หัวหน้า คสช. งัด ม.44 เร่งโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรื่อง การดำเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว โดยมีรายละเอียดดังนี้… โดยที่ปัจจุบันการจัดการบริการขนส่งสาธารณะโดยรถไฟฟ้าในโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงหมอชิต – แบริ่งช่วงบางหว้า – สนามกีฬาแห่งชาติช่วงแบริ่ง – สมุทรปราการและช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคตยังมีปัญหาในการบูรณาการ ทั้งเรื่องการบริหารจัดการโครงการและการบริหารจัดการสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการเดินรถไฟฟ้า ที่ยังไม่มีความเป็นเอกภาพจําเป็นต้องมีมาตรการแก้ไขปัญหา เพื่อให้การเดินรถเป็นไปอย่างต่อเนื่องเป็นโครงข่ายเดียวกัน (Through Operation) อํานวยความสะดวกสบายในการเดินทางของประชาชนผู้โดยสาร และมีการกําหนดอัตราค่าโดยสารที่เหมาะสมเป็นธรรมและไม่เป็นภาระแก่ประชาชน เพื่อให้การเข้าถึงการใช้บริการระบบขนส่งมวลชนเป็นไปอย่างเท่าเทียม และทั่วถึงอันจะเป็นประโยชน์ต่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน และเพิ่มประสิทธิภาพต่อระบบคมนาคมขนส่งและระบบเศรษฐกิจของประเทศ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา๒๖๕ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยประกอบกับมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช๒๕๕๗หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคําสั่งดังต่อไปนี้ ข้อ๑ในคําสั่งนี้“โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว” หมายความว่าโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงหมอชิต – อ่อนนุชและช่วงสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ – สะพานตากสิน“โครงการส่วนต่อขยายที่๑” หมายความว่าโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายช่วงสถานีสะพานตากสิน – สถานีบางหว้าและช่วงสถานีอ่อนนุช – สถานีแบริ่ง“โครงการส่วนต่อขยายที่๒” หมายความว่าโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายช่วงแบริ่ง – สมุทรปราการและช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต“สัญญาสัมปทาน” หมายความว่าสัญญาสัมปทานระบบขนส่งมวลชนกทม. ระหว่างกรุงเทพมหานครกับบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพจํากัดและที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ๒ให้กรุงเทพมหานครดําเนินการจ้างผู้ประกอบการเอกชนเพื่อติดตั้งระบบรถไฟฟ้าจัดการเดินรถไฟฟ้าและบริหารการเดินรถไฟฟ้าโครงการส่วนต่อขยายที่๒ให้แล้วเสร็จโดยเร็วเพื่อแก้ปัญหาการจราจรและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยคํานึงถึงการให้ประชาชนได้ใช้บริการรถไฟฟ้าโดยเร็วสะดวกและประหยัดค่าโดยสารรวมทั้งเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการเดินรถเชื่อมต่อระบบรถไฟฟ้ากับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวและโครงการส่วนต่อขยายที่๑การจ้างตามวรรคหนึ่งไม่ถือเป็นการร่วมลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน ข้อ๓เพื่อให้โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวโครงการส่วนต่อขยายที่๑และโครงการส่วนต่อขยายที่๒สามารถเดินรถแบบต่อเนื่องเป็นโครงข่ายเดียวกัน (Through […]

พระราชโองการฯ ให้ “ทหาร-ตำรวจ” พ้นตำแหน่งราชองครักษ์พิเศษ 1,261 นาย พบชื่อ “ปรีชา-พัชรวาท”

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศให้นายทหารสัญญาบัตร และนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่นายทหารราชองครักษ์พิเศษ และนายตำรวจราชองครักษ์พิเศษ ความว่า… สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายทหารสัญญาบัตร และนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่นายทหารราชองครักษ์พิเศษ และนายตำรวจราชองครักษ์พิเศษ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 15 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 6 และมาตรา 7 และมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติราชองครักษ์ พุทธศักราช 2480 มาตรา 4 มาตรา 6 และมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัตินายตำรวจราชสานัก พ.ศ.2495 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่นายทหารราชองครักษ์พิเศษ และนายตำรวจราชองครักษ์พิเศษ จำนวน 1,261 นาย ตามบัญชีรายชื่อที่แนบ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม พุทธศักราช 2562 ประกาศ ณ วันที่ 31 มีนาคม พุทธศักราช 2562 เป็นปีที่ 4 […]

ราชกิจจาฯ ประกาศถอดยศ “ทักษิณ” พ้นนายกองใหญ่ กองอาสารักษาดินแดน

เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2562 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ พระราชทานพระราชานุญาตถอดยศกองอาสารักษาดินแดน โดยระบุว่า… สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรมีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า ตามที่ทรงมีพระราชโองการทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุกชั้นตรา นายทักษิณ ชินวัตร ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาถึงที่สุดแล้วให้ลงโทษจำคุก และยังมีข้อหาฐานอื่นๆ อีกหลายคดี อีกทั้งได้หลบหนีออกนอกราชอาณาจักร ซึ่งเป็นพฤติการณ์การกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ประกาศลงวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๒ แล้วนั้น บัดนี้ กระทรวงมหาดไทยขอพระราชทานถอดยศกองอาสารักษาดินแดน นายทักษิณ ชินวัตร ออกเสียจากยศ นายกองใหญ่ ตั้งแต่วันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๒ เนื่องจากมีการกระทำความผิด ศาลพิพากษาถึงที่สุดลงโทษจำคุก และเป็นผู้ต้องหาคดีอาญาแล้วหลบหนีไป ตามมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติยศและเครื่องแบบผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. ๒๔๙๗ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชานุญาตถอดยศกองอาสารักษาดินแดน นายทักษิณ ชินวัตร ออกเสียจากยศ นายกองใหญ่ ประกาศ ณ วันที่ 7 เมษายน พุทธศักราช 2562 เป็นปีที่ […]

มีผลแล้ว!! ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศนิรโทษครอบครอง “กัญชา” ทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นกฎหมายลำดับรองจาก พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ(ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562 จำนวน 3 ฉบับ เกี่ยวกับการนิรโทษกรรมครอบครองกัญชาใน 3 กลุ่ม ประกอบด้วย ฉบับแรก คือ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การกำหนดให้ยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชาตกเป็นของกระทรวงสาธารณสุข หรือให้ทำลายกัญชาที่ได้รับมอบจากบุคคล ซึ่งไม่ต้องรับโทษ ตามมาตรา 22 แห่งพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ(ฉบับที่ 7 ) พ.ศ.2562 ฉบับที่ 2 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องการครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชา สำหรับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้เพื่อรักษาโรคเฉพาะตัว ก่อน พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7 ) พ.ศ.2562 ใช้บังคับให้ไม่ต้องรับโทษ ฉบับที่ 3 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การแจ้งการมีไว้ในครอบครองกัญชา สำหรับผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา 26/5 และบุคคลอื่นที่มิใช่ผู้ป่วยตามมาตรา 22 […]

แต่งตั้ง “อำพน-อภิรัชต์” นั่งกรรมการทรัพย์สินพระมหากษัตริย์คนใหม่

วันที่ 7 มกราคม 2562 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้มีการเผยแพร่ประกาศแต่งตั้ง นายอำพน กิตติอำพน และ พล.อ. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ เป็นกรรมการทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ พร้อมแต่งตั้งที่ปรึกษาสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ใหม่ โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า ตามที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งกรรมการทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ตามประกาศลงวันที่ ๓๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชานุญาตให้สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์แต่งตั้งที่ปรึกษาสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ แล้วนั้น บัดนี้ ทรงพระราชดำริว่า สมควรแต่งตั้งกรรมการทรัพย์สินพระมหากษัตริย์เพิ่มขึ้น และปรับปรุงที่ปรึกษาสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์บางตำแหน่ง เพื่อความเหมาะสมและเป็นประโยชน์ในการบริหารกิจการของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ และมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ พ.ศ. ๒๕๖๑ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งกรรมการทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ และให้ที่ปรึกษาสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์พ้นจากตำแหน่ง และแต่งตั้งที่ปรึกษาสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ดังต่อไปนี้ ๑. แต่งตั้งกรรมการทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ นายอำพน กิตติอำพน กรรมการ พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ กรรมการ ๒. ให้ที่ปรึกษาสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์พ้นจากตำแหน่ง […]

ราชกิจจาฯ ประกาศปรับค่าจ้าง 19 อาชีพ เริ่ม 1 ม.ค. 62

วันที่ 26 ธันวาคม 2561 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่องอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ โดยปรับปรุงอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือในกลุ่มสาขาอาชีพช่างเครื่องกล กลุ่มสาขาอาชีพอุตสาหกรรมศิลป์ กลุ่มอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ และกลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ รวม 19 อาชีพ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์และสภาพข้อเท็จจริงในปัจจุบัน ทั้งนี้ คณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 20 มีมติในวันที่ 17 ตุลาคม 2561 ให้ปรับปรุงอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือดังกล่าว 19 อาชีพ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 เป็นต้นไป ได้แก่… 1. สาขาอาชีพช่างสีรถยนต์ ระดับ 1 เป็นเงินไม่น้อยกว่าวันละ 440 บาท ระดับ 2 เป็นเงินไม่น้อยกว่าวันละ 550 บาท และระดับ 3 เป็นเงินไม่น้อยกว่าวันละ 585 บาท 2. สาขาอาชีพช่างเคาะตัวถังรถยนต์ ระดับ 1 เป็นเงินไม่น้อยกว่าวันละ 465 บาท […]

จบปัญหายื่นลาออก! ‘ประยุทธ์’ งัด ม.44 ยกเลิก กก.สภามหาวิทยาลัย ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน

เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.61 ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 21/2561 เรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยใช้มาตรา 44 ยกเลิกผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและเปิดเผยตามมาตรา 102 แห่ง พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ.2561      

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร หักเงินเดือน ‘ขรก.-ลูกจ้างประจำรัฐ’ ใช้หนี้ กยศ.

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่าเว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศจากอธิบดีกรมสรรพากรว่าด้วยเรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการหักเงินได้พึงประเมินเพื่อชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2560 โดยมีเนื้อหาสำคัญให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งเป็นกระทรวง ทบวง กรม สำนักงานหรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐตามกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม หักเงินได้พึงประเมินของข้าราชการและลูกจ้างประจำในสังกัดซึ่งเป็นผู้กู้ยืมเงิน ตามจำนวนที่กองทุน แจ้งให้ทราบแล้วนำส่งผ่านระบบของกรมบัญชีกลางตามกฎหมายว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับ การจ่ายเงินบางประเภทตามงบประมาณรายจ่าย เพื่อให้กรมบัญชีกลางโอนเงินดังกล่าวให้กรมสรรพากร ผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ชื่อบัญชี กรมสรรพากร 1 เพื่อรับชำระเงินคืนกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา  

ศธ. ประกาศระเบียบ ‘การแต่งเครื่องแบบ’ ของ นร. ในสถานศึกษาบนพื้นที่ธรณีสงฆ์

เมื่อวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา ทางเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา (http://www.ratchakitcha.soc.go.th) ได้เผยแพร่ ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยเครื่องแบบนักเรียน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งมีรายละเอียดระบุว่า… โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยเครื่องแบบนักเรียน พ.ศ. ๒๕๕๑ เกี่ยวกับการแต่งเครื่องแบบนักเรียนของสถานศึกษาที่ขอใช้พื้นที่วัดหรือที่ธรณีสงฆ์ เป็นที่ตั้งของสถานศึกษา เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยคณะสงฆ์ และมติมหาเถรสมาคม ให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติเครื่องแบบนักเรียน พ.ศ. ๒๕๕๑ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยเครื่องแบบนักเรียน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑” ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความในวรรคท้ายของข้อ ๑๒ แห่งระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วย เครื่องแบบนักเรียน พ.ศ. ๒๕๕๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “นักเรียนซึ่งนับถือศาสนาอิสลามในสถานศึกษาอื่นนอกจากสถานศึกษาเอกชนสอนศาสนาอิสลาม อาจเลือกแต่งเครื่องแบบนักเรียนตามวรรคหนึ่งหรือตามแบบที่สถานศึกษากําหนดได้ตามความสมัครใจ ยกเว้นสถานศึกษาที่ขอใช้พื้นที่วัดหรือที่ธรณีสงฆ์เป็นที่ตั้งของสถานศึกษา การแต่งเครื่องแบบนักเรียน ให้เป็นไปตามสัญญาหรือข้อตกลงระหว่างวัดกับสถานศึกษา” […]

ทนายเกิดผลชี้ ‘บุหรี่ไฟฟ้า’ เป็นสินค้าต้องห้ามในราชกิจจานุเบกษา อ้างไม่รู้ไม่ได้

สืบเนื่องจากกรณีที่ ฟลุ๊คศรี มณีเด้ง เน็ตไอดอลคนดัง ถูกจับกุมเนื่องจากมีบุหรี่ไฟฟ้า อันนำมาซึ่งคลิปฉุดกระชากลากถูเข้าห้องขัง และภาพที่ฟลุ๊คศรีโชว์รอยช้ำทั่วทั้งตัว ซึ่งต่อมาตำรวจยืนยันว่า กรณีนี้ไม่มีการทำเกินกว่าเหตุ (รายละเอียดเพิ่มเติมที่ : ทุบโต๊ะข่าว :ฟลุ๊คศรี มณีเด้ง ขู่แจ้งจับ ตร.ลากเข้าห้องขัง-ตร.โต้เมาหัวโขกฝาเอง ซ้ำด่า จนท.) ล่าสุด ทนาความเกิดผล แก้วเกิด ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เกิดผล แก้วเกิด โดยอธิบายถีึงบุหรี่ไฟฟ้า ที่ถูกจัดเป็นสินค้าต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาญาจักร ตามประกาศ ของ กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตั้งแต่เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2557 ดังนั้นเมื่อมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ในทางกฎหมายจึงหมายถึงว่า คนไทยทุกคน ต้องรู้กฎหมายดังกล่าว และการแก้ตัวว่าไม่รู้ จึงเป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น นอกจากนี้ ทนาความเกิดผลยังระบุถึงกรณีที่มีการนำบุหรี่ไฟฟ้ามาขายทั้งที่เป็นสินค้าห้ามนำเข้า นั้นมีความผิดตามมาตรา ๒๔๔ ผู้ใดนำของที่ผ่านหรือกำลังผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักร หรือส่งของดังกล่าวออกไปนอกราชอาณาจักร หรือนำของเข้าเพื่อการผ่านแดนหรือการถ่ายลำโดยหลีกเลี่ยงข้อจำกัด หรือข้อห้ามอันเกี่ยวกับของนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลอาจสั่งริบของนั้นก็ได้ ไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่ ส่วนคนที่สูบ หรือ […]

ราชกิจจาฯ ประกาศ ติดกล้องหน้ารถยนต์ ได้ส่วนลดเบี้ยประกัน 5-10%

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่คำสั่งนายทะเบียน เรื่องให้ใช้อัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์ สำหรับรถยนต์ที่ติดตั้งระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ที่ติดตั้งกับรถยนต์ ความว่า เพื่อเป็นการเสริมสร้างวินัยจราจรแก่ประชาชน จึงส่งเสริมให้เจ้าของรถมีการติดตั้งระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (Closed-Circuit Television : CCTV) ที่ติดตั้งกับรถยนต์ อันเป็นอุปกรณ์ที่มีส่วนช่วยในการตรวจสอบวินัยจราจร อีกทั้งยังสามารถใช้เป็นหลักฐานสำคัญ ในการยืนยันถึงการกระทำความผิดจากการใช้รถยนต์ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 30 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ.2535 นายทะเบียนจึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้ คําสั่งนี้เรียกว่า “คําสั่งนายทะเบียน ที่ 8/2560 เรื่อง ให้ใช้อัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ สําหรับรถยนต์ที่ติดตั้งระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ที่ติดตั้งกับรถยนต์” คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ให้บริษัทให้ส่วนลดเบี้ยประกันภัยในการรับประกันภัยตามกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ทุกประเภทเป็นส่วนลดอื่นในอัตราร้อยละ 5–10 ของเบี้ยประกันภัยสุทธิ สําหรับรถยนต์ที่ติดตั้งระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ที่ติดตั้งกับรถยนต์ โดยแสดงหลักฐานภาพถ่ายการติดตั้งระบบสำหรับรถยนต์ ที่ติดตั้งกล้องหน้ารถ ต้องแสดงหลักฐานภาพถ่ายการติดตั้งระบบกล้องคันเอาประกันภัย ในเวลาทำสัญญาประกันภัย และต้องติดตั้งระบบกล้องกับรถยนต์ไว้ตลอดระยะเวลาเอาประกันภัยด้วย ภาพจาก dipolen

คสช.ยกเลิกคุมพื้นที่ธรรมกาย แต่ยังคง ม.44 รอบวัดหลังเหตุการณ์ปกติ

เมื่อวันที่ 11 เม.ย. ที่ผ่านมา หลังการประชุมคณะรัฐมนตรีมีคำสั่งเห็นชอบให้ยกเลิกมาตรา 44 ควบคุมพื้นที่วัดพระธรรมกาย และพื้นที่อื่นๆ ที่อยู่บริเวณโดยรอบ

keyboard_arrow_up