ผู้สมัคร ส.ส.เพื่อไทย ร้อง กกต. กรณี “พลังประชารัฐ” ปราศรัยสัญญาให้บัตรคนจน

นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี เข้ายื่นคำร้องต่อ กกต.ให้ตรวจสอบ นายกรัฐมนตรี และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ได้ร่วมกันกระทำผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 169 (4) และ พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 73 และมาตรา 132 ที่เป็นเหตุให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม วันนี้ (14 มี.ค.62) ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ อาคารรัฐประศาสนภักดี ถนนแจ้งวัฒนะ นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อประธาน กกต. กรณีให้ไต่สวน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ พลเอกประยุทธ์ มิใช่สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ แต่เป็นเพียงบุคคลที่พรรคพลังประชารัฐเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ประพฤติตัวไม่เป็นกลาง ร่วมกันยินยอมหรือละเว้นต่อหน้าที่หรือปฎิบัติหน้าที่อันเป็นการจงใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้ง ร่วมกับ นาย สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กรณีพลเอกประยุทธ์ ใช้ทรัพยากรของรัฐในเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาล แต่กลับนำเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้พรรคพลังประชารัฐ โดยเลขาธิการพรรคมาใช้ในการหาเสียง ทั้งที่เรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นการนำเงินงบประมาณของประเทศอันถือเป็นทรัพยากรของรัฐ และไม่มีความเกี่ยวข้องกับพรรคพลังประชารัฐ […]

“ชัชชาติ” ท้า “ประยุทธ์” ให้ ส.ว. เลือกนายกฯ ตาม ปชช.

“ชัชชาติ” ระบุ หลัง พลเอกประยุทธ์ ขออย่าใช้วาทกรรมสืบทอดอำนาจ ว่า การเลือกตั้งเป็นการสืบทอดอำนาจตามระบอบประชิปไตย ถ้ากลัวข้อครหา ก็ประกาศให้ ส.ว.เลือกนายกฯตามเสียงประชาชน วันที่ 13 มี.ค. 62 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แคนดิเดตนายกพรรคเพื่อไทย ได้ลงพื้นที่ช่วย ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง ผู้สมัคร ส.ส. เขตวังทองหลาง-ลาดพร้าว หาเสียง ที่บริเวณสวนสุขภาพ หมู่บ้านเสนานิเวศน์โครงการหนึ่ง ก่อนขึ้นรถหาแห่หาเสียงทั้งทายพี่น้องประชาชน 2 ริมฝั่งถนนเสนานิคม และเข้าไปทักทายพ่อค้าแม่ค้าในตลาดฉัตรสาคร-วังหิน ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น พ่อค้าแม่ค้าเข้ามาขอถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก นายชัชชาติพูดถึง เรื่องที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขออย่าใช้วาทกรรม “สืบทอดอำนาจ” ตนมองว่าการสืบทอดอำนาจในระบอบประชาธิปไตยก็มีอยู่แล้ว แต่เป็นการสืบทอดอำนาจโดยประชาชน แต่ที่แตกต่างจาการเลือกตั้งที่ผ่านมาคือมีการตั้ง ส.ว.ขึ้นมาช่วยเลือกนายกรัฐมนตรี ตนคิดว่าเป็นประเด็นนี้มากกว่าที่หลายคนมองว่าเป็นการสืบทอดอำนาจ อยากให้พลเอกประยุทธ์ออกมาประกาศเลยวว่า ให้ ส.ว.เลือกตามประชาชน เพื่อลดข้อครหา ส่วนการลงหาเสียงของพลเอกประยุทธ์ ในนามแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐ ตนไม่กังวล แค่อย่าใช้เวลา และทรัพยากรของราชการ

“อุตตม” แย้ม “บิ๊กตู่” อาจมีเซอร์ไพรส์ เตรียมจับตาวิธีช่วย พปชร.หาเสียง

“อุตตม เสาวนายน” หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เผย อาจมีเซอร์ไพรส์ ว่า “บิ๊กตู่” จะช่วยพรรคพลังประชารัฐหาเสียงอย่างไร ช่วงเช้าวันนี้ (13 มี.ค.62) ที่หอประชุม มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ถ.วิภาวดีฯ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และมหาวิทยาลัยหอการค้า ร่วมจัดเวทีตอบข้อซักถามในหัวข้อเรื่อง “วิธีการขับเคลื่อนในเรื่องที่ประชาชนและเอกชนให้ความสนใจ” โดยมี 6 นักการเมืองเข้าร่วม อาทิ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายอุตตม สาวนายน, หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล, ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ, ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจพรรคอนาคตใหม่ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร และ กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย นายโภคิน พลกุล โดยบรรยากาศของงานเสวนา ต่างได้รับความสนใจจากนักศึกษา สื่อมวลชน และผู้ที่สนใจเข้าร่วมฟังจำนวนมาก นายอุตตม เสวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์สั้นๆ ก่อนเดินเข้าหอประชุม ในเรื่องที่พลเอกประยุทธ์ จะช่วยพรรคหาเสียงอย่างไร ว่าในช่วงโค้งสุดท้าย ยังไม่ได้มีอะไรใหม่ โดยย้ำว่าในเบื้องต้นมีวิธีที่จะทำให้พลเอกประยุทธ์นั้น […]

“ลุงตู่” ลงพื้นที่อีสานแทนขึ้นปราศรัยช่วย “พลังประชารัฐ”

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.ขอนแก่น – นครราชสีมา ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นการลงพื้นที่หาเสียง แทนการขึ้นเวทีปราศรัยของพรรคพลังประชารัฐ เช้านี้ (13 มี.ค.62) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เดินทางไปตรวจราชการที่ จ.ขอนแก่น เพื่อไปทำพิธีเปิดการใช้งานสถานีรถไฟขอนแก่น รวมถึงการดูความคืบหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ สาย จิระ – ขอนแก่น นอกจากนี้ยังได้มอบหนังสือให้สิทธิใช้ประโยชน์ในที่ดิน ในโครงการป่าชุมชน แก่ชาวบ้านด้วย จากนั้นช่วงบ่าย พล.อ.ประยุทธ์ จะเดินทางไปยังจ.นครราชสีมา เพื่อติดตามความคืบหน้าการเชื่อมโยงโครงข่ายระบบ ทั้งรถไฟความเร็วสูงและรถไฟทางคู่ ที่สถานีรถไฟนครราชสีมา ซึ่งที่โคราช จะมีการพบปะพี่น้องประชาชนกว่า 1 หมื่นคน ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้ เป็นการไปพบประชาชน หลังจากที่พรรคพลังประชารัฐเพิ่งจัดปราศรัยใหญ่ที่ขอนแก่น – โคราช ไปเมื่อวันที่ 9 และ 10 มีนาคมที่ผ่านมา จึงมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ใช้วิธีลงพื้นที่แบบนี้แทนการขึ้นปราศรัยช่วยพรรคพลังประชารัฐหรือไม่

“อภิสิทธิ์” ยืนกราน ไม่เอาพรรคสืบทอดอำนาจ เป็นอุดมการณ์พรรค

“อภิสิทธิ์” ประกาศจุดยืนชัด ไม่เอาบิ๊กตู่ ไม่เอาการสืบทอดอำนาจ ยืนยันเป็นอุดมการณ์พรรค ไม่ใช่ความคิดส่วนตัว ส่วนพรรคพลังประชารัฐนั้น ถ้าจะร่วมงานกัน ก็ต้องไม่สนับสนุนบิ๊กตู่ด้วย ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ได้เเถลงจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ โดยหลังจากเมื่อวานนี้ ( 10 มี.ค.) ได้เเถลงว่า ไม่หนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นั้นจนมีคำถามจากประชาชน โดยมีการถามตามมา ว่าเป็นความเห็นส่วนตัว ซึ่งนายอภิสิทธิ์ ก็ยืนยันว่า สิ่งที่พูดทั้งหมดเป็นการย้ำอุดมการณ์ของพรรคเมื่อ70ปีที่เเล้ว ส่วนสาเหตุที่ประกาศไม่เอาพลเอกประยุทธ์ เพราะต้องการให้ประชาชนได้ทราบจุดยืนของพรรค ทั้งนี้ยืนยันว่า จุดยืนนี้ จะไม่นำไปสู่ความขัดเเย้ง เพื่อในกระบวนการประชาธิปไตย และยืนยันชัดเจนว่า หากพรรคพลังประชารัฐ ยังยืนยันที่จะสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ ก็เท่ากับว่าเป็นการสนับสนุนการสืบทอดอำนาจ ซึ่งพรรคประชาธิปปัตย์เราก็ชัดเจนว่า ถ้าเป็นเเบบนี้เราไม่ร่วมงานกับพลังประชารัฐเเน่นอน เพื่อไม่ให้เกิดความขัดเเย้งขึ้นอีกในอนาคต

ได้ไม่คุ้มเสีย! พปชร.พับแผน “บิ๊กตู่” ลงพื้นที่ปราศรัย หวั่นถูกรุมโจมตี

จากกรณีที่ “พรรคพลังประชารัฐ” วางแผนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน และจะขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่เวทีแรกที่นครราชสีมา ในวันที่ 10 มี.ค. 62 นี้ วันที่ 6 มี.ค. 62 ความเคลื่อนไหวล่าสุด แกนนำพรรคพลังประชารัฐ ได้ประชุมประเมินสถานการณ์อีกครั้ง โดยได้ข้อสรุปว่า สิ่งที่จะได้ไม่คุ้มเสีย นอกจากเงื่อนไขกฎหมายที่ต้องระวังอย่างมากแล้ว จะตกเป็นเป้าถูกรุมโจมตีจากฝ่ายต่าง ๆ อย่างหนัก กลายเป็นประเด็นที่แกนนำพรรคต้องคอยตอบโต้ อาจส่งผลกระทบประชาชนหันไปสนใจประเด็นขัดแย้งมากกว่านโยบาย แต่จะปรับมาใช้กลยุทธ์ ให้ พล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่ กทม. พบปะประชาชนแบบไม่เป็นทางการ เหมือนการไปให้กำลังใจผู้สมัครในพื้นที่ไปในตัว

“ประยุทธ์” สั่งทุกหน่วยงานรับมือภัยแล้ง’62 โชว์ผลงานบริหารจัดการน้ำเซฟงบฯ พันล้าน

วันที่ 5 ก.พ. 62 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวถึงสถานการณ์สถานการณ์ภัยแล้งในปี 2562 ที่มีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงในรอบ 30 ปีว่า ได้มีการกำชับและประชุมอย่างต่อเนื่อง โดยได้มอบหมายให้ทุกกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสำนักบริหารจัดการน้ำ ให้มีการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสม แต่ในขณะนี้ยังพบปัญหาว่า ปริมาณน้ำต้นทุนที่สะสมไว้ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในลำน้ำยม ซึ่งสาเหตุมาจากมีการทำนาปรังมากขึ้น เพราะเห็นว่าราคาข้าวมีราคาสูงขึ้น แต่ส่งผลต่อการใช้น้ำอุปโภคและบริโภคในอนาคต ซึ่งรัฐบาลได้มีจัดทำแผนบริหารจัดารน้ำลำน้ำยมไว้แล้ว ด้วยการสร้างประตูน้ำเก็บกักน้ำเพิ่มขึ้น จึงฝากให้ประชาชนฟังคำชี้แจงจากหน่วยงานราชการ และขอร่วมมือในการปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า สถาการณ์ภัยแล้งปีนี้มาเร็วกว่าทุกครั้ง ซึ่งรัฐบาลได้เตรียมความพร้อมในมาตรการช่วยเหลือในรูปแบบที่เคยปฏิบัติมา และจากการวางแผนบริหารจัดการน้ำใน 4-5 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลสามารถลดการใช้จ่ายงบประมาณเหลือหลักพันล้านบาทจากที่เคยใช้งบประมาณเป็นหลักหมื่นล้านบาท ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าว่า ได้มีการติดตามการรายงานปริมาณน้ำประจำวันในเขื่อนต่างๆทั้งเขื่อนขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทาน

“บิ๊กตู่” อุบตอบ ลงพื้นที่หาเสียง-ดีเบต ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ พปชร.

นายกรัฐมนตรี ถือตรีเพชร อาวุธหนุมาน ไม่ตอบสื่อ ร่วมปราศรัยหรือดีเบตกับพรรคพปชร.หรือไม่แต่ชี้ไปที่ตา เป็นนัย “ไม่พูดมาก ยังเจ็บตา” ขณะก่อนเข้าครม. ร่วมวงเล็ก คสช.หารือ คณะสรรหาสว. ก่อนถึงเวลาหัวหน้าคสช.เคาะเลือก 194 คน ก่อนการประชุม ครม.ในวันนี้ (5 มี.ค.62) พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เป็นประธานการประชุม คสช. แบบไม่เต็มคณะ ซึ่งคาดการณ์ว่า เป็นการประชุม ในส่วนของ คณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาหรือ ส.ว. ที่ คสช. ดำเนินการคัดเลือกบุคคลอยู่ในขณะนี้ เพื่อส่งให้หัวหน้า คสช. ตัดสินใจเลือก 194 คน จากนั้นก่อนการประชุม ครม. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นำนักแสดง เยาวชน เข้าพบ เพื่อประชาสัมพันธ์ การจัดงานใต้ร่มพระบารมี 237 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ และเปิดตัวภาพยนต์แอนนิเมชั่น รามเกียรติ์ โดยนายกฯ ได้รับชมการแสดงวัฒนธรรมต่างในกลุ่มอาเซียน รวมถึงโขนเด็ก ซึ่งพลเอกประยุทธ์ […]

เปลี่ยนแล้ว!! เฟซบุ๊กบิ๊กตู่แก้สถานะจาก “เจ้าหน้าที่รัฐ” เป็น “บุคคลสาธารณะ”

สืบเนื่องจากกรณีที่นางธิดา ถาวรเศรษฐ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้ท้วงติงสถานะของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ที่ระบุว่าเป็น เจ้าหน้าที่รัฐ แม้ว่าก่อนหน้านี้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้อ้างถึงมติ ป.ป.ช. เมื่อปี 2557 ว่า คสช.เป็นตำแหน่งพิเศษ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐก็ตาม (อ่านเพิ่มเติม : ธิดา ถามกลับ หาก “บิ๊กตู่” ไม่ใช่ “เจ้าหน้าที่รัฐ” แล้วทำเฟซบุ๊กถึงบอกว่าเป็น!?) อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่าบนเพจเฟซบุ๊ก ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha ของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชาได้มีการเปลี่ยนสถานะจาก “เจ้าหน้าที่รัฐ” เป็น “บุคคลสาธารณะ” เรียบร้อยแล้ว หลังจากกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

พบผู้สมัคร พปชร.ขึ้นป้ายหาเสียงคู่ ‘พล.อ.ประยุทธ์’ แล้ว

วันนี้(14 ก.พ.) ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ตระเวนไปในพื้นที่เขตบางขุนเทียน พบว่า ป้ายหาเสียงของ นายสัตว์แพทย์ (น.สพ.) ธีทัชฐ์ เกียรติลดารมย์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 25 บางขุนเทียน พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ได้ขึ้นรูปตัวเองคู่กับรูปของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และแคนดิเดตนายกฯ หนึ่งเดียวของพปชร. แล้ว ถือว่าเป็นการขึ้นป้ายรับกับที่ พล.อ.ประยุทธ์ ลงพื้นที่ไปพบปะพี่น้องประชาชน ย่านบางแค – บางขุนเทียน เมื่อวานนี้(13 ก.พ.) และเป็นการนำร่องก่อนพื้นที่อื่น จากการตระเวนดู ทั้งนี้ยังไม่พบผู้สมัครขึ้นภาพคู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ ในพื้นที่อื่น ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

‘อภิสิทธิ์’ เหน็บไม่มีใครพูดมากเท่า ‘บิ๊กตู่’ – ติงฝ่ายการเมืองอย่ากดดัน กกต.-ศาล กรณีทษช.

เช้านี้(13 ก.พ.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) พา นางนาถยา เบ็ญจศิริวรรณ หรือ คุณนาถยา เเดงบุหงา ผู้สมัคร ส.ส.เขต 19 สะพานสูง – เขตประเวศน์ ลงพื้นที่ย่านรามคำแหง 112 หมู่บ้านสัมมากร ไปเดินทักทายประชาชนที่สัญจรผ่านไป – มา ตั้งแต่หน้าปากซอย เข้าไปจนถึงในหมู่บ้าน เพื่อขอคะแนนเสียงให้พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งก็มีประชาชนมามอบดอกไม้ เเละขอถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังพูดถึง พล.อ.ประยุทธ์ ที่ให้สัมภาษณ์สื่อเมื่อวาน บอกประชาชนว่า อย่าไปเชื่อนักการเมืองที่พูดเก่ง เพราะพูดได้ แต่ทำจริงไม่ได้ โดยหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มองว่า ตลอด 4 – 5 ปี ที่ผ่านมา ไม่มีใครพูดมากเท่า พล.อ.ประยุทธ์ และคนที่พูดไม่เก่ง – พูดไม่ดี ก็ไม่ได้เเปลว่า จะทำงานดี และตนอยากให้คนที่อาสาเข้ามาเป็นผู้นำประเทศ ต้องกล้ามาแสดงวิสัยทัศน์ มาดีเบต เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจ ส่วนปัญหาของพรรคไทยรักษาชาตินั้น […]

กลัวรัฐประหารซ้อนไม่แปลก! อ.สุขุม ชี้ปชช.ไม่ไว้ใจทหาร-เคยเกิดมาแล้วในอดีต

จากกรณีมีการเผยแพร่ราชกิจจานุเบกษาปลอม ระบุถึงการใช้อำนาจ ม.44 ปลดผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ) ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ) และผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร) ให้ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยพล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะเลขาธิการคสช. ได้สั่งการให้มีการแจ้งความดำเนินคดีกิจจานุเบกษาปลอมนี้แล้ว ในขณะที่พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช. ก็ได้ออกมาแจ้งว่ากำลังตรวจสอบกรณีดังกล่าวอยู่เช่นกัน (อ่าน ล่าตัวอยู่! บิ๊กตู่ ย้ำชัดคำสั่งโยกย้าย ผบ.เหล่าทัพเป็นของปลอม จ่อลงดาบคนทำ) อย่างไรก็ดีการเผยแพร่เอกสารปลอมดังกล่าว รวมถึงการมีรถถังจำนวนมากออกมาวิ่งบนท้องถนนก่อนหน้านี้ ทำให้ประชาชนตื่นตระหนก เนื่องจากกลัวจะเกิดรัฐประหารซ้อน แม้ว่าทางกองทัพไทยจะออกมาชี้แจงแล้วว่า รถถังดังกล่าวนำออกมาเพื่อเข้าร่วมการฝึก คอบร้าโกลด์ 2019 ซึ่งเป็นการฝึกร่วมผสมทางทหารกับนานาชาติเท่านั้น อ.สุขุม นวลสกุล นักวิชาการทางรัฐศาสตร์ และอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง วิเคราะห์ประเด็นดังกล่าวว่า กรณีการเผยแพร่ราชกิจจานุเบกษาปลอมนั้น ทางคสช.ต้องเร่งตามตัวผู้ก่อเหตุให้เจอโดยเร็วเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีเช่นนี้อีกโดยเฉพาะในช่วงเลือกตั้งที่บ้านเมืองกำลังอ่อนไหว ในขณะเดียวกันต้องยอมรับว่าตอนนี้ประชาชนไทยไม่ไว้วางใจทหาร การมีรถถังออกมาวิ่งตามท้องถนนแม้จะเป็นการนำไปฝึกซ้อม แต่จากอดีตที่ผ่านมาก็อาจทำให้ประชาชนหวาดกลัวว่าจะมีการรัฐประหารซ้อนได้ และถึงแม้นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.จะเป็นคนเดียวกัน แต่ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย การรัฐประหารซ้อนก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เช่น ในปี 2519  พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ ยึดอำนาจรัฐบาล ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช จัดตั้งรัฐบาลนายธานินทร์ กรัยวิเชียร ก่อนทำการการรัฐประหารอีกครั้งในปี 2520 ด้วยเหตุเหล่านี้จึงบอกว่าประชาชนตื่นตูมหรือคิดมากไปเองไม่ได้ เพราะเคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นจริง ด้านนายธนาธร […]

‘ทูลกระหม่อมหญิง’ แคนดิเดตนายกฯ ทษช. – บิ๊กตู่ ตอบรับคำเชิญ พปชร.

วันนี้(8 ก.พ.) เวลา 9.10 น. พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) นำโดย ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค พร้อมด้วยแกนนำและกรรมการบริหารพรรค ได้เดินทางไปยื่นบัญชีรายชื่อแคนดิเดตนายกรรัฐมนตรี ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยเสนอชื่อ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เป็นแคนดิเดตนายกฯ เพียงคนเดียวของพรรค ต่อมาในเวลา 9.15 น. มีรายงานข่าวแจ้งว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตอบรับการเป็นนายกรัฐมนตรีในบัญชีพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แล้ว หลังจากแกนนำพรรคพลังประชารัฐได้ส่งคำเชิญถึงทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยจะเป็นแคนดิเดตนายกฯ คนเดียวของ พปชร. ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34  

พปชร. เผย มีแผนสำรองหาก ‘บิ๊กตู่’ ปฏิเสธคำเชิญ

วานนี้(6 ก.พ.) นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยว่า ได้จัดทำรายชื่อผู้สมัครส.ส. บัญชีรายชื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วจำนวน 120 คน และจะทำการส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้งในวันนี้ (7 ก.พ.) ซึ่งในส่วนของการยื่นบัญชีนายกรัฐมนตรีนั้น ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยังไม่ตอบรับมา ซึ่งหากตอบรับจะมีการเปิดเผยและเสนอชื่อแก่กกต. ต่อไป  ทั้งนี้ หากพล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธข้อเสนอ ทางพปชร. ได้เตรียมวิธีแก้ปัญหาไว้เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ดีมั่นใจว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะตอบรับ แต่ก็ต้องเผื่อใจเอาไว้ด้วย ในขณะเดียวกันนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพปชร. ให้สัมภาษณ์ มั่นใจว่าพล.อ.ประยุทธ์จะตอบรับข้อเสนอของพปชร. ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34  

พปชร.หอบสินสอดบุกทำเนียบ สู่ขอ “ประยุทธ์” แคนดิเดตนายกฯ

หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นำคณะแห่ขันหมากหอบสินสอดเข้าสู่ขอ “พลเอกประยุทธ์” ถึงทำเนียบรัฐบาล ยืนยันส่งบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีต่อกกต.ไม่เกินวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ นายอุตตม. สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วย นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค, นาย สนธิรัตน์สนธิจิรวงศ์เลขาธิการพรรคและนายกอบศักดิ์. ภูตระกูล. โฆษกพรรคพลังประชารัฐ รวมตัวกันแห่ขบวนขันหมาก เดินทางด้วยรถยนต์มาจากพรรค ถนนรัชดา มายังทำเนียบรัฐบาล เพื่อเทียบเชิญ หรือสู่ขอ พลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.เป็นบัญชีนายกฯ ลำดับที่1 ของพรรคพลังประชารัฐอย่างเป็นทางการ โดยนายสุวิทย์เป็นคนถือ แฟ้มสีน้ำเงินซึ่งเป็นนโยบายของพรรคพลังประชารัฐทั้งหมดพร้อมกับเอกสารตอบรับการเป็นบัญชีนายกฯ มาให้พลเอกประยุทธ์ด้วย โดยนายสุวิทย์บอกว่านี่เป็นสินสอดในการสู่ขอ ส่วนการเทียบเชิญนายสมคิดจาตุศรีพิทักษ์รองนายกรัฐมนตรีนั้นต้องรอให้นายสมคิดกลับจากภารกิจต่างประเทศก่อนยืนยันว่าพรรคพลังประชารัฐจะส่งบัญชี รายชื่อนายกรัฐมนตรี ต่อ กกต.ตามกำหนดไม่เกินวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้

“ประยุทธ์” รับคำเชิญ พปชร.ลงบัญชีนายกฯ ขอเวลาตัดสินใจจนถึงวันสุดท้าย

หลังจากที่เมื่อวานนี้ (30 ม.ค.62) พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้แถลงหลังประชุมกรรมการบริหารพรรค โดยพิจารณารายชื่อบุคคลที่พรรคเห็นควรเสนอเป็นนายกรัฐมนตรี ได้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดร.อุตตม สาวนายน และดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ โดยคณะกรรมการบริหารพรรคมีมติเป็นเอกฉันท์ ให้พรรคนำเสนอรายชื่อทั้ง 3 รายชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ล่าสุด วันนี้ (31 ม.ค.62) มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) บอกว่า หากพรรคพลังประชารัฐมาเชิญลงบัญชีนายกรัฐมนตรี ก็ขอบคุณและขอรับคำเชิญไว้ แต่ยังไม่ตัดสินใจ เพราะมีเวลาถึง 8 ก.พ.62 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการรับสมัคร ขณะที่มีรายงานว่าคณะเทียบเชิญจะมาถึงทำเนียบในวันพรุ่งนี้ (1 ก.พ.62)

พปชร.มีมติเสนอชื่อ “ประยุทธ์-อุตตม-สมคิด” ในบัญชีนายกฯ

วันนี้ (30 ม.ค.62) นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แถลงหลังประชุมกรรมการบริหารพรรค โดยพิจารณารายชื่อบุคคลที่พรรคเห็นควรเสนอเป็นนายกรัฐมนตรี รวมทั้งพิจารณาผู้สมัครแบบเขตได้ 349 เขต นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค กล่าวว่า วันนี้ (30 ม.ค.62) ทางพรรคพิจารณาเรื่องผู้สมัครแบบเขตได้ 349 เขต เหลือเพียงพัทลุงเขต 2 ซึ่งจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนการเลือกตั้ง ส่วนเรื่องการพิจารณาเห็นชอบผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ขอเลื่อนการพิจารณาเป็นวันศุกร์ โดยพรรคจะส่งรายชื่อครบทั้ง 150 รายชื่อ และเรื่องการเสนอรายชื่อบุคคลที่พรรคเห็นควรเสนอเป็นนายกรัฐมนตรี ได้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดร.อุตตม สาวนายน และดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ โดยคณะกรรมการบริหารพรรคมีมติเป็นเอกฉันท์ ให้พรรคนำเสนอรายชื่อทั้ง 3 รายชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ขั้นตอนต่อไปก็จะนัดหมายเพื่อทำการเรียนเชิญ หลักการการพิจารณาบุคคลที่พรรคจะเสนอรายชื่อเป็นนายกฯ คือ 1.ความรู้ความสามารถที่จะบริหารประเทศ นำพาประเทศก้าวเดินต่อไปข้างหน้าได้ 2.การได้รับการยอมรับจากพี่น้องประชาชนว่าเป็นบุคคลที่พี่น้องประชาชนชื่นชมชื่นชอบและเห็นว่าเหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย 3.มีความซื่อสัตย์สุจริตอันเป็นที่ประจักษ์ได้ การทำงานที่ผ่านมานั้นเป็นผู้มีจริยธรรมมีความซื่อสัตย์สุจริตอันปราศจากข้อกังขาใดๆ” นายสนธิรัตน์ กล่าว

แก้แค่รถเมล์คงไม่พอ…”นุสบา ปุณกันต์” เสนอแนวคิดพ้นวิกฤติฝุ่น ชี้สเตปแรก”เริ่มที่ตัวเอง”

ร้อนฉ่าสังคมออนไลน์ทันทีหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกแถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงปัญหาฝุ่นละอองเกินมาตฐานในพื้นที่ กทม.และ 5 จังหวัดรอบ กทม. พร้อมกันนี้ได้เสนอแนวคิด พ่นละอองน้ำจากตึกสูง เช่น ตึกใบหยก แก้วิกฤติฝุ่นพิษคลุ้งเมือง โดยมอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นผู้ดำเนินงาน ซึ่งประเด็นนี้ก็กำลังเป็นที่ถกเถียงกันว่า บรรเทาได้จริง? หรือ เปล่าประโยชน์ กันแน่? ล่าสุด “นุสบา ปุณณกันต์” อดีตนางเอกชื่อดังและเป็นภรรยาของ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ก็ได้โพสต์ข้อความลงอินสตาแกรม เสนอแนวคิดแก้ปัญหาฝุ่นละออง โดยมองว่าปัญหานี้เป็นปัญหาที่สะสมมาอย่างยาวนาน แก้ที่รถเมล์คงไม่พอ ชี้ต้องเริ่มที่ตัวเองก่อน จากข้อความในอินสตาแกรม ระบุว่า “เมืองในมุ้งฝุ่น…ปัญหาที่เกิดจากการสั่งสมมายาวนานนนนน… เราควรทำไงกันดีคะ แค่รถเมล์คงไม่พอ รถของพวกเรากันเอง หยุดวิ่งสัก 10 วันได้ไหม หยุดก่อสร้างสัก 10 วัน หยุดสร้างตึกสร้างคอนโดสร้างห้างแล้วสร้างสวน ต้นไม้เพิ่มนับจากนี้ เก็บเงินคนขับรถเข้าเมือง วิ่งรถวันคู่วันคี่ก็ต้องมีคนโวยวาย หยุดเผาด้วย…ถามตัวเราเองว่าพร้อมไหมที่จะช่วยกันทำสิ่งเหล่านี้ จะทำได้เหรอ… ใครมีแนวคิดที่ทำได้จริงบอกหน่อยนะ […]

keyboard_arrow_up