เชื่อใจกทม.ได้จริงหรือ!? กลุ่มศิลปินไม่เห็นด้วย กรุงเทพฯ ขอคืนหอศิลป์

หลังมีการเผยแพร่ข่าวที่เกี่ยวกับแนวคิดของทางกรุงเทพมหานคร ซึ่งเตรียมจะดึงหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) มาบริหารเองแทนมูลนิธิหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร หลังพบว่า การบริหารของมูลนิธิเข้าข่ายผิดระเบียบกรุงเทพฯ มาตรา 96 เพราะไม่ผ่านการอนุญาตจากสภา กทม. และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ มีศิลปินหลายคนออกมาแสดงความคิดเห็นในเชิงที่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิด หนึ่งในนั้นคือแอดมินเพจ Headache Stencil (เฮดเอค สเต็นซิล) ที่ครั้งหนึ่งเคยออกมาพ่นกราฟฟิตี้เสือดำจนกลายเป็นกระแสโด่งดังนั้น ล่าสุดแอดมินเพจดังกล่าวได้ออกมาตั้งสเตตัสไม่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าวเช่นกัน โดยในวันนี้ทีมข่าวอมรินทร์ทีวีได้พูดคุยผ่านทางโทรศัพท์ กับแอดมินเพจ เฮดเอค สเต็นซิล ซึ่งระบุว่า การที่ กทม. บอกว่าจะพัฒนาพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนเข้ามาใช้งานได้เหมาะสมยิ่งขึ้น เช่น การเพิ่มโต๊ะเก้าอี้ให้เพียงพอนั้น ตนมองว่าหอศิลป์ไม่ใช่ที่ติวหนังสือเหมือนตามร้านกาแฟหรือตามห้างที่ก็หาได้ทั่วไป ที่นี่เป็นแหล่งแสดงผลงานศิลป์เพื่อเปิดโลกให้กับคนไทย และที่ผ่านมาหอศิลป์ก็ทำหน้าที่แบบนั้นมาตลอด โดยไม่เคยมองว่าใครถูกใครผิด เพราะที่นี่เป็นแหล่งแสดงออกถึงสิทธิเสรีภาพ ส่วนตัวยังมองว่าการที่ กทม. จะเข้ามาบริหารงานเอง น่าจะเป็นเพราะเหตุผลทางการเมืองมากกว่า เพราะที่ผ่านมาหอศิลป์เป็นสถานที่ที่ศิลปินใช้ในการแสดงออกซึ่งความคิดเห็นต่างๆ อาทิ กรณีของเสือดำ ตนจึงคิดว่าหากเมื่อไหร่ที่กทม.เข้ามาบริหาร สิทธิและเสรีภาพต่างๆตรงนี้ก็อาจจะถูกปิดกั้นไปด้วย และการที่ผู้ว่าฯ กทม.ทิ้งท้ายว่า อยากให้เชื่อใจ กทม. นั้นสามารถเชื่อได้จริงหรือ แท้จริงแล้วมีอะไรมากกว่านั้นหรือไม่ ซึ่งตนอยากให้ผู้ว่าลองสังเกตปฏิกิริยาของศิลปินดูก่อนจะตัดสินใจ เพราะตอนนี้ไม่มีใครเอาด้วยเลย ขณะที่เดียวกันคุณสิริสกุล มยุรีสวรรค์ ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี ยังได้พูดคุยกับประชาชนที่เคยเข้าไปชมงานศิลปะภายในหอศิลป์ […]

ลุยงานแรก ‘ประจิน จั่นตอง’ มอบเงินช่วยเหลือกัมพูชา สร้างศูนย์ฝึกอาชีพ-ฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เดินทางไปยังกระทรวงมหาดไทย กรุงพนมเปญ ราชอาณาจักรกัมพูชา โดยเป็นผู้แทนรัฐบาลไทย มอบเงิน จำนวน 38,011,400 บาท ให้กับกัมพูชาเพื่อใช้ในการก่อสร้างศูนย์ฝึกอาชีพและบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติ ณ อำเภอสตึงฮาว จังหวัดพระสีหนุ ภายใต้ “โครงการเสริมสร้างและยกระดับความร่วมมือด้านบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดกับประเทศกัมพูชา” โดย นายเกา คอนดารา รักษาการประธานคณะกรรมการต่อสู้ยาเสพติดแห่งชาติ แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา (เทียบเท่ารัฐมนตรี) เป็นผู้แทนฝ่ายกัมพูชารับมอบความช่วยเหลือดังกล่าว สืบเนื่องจากต้นปี 2560 รัฐบาลกัมพูชาได้เปิดปฏิบัติการรณรงค์ต่อสู้ยาเสพติดแห่งชาติ ส่งผลให้ผู้ต้องการ เข้ารับการบำบัดรักษายาเสพติดมีจำนวนสูงขึ้น ในขณะที่ขีดความสามารถในการให้บริการด้านดังกล่าวไม่สามารถรองรับได้ จึงได้ร้องขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาลไทย และ ครม. ได้พิจารณาอนุมัติสนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างอาคารของศูนย์ฯ จำนวน 4 อาคาร ประกอบด้วย อาคารบริการสุขภาพ อาคารผู้ป่วยชาย อาคารผู้ป่วยหญิง และอาคารฝึกอาชีพผู้ป่วยชาย ทั้งนี้ กัมพูชายังได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนที่ได้มาจากการยึดทรัพย์สินผู้ค้ายาเสพติด จากการบริจาคของภาคเอกชน และประชาชน รวมถึงจากประเทศภาคีอื่นๆ ด้วย การให้ความช่วยเหลือของไทยแก่กัมพูชาในครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหายาเสพติดและลดผลกระทบของยาเสพติด รวมถึง ปัญหาด้านสาธารณสุข การลักลอบข้ามแดน และอาชญากรรม […]

มหาดไทยมอบของขวัญปีใหม่ให้คณะรัฐมนตรี สื่อถึงทัพผู้นำพาประเทศผ่านพ้นวิกฤติ

สำหรับกิจกรรมก่อนการประชุม ครม. วันนี้ (12 ธ.ค. 60) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงและกรมพัฒนาชุมชนที่ประชาสัมพันธ์การจัดงาน Otop City 2017 โดยระหว่างเยี่ยมชมบูธประชาสัมพันธ์กิจกรรม พลเอกประยุทธ์ ได้ซื้อเสื้อยีนส์ ไหมไทย ราคา ตัวละ 5 พันบาท ที่ผู้ประกอบการธุรกิจ SME นำมาจัดแสดงด้วย และพลเอกอนุพงษ์ ยัง มีการนำผลิตภัณฑ์โอทอป มอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้รัฐมนตรีแต่ละคน โดยได้มอบเรือจำลอง จากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้แก่ พลเอกประยุทธ์ เพื่อแสดงถึงการเป็นผู้นำที่มุ่งมั่น นำพาประเทศชาติผ่านพ้นวิกฤต นำความสุขคืนให้กับประชาชน พร้อมมอบช้างแกะสลัก จากจังหวัดลำปางให้กับพลเอกประวิตร แสดงถึงกำลังสำคัญในการปกป้องประเทศชาติ นำพารอยยิ้มและความสงบสุขสู่แผ่นดิน มอบหัวโขนพระนารายณ์ จากจังหวัดสมุทรสงครามให้แก่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เพื่อแสดงถึงการดูแลรักษากฎกติกาของบ้านเมืองให้เป็นหลักในการเดินหน้าประเทศ เพื่อประชาชนได้เชื่อมั่นและอบอุ่นใจ เป็นต้น  

มท. ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง 2 ผวจ. ชลบุรี งัดม.44 สลายการชุมนุม

หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ กรณีการจัดการเรื่องพิธีวางดอกไม้จันทน์ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ใน จ.ชลบุรี และ นนทบุรี ล่าสุดทางกระทรวงมหาดไทย ได้มีการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้รายงานว่าได้ลงนามคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเกิดปัญหาความไม่เรียบร้อยในการอำนวยความสะดวกในงาน พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ จ.นนทบุรี และ จ.ชลบุรี แล้ว โดยได้มอบนโยบายให้คณะกรรมการตรวจสอบดูข้อเท็จจริงให้ครบถ้วน ทั้งจากผู้ว่าราชการจังหวัด รวมทั้งกลุ่มผู้ที่ไม่ได้รับความสะดวกในวันงานดังกล่าวว่าเกิดอะไรขึ้น มีการร้องเรียน หรือไม่พอใจในประเด็นอะไร ขอให้ตรวจสอบเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่าง ละเอียดทั้งหมด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ส่วนกระแสข่าวว่ามีงบประมาณลงไปที่ จ.ชลบุรี จำนวน 20 ล้านบาทนั้น ย้ำว่าไม่มีการจัดงบประมาณใดๆ ลงไปในพื้นที่อย่างแน่นอน เพราะการก่อสร้างพระเมรุมาศจำลอง รวมทั้งพระจิตกาธานนั้น เป็นหน้าที่ของส่วนกลาง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีไม่มีหน้าที่ในการจัดซื้อจัดจ้างในเรื่องนี้ทั้งสิ้น ส่วนข้อกล่าวหากรณีผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีมาปฏิบัติหน้าที่สายนั้น พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่าจากการตรวจสอบ ทราบว่าผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีเข้าพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเช้า ขณะที่การปล่อยแถวให้ข้าราชการถวายดอกไม้จันทน์ก่อนประชาชนนั้น เป็นขั้นตอนที่ปฏิบัติเหมือนกันทุกจังหวัด ส่วนปัญหาการชุมนุมต่อต้านผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ยังเกิดขึ้นโดยเมื่อวานนี้ถือเป็นการชุมนุมต่อเนื่องครั้งที่ 3 อย่างไรก็ตามภายหลังจากเมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่ได้ขอความร่วมมือ […]

มท.1 สั่งเร่งสร้างความเข้าใจกับประชาชนเรื่องการจัดคิวเข้าถวายดอกไม้จันทน์ที่ชลบุรี

พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พูดถึง สถานการณ์ที่ประชาชนชาวจังหวัดชลบุรีมารวมตัว ประท้วงผู้ว่าราชการจังหวัด เพราะไม่พอใจเรื่องการจัดคิวเข้าถวายดอกไม้จันทน์ว่า จากการตรวจสอบ เบื้องต้น พบว่า ประชาชนไม่พอใจใน 3 ประเด็น   เรื่องแรก คือเรื่อง งบประมาณ ในการบริหารจัดงาน 20 ล้านบาท ซึ่งยืนยันว่าไม่ใช่งบประมาณในการบริหารจัดการพื้นที่ที่ให้ประชาชนเข้าถวายดอกไม้จันทน์ แต่เป็นงบประมาณการก่อสร้างพระเมรุมาศจำลอง และพระจิตกาธาน ส่วนเรื่องที่สอง คือ เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งจากการตรวจสอบ ผู้ว่าฯได้ลงพื้นที่ปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่ในช่วงเช้าแล้ว ส่วนประเด็นสุดท้ายคือ เรื่องการจัดแถว ซึ่งตน ไม่ขอวิจารณ์เรื่องนี้ แต่ยอมรับว่าประชาชนมาร่วมงานจำนวนมากเกินพื้นที่การจัดงาน ในหลายๆ จังหวัดก็มีประชาชนแน่นทุกที่ ซึ่งเป็นปัญหาลักษณะเดียวกัน จึงขอให้ทุกคนเข้าใจ พร้อมย้ำว่าไม่ควรนำมาเป็นความขัดแย้ง ขณะนี้ได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดชลบุรี เพื่อหาข้อเท็จจริงจากทุกฝ่ายแล้ว โดยได้เน้นย้ำให้สร้างความเข้าใจกับประชาชน

จะไม่เกิดน้ำท่วมขังกรุงเทพฯ ซ้ำ! ‘กรมชลประทาน’ ยืนยัน สามารถบริหารจัดการน้ำได้

พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภูมิภาค ยังเหลือเพียงที่จังหวัดขอนแก่น อำเภออุบลรัตน์ อำเภอน้ำพอง และอำเภอเมือง ที่ยังมีผลกระทบเรื่องการปล่อยน้ำจากเขื่อนอุบลรัตน์ที่เกินความจุที่ต้องเร่งระบาย โดยต้องใช้ระยะเวลา ส่วนในพื้นที่ลุ่มน้ำชี ลุ่มน้ำมูลไม่มีปัญหาอะไร แม้ว่าฝนตกมากยังมีทุ่งรับน้ำที่มีความจุร้อยละ 12 ของพื้นที่ และแก้มลิงที่รองรับน้ำได้อีกร้อยละ 30 จะไม่ส่งผลกระทบถึงกรุงเทพมหานคร พร้อมยืนยันว่าที่เขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนชัยนาท กรมชลประทานสามารถบริหารจัดการน้ำได้ และย้ำว่ากรุงเทพมหานครไม่ต้องกังวลในเรื่องน้ำจากภาคเหนือ แต่ต้องบริหารปริมาณน้ำฝนที่ตกในพื้นที่ กทม.เท่านั้น ซึ่งได้เตรียมการระบายน้ำและอุปกรณ์ โดยศูนย์ปฏิบัติการอยู่ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยมีเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายบูรณาการงานเฝ้าระวังน้ำจากปริมาณฝน ในส่วนกรุงเทพมหานคร ที่มีศูนย์ที่ดินแดงต้องประเมินติดตามระบบการระบายน้ำเตรียมรับมือในวันหรือสองวันนี้ มั่นใจว่าจะไม่เกิดความเดือนร้อนต่อประชาชนมากนัก ขณะที่ นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานมีแผนบริหารจัดการน้ำ แม้ปริมาณน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์จะลดลง แต่ยังต้องเตรียมแผนรองรับในช่วงสัปดาห์หน้า ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากลมมรสุมที่พาดผ่านประเทศไทยและเกิดฝนตก โดยจะเพิ่มอัตราการระบายน้ำ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อลดผลกระทบจากปริมาณน้ำที่คาดว่าอาจเพิ่มขึ้นสูง ส่วนเขื่อนเจ้าพระยายังต้องควบคุมปริมาณน้ำที่ไหลผ่านท้ายเขื่อน โดยยังมีความสามารถรองรับน้ำได้ไปจนถึงสิ้นเดือนนี้ ยืนยันว่า จะไม่เกิดน้ำท่วมขังกรุงเทพฯเช่นเดียวกับช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานจะติดตามผลกระทบจากลมมรสุมที่พาดผ่านประเทศไทย ในวัน 17-19 ตุลาคมนี้ ที่อาจทำให้เกิดฝนตก โดยประเมินว่ามรสุมจะเริ่มอ่อนตัวลง เพราะเป็นช่วงปรับเปลี่ยนฤดูฝนเข้าสู่ฤดูหนาว

ผู้การ ตม.5 ชี้เป็นไปได้ที่ ‘เจ้าอาวาส’ สวมบัตรคนตาย จะหนีผ่านช่องทางธรรมชาติออกนอกประเทศแล้ว

ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 สั่งเจ้าหน้าที่ตามจุดผ่านแดนต่างๆ ตรวจสอบอย่างเข้มงวด ป้องกันเจ้าอาวาสวัดสวนดอก จ.เชียงใหม่ หลบหนีออกนอกประเทศ หลังมีการแจ้งความดำเนินคดีกรณีสวมบัตรประชาชนคนตาย เมื่อวันที่ 13 ต.ค. 60 พล.ต.ต.บัณฑิต ตุงคะเศรณี ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 เปิดเผยว่า หลังได้รับรายงานว่าทางฝ่ายปกครองอำเภอแม่อาย จ.เชียงใหม่ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับพระราชรัชมุนี เจ้าอาวาสวัดสวนดอก จ.เชียงใหม่ ใช้หมายเลขประจำตัวประชาชนเลขเดียวกับ ผูู้ซึ่งเสียชีวิตไปตั้งแต่ปี 2538 ในข้อกล่าวหา ยื่นคำขอมีบัตรโดยมิได้มีสัญชาติไทยด้วยการแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย รวมถึงแจ้งความ ต่อเจ้าพนักงานที่มีส่วนรู้เห็น ในส่วนของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ประจำด่านผ่านแดนทุกจุด เฝ้าระวังจับตา อย่างใกล้ชิด ว่าพระราชรัชมุนี จะมีการเดินทางออกนอกประเทศหรือไม่ แต่ก็ยอมรับว่าอาจจะมีความเป็นไปได้ที่อาจจะเดินทางออกนอกประเทศไปแล้วผ่านช่องทางธรรมชาติไปแล้ว ขณะที่ทางด้าน พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ กล่าวว่า หลังจากนี้ ตำรวจจะออกหมายเรียก พระราชรัชมุนีมารับทราบข้อกล่าวหา หากไม่มาพบตามนัดหมายจะดำเนินการออกหมายจับตามขั้นตอน

ลือหึ่งจีวรปลิวแล้ว! มท.1 สั่งสอบปมเจ้าอาวาสวัดเชียงใหม่ สวมบัตรปชช.คนตาย

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีที่ พระราชรัชมุนี เจ้าอาวาสวัดสวนดอก จ.เชียงใหม่ ใช้หมายเลขประจำตัวประชาชนเลขเดียวกับ นาย ดวงดี เวียงดินคำ ซึ่งเสียชีวิตไปตั้งแต่ปี 2538 ว่า ล่าสุดพี่สาวนายดวงดี ยืนยันว่าเสียชีวิตแล้ว แม้จะไม่ได้แจ้งตาย และไม่ได้ออกใบมรณะบัตรก็ตาม ซึ่งขณะนื้ทางกระทรวงมหาดไทยได้ ยกเลิกเพิกถอนบัตรประจำตัวฉบับนี้ไปแล้ว ขณะเดียวกันนายอำเภอในพื้นที่ต้องแจ้งความ กรณีที่เจ้าอาวาสวัดสวนดอกไปสวมสิทธิบัตรประชาชนของผู้ตาย เพราะเป็นเรื่องผิดกฎหมาย จากนั้นจะต้องสืบสวนตั้งแต่ต้นทางว่ามีใคร มีส่วนรู้เห็นอะไร หรือไม่ รวมถึงตรวจสอบเจ้าหน้าที่ผู้ออกบัตรเมื่อปี 2538 ด้วย ว่าทำไมถึงปล่อยให้มีการใช้เลขบัตรประชาชนซ้ำกัน ถ้าพบว่าใครทำผิดก็ต้องรับผิดชอบ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ถือเป็นอีกบทเรียน แต่ก็สามารถตรวจสอบการกระทำผิดได้อย่างรวดเร็ว เพราะมีเทคโนโลยีระบบคอมพิวเตอร์เข้าช่วยว่ากระทำผิดขั้นไหนอย่างไร ส่วนความผิดพลาดเรื่องการสวมสิทธิบัตรประชาชนในปัจจุบัน คิดว่าคงจะเกิดยากขึ้น เพราะมีการยืนยันด้วยระบบคอมพิวเตอร์แล้ว ทางด้าน นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ บอกว่า ขณะนี้ จังหวัดเชียงใหม่ โดยศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ และที่ทำการปกครองจังหวัดเชียงใหม่ มีการประชุมหารือดำเนินการเพื่อตรวจสอบกรณีดังกล่าวแล้ว เบื้องต้นมีข้อสรุปว่า จะทำการตรวจสอบประวัติของพระราชรัชมุนี อย่างละเอียด รวมทั้งมีการประสานข้อมูลอย่างละเอียดจากทางกรมการปกครองด้วย เพื่อให้ทราบชัดเจนว่า พระราชรัชมุนีมีประวัติความเป็นมาอย่างไรกันแน่ และจะเร่งดำเนินการให้ได้ข้อสรุปโดยเร็วที่สุด […]

ฝ่ายความมั่นคงจัดกำลัง 2 กองร้อย รับมวลชนให้กำลังใจ ‘ยิ่งลักษณ์’ เชื่อไม่มีเหตุรุนแรง!

ในวันพรุ่งนี้ (27 ก.ย.)  จะมีการอ่านคำพิพากษา คดีรับจำนำข้าว ของอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แม้ว่าจะไม่ทราบว่าขณะนี้เจ้าตัวหลบหนีไปอยู่ที่ไหน แต่เบื้องต้นฝ่ายความมั่นคงยังคงมาตรการดูแลความปลอดภัยพื้นที่รอบศาลและคาดว่าไม่น่าจะมีเหตุรุนแรงใด ๆ เกิดขึ้น พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ กล่าวถึงการนัดฟังคำพิพากษาคดีจำนำข้าว ของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 27 ก.ย. ว่า จะมีประชาชนเดินทางมาศาลไม่มากเหมือนวันที่ 25 สิงหาคม และเชื่อมั่นว่านี้จะไม่มีเหตุรุนแรง เพราะทุกคนเคารพคำตัดสินของศาล ส่วนการติดตามตัวนางสาวยิ่งลักษณ์นั้น ยังเป็นเรื่องที่ต้องขยายผลกันต่อไป ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย บอกว่า ยังไม่มีรายงานความเคลื่อนไหวผิดปกติแต่อย่างใด เชื่อว่า ประชาชนเข้าใจสถานการณ์ และ รู้ว่าอะไรเป็นอะไรดี ส่วนการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่รอบศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในวันที่ 27 ก.ย. พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล บอกว่า การข่าวคาดว่าจะมีกลุ่มผู้สนับสนุนมาให้กำลังใจ รวมถึงผู้เกี่ยวข้อง ประมาณ 300-400 คน ไม่มากเหมือนเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งศาลได้ให้ ใช้แนวทางเดิมระหว่างการไต่สวนคือการกำหนดเขตอำนาจศาลเพียง […]

มหาดไทยสั่งสอบเพิ่มพ่อเมืองแม่ฮ่องสอนปมค้าประเวณีเด็ก มท.1 ปัดพูดเรื่องคืนตำแหน่ง

นายประยูร รัตนเสนีย์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการในการสอบข้อเท็จจริงกรณี ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ถูกแม่ของเด็กสาวกล่าวหาว่าพัวพันการค้าบริการเยาวชน เปิดเผยว่า ขณะนี้ผลสอบยังไม่แล้วเสร็จ มีการสอบพยานไปแล้ว 20 กว่าปาก ส่วนพยานแวดล้อมนั้นได้ตรวจสอบครบถ้วนแล้ว โดยในวันนี้ (9 พ.ค. 60) ทางคณะกรรมการชุดนี้จะบินไปที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นรอบที่ 2 เพื่อสอบถามพยานบุคคลเพิ่มเติม มีทั้งพยานปากใหม่ และพยานปากเดิมที่เคยให้ข้อมูลไปแล้ว แต่ยังได้รายละเอียดไม่ครบถ้วน หรือมีประเด็นที่ต้องสอบถามเพิ่มเติม ซึ่งทางคณะกรรมการพยายามดำเนินการทุกขั้นตอนอย่างรอบคอบรัดกุม เพราะประเด็นนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน อย่างไรก็ตาม คาดว่าภายในสัปดาห์นี้ ผลสอบอาจจะยังไม่แล้วเสร็จ แต่จะเสร็จทันในกรอบระยะเวลาที่กระทรวงมหาดไทยกำหนดไว้ ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้าการค้ามนุษย์ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเข้าไปเกี่ยวข้องว่า ไม่สามารถเข้าไปพูดคุยกับผู้เสียหายได้ เพราะเจ้าหน้าที่ที่คุ้มครองผู้เสียหายไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ปกครองพูดคุย โดยข้อมูลที่ได้ขณะนี้เป็นเพียงข้อมูลฝ่ายเดียวยังไม่เพียงพอที่จะชี้ว่าใครถูกใครผิด ส่วนกรณีที่พบเจ้าหน้าที่ อบต.ใน จ.นนทบุรีอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องนั้น รมว.มหาดไทยยืนยันว่า ไม่ว่ามีใครเข้าไปเกี่ยวข้องก็จะตรวจสอบให้หมด พร้อมกันนี้มองว่ายังเร็วไปที่จะมาพูดเรื่องคืนตำแหน่งผู้ว่าแม่ฮ่องสอนหากตรวจสอบว่าไม่ผิดจริง.

keyboard_arrow_up