นายกฯมอบนโยบาย กอ.รมน. เน้นย้ำต้องการให้บ้านเมืองสงบ-ปชช.อยู่ดีกินดี

นายกรัฐมนตรี เป็นประธานและกล่าวมอบนโยบายในงานสรุปผลการปฏิบัติงานประจำปี 2561 และแถลงแผนการปฏิบัติงาน ประจำปี 2562 ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) พร้อมขับเคลื่อนประเทศในทุกด้านตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี วันนี้ (11 ธันวาคม 2561) เวลา 09.30 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานมอบนโยบายงานสรุปผลการปฏิบัติงานประจำปี 2561 และแถลงแผนการปฏิบัติงาน ประจำปี 2562 ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) โดยมีพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หัวหน้าส่วนราชการ ด้านความมั่นคงจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานด้วย โดยนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้กอ.รมน.เร่งสร้างความเข้าใจ  สร้างหลักคิดที่ถูกต้อง ให้ประชาชนเข้าใจว่า รัฐบาลต้องให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย มีการพัฒนาควบคู่กับความมั่นคงที่ยั่งยืน ซึ่งความมั่นคงพิเศษ คือ การทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี มีรายได้ที่ดีขึ้น ซึ่งหลังจากนายกรัฐมนตรี กล่าวมอบนโยบายในงานสรุปผลการปฏิบัติงานประจำปี 2561 […]

มท.1 ลงพื้นที่สางปัญหาขยะมูลฝอยเกาะสมุย ทุ่มงบ 300 ล้านกำจัดขยะ 2 แสนตัน

วันที่ 31 ต.ค. 61 พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงมหาดไทย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีทุกกรมในสังกัด ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานบริหารจัดการขยะมูลฝอยในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอเกาะสมุย นายกเทศมนตรีนครเกาะสมุย และผู้เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ  พลเอก อนุพงษ์ฯ เน้นย้ำว่า การบริหารจัดการขยะ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ทุกภาคส่วนต้องมีส่วนร่วมช่วยกันทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งขยะจากต้นทาง คือ ครัวเรือน เราต้องเริ่มอย่างเร่งด่วนตั้งแต่ตอนนี้ ซึ่งประชาชนและคนในชุมชนต้องปฏิบัติตามหลัก 3ช หรือ 3Rs คือ ใช้น้อย (Reduce) ใช้ซ้ำ (Reuse) และใช้ใหม่ (Recycle) โดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยงานหลักในการส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดการดำเนินการดังกล่าว ส่วนการกำจัดด้วยเทคโนโลยีต้องอาศัยภาคเอกชนซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญ ทำงานอย่างเป็นระบบ เริ่มตั้งแต่ท้องถิ่นต้องเป็นผู้จัดเก็บขยะทันทีหลังจากประชาชนคัดแยกแล้ว ส่วนเรื่องการกำจัดด้วยเทคโนโลยีเป็นเรื่องที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องพิจารณาร่วมกันกับทุกภาคส่วน และเสนอมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อเสนอคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานต่อไป จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีพื้นที่ 13,726.05 […]

รัฐบาลเมิน ‘ทักษิณ’ เคลื่อนไหวการเมือง ลั่นไทยต้องการความสงบ!

การประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลวันนี้ ก็มีท่าทีจากทางรัฐบาลเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ชินวัตร ที่ระยะหลังเริ่มออกมาปรากฎในหน้าสื่อ และในโซเชียลบ่อยครั้ง นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มองว่า นายทักษิณมักออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองแบบนี้เป็นระยะๆ อยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องชี้แจงอะไรกับต่างประเทศ เพราะตอนนี้ทุกฝ่ายต้องการความสงบเรียบร้อย ทำให้ประเทศมีเสถียรภาพมากที่สุด ถ้าไปให้ความสำคัญกับคำพูดของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมากเกินไป ก็จะติดอยู่ในวังวนความวุ่นวาย ส่วนกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา ออกมาวิจารณ์ความไม่ชอบมาพากลของโครงการไทยนิยมยั่งยืนในบางจังหวัดนั้น ล่าสุด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่า ได้ตรวจสอบแล้ว 2 จังหวัด คือที่บุรีรัมย์และเพชรบูรณ์ ไม่มีการตั้งโครงการหมู่บ้านละ 2 แสนบาทตามที่นายศรีสุวรรณออกมาเปิดเผย แต่จะตรวจสอบกับกระทรวงอื่นว่า มีการตัั้งโครงการลักษณะนี้หรือไม่

รับคำท้า!! ศรีสุวรรณ จ่อร้อง ป.ป.ช. กรณีลูก มท.1 บุกพบผู้ว่าฯ ภูเก็ต

หลังจากกรณีที่มีชื่อ นายยุทธพงษ์ เผ่าจินดา บุตรชายของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าไปเกี่ยวข้องกับธุรกิจโรงไฟฟ้าขยะ รวมถึงบุกเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เมื่อ 3 พ.ค. ที่ผ่านมา และมท.1 ได้ยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่าบุตรชายของตนไม่เคยไปทำธุรกิจดังกล่าว รวมถึงไม่เคยเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ทั้งแนะให้นำเรื่องบอกหน่วยงานที่มีอำนาจในการตรวจสอบ ล่าสุด นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยเตรียมร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อตรวจสอบกรณีดังกล่าวแล้ว โดยได้ออกแถลงการณ์ที่มีเนื้อความดังนี้… ตามที่ปรากฏในสื่อมวลชนทั่วไปว่า บุตรชาย รมว.มหาดไทยบุกพบผู้ว่าฯภูเก็ตเมื่อ 3 พ.ค. ที่ผ่านมา ปรากฏชื่อหราในวาระงานผู้บริหารระดับสูงของจังหวัด จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันทั่วว่า มท.1 มีเอี่ยวกับโครงการบริหารจัดการขยะหรือไม่ เนื่องจากมีการออกกฎหมายลักษณะรวบอำนาจดึงการแก้ไขปัญหาขยะมาดูแล และมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาขยะโดยการให้ท้องถิ่นรวมตัวกัน(Clusters)เพื่อกำจัดขยะ แต่ทว่าท้องถิ่นส่วนใหญ่กลับมุ่งเน้นสร้างโรงเผาขยะเพื่อผลิตไฟฟ้า แทนที่จะใช้วิธีการฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล(Sanitary Landfilled) ซึ่งจะใช้งบประมาณน้อยกว่ามาก จนกลายเป็นการขัดแย้งกับประชาชนทั่วประเทศในขณะนี้นั้น กรณีดังกล่าวยังไม่มีใครหรือหน่วยงานใด จะสามารถให้คำตอบต่อสังคมไทยได้ว่า มท.1 มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวหรือไม่ เพราะการให้สัมภาษณ์ของ มท.1 ก็ปฏิเสธมาโดยตลอดว่า “กรณีที่มีการโจมตีบุคคลในครอบครัวของผม เข้าไปเกี่ยวข้องกับการสร้างโรงไฟฟ้ากำจัดขยะนั้น ยืนยันว่าครอบครัวไม่ได้ยุ่งเกี่ยวแน่นอน ลูกชายบอกว่าไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยว หรือร่วมทุนกับใคร เรื่องนี้ไม่ใช่จะมากล่าวหากันบ่อยๆได้ ถ้าคิดว่ามีข้อมูล […]

มหาดไทยมอบของขวัญปีใหม่ให้คณะรัฐมนตรี สื่อถึงทัพผู้นำพาประเทศผ่านพ้นวิกฤติ

สำหรับกิจกรรมก่อนการประชุม ครม. วันนี้ (12 ธ.ค. 60) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงและกรมพัฒนาชุมชนที่ประชาสัมพันธ์การจัดงาน Otop City 2017 โดยระหว่างเยี่ยมชมบูธประชาสัมพันธ์กิจกรรม พลเอกประยุทธ์ ได้ซื้อเสื้อยีนส์ ไหมไทย ราคา ตัวละ 5 พันบาท ที่ผู้ประกอบการธุรกิจ SME นำมาจัดแสดงด้วย และพลเอกอนุพงษ์ ยัง มีการนำผลิตภัณฑ์โอทอป มอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้รัฐมนตรีแต่ละคน โดยได้มอบเรือจำลอง จากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้แก่ พลเอกประยุทธ์ เพื่อแสดงถึงการเป็นผู้นำที่มุ่งมั่น นำพาประเทศชาติผ่านพ้นวิกฤต นำความสุขคืนให้กับประชาชน พร้อมมอบช้างแกะสลัก จากจังหวัดลำปางให้กับพลเอกประวิตร แสดงถึงกำลังสำคัญในการปกป้องประเทศชาติ นำพารอยยิ้มและความสงบสุขสู่แผ่นดิน มอบหัวโขนพระนารายณ์ จากจังหวัดสมุทรสงครามให้แก่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เพื่อแสดงถึงการดูแลรักษากฎกติกาของบ้านเมืองให้เป็นหลักในการเดินหน้าประเทศ เพื่อประชาชนได้เชื่อมั่นและอบอุ่นใจ เป็นต้น  

มท. ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง 2 ผวจ. ชลบุรี งัดม.44 สลายการชุมนุม

หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ กรณีการจัดการเรื่องพิธีวางดอกไม้จันทน์ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ใน จ.ชลบุรี และ นนทบุรี ล่าสุดทางกระทรวงมหาดไทย ได้มีการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้รายงานว่าได้ลงนามคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเกิดปัญหาความไม่เรียบร้อยในการอำนวยความสะดวกในงาน พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ จ.นนทบุรี และ จ.ชลบุรี แล้ว โดยได้มอบนโยบายให้คณะกรรมการตรวจสอบดูข้อเท็จจริงให้ครบถ้วน ทั้งจากผู้ว่าราชการจังหวัด รวมทั้งกลุ่มผู้ที่ไม่ได้รับความสะดวกในวันงานดังกล่าวว่าเกิดอะไรขึ้น มีการร้องเรียน หรือไม่พอใจในประเด็นอะไร ขอให้ตรวจสอบเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่าง ละเอียดทั้งหมด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ส่วนกระแสข่าวว่ามีงบประมาณลงไปที่ จ.ชลบุรี จำนวน 20 ล้านบาทนั้น ย้ำว่าไม่มีการจัดงบประมาณใดๆ ลงไปในพื้นที่อย่างแน่นอน เพราะการก่อสร้างพระเมรุมาศจำลอง รวมทั้งพระจิตกาธานนั้น เป็นหน้าที่ของส่วนกลาง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีไม่มีหน้าที่ในการจัดซื้อจัดจ้างในเรื่องนี้ทั้งสิ้น ส่วนข้อกล่าวหากรณีผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีมาปฏิบัติหน้าที่สายนั้น พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่าจากการตรวจสอบ ทราบว่าผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีเข้าพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเช้า ขณะที่การปล่อยแถวให้ข้าราชการถวายดอกไม้จันทน์ก่อนประชาชนนั้น เป็นขั้นตอนที่ปฏิบัติเหมือนกันทุกจังหวัด ส่วนปัญหาการชุมนุมต่อต้านผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ยังเกิดขึ้นโดยเมื่อวานนี้ถือเป็นการชุมนุมต่อเนื่องครั้งที่ 3 อย่างไรก็ตามภายหลังจากเมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่ได้ขอความร่วมมือ […]

มท.1 สั่งเร่งสร้างความเข้าใจกับประชาชนเรื่องการจัดคิวเข้าถวายดอกไม้จันทน์ที่ชลบุรี

พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พูดถึง สถานการณ์ที่ประชาชนชาวจังหวัดชลบุรีมารวมตัว ประท้วงผู้ว่าราชการจังหวัด เพราะไม่พอใจเรื่องการจัดคิวเข้าถวายดอกไม้จันทน์ว่า จากการตรวจสอบ เบื้องต้น พบว่า ประชาชนไม่พอใจใน 3 ประเด็น   เรื่องแรก คือเรื่อง งบประมาณ ในการบริหารจัดงาน 20 ล้านบาท ซึ่งยืนยันว่าไม่ใช่งบประมาณในการบริหารจัดการพื้นที่ที่ให้ประชาชนเข้าถวายดอกไม้จันทน์ แต่เป็นงบประมาณการก่อสร้างพระเมรุมาศจำลอง และพระจิตกาธาน ส่วนเรื่องที่สอง คือ เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งจากการตรวจสอบ ผู้ว่าฯได้ลงพื้นที่ปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่ในช่วงเช้าแล้ว ส่วนประเด็นสุดท้ายคือ เรื่องการจัดแถว ซึ่งตน ไม่ขอวิจารณ์เรื่องนี้ แต่ยอมรับว่าประชาชนมาร่วมงานจำนวนมากเกินพื้นที่การจัดงาน ในหลายๆ จังหวัดก็มีประชาชนแน่นทุกที่ ซึ่งเป็นปัญหาลักษณะเดียวกัน จึงขอให้ทุกคนเข้าใจ พร้อมย้ำว่าไม่ควรนำมาเป็นความขัดแย้ง ขณะนี้ได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดชลบุรี เพื่อหาข้อเท็จจริงจากทุกฝ่ายแล้ว โดยได้เน้นย้ำให้สร้างความเข้าใจกับประชาชน

จะไม่เกิดน้ำท่วมขังกรุงเทพฯ ซ้ำ! ‘กรมชลประทาน’ ยืนยัน สามารถบริหารจัดการน้ำได้

พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภูมิภาค ยังเหลือเพียงที่จังหวัดขอนแก่น อำเภออุบลรัตน์ อำเภอน้ำพอง และอำเภอเมือง ที่ยังมีผลกระทบเรื่องการปล่อยน้ำจากเขื่อนอุบลรัตน์ที่เกินความจุที่ต้องเร่งระบาย โดยต้องใช้ระยะเวลา ส่วนในพื้นที่ลุ่มน้ำชี ลุ่มน้ำมูลไม่มีปัญหาอะไร แม้ว่าฝนตกมากยังมีทุ่งรับน้ำที่มีความจุร้อยละ 12 ของพื้นที่ และแก้มลิงที่รองรับน้ำได้อีกร้อยละ 30 จะไม่ส่งผลกระทบถึงกรุงเทพมหานคร พร้อมยืนยันว่าที่เขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนชัยนาท กรมชลประทานสามารถบริหารจัดการน้ำได้ และย้ำว่ากรุงเทพมหานครไม่ต้องกังวลในเรื่องน้ำจากภาคเหนือ แต่ต้องบริหารปริมาณน้ำฝนที่ตกในพื้นที่ กทม.เท่านั้น ซึ่งได้เตรียมการระบายน้ำและอุปกรณ์ โดยศูนย์ปฏิบัติการอยู่ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยมีเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายบูรณาการงานเฝ้าระวังน้ำจากปริมาณฝน ในส่วนกรุงเทพมหานคร ที่มีศูนย์ที่ดินแดงต้องประเมินติดตามระบบการระบายน้ำเตรียมรับมือในวันหรือสองวันนี้ มั่นใจว่าจะไม่เกิดความเดือนร้อนต่อประชาชนมากนัก ขณะที่ นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานมีแผนบริหารจัดการน้ำ แม้ปริมาณน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์จะลดลง แต่ยังต้องเตรียมแผนรองรับในช่วงสัปดาห์หน้า ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากลมมรสุมที่พาดผ่านประเทศไทยและเกิดฝนตก โดยจะเพิ่มอัตราการระบายน้ำ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อลดผลกระทบจากปริมาณน้ำที่คาดว่าอาจเพิ่มขึ้นสูง ส่วนเขื่อนเจ้าพระยายังต้องควบคุมปริมาณน้ำที่ไหลผ่านท้ายเขื่อน โดยยังมีความสามารถรองรับน้ำได้ไปจนถึงสิ้นเดือนนี้ ยืนยันว่า จะไม่เกิดน้ำท่วมขังกรุงเทพฯเช่นเดียวกับช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานจะติดตามผลกระทบจากลมมรสุมที่พาดผ่านประเทศไทย ในวัน 17-19 ตุลาคมนี้ ที่อาจทำให้เกิดฝนตก โดยประเมินว่ามรสุมจะเริ่มอ่อนตัวลง เพราะเป็นช่วงปรับเปลี่ยนฤดูฝนเข้าสู่ฤดูหนาว

ผู้การ ตม.5 ชี้เป็นไปได้ที่ ‘เจ้าอาวาส’ สวมบัตรคนตาย จะหนีผ่านช่องทางธรรมชาติออกนอกประเทศแล้ว

ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 สั่งเจ้าหน้าที่ตามจุดผ่านแดนต่างๆ ตรวจสอบอย่างเข้มงวด ป้องกันเจ้าอาวาสวัดสวนดอก จ.เชียงใหม่ หลบหนีออกนอกประเทศ หลังมีการแจ้งความดำเนินคดีกรณีสวมบัตรประชาชนคนตาย เมื่อวันที่ 13 ต.ค. 60 พล.ต.ต.บัณฑิต ตุงคะเศรณี ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 เปิดเผยว่า หลังได้รับรายงานว่าทางฝ่ายปกครองอำเภอแม่อาย จ.เชียงใหม่ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับพระราชรัชมุนี เจ้าอาวาสวัดสวนดอก จ.เชียงใหม่ ใช้หมายเลขประจำตัวประชาชนเลขเดียวกับ ผูู้ซึ่งเสียชีวิตไปตั้งแต่ปี 2538 ในข้อกล่าวหา ยื่นคำขอมีบัตรโดยมิได้มีสัญชาติไทยด้วยการแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย รวมถึงแจ้งความ ต่อเจ้าพนักงานที่มีส่วนรู้เห็น ในส่วนของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ประจำด่านผ่านแดนทุกจุด เฝ้าระวังจับตา อย่างใกล้ชิด ว่าพระราชรัชมุนี จะมีการเดินทางออกนอกประเทศหรือไม่ แต่ก็ยอมรับว่าอาจจะมีความเป็นไปได้ที่อาจจะเดินทางออกนอกประเทศไปแล้วผ่านช่องทางธรรมชาติไปแล้ว ขณะที่ทางด้าน พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ กล่าวว่า หลังจากนี้ ตำรวจจะออกหมายเรียก พระราชรัชมุนีมารับทราบข้อกล่าวหา หากไม่มาพบตามนัดหมายจะดำเนินการออกหมายจับตามขั้นตอน

ลือหึ่งจีวรปลิวแล้ว! มท.1 สั่งสอบปมเจ้าอาวาสวัดเชียงใหม่ สวมบัตรปชช.คนตาย

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีที่ พระราชรัชมุนี เจ้าอาวาสวัดสวนดอก จ.เชียงใหม่ ใช้หมายเลขประจำตัวประชาชนเลขเดียวกับ นาย ดวงดี เวียงดินคำ ซึ่งเสียชีวิตไปตั้งแต่ปี 2538 ว่า ล่าสุดพี่สาวนายดวงดี ยืนยันว่าเสียชีวิตแล้ว แม้จะไม่ได้แจ้งตาย และไม่ได้ออกใบมรณะบัตรก็ตาม ซึ่งขณะนื้ทางกระทรวงมหาดไทยได้ ยกเลิกเพิกถอนบัตรประจำตัวฉบับนี้ไปแล้ว ขณะเดียวกันนายอำเภอในพื้นที่ต้องแจ้งความ กรณีที่เจ้าอาวาสวัดสวนดอกไปสวมสิทธิบัตรประชาชนของผู้ตาย เพราะเป็นเรื่องผิดกฎหมาย จากนั้นจะต้องสืบสวนตั้งแต่ต้นทางว่ามีใคร มีส่วนรู้เห็นอะไร หรือไม่ รวมถึงตรวจสอบเจ้าหน้าที่ผู้ออกบัตรเมื่อปี 2538 ด้วย ว่าทำไมถึงปล่อยให้มีการใช้เลขบัตรประชาชนซ้ำกัน ถ้าพบว่าใครทำผิดก็ต้องรับผิดชอบ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ถือเป็นอีกบทเรียน แต่ก็สามารถตรวจสอบการกระทำผิดได้อย่างรวดเร็ว เพราะมีเทคโนโลยีระบบคอมพิวเตอร์เข้าช่วยว่ากระทำผิดขั้นไหนอย่างไร ส่วนความผิดพลาดเรื่องการสวมสิทธิบัตรประชาชนในปัจจุบัน คิดว่าคงจะเกิดยากขึ้น เพราะมีการยืนยันด้วยระบบคอมพิวเตอร์แล้ว ทางด้าน นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ บอกว่า ขณะนี้ จังหวัดเชียงใหม่ โดยศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ และที่ทำการปกครองจังหวัดเชียงใหม่ มีการประชุมหารือดำเนินการเพื่อตรวจสอบกรณีดังกล่าวแล้ว เบื้องต้นมีข้อสรุปว่า จะทำการตรวจสอบประวัติของพระราชรัชมุนี อย่างละเอียด รวมทั้งมีการประสานข้อมูลอย่างละเอียดจากทางกรมการปกครองด้วย เพื่อให้ทราบชัดเจนว่า พระราชรัชมุนีมีประวัติความเป็นมาอย่างไรกันแน่ และจะเร่งดำเนินการให้ได้ข้อสรุปโดยเร็วที่สุด […]

มท.1 เซ็นปลด ‘หมอเปรม’ พ้นนายกเทศมนตรีบ้านไผ่ ทำผิดกม.-จริยธรรม ปมจับสื่อถอดกางเกง

เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 60 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) เปิดเผยก่อนเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า กระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งปลด นพ.เปรมศักดิ์ เพียรยุระ นายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ออกจากตำแหน่ง หลังคณะกรรมการตรวจสอบที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นเป็นประธาน สรุปว่า นพ.เปรมศักดิ์ กระทำผิดฐานคุกคามผู้สื่อข่าว บังคับขู่เข็ญ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาและผิดจริยธรรมตาม พ.ร.บ.เทศบาล กระทรวงมหาดไทย จึงดำเนินการตามกฎหมายให้ออกจากตำแหน่ง ส่วนการดำเนินคดีทางอาญาเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งคำสั่งดังกล่าวมีผลตั้งแต่กระทรวงออกหนังสือเมื่อสัปดาห์ก่อน (5 พ.ค.) สำหรับกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ก.ค.59 หลังสื่อมวลชนจาก 5 สำนักร้องเรียนว่าถูก นพ.เปรมศักดิ์ กักขัง และจับผู้สื่อข่าวชายรายหนึ่งถอดกางเกง หลังจากสื่อมวลชนกลุ่มนี้พยายามไปขอสัมภาษณ์ นพ.เปรมศักดิ์ กรณีมีภาพทางโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นภาพ นพ.เปรมศักดิ์ ทำพิธีผูกข้อมือกับหญิงสาวรายหนึ่งคล้ายพิธีหมั้น แต่กลับถูก นพ.เปรมศักดิ์ กักตัวไว้ในห้องภายในเทศบาลบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น

keyboard_arrow_up