เจ้าของห้อง Airbnb รับสารภาพ ฆ่าคนเช่าเหตุเบี้ยวค่าห้อง

ศาลออสเตรเลียพิจารณาคดีฆาตกรรมนายรามิส โจนูซี แขกที่เดินทางมาใช้บริการที่พักแอร์บีเอ็นบีที่เป็นห้องพักของแฟลตแห่งหนึ่งในนครเมลเบิร์นของออสเตรเลีย ซึ่งเหตุฆาตกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคมปี 2017 โดยเจ้าของห้องพักที่ร่วมก่อเหตุฆาตกรรมดังกล่าวเป็นผู้ชาย 3 คน ซึ่งได้แก่นายเจสัน โคลตัน นายเครก เลวี่ และนายไรอัน สมาร์ท ในวันที่เกิดเหตุนายโจนูซี่ แขกที่เข้าพักบอกว่าจะนอนค้าง 3 คืน แต่ได้ขออยู่ต่ออีกหนึ่งอาทิตย์ เมื่อถึงวันต้องเช็คเอาท์จากที่พัก นายโจนูซี่ได้เก็บของและแอบออกจากห้องโดยไม่ยอมจ่ายเงินค่าที่พักจำนวน 210 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือกว่า 4,700 บาท เจ้าของห้องทั้ง 3 คนจึงได้ทวงเงิน ซึ่งนายโจนูซี่ก็ยอมรับว่ามีเงินไม่พอ เจ้าของห้องพักจึงได้รุมทำร้ายเขาจนเสียชีวิต ซึ่งกล้องวงจรปิดได้บันทึกภาพเหตุการณ์ทั้งหมด ในเวลานี้ผู้ก่อเหตุทั้ง 3 คนได้ยอมรับผิดในข้อหาฆาตกรรม ซึ่งผู้ก่อเหตุอาจได้รับโทษจำคุก 20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต หากศาลตัดสินว่ามีความผิดจริง ขณะที่ทางแอร์บีแอนด์บีได้ประณามเหตุฆาตกรรมอันโหดร้ายดังกล่าว และแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

เผยนาที “ฮาคีม” เดินทางถึงออสเตรเลีย ผู้คนแห่ต้อนรับอบอุ่น

ความคืบหน้ากรณี นายฮาคีม อัล-อาไรบี ซึ่งได้ขึ้นเครื่องบินสายการบินไทย เดินทางไปยังประเทศออสเตรเลียแล้ว ตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา หลังศาลอาญาอนุมัติปล่อยตัว จากการที่ทางการบาห์เรน ส่งหนังสือแสดงความประสงค์ไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีการขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน (อ่านเพิ่มเติม – รอดแล้ว! ศาลฯสั่งปล่อยตัว “ฮาคีม” หลังอัยการยื่นถอนฟ้องส่งผู้ร้ายข้ามแดน) ล่าสุด เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า ทางเพจเฟซบุ๊ก Amnesty International Australia ได้แพร่ภาพ ขณะ นายฮาคีม อัล อาไรบี เดินทางมาถึงสนามบินในกรุงเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นและเสียงปรมมือต้อนรับจากกลุ่มประชาชนที่ติดตามข่าว เพื่อนร่วมทีม และกองทัพนักข่าว โดยทันทีที่นายฮาคีมปรากฏตัวขึ้น โดยมีการเสียงร้องเพลงต้อนรับอีกด้วย

รอดแล้ว! ศาลฯสั่งปล่อยตัว “ฮาคีม” หลังอัยการยื่นถอนฟ้องส่งผู้ร้ายข้ามแดน

จากกรณีที่ น.ส.เสฎฐา เธียรพิลากุล พนักงานอัยการสำนักงานต่างประเทศ เดินทางมายื่นคำร้องต่อศาลอาญาเพื่อขอถอนฟ้องคดีส่งผู้ร้ายข้ามเเดน ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ในคดีดำหมายเลข ผด.6/2562 ที่พนักงานอัยการสำนักงานต่างประเทศเคย ยื่นคำร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน นายฮาคีม อัล อาไรบี อายุ 25 ปี อดีตนักฟุตบอลทีมชาติบาห์เรน กลับไปดำเนินคดีที่ประเทศบาห์เรน ตามคำขอของทางการบาห์เรนที่ส่งมาให้ทางการไทยยื่นส่งผู้ร้ายข้ามเเดน ล่าสุด ศาลพิจารณาคำร้องของอัยการเเล้วอนุญาตให้ถอนคำร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามเเดน นายฮาคีม ได้ โดยขั้นตอนหลังจากนี้ศาลอาญาจะออกหมายปล่อยไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อปล่อยตัวนายฮาคีมต่อไป และประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ส่งตัวนายฮาคีมเดินทางไปประเทศออสเตรเลียต่อไป

ไม่สนกระแสต้าน!! ทีมรักบี้ออสซี่ ยันจับมือการบินไทยตามเดิม

สืบเนื่องจากกรณีที่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้คุมตัว ฮาคีม อัล โอไรบี อายุ 25 ปี อดีตนักฟุตบอลกัปตันทีมชาติบาห์เรน จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ มาที่ศาลอาญา ถนนรัชดา ตามการนัดสอบปากคำให้การ หลังอัยการสูงสุด ยื่นคำร้องขอส่งตัวนายฮาคีม ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนกลับไปรับโทษที่ประเทศบาห์เรน ในข้อหาลอบวางเพลิง เผาทำลายทรัพย์สินราชการ เมื่อปี พ.ศ. 2555 โดยระหว่างที่นายฮาคีม ถูกเจ้าหน้าที่นำตัวมาส่งที่ศาล เจ้าตัวมีใบหน้าเคร่งเครียด พร้อมกับตะโกนว่าตนไม่ต้องการเดินทางกลับไปยังประเทศบาห์เรน (อ่านเพิ่มเติม : อัปยศ!! สุณัย ทวิตฉะ หลังไทยตีตรวน “ฮาคีม” ประหนึ่งนักโทษ / สถานทูตออสเตรเลีย ย้ำ “ฮาคีม” ได้รับสถานะผู้ลี้ภัย วอนส่งกลับออสเตรเลีย) เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่าเว็บไซต์ Stuff ของนิวซีแลนด์ เผยรายงานว่า เมลเบิร์น เรเบิลส์ (Melbourne Rebels) สโมสรรักบี้อาชีพชื่อดัง ในกรุงเมลเบิร์น ออสเตรเลีย เตรียมเดินหน้าโครงการเป็นผู้สนับสนุนทางธุรกิจกับสายการบินไทยตามเดิม แม้ว่าจะได้รับผลกระทบตามมาอย่างหนัก […]

“นักเตะ – สโมสรฯ” แห่ติด #SaveHakeem วอนไทยปล่อยตัว “ฮาคีม” กลับออสเตรเลีย

สืบเนื่องจากกรณีที่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้คุมตัว ฮาคีม อัล โอไรบี อายุ 25 ปี อดีตนักฟุตบอลกัปตันทีมชาติบาห์เรน จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ มาที่ศาลอาญา ถนนรัชดา ตามการนัดสอบปากคำให้การ หลังอัยการสูงสุด ยื่นคำร้องขอส่งตัวนายฮาคีม ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนกลับไปรับโทษที่ประเทศบาห์เรน ในข้อหาลอบวางเพลิง เผาทำลายทรัพย์สินราชการ เมื่อปี พ.ศ. 2555 โดยระหว่างที่นายฮาคีม ถูกเจ้าหน้าที่นำตัวมาส่งที่ศาล เจ้าตัวมีใบหน้าเคร่งเครียด พร้อมกับตะโกนว่าตนไม่ต้องการเดินทางกลับไปยังประเทศบาห์เรน (อ่านเพิ่มเติม : อัปยศ!! สุณัย ทวิตฉะ หลังไทยตีตรวน “ฮาคีม” ประหนึ่งนักโทษ / สถานทูตออสเตรเลีย ย้ำ “ฮาคีม” ได้รับสถานะผู้ลี้ภัย วอนส่งกลับออสเตรเลีย) ล่าสุด เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า ในทวิตเตอร์ได้มีกลุ่มนักเตะระดับโลกจำนวนมากทำการทวิตรูปภาพพร้อมติดแฮชแท็ก #SaveHakeem เพื่อให้กำลังใจนายฮาคีม และเรียกร้องให้ประเทศไทยปล่อยตัวอดีตนักฟุตบอลรายดังกล่าวกลับประเทศออสเตรเลีย อาทิ ดิดิเยร์ ดรอกบา (Didier Drogba) ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ […]

ออสเตรเลียร้อนจัด! หลังเผชิญคลื่นความร้อน อุณหภูมิทะลุ 45 องศา

หลายพื้นที่ในออสเตรเลียกำลังเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัด หลังมีคลื่นความร้อนแผ่ปกคลุม จนทำให้ต้องมีการประกาศเตือนภัยในระดับสูงสุด  โดยมีอุณหภูมิสูงมากกว่า 40 องศาเซลเซียสในหลายพื้นที่ ถือเป็นการเผชิญกับคลื่นความร้อนรุนแรงที่สุดในรอบ 5 ปี โดยที่กรุงแคนเบอร์ร่าและนครซิดนี่ย์ของออสเตรเลียก็มีอุณหภูมิสูงมากกว่า 35 องศาเซลเซียส ขณะที่รัฐเซาท์ออสเตรเลีย รัฐวิกตอเรีย และรัฐนิวเซาท์เวลส์มีอุณหภูมิเพิ่มสูงถึง 45 องศาเซลเซียสในช่วงกลางวัน สูงกว่าอุณหภูมิเฉลี่ยประจำเดือนมกราคมถึง 16 องศาเซลเซียส มีการคาดว่ารัฐเซาท์ ออสเตรเลียอาจมีอุณหภูมิสูงขึ้นถึง 48 องศาเซลเซียสในวันพรุ่งนี้ ซึ่งทางการเมืองแอดิเลด รัฐเซาท์ ออสเตรเลียได้ออกประกาศเตือนภัยระดับสูงสุดเพื่อรับมือกับสภาพอากาศร้อนจัด พร้อมกับเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการทำงานหนักกลางแจ้ง และให้ดื่มน้ำอยู่เสมอ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ปลาตายปริศนานับหมื่นตัวในออสเตรเลีย ชนพื้นเมืองเชื่อลางเตือนภัยพิบัติ

เกิดปรากฏการณ์ประหลาดในออสเตรเลีย หลังจากที่ปลานานาชนิดจำนวนมากกว่า 10,000 ตัว พากันลอยตายอย่างเป็นปริศนาในแม่น้ำดาร์ลิ่ง ช่วงที่ไหลผ่านเมือง เมนินดี้ ซึ่งอยู่ห่างจากนครซิดนีย์ไปทางตะวันตกราว 1,000 กิโลเมตร และถือเป็นการพบปลายตายหมู่อย่างเป็นปริศนาครั้งที่ 2 ในออสเตรเลีย นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 61 ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ ทางการออสเตรเลียยังไม่สามารถสรุปได้ว่า อะไรเป็นสาเหตุของการตายหมู่ของปลานับหมื่นตัว แม้จะมีข้อสันนิษฐานจากนักวิทยาศาสตร์ท้องถิ่นว่าการลดลงอย่างฉับพลันของอุณหภูมิ รวมถึงการแพร่กระจายอย่างรวดเร็วของสาหร่ายบางสายพันธุ์ในแม่น้ำที่ทำให้ออกซิเจนในน้ำลดลง น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ปลาจำนวนมากพากันตายลง อย่างไรก็ดี ชนพื้นเมืองอย่างชนเผ่า อะบอริจิน มีความเชื่อว่า การพบปลาตายหมู่ ถือเป็นสัญญาณเตือนการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งใหญ่ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ตม.ไทยผลักดัน สาวซาอุฯ หนีครอบครัวกลับประเทศ

สื่อต่างประเทศหลายสำนักต่าง รายงานว่า ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองของไทยกำลังหาทางเร่งส่งตัวนางสาวราฮาฟ โมฮัมเหม็ด อัล กูนูน หญิงชาวซาอุดิอาระเบียวัย 18 ปีกลับประเทศ หลังจากที่นางสาวราฮาฟถูกเจ้าหน้าที่ซาอุดิอาระเบียและคูเวตสกัดกั้นไว้สนามบินสุวรรณภูมิ และถูกยึดเอกสารสำคัญและหนังสือเดินทาง โดยนักท่องเที่ยวสาวรายดังกล่าวกำลังเดินทางจากไทย และจะเดินทางต่อไปยังออสเตรเลียเพื่อขอลี้ภัย เนื่องจากเธอต้องการหลบหนีครอบครัวของเธอที่ทำร้ายเธอทั้งทางร่างกายและจิตใจ โดยนักท่องเที่ยวซาอุดิอาระเบียรายนี้ยังบอกด้วยว่าหากเธอถูกส่งตัวกลับไปซาอุดิอาระเบีย ครอบครัวจะฆ่าเธออย่างแน่นอน ขณะที่สถานทูตซาอุดิอาระเบียในไทยออกมาระบุว่านางสาวราฮาฟไม่ได้ถูกยึดหนังสือเดินทาง เธอก็ยังคงมีหนังสือเดินทางอยู่กับตัวด้วย โดยยืนยันว่าทางสถานทูตซาอุดิอาระเบียไม่มีอำนาจในการกักตัวเธอไว้ที่สนามบินของไทย พร้อมกับระบุว่าสาเหตุที่เธอถูกกักตัวไว้ที่สนามบินเป็นเพราะเธอไม่มีตั๋วเดินทางกลับ รวมทั้งหลักฐานการจองโรงแรม หรือหลักฐานที่ชี้ว่าเธอเป็นนักท่องเที่ยว โดยนางสาวราฮาฟจะต้องถูกส่งตัวกลับไปหาครอบครัวของเธอที่ขณะนี้อาศัยในคูเวต ด้านพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองของไทยยืนยันว่าไม่ได้รับการติดต่อจากทางการซาอุดิอาระเบีย ก่อนที่นางสาวราฮาฟจะเดินทางมาไทย พร้อมกับระบุว่านักท่องเที่ยวชาวซาอุดิอาระเบียรายนี้ต้องการหนีการแต่งงาน ซึ่งถือเป็นปัญหาภายในครอบครัว และเธอก็ไม่มีวีซ่าเข้าประเทศไทย เจ้าหน้าที่จึงต้องกักตัวเธอไว้ที่สนามบิน ในเวลานี้นางสาวราฮาฟยังคงปฏิเสธที่จะเดินทางกลับประเทศ ซึ่งตามกำหนดเดิมเธอจะต้องถูกนำตัวขึ้นเครื่องบินของสายการบินคูเวต แอร์เวย์สในเวลา 11 นาฬิกา 15 นาทีของวันนี้(7 ม.ค. 62) แต่เธอก็ยังคงเก็บตัวอยู่ในห้องพักของโรงแรมในสนามบินสุวรรณภูมิ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยคุมอยู่บริเวณด้านนอกห้องพัก ขณะที่กลุ่มนักสิทธิมนุษยชนในนครนิวยอร์กระบุว่าทางการไทยไม่ควรส่งตัวนางสาวราฮาฟให้กับครอบครัว และเรียกร้องให้ไทยยุติขั้นตอนการส่งตัวเธอในทันที หรือไม่ก็ส่งตัวเธอไปลี้ภัยในออสเตรเลีย ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

นักเรียนทั่วออสเตรเลีย รวมตัวประท้วงนโยบายโลกร้อนของรัฐบาล

วันนี้(30 พ.ย.) นักเรียนหลายพันคนทั่วประเทศ ออสเตรเลีย ออกมาเดินขบวนเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดเพิกเฉยและมีมาตรการในการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน และสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง โดยมีนักเรียน ผู้ปกครองและอาจารย์ ได้ออกมารวมตัวในย่านศูนย์กลางธุรกิจของมหานครซิดนีย์ และตะโกนขับไล่นาย สก็อตต์ มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรี ในขณะเดียวกัน ในเมลเบิร์น และเมืองอื่น ๆ  ทั่วประเทศก็มีการออกมาประท้วงเช่นกัน โดยในแคนเบอร์ร่า มีการประท้วงไปเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ออสเตรเลียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการปล่อยคาร์บอนมากที่สุด เนื่องจากการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงถ่านหินเป็นหลัก และในต้นปีที่ผ่านมารัฐบาลมีท่าทีไม่ยึดมั่นต่อ ความตกลงปารีส ซึ่งได้ผ่านการเห็นชอบเมื่อปี 2558 เป็นความตกลงตามกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อกำหนดมาตรการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ตั้งแต่ พ.ศ. 2563 ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ตะลึง ‘วัวยักษ์’ ในออสเตรเลีย สูง 2 เมตร-น้ำหนักมากกว่ารถยนต์

วัวตอนพันธุ์ขาวดำขนาดยักษ์ ที่มีน้ำหนักมากกว่ารถยต์ 1 คัน และสูงเท่ากับ ไมเคิล จอร์แดน นักกีฬาบาสเก็ตบอลชื่อดัง กำลังกลายเป็นข่าวดังในฐานะวัวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย ด้วยน้ำหนัก 1,400 กิโลกรัม และสูง 194 เซนติเมตร วัวยักษ์ตัวนี้ชื่อว่า นิคเกอร์ส เป็นวัวของ เจฟ เพียร์สัน ชาวรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ผู้ให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่นว่า เขาไม่สามารถขายวัวตัวนี้เพราะมันตัวใหญ่เกินไป ดังนั้นนิคเกอร์ส จึงได้ใช้ชีวิตต่อในไร่อันแสนสงบ ซึ่งแม้จะขายไม่ออกและต้องใช้ชีวิตอยู่ในฟาร์ม เจ้าวัวตอนตัวนี้ก็มีประโยชน์ไม่น้อย เพราะวัวตัวอื่นๆ ชอบเข้าหามัน ทำให้สามารถมองหาฝูงวัวของตัวเองได้ไม่ยากระหว่างที่พวกมันออกไปเล็มหญ้า เมื่อไหร่ก็ตามที่เจ้านิคเกอร์ส อยากลุกขึ้นและเริ่มเดิน จะมีวัวตัวอื่น ๆ เดินตามไปด้วย รูเพิร์ต โมเธอร์โซล ให้สัมภาษณ์กับสื่อในออสเตรเลีย ว่า มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้นิคเกอร์สตัวใหญ่ขนาดนี้ ซึ่งรวมทั้งการคัดเลือกทางพันธุกรรม หากวัวถูกตอนตั้งแต่ยังเด็กและได้ใช้ชีวิตต่อไป แผ่นความเจริญของกระดูกจะยังเติบโตต่อไปได้นานขึ้น ทำให้วัวมีขนาดตัวใหญ่ ขนาดเฉลี่ยของวัวทุกสายพันธุ์ คือ 630 กิโลกรัม โดยขนาดเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 18 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี […]

ออสเตรเลียเจอฟ้าผ่ากว่า 3 แสนครั้งในวันเดียว-ฝนตกหนักหลายพื้นที่

เกิดฟ้าผ่ามากกว่า 3 แสนครั้งในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ของออสเตรเลียเมื่อวันเสาร์(20 ต.ค. 61)ที่ผ่านมา หลังพายุฝนฟ้าคะนองพัดถล่มทั่วรัฐ ในนครซิดนีย์ เกิดฟ้าผ่ากว่า 7000 ครั้ง ระหว่างที่ฝนกระหน่ำลงมา โดยวัดปริมาณน้ำฝนที่สนามบินซิดนีย์ได้เกือบ 20 มิลลิเมตรภายใน 15 นาที โดย Weatherzone บริษัทด้านอุตนิยมวิทยาบอกว่า พายุลูกล่าสุดส่งผลให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของออสเตรเลีย และคาดว่าจะมีฝนมากขึ้นในพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกของประเทศ และบริษัทยังเผยว่า ทั่วพื้นที่ตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลีย เกิดฟ้าผ่าแล้วกว่า 3 แสนครั้ง หน่วยฉุกเฉินประจำรัฐได้รับโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือราว 200 ครั้ง หลังพายุฝนทำให้ต้นไม้หักโค่นน้ำท่วมหลายพื้นที่ และชายคนหนึ่งถูกฟ้าผ่าเสียชีวิต วีดีโอที่เผยแพร่โดยสำนักข่าวรอยเตอร์ เผยให้เห็นลมกระโชกแรง ฝนตกหนัก รวมทั้งฟ้าผ่า ที่ผ่าลงมาตามอาคารต่าง ๆ ในนครซิดนีย์ ล่าสุด พายุที่กำลังพัดปกคลุมออสเตรเลียกำลังเคลื่อนตัวไปยังรัฐควีนส์แลนด์ โดยอาจเกิดพายุฝนในเมืองบริสเบน และโกลด์โคสต์ ขณะที่เมืองเพิร์ธและดาร์วินก็จะเจอฝนตกเช่นกัน อย่างไรก็ตาม เดือนกันยายนที่ผ่านมา เป็นเดือนกันยายนที่แห้งแล้งที่สุด รวมทั้งเป็นเดือนที่แล้งที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2445 ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

จาก “Train To Busan” สู่ “Rampant นครนรกซอมบี้คลั่ง” ปรากฏการณ์ซอมบี้โชซอนบุก 19 ประเทศ 4 ทวีป รับฮัลโลวีนพร้อมกันทั่วโลก

เมื่อ 2 ปีก่อน คอหนังทั่วโลกได้รู้จักและฮือฮากับวงการภาพยนตร์เกาหลีมากขึ้นผ่านภาพยนตร์แอคชั่น-ทริลเลอร์ลุ้นระอุเรื่อง “Train To Busan” ที่สร้างปรากฏการณ์ซอมบี้คลั่งฟีเวอร์ไปทั่วโลก อีกทั้งยังโชว์ให้เห็นถึงพัฒนาการแบบก้าวกระโดด และประสบความสำเร็จจนเตะตาฮอลลีวู้ดถึงขั้นนำไปสร้างใหม่ และในปีนี้ปรากฏการณ์ซอมบี้คลั่งครั้งใหม่จะกลับมาอีกครั้ง โดยฝีมือทีมผู้สร้าง เดียวกับ “Train To Busan” ด้วยการนำเอาประวัติศาสตร์ของเกาหลีในช่วงยุคราชวงศ์โชซอน มาผสมผสานความสยองขวัญระดับสากลอย่างน่าตื่นตะลึง จนกลายเป็นโปรเจคต์ภาพยนตร์แห่งปีที่ทั้งโลกจับตามอง “Rampant นครนรกซอมบี้คลั่ง” “Rampant” ได้รับความสนใจจากเหล่าผู้ซื้อหนังทั่วโลกในเทศกาลหนังเมืองคานส์ครั้งที่ 71 เมื่อกลางปีที่ผ่านมาเป็นอย่างมาก แม้ว่าจะปล่อยภาพนิ่งออกมาเพียง 2 ภาพเท่านั้น ด้วยพล็อตน่าสนใจระหว่างการนำบรรยากาศของหนังย้อนยุคมาผสมผสานกับหนังซอมบี้จนเกิดเป็นภาพยนตร์แอคชั่น-สยองขวัญไอเดียสุดมันส์และแปลกใหม่ รวมทั้งยังเป็นการโคจรมาพบกันครั้งแรกของสองซูเปอร์สตาร์ตัวพ่อแห่งวงการบันเทิงเกาหลีอย่าง ฮยอนบิน และ จาง ดงกอน สำหรับบทบาทในครั้งนี้ของ ฮยอนบิน เขารับบทเป็น องค์ชายกังลิม ซึ่งจะเป็นตัวละครที่มีพัฒนาการอยู่ตลอดทั้งเรื่อง จากนักรบจอมโหด ไปสู่ผู้นำที่ทำเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม และ จาง ดงกอน นักแสดงผู้ไม่เคยหยุดท้าทายตัวเอง รับบท เสนาบดี คิม จาจุน ผู้บ้าอำนาจ แต่ยามบ้านเมืองมีภัยจากอสุรกายปริศนา เขากลับเลือกที่จะใช้วิกฤตนั้นเป็นโอกาสโค่นล้มราชบัลลังก์ของจักรพรรดิโชซอน นอกจากนี้ ตัวหนังยังได้รวบรวมเอาทีมงานตัวท๊อปของวงการมาไว้แบบจัดเต็มทั้ง ทีมสตั๊นท์, แต่งหน้าเทคนิคพิเศษ, ซีจี, ออกแบบงานสร้าง ที่มาร่วมผนึกกำลังกันรังสรรค์ให้ “Rampant” ออกมาเป็นผลงานชิ้นมาสเตอร์พีซที่ผู้ชมจะได้ตื่นเต้นลุ้นระทึกตั้งแต่นาทีแรกจนนาทีสุดท้าย ยิ่งไปกว่านั้น Rampant ยังได้กลายมาเป็นภาพยนตร์ที่น่าจับตามองของปี 2018 อย่างรวดเร็ว ด้วยการเตรียมเข้าฉายในช่วงเวลาเดียวกันใน 4 ทวีป ทั้งเอเชีย, ออสเตรเลีย, อเมริกา และยุโรป ต้อนรับเทศกาลฮัลโลวีน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของภาพยนตร์เกาหลีที่จะเข้าฉายวงกว้างพร้อมกันถึง19 ประเทศ ทั้ง เกาหลี, อเมริกา, แคนาดา, เยอรมนี, อังกฤษ, ออสเตรเลีย, ฮ่องกง, มาเก๊า, ไต้หวัน, สิงคโปร์, เวียดนาม, พม่า, ลาว, มาเลเซีย, […]

จับแล้ว!! ‘เด็กชาย’ มือปักเข็มใน ‘สตรอว์เบอร์รี’ สารภาพอยากแกล้งผู้คน

เจ้าหน้าที่พบ “เด็กชาย” สารภาพว่าได้กระทำการปัก “เข็มเย็บผ้า” ในผล “สตรอว์เบอร์รี” ทำไปเพื่อแกล้งผู้คน ขณะที่ ตร.ยืนยันจะดำเนินคดีกับเยาวชนรายดังกล่าวให้ถึงที่สุด จากกรณีที่มีผู้ไปพบ “เข็มเย็บผ้า” ถูกปักในผล “สตรอว์เบอร์รี” สดที่วางขายในหลายรัฐของออสเตรเลีย จนทางการได้สั่งให้สอบสวน และประกาศจะเพิ่มอัตราโทษให้รุนแรงขึ้นนั้น ความคืบหน้า เจ้าหน้าที่พบเด็กชายรายหนึ่งที่สารภาพว่าได้กระทำการดังกล่าวจริง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจในรัฐนิวเซาธ์เวลส์ควบคุมตัวเด็กชายรายหนึ่งที่ยอมรับว่า เขาได้ใช้เข็มเย็บผ้าปักลงในผลสตรอว์เบอร์รี โดยมีจุดประสงค์เพื่อแกล้งผู้คน แต่คาดว่าเป็นพฤติกรรมลอกเลียนแบบ หลังจากที่มีรายงานข่าวว่า พบเข็มปักในผลสตรอว์เบอร์รีที่วางขายตามซูเปอร์มาร์เก็ต อย่างไรก็ตาม ตำรวจยืนยันว่า จะดำเนินคดีกับเยาวชนรายดังกล่าวให้ถึงที่สุด ทั้งนี้ นายกฯ ออสเตรเลียประกาศว่าเขาจะเพิ่มอัตราโทษสำหรับผู้ที่กระทำการดังกล่าว ในข้อหาทำให้อาหารถูกปนเปื้อน จากเดิมโทษจำคุก 10 ปี เพิ่มเป็น 15 ปี ซึ่งในขณะนี้ มีรายงานแจ้งเหตุแล้วกว่า 100 ครั้ง โดยนอกจากสตรอว์เบอร์รี ยังมีคนพบเข็มปักในผลไม้ชนิดอื่น อย่างเช่น กล้วย และแอปเปิ้ล ซึ่งทางการคาดว่าผู้ก่อเหตุไม่น่าจะมีเพียงแค่รายเดียว แต่เป็นการทำตามกันของวัยรุ่นที่จงใจเล่นพิเรนทร์ และยังมีเด็กหญิงวัย 12 ปีอีกรายหนึ่งที่ยอมรับกับตำรวจว่าเอาเข็มปักในสตรอว์เบอร์รีเองเพื่อหลอกเพื่อนที่โรงเรียน ขณะที่ซูเปอร์มาร์เก็ตบางแห่งถึงขั้นงดขายเข็มเย็บผ้าชั่วคราว เพื่อป้องกันคนซื้อไปก่อเหตุ.

ออสเตรเลียสั่งสอบเหตุพบ ‘เข็มเย็บผ้า’ ซ่อนในสตรอว์เบอร์รี

หน่วยงานด้านสาธารณสุขของออสเตรเลียสั่งให้มีการสอบสวนอย่างเร่งด่วน ในกรณีที่มีคนไปพบ เข็มเย็บผ้า ซ่อนอยู่ในผลสตรอว์เบอร์รีสด ที่วางขายตามซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำในประเทศ โดยขณะนี้ มีรายงานว่าพบเข็มปักในสตรอว์เบอร์รี่อย่างน้อยในพื้นที่ 6 รัฐ อย่างเช่น ควีนส์แลนด์ วิคตอเรีย และนิวเซาธ์เวลส์ เป็นต้น รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของออสเตรเลียระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นอาชญากรรมที่เลวร้ายมาก และประกาศมอบเงินรางวัล 1 แสนดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราว 2 ล้าน 3 แสนบาทให้กับผู้ที่สามารถให้ข้อมูลได้ โดยเบื้องต้น พบว่ามีสตรอว์เบอร์รีอย่างน้อย 6 ยี่ห้อที่พบความผิดปกติ ซึ่งบางยี่ห้อได้สั่งเรียกคืนสินค้าของตนเองกลับไปตรวจสอบ ขณะที่บริษัทของนิวซีแลนด์ได้สั่งระงับนำเข้าสตรอว์เบอร์รี่จากออสเตรเลียแล้ว ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

สาวออสซี่ อ้าง ‘สปาปลา’ เมืองไทยทำเท้าเน่าถึงกระดูก จนต้องตัดนิ้วทิ้ง

กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ เมื่อเว็บไซต์เดลี่เมลได้เผยเรื่องราวของ Victoria Curthoys นักท่องเที่ยวสาวชาวออสเตรเลีย วัย 29 ปี ได้บอกเล่าเรื่องราวของเธอที่ประสบกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดมาก่อน จากการใช้บริการสปาปลาแห่งหนึ่งในประเทศไทย จนทำให้นิ้วเท้าข้างขวาของเธอต้องถูกตัดทิ้งทั้งหมด เหตุเพราะติดเชื้อแบคทีเรียกินเนื้อ ที่ชื่อว่า ชีวาเนลลา (Shewanella) หลังจากเขารับการรักษา แพทย์พบว่านิ้วเท้าของเธอติดเชื้อแบคทีเรียดังกล่าวจนเน่า เป็นเหตุให้แพทย์ต้องตัดนิ้วหัวแม่เท้าของเธอที่เหลือทิ้ง มื่อเดือนธันวาคม 2555 แต่ต่อมาวิคตอเรียก็ยังมีอาการป่วยและมีไข้อยู่ และพบว่ายังมีเชื้อแบคทีเรียดังกล่าวอยู่ ทำให้แพทย์ต้องตัดนิ้วชี้ออกอีก 1 นิ้ว ทำให้เธอต้องใช้ชีวิตด้วยนิ้วเท้าที่เหลือเพียง 3 นิ้ว ก่อนที่เวลาจะผ่านไปกว่า 2 ปี เธอก็เกิดอาการป่วยเช่นเดิมอีก และพบว่าเธอมีอาการติดเชื้อแบคทีเรียอีกครั้ง และแพทย์จำเป็นต้องตัดนิ้วเท้าของขวานิ้วที่ 3 และ 4 ของเธอทิ้ง เหลือเพียงแต่นิ้วก้อยนิ้วเดียว แน่นอนว่าการเหลือนิ้วก้อยไว้นิ้วเดียวเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิตเธอมาก เวลาเดินก็มักจะเตะกับสิ่งต่างๆ แต่เธอยังรู้สึกโชคดีที่ยังเหลือมันอยู่ แต่หลังจากนั้นหนึ่งปีต่อมา เธอก็เริ่มสังเกตว่านิ้วก้อยเริ่มมีอาการผิดปกติ มีหนองไหลเปื้อนถุงเท้า แต่ไม่มีรอยแผล จึงได้ไปพบแพทย์ จากผลการตรวจเลือดและเอกซเรย์ของเธอ ปรากฏว่า เธอติดเชื้อแบคทีเรียกินกระดูกอีกครั้ง และในที่สุดนิ้วก้อย ซึ่งเป็นนิ้วเท้าข้างขวานิ้วสุดท้ายที่เหลืออยู่ของเธอ ก็จำเป็นต้องถูกตัดทิ้งไป เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2560

ฝันเป็นจริง! ยูเซน โบลต์ ได้ลงสนามในฐานะนักฟุตบอลเสียที

หลังจากตระเวนทดสอบฝีเท้ากับยอดทีมต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รวมไปถึง โบรุสเซีย ดอทมุนด์ ในที่สุด ยูเซน โบลต์ ลมกรดชาวจาเมก้า เจ้าของ 8 เหรียญทองการแข่งขันโอลิมปิก ในที่สุดก็สมหวังได้เป็นนักฟุตบอลสมใจ โดยเจ้าตัวลงประเดิมสนามให้ เซนทรัล โคสต์ มารีเนอร์ส ทีมดังในเอลีก ออสเตรเลีย เกมดังกล่าวเกิดขึ้นที่เซนทรัล โคสต์ สเตเดี้ยม โดยป็นเกมปรีซีซั่นเตรียมความพร้อมก่อนเปิดฤดูกาล ซึ่งเซนทรัล โคสต์ มารีเนอร์ส จะพบกับทีมรวมดารา เซนทรัล โคสต์ XI เกมเป็นไปอย่างสนุก ทีมเจ้าบ้านนำขาดลอย 6 – 0 ก่อนที่ไฮไลท์ของเกมจะเกิดขึ้นในนาทีที่ 70 โบลต์ ลงสนามในตำแหน่งปีกซ้าย สวมเสื้อหมายเลข 95 มีโอกาสสับไกให้ผู้รักษาประตูคู่แข่งเซฟไป 1 ดอก ก่อนที่จบเกม เซนทรัล โคสต์ มารีเนอร์ส จะเอาชนะไปได้ไม่ยากเย็น 6 – 1 […]

หยุดขยะทะเล! เปิดภาพนักดำน้ำช่วยปลดอวนพลาสติกจากปากฉลาม

อินากี ไอซปุน นักดำน้ำชาวสเปนซึ่งอาศัยอยู่ในออสเตรเลียมานานกว่า 25 ปี เผยคลิปวิดีโอบันทึกเหตุการณ์จริงขณะที่ตัวเขาช่วยปลดอวนพลาสติก ออกจากปากของฉลามพยาบาลสีเทาตัวหนึ่ง โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในระหว่างที่ไอซปุนซึ่งเป็นครูสอนดำน้ำ พร้อมด้วยนักเรียนดำน้ำของเขา ลงไปฝึกการดำน้ำบริเวณนอกชายฝั่งอ่าวไบรอน ทางตะวันออกของออสเตรเลีย โดยฉลามที่มีอวนพลาสติกติดอยู่กับปากตัวนี้ได้ว่ายน้ำผ่านมาพอดี นำมาซึ่งปฏิบัติการช่วยเหลือแบบที่ไอซปุนและลูกศิษย์ดำน้ำของเขาต่างไม่คาดคิดมาก่อน   ทั้งนี้ ในแต่ละปี มีฉลามและสัตว์ทะเลจำนวนหลายล้านตัวต้องตายลง จากผลพวงการกลืนกินขยะพลาสติกต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงเศษอวนและตาข่ายหาปลาที่ถูกทิ้งจากเรือประมง ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

รันเวย์ต้องสะเทือน เมื่อช่างภาพเปลี่ยน ‘เศษขยะ’ จากชายหาดเป็นเสื้อผ้าแฟชั่น

งานนี้เตรียมตัวรวมชุดแฟชั่นอาร์ตๆ ดีไซน์เท่ๆ ไปได้เลย เพราะชุดภาพถ่ายแฟชั่นที่นำมาให้ชมกันในคราวนี้ไม่ได้มาจากเนื้อผ้าชั้น หรือเครื่องประดับราคาแพงแม้แต่ชิ้นเดียว เพราะนี่คือชุดแฟชั่นจากขยะที่เก็บมาจากบนชายหาดของเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย และนำมารีไซเคิลเป็นชุดโดยช่างภาพ Lisa Bevis เพื่อให้สองนางแบบสาวสวย  Kelli Kickham และ Aria มาสวมใส่เพื่อถ่ายแบบ โดยมีช่างทำผม Nina Paskowitz และช่างแต่งหน้า Andrew Shulman คอยแต่งเติมองค์ประกอบต่างๆ ให้ภาพออกมาดูดีเกินคาด ที่มา – boredpanda.com

keyboard_arrow_up