แก๊งลักเด็กอาละวาด! ป้าใช้กลอุบายป่วยหนัก-ให้เงินล่อใจ 20 บาท หวังลวง ด.ญ.ขึ้นรถ

เด็กหญิง ป.2 หวิดถูกลวงขึ้นรถแก๊งลักเด็กขณะเล่นกับเพื่อนในตลาดชุมชน ก่อนถูกหญิงแปลกหน้าวางอุบายทำทีแกล้งป่วยโรคหัวใจกำเริบใช้เงิน 20 บาท เป็นค่าจ้างพาขึ้นรถเพื่อนหนูน้อยรีบแจ้งญาติตามกลับมาได้ทันควัน เมื่อวันที่ 1 มี.ค.61 จากกรณีเฟซบุ๊กชื่อ”ผู้ใหญ่บีสิทธิชัยพิมพ์สิม” โพสต์คลิปวิดีโอ เหตุการณ์ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ต.ดอนหัน กำลังทำการสอบถาม ด.ญ.บี (นามสมมุติ) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากที่อ้างว่าได้ถูกหญิงแปลกหน้าเดินจูงแขนพาไปขึ้นรถยนต์ที่จอดอยู่บริเวณริมถนนใกล้กับตลาดที่เกิดเหตุ ก่อนที่เพื่อนของ ด.ญ.บี ที่เล่นอยู่ด้วยกันจะรีบวิ่งไปบอกให้ป้าที่ขายของอยู่ในตลาดรีบมาตามตัวกลับไป โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงหัวค่ำของวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา พร้อมแจ้งเตือนให้ผู้ปกครองได้เฝ้าระวังบุตรหลานของตนเอง หลังคลิปนี้ถูกแชร์ในสื่อสังคมออนไลน์ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังที่เกิดเหตุที่ตลาดสดบ้านดอนแดง หมู่ 2 ต.ดอนหัน อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งพบว่าบรรดาพ่อค้าแม่ค้าภายในตลาดต่างพากันพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่คิดว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นกับคนในชุมชน เพราะที่ผ่านมาก็ได้ยินเพียงข่าวคราวที่เกิดขึ้นในจังหวัดอื่นๆเท่านั้น ผู้สื่อข่าวได้พบกับป้าของเด็กหญิงคนดังกล่าว ซึ่งเป็นผู้ที่ไปตามตัวหลานสาวกลับมาได้หลังจากที่เพื่อนของ ด.ญ.บี วิ่งมาบอกว่าถูกหญิงแปลกหน้าชักชวนให้พาไปขึ้นรถ ป้าของน้องบี เล่าว่า ในขณะที่ตนกำลังขายของอยู่ภายในตลาดจู่ๆเพื่อนของหลานสาวได้วิ่งมาหาด้วยอาการตกใจ ก่อนจะบอกให้ตนรีบไปตามตัวหลานสาวกลับมา โดยบอกเพียงว่าหลานของตนกำลังเดินไปขึ้นรถกับหญิงแปลกหน้า ตนจึงรีบวิ่งไปยังจุดที่เพื่อนของหลานสาวบอก ซึ่งเป็นบริเวณที่มีเครื่องเล่นสวนสนุกที่ตั้งอยู่ด้านข้างตลาด เมื่อไปถึงก็พบว่าหลานสาวกำลังเดินอยู่บริเวณริมถนน ตนจึงร้องตะโกนบอกให้กลับมา เมื่อหลานสาวได้ยินเสียงเรียกจึงวิ่งกลับมาหา ก่อนที่จะรีบพาหลานสาวกลับเข้ามาในตลาดและแจ้งให้กับผู้นำชุมชนทราบซึ่งตนก็ไม่ทันได้สังเกตว่าบุคคลที่พาตัวหลานสาวไปเป็นใครและใช้รถยนต์ยี่ห้ออะไร เพราะตอนนั้นตกใจและห่วงหลานสาว จากการสอบถามหลานสาวทราบว่าได้ถูกหญิงแปลกหน้าคนนึงชักชวนให้พาไปที่รถ โดยอ้างว่าโรคหัวใจกำเริบและให้หลานสาวพาไปที่รถ […]

“อั๋น” จัสติน บีเบอร์เมืองไทย ชีวิตนี้มีแต่ให้(คลิป)

เป็นอีกหนึ่งหนุ่มฮอตที่มีชาวโซเชียลติดตามจำนวนมาก สำหรับ “อั๋น” ภานุพงศ์ น้อยวัน   เด็กหนุ่มที่รักศิลปะ รอยสัก และดนตรี ที่มีแนวคิดในการใช้ชีวิตดีๆผ่านเฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม จนมีผู้ติดตามกว่า 8 แสนคนและให้ฉายาหนุ่มคนนี้ว่า “จัสติน บีเบอร์”เมืองไทย อย่างไรก็ตาม แม้จะมีคนติดตามเป็นจำนวนมาก แต่กระแสสังคมก็บอกว่าหนุ่มคนนี้ร้าย และชอบสร้างภาพ ล่าสุด รายการ APOP บันเทิง 34 เวลา 13.15 น. ช่วงเน็ตไอดอลขอทำดี ทราบว่า “อั๋น ภานุพงศ์” เน็ตไอดอลชื่อดัง มีปมในใจหนึ่งอย่าง คือ “ทำความดีแล้วภาพลักษณ์ไม่น่าเชื่อถือ”  ซึ่งทีมงานได้สานฝันของเขาให้เป็นจริง โดยพาไปปฏิบัติภารกิจทำดี กับมูลนิธิกระจกเงา โดยการเอาของไปบริจาคที่บริเวณสะพานใหม่ “อั๋น ภานุพงศ์” เปิดเผยความรู้สึกว่า การที่ได้ลงพื้นที่แจกของให้กับผู้ที่ขาดแคลน มันทำให้เราหึดสู้ เราต้องไปทำให้เขายิ้มและมีความสุข ดีใจที่ได้มาทำกิจกรรมดีๆแบบนี้ เพราะหลายคนมักมองว่าตัวเองสร้างภาพ แต่ไม่ว่าใครจะมองอย่างไร ขอแค่ได้ช่วยคนก็พอแล้ว และทำให้ตนเองรู้สึกมีกำลังใจในการดำเนินชีวิตเป็นอย่างมาก ช่วงเวลาที่ “อั๋น ภานุพงศ์” ทำภารกิจทำดีด้วยการแจกของ ก็ได้พูดคุยและสร้างความเป็นกันเองให้กับคุณลุง คุณป้า จนทำให้ใครหลายคนอดยิ้มตามไม่ได้ โดยพอหนุ่มอั๋น ไปแจกของบ้านหลังสุดท้าย ที่เป็นหนุ่มตาบอดที่อาศัยอยู่ในอพาร์ทเม้นท์เพียงลำพัง ซึ่งนอกจากตาบอดแล้ว ยังมีโรคแทรกซ้อนเกี่ยวกับไต ที่ต้องไปฟอกไตเป็นประจำ ชายหนุ่มได้บอกกับทางอั๋น […]

ร่ำไห้! ลูกชายโผกอดพ่อ หลังพลัดพราก 15ปี ใช้กูเกิล ตามหาจนเจอะ

2 พ.ค. 60  พ.ต.ท.ปฏิศาสตร์ ศรีมณฑา กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี(ดส)  กองบัญชาการตำรวจนครบาล  พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิกระจกเงา และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง  แถลงข่าว การติดตามคนหายนานกว่า 15ปี  คืนสู่ครอบครัว พ.ต.ท.ปฏิศาสตร์ กล่าวว่า มูลนิธิกระจกเงา ได้ประสานตำรวจว่ามี นายอั้ม อายุประมาณ 25 ปี ตามหาครอบครัวที่แท้จริง เนื่องจากหนีออกจากบ้านตั้งแต่เด็ก โดยมีข้อมูลที่จดจำได้เพียงบางส่วนเกี่ยวกับชุมชนที่เคยอาศัยอยู่ ตำรวจ ดส.จึงร่วมกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิกระจกเงา ลงพื้นที่ชุมชนย่านตลาดศรีเขมา เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร ตระเวนเดินเท้าหาข่าวในชุมชนกระทั่งพบเบาะแสญาติของชายคนดังกล่าว จนสามารถติดตามหาบิดาจนพบ โดย นายเอกลักษณ์ หลุ่มชมแข หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา กล่าวว่า หลังได้รับข้อมูล ประสานงานไปยังตำรวจกองบังคับการตำรวจรถไฟ เพื่อให้ช่วยวิเคราะห์สภาพชุมชนริมทางรถไฟ และลงพื้นที่บริเวณชุมชนยมราช แต่ไม่มีใครรู้จัก นายอั้มและครอบครัว จึงได้ประกาศข้อมูลประชาสัมพันธ์ผ่านเฟซบุ๊คแฟนเพจอีกรอบ กระทั่งมีพลเมืองดี แจ้งเบาะแสว่า จากข้อมูลน่าจะเป็นชุมชนริมทางรถไฟย่านตลาดศรีเขมา เขตบางซื่อ จึงประสานตำรวจกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี (กก.ดส.) ช่วยติดตาม จนกระทั่งพบครอบครัวนายอั้มในที่สุด ด้าน นายอั้ม กล่าวด้วยน้ำตาว่า ตนหนีออกจากบ้านมาตั้งแต่เด็ก […]

keyboard_arrow_up