภัยพิบัติในครั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า ภูเขาไฟซินาบุงเกิดการปะทุมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งในปีพ.ศ. 2455 ที่ไม่มีรายงานการปะทุเกิดขึ้นอีก จนในช่วงเช้าของวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2553 ได้เกิดการปะทุขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 4 คน ตามด้วยการปะทุเมื่อปี 2557 คร่าชีวิตประชาชน 16 คน และประชาชน 7 คน เสียชีวิตจากการปะทุเมื่อปี 2559 ส่งผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกแห่งของอินโดนีเซียเพิ่มความตื่นตัว ในการสังเกตการณ์ความเปลี่ยนแปลงของภูเขาไฟลูกนี้อย่างต่อเนื่อง และจนถึงปัจจุบันมีการอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงแล้วมากกว่า 30,000 คน

keyboard_arrow_up