“LIFE’S WORTH” นิทรรศการภาพถ่ายบันทึกพลังบวกของเหล่าจิตอาสา น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ รัชกาลที่ 9

ภาพถ่ายเปรียบเสมือนบันทึกความทรงจำอันมีค่า แม้กาลเวลาจะผ่านไปแต่เรื่องราวและอารมณ์ความรู้สึก ที่ช่างภาพได้ลั่นชัตเตอร์และถ่ายทอดสู่ภาพถ่ายยังไม่เลือนหาย Leica Camera Thailand (ไลก้า คาเมร่า ไทยแลนด์) แบรนด์กล้องลักชัวรี่ระดับโลก จึงจัดงาน “LIFE’S WORTH” (ไลฟ์ส เวิร์ธ) นิทรรศการภาพถ่ายบันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของพลังความจงรักภักดี ความสามัคคี ความเสียสละ และพลังน้ำใจของจิตอาสา เพื่อน้อมรำลึกใน พระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จากฝีมือการถ่ายภาพของ Leica Thailand Ambassador (ไลก้า ไทยแลนด์ แอมบาสเดอร์) อาจารย์ตุลย์ หิรัญญลาวัลย์, พีรพัฒน์ วิมลรังครัตน์ และ ชัชวาล จันทโชติบุตร เนื่องในโอกาสครบรอบสองปีวันคล้ายวันสวรรคต ณ บริเวณหน้า Leica Gallery Bangkok (ไลก้า แกลเลอรี แบงค็อก) ชั้น 2 ศูนย์การค้าเกษรวิลเลจ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม 2561 อาจารย์ตุลย์ หิรัญญลาวัลย์ ในฐานะ […]

กลับมาอีกแล้ว!? วอนหยุดแชร์ ‘กลอนเท็จ’ ที่อ้างว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ตรัสถึง ในหลวงรัชกาลที่ 9

จากกรณีที่มีผู้คนในโลกออนไลน์บางกลุ่มได้นำบทกลอนที่อ้างว่าถูกแต่งโดย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงตรัสถึง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาแชร์ต่อๆ กัน ซึ่งล่าสุดได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Dhanyadhata Panbamrungsuk ออกมาเปิดเผยว่า กลอนดังกล่าวเป็นเรื่องราวเท็จและเคยมีการเตือนมาตั้งแต่ปี 2559 แล้วว่า เรื่องราวข้างต้นไม่เป็นความจริง พร้อมตำหนิผู้แต่งกลอนและเรื่องราวดังกล่าวว่า เป็นการทำขึ้นมาเพื่อเรียกยอดไลค์เพียงเท่านั้น

รวมสถานที่จัดงานลอยกระทงสุดยิ่งใหญ่ตระการตาที่ต้องไป !!!

ลอยกระทง เป็นประเพณีที่มีการสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน วันลอยกระทงจะตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 โดยในปี 2560 นี้ จะตรงกับวันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2560 แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในปีนี้อาจจะมีเหตุการณ์หลายๆเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ประเพณีลอยกระทงในปีนี้อาจจะเงียบเหงา แต่ในวันนี้เราจะมาแนะนำสถานที่ลอยกระทงที่จัดงาน ได้อย่างยิ่งใหญ่ตระการตาที่จะต้องไป “ประเพณีลอยกระทงถูกกำหนดขึ้นมา เพื่อให้เราได้แสดงความขอบคุณพระแม่คงคา ที่ให้น้ำในการบริโภค อุปโภค และขอขมาต่อพระแม่คงคาที่ได้ทิ้งสิ่งไม่ดีลงไปในแหล่งน้ำ” ตามปฎิทินจันทรคติไทยนั้น ราวๆเดือนพฤศจิกายน จะเป็นช่วงของประเพณีลอยกระทง ประเพณีลอยกระทงได้ถูกกำหนดจัดขึ้นทั่วทุกพื้นที่นประเทศไทย ด้วยความเชื่อที่ว่าเรานั้นใช้น้ำใรการบริโภค อุปโภค อยู่ตลอดเวลา ในสมัยโบราณนั้นจึงทำให้เกิดความเชื่อขึ้นมาว่าการลอยกระทงนั้นจะเป็นการแสดงความขอบคุณต่อพระแม่คงคา แต่ในวันนี้นั้นเราจะมาแนะนำสถานที่ ที่จะต้องไปลอยกระทงในปีนี้ที่ต้องบอกเลยว่าสวยงามตระการตามากจะมีที่ไหนนั้นโปรดติดตาม 1.งานประเพณีลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย  ประจำปี 2560   งานประเพณีโบราณต้นกำเนิดแห่งเทศกาลลอยกระทงของประเทศไทย ที่สุโขทัยนี้จะจัดงานขึ้นในวันที่ 1-5 พฤศจิกายน 2560 ณ บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ภายในชื่อเรื่อง “ความรุ่งเรืองของนครสุโขทัย”ซึ่งมีกิจกรรมภายในงานกว่า 20 กิจกรรม อาทิ การจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติตามแนวทางการจัดงานปีนี้ “ลอยประทีปหลอมดวงใจ ร่วมอาลัยพ่อแห่งชาติ ถวายอภิวาทมหาวชิราลงกรณ” พิธีรับรุ่งอรุณแห่งความสุข ,พิธีบวงสรวงบุรพกษัตริย์สุโขทัยทุกพระองค์พิธีเปิดงานฯ ,ขบวนแห่ประเพณีวัฒนธรรม 9 อำเภอ และขบวนของภาคเอกชน […]

ปชช.หลั่งไหลเข้าชมพระเมรุมาศวันแรก ผู้พิการทางสายตาขอบคุณที่ให้ความสำคัญ

วันแรกของการเปิดให้เข้าชมนิทรรศการเนื่องในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีประชาชนจำนวนมากทยอยเดินทางเข้าชมนิทรรศการอย่างไม่ขาดสาย โดยเจ้าหน้าที่ฝากเน้นย้ำกับประชาชนให้แต่งกายสุภาพ และงดการถ่ายภาพแบบเซลฟี่ ประชาชนจำนวนมาก เดินทางเข้าชมการจัดนิทรรศการ ท่ามกลางการดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เปิดจุดคัดกรองทั้งหมด 5 จุด ตั้งแต่เวลา 6.00 น. ประกอบด้วย บริเวณหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ บริเวณท่าช้าง บริเวณหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน บริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บริเวณด้านหลังกระทรวงกลาโหม เมื่อผ่านจุดคัดกรองแล้ว จะมีเต้นท์สำหรับให้ประชาชนพักคอย รอคิวเข้าชมนิทรรศการภายใน โดยภายหลังจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดนิทรรศการ เมื่อเวลา 07.00 น. จึงได้เริ่มเปิดให้ประชาชนชุดแรกเข้าชมนิทรรศการเมื่อเวลาประมาณ 9.32 น. นางจันทิมา แสนโสภา เป็นหนึ่งในประชาชนชุดแรกที่ได้เข้าชมนิทรรศการ ซึ่งบอกกับทีมข่าวว่าตนและเพื่อนๆ เดินทางมารอบริเวณจุดคัดกรองหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ตั้งแต่เวลา 05.30 น. เพราะตั้งใจจะเข้าชมนิทรรศการ และสิ่งปลูกสร้างพระเมรุมาศแบบใกล้ๆ เนื่องจากที่ผ่านมามีโอกาสชมพระเมรุมาศแค่รอบนอกเท่านั้น ซึ่งมีความภาคภูมิใจที่จะได้เข้าไปเรียนรู้ขนบธรรมเนียมประเพณีที่มีมาแต่โบราณของไทย อีกทั้งยังรู้สึกดีใจที่ได้เกิดในสมัยรัชกาลที่ 9 และจะน้อมนำแนวพระราชดำรัสมาใช้ในชีวิตต่อไป นอกจากนี้ ทีมข่าวยังได้พบกับ นางสาวจิราภรณ์ ตันทอง ซึ่งเป็นผู้พิการทางด้านสายตา เข้าชมนิทรรศการในครั้งนี้ด้วย โดยเธอบอกว่าเดินทางมาเพียงคนเดียว ตั้งแต่เวลา 05.00 น. เพราะตนตั้งใจอยากจะเข้ามาเรียนรู้ประวัติความเป็นมาของพระเมรุมาศ […]

ปชช.กราบสักการะพระบรมราชสรีรางคารในหลวง ร.๙ จิตอาสาคอยดูแลความสะอาด

บรรยากาศที่วัดราชบพิตรสถิตมหาสีมาราม ในวันนี้ยังคงมีประชาชนทยอยเดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมราชสรีรางคารในหลวงรัชกาลที่ 9 ถึงแม้ทางวัดจะยังไม่ได้เปิดให้ประชาชนเข้ากราบสักการะภายในพระอุโบสถ เนื่องจากอยู่ระหว่างการเก็บสถานที่หลังจากมีพระราชพิธีบรรจุพระบรมราชสรีรางคาร เมื่อวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งทางวัดได้อัญเชิญพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 มาประดิษฐานไว้ด้านหน้าพระอุโบสถเพื่อให้ประชาชนได้สักการะแทน ซึ่งมีประชาชนนำพวงมาลัยเข้ามากราบสักการะอย่างต่อเนื่อง น.ส.รัตนาภรณ์ นิ่มดำ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา บอกกับผู้สื่อข่าวทั้งน้ำตาว่า วันนี้ตนตั้งใจเข้ามากราบพระบรมราชสรีรางคารในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ทรงงานหนักมาตลอด 70 ปี ด้วยตั้งแต่เกิดมาตนก็เห็นพระองค์ท่านทำงานไม่เคยได้หยุดพัก ถึงแม้พระองค์จะทรงจากไปแล้ว แต่ความรู้สึกคือพระองค์ท่านไม่เคยจากไปไหน และยังคิดถึงพระองค์ท่านอยู่เสมอ เวลาที่ท้อหรือรู้สึกเหนื่อยเพียงแค่ดูพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ท่านก็ทำให้รู้สึกมีกำลังใจ ขณะที่ในช่วงบ่ายที่ผ่านมา พลเอกธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด นำข้าราชการกองบัญชาการกองทัพไทย จำนวนกว่า 300 นาย เข้าทำความสะอาด และพัฒนาพื้นที่เขตวัดราชบพิตรฯ และก่อนจะแยกย้ายกันทำความสะอาดตามจุดต่างๆ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้นำกล่าวคำปฏิญาณตน “เราทำความดีด้วยหัวใจ ” 3 ครั้ง จากนั้นนำพวงมาลัยเข้ากราบสักการะเบื้องหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9

อีกเสียงจากคนไทย กับกรณีต่างชาติวิจารณ์งบจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

ยังคงเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องสำหรับคนไทยทั้งประเทศ กับกรณีที่มีสื่อและชาวต่างชาติออกมาวิพากษ์วิจารณ์งบประมาณในการจัดงานพระราชพิธีพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีชาวไทยได้ชี้แจงแล้วว่า เงินจำนวนดังกล่าวย เทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงทำเพื่อคนไทยมาตลอด 70 ปี ล่าสุดได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Bhanuwat Jittivuthikarn ได้ร่วมแสดงความเห็นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวโดยการโพสต์ข้อความเกี่ยวกับงานพระราชพิธี โดยมีเนื้อหาแย้งความความเห็นของชาวต่างชาติที่มองว่า การจัดพระราชพิธีในครั้งนี้นั้นเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ และควรเอาเงินจำนวนนี้ไปทำอย่างอื่น เพราะความจริงแล้วชาวต่างชาติอาจไม่เข้าใจว่า งานพระราชพิธีในครั้งนี้ มิได้จัดขึ้นเพื่ออวดศักดาต่อชาวโลก แต่เป็นงานที่คนไทยทุกคน ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณ โดยที่ไม่มีใครมาบังคับ ทุกคนทำด้วยใจ หากนำเงินที่จะใช้ในการจัดงานพระราชพิธีไปแจกคนจน ตนเชื่อว่า ก็คงไม่มีใครอยากได้ ที่มา – Facebook.com / Bhanuwat Jittivuthikarn

ประชาชน-หน่วยงาน ร่วมกันทำความดีถวายในหลวง รัชกาลที่ 9 วันออกทุกข์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 30 ต.ค. 60 หน่วยงานทั่วประเทศทั้งภาครัฐและเอกชนทยอยเก็บผ้าระบายสีขาว-ดำ และป้ายส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย หลังเข้าสู่วันออกทุกข์ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ขณะที่หลายจังหวัดยังคงทำกิจกรรมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยที่ ต.ทรงธรรม อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ครอบครัวนางสาวน้ำเพชร ป้อมคำ อายุ 26 ปี เปิดร้านทำก๋วยเตี๋ยวให้ประชาชนเข้ามารับประทานฟรี 1 วัน เพื่อทำความดี ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง รัชกาลที่ ๙ ชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างเดินทางมาที่ร้าน เพื่อรับประทานก๋วยเตี๋ยวที่ได้จัดเตรียมไว้แจกฟรีกว่า 30 กิโลกรัม ส่วนที่ภาคอีสาน นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี นำข้าราชการและประชาชนในพื้นที่ ตักบาตรพระสงฆ์ 139 รูป ซึ่งบวชถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพเป็นเวลานาน 15 วัน โดยมีกำหนดลาสิขาในวันที่ 30 ต.ค. ทั้งนี้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนทยอยเก็บผ้าระบายสีขาว-ดำ และป้ายส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย เพื่อเข้าสู่วันออกทุกข์ในวันนี้ อย่างที่ จ.สตูล เจ้าหน้าที่ทยอยจัดพื้นที่ให้เข้าสู่วันออกทุกข์ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยเฉพาะผ้าสีขาว-ดำ ตามกำแพงของหน่วยงานต่างๆ พร้อมแนะนำประชาชนให้แต่งกายด้วยเสื้อผ้าโทนสีสุภาพ […]

เพราะมีงานต้องรับผิดชอบ!? กัปตัน-ลูกเรือ จึงร่วมใจกราบพระบรมฉายาลักษณ์ ในหลวง ร.9 บนเครื่องบิน

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา เฟซบุ๊ก ลูกเรือไทย ใจเกินร้อย ได้โพสต์ภาพ กัปตัน-นักบิน และลูกเรือ บนเครื่องของสายการบินไทย ที่พร้อมใจกันนั่งพับเพียบต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อแสดงความอาลัย และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดไม่ได้ ซึ่งได้รับความชื่นชมจากผู้ที่ได้เห็นภาพดังกล่าวอย่างมาก เพราะแม้จะมีปฏิบัติภารกิจของตัวเองที่ต้องทำให้ลุล่วงแล้ว แต่ก็ไม่ลืมที่แสดงความอาลัยถวายแด่พระองค์ ที่มา – Facebook.com / ลูกเรือไทย ใจเกินร้อย

ทั่วทุกทิศพร้อมใจเข้ากราบสักการะ ‘พระบรมราชสรีรางคาร’ วัดบวรฯแจกพระบรมฉายาลักษณ์ 99,999 แผ่น

เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศแต่งกายด้วยชุดโทนสีสุภาพ นำพวงมาลัย ดอกไม้ ทยอยเดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร หลังได้อัญเชิญมาบรรจุใต้ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธชินสีห์ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร เนื่องจากเป็นสถานที่ประทับขณะที่พระองค์ทรงพระผนวช ซึ่งจะเปิดให้ประชาชนเข้ากราบได้จนถึง 17.00 น. พระครูปริตรโกศล ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดบวรนิเวศฯ กล่าวว่า ทางวัดจะเปิดให้ประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมราชสรีรางคารได้ทุกวันตั้งแต่เวลาประมาณ 08.00-17.00 น. เพื่อเป็นการน้อมนำรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่มีต่อปวงชนชาวไทย และด้านการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ทั้งนี้ แนะนำว่าเมื่อประชาชนเข้าไปภายในพระอุโบสถแล้ว ให้กราบพระพุทธรูปด้วยท่าเบญจางคประดิษฐ์ พร้อมแบมือ 3 ครั้ง หลังจากนั้นกราบพระบรมราชสรีรางคารแบบไม่แบมือ 1 ครั้ง นายปฐมพงศ์ ตั้งคุณาพิพัฒน์ อายุ 73 ปี บอกกับผู้สื่อข่าวว่า เดินทางมาจาก จ.นครราชสีมา ตั้งใจโดยเฉพาะว่าวันนี้จะเข้ามากราบสักการะพระบรมราชสรีรางคารของในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและส่งเสด็จพระองค์ท่าน เนื่องจากในช่วงวันงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ เมื่อช่วงวันที่ 26 ต.ค. ตนไม่สามารถเดินทางเข้าร่วมงานที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวงได้ เนื่องจากสภาพร่างกายไม่ไหว ประชาชนมากันเป็นจำนวนมาก ในวันนี้จึงเดินทางมาตั้งแต่เช้า ประกอบกับวันนี้ลูกชายของตนลาสิกขา […]

ออกทุกข์แล้ว… หลายจังหวัดเริ่มเก็บผ้าขาว-ดำ ตามประกาศสำนักนายกฯ (คลิป)

ตามสถานที่ราชการ สถานที่เอกชนต่างๆ เริ่มทยอยเก็บแถบผ้าสีขาว-ดำ กันตั้งแต่เมื่อวานนี้ (29 ต.ค. 60) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการไว้ทุกข์ ช่วงกลางดึกของคืนที่ผ่านมาที่ถนนราชดำเนินกลาง เจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร เริ่มทำการเก็บแถบผ้าสีขาว-ดำ บริเวณพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวง รัชกาลที่ ๙ รวมไปถึงห้างร้านต่างๆ ที่เคยมีแถบผ้าขาว-ดำ ติดอยู่ ก็เอาออกเช่นเดียวกัน ซึ่งก็เป็นไปตามประกาศสำนักนายกฯ ที่ให้ประชาชนออกทุกข์ในวันที่ 30 ตุลาคมเป็นต้นไป และหลังจากเสร็จสิ้นพระราชพิธีบรรจุพระบรมราชสรีรางคาร ซึ่งประชาชนก็สามารถแต่งกายได้ตามปกติ ขอเพียงแค่อยู่ในความเหมาะสม ใช้สีเรียบ สุภาพ ไม่ฉูดฉาด เพื่อให้เหมาะสมกับบรรยากาศ นอกจากในกรุงเทพมหานครแล้ว อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประชาชนจิตอาสาก็ออกมาช่วยกันทำความสะอาดปลดป้ายไว้อาลัย และผ้าสีขาว-ดำ สัญลักษณ์ของการไว้ทุกข์ ที่ด้านหน้าของวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน นำโดยนายอำเภอหัวหิน พร้อมด้วยกำลังทหาร และกลุ่มจิตอาสาทุกประเภท ร่วมกันทำความสะอาดบริเวณทางเข้าด้านหน้าของวังไกลกังวล ช่วยกันเก็บกวาดโต๊ะ เก้าอี้ และต้นดาวเรืองต่างๆ ที่เริ่มจะเหี่ยวเฉาและแห้งตาย จากนั้นในช่วงค่ำร่วมกันปลดป้ายไว้อาลัยผ้าขาว-ดำ ตลอดจนสัญลักษณ์การไว้ทุกข์ต่างๆ ที่ประดับไว้ทั้ง 2 ฝั่งของถนน จนเสร็จเรียบร้อย เพื่อที่จะเข้าสู่การออกทุกข์ ถึงแม้ว่าทุกคนจะยังรู้สึกโศกเศร้ากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้ิ้น แต่ทุกคนก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป และไม่ละเว้นหน้าที่ […]

ปชช. ยังเดินทางมากราบสักการะพระบรมราชสรีรางคารหน้าวัดบวรนิเวศวิหาร (คลิป)

ความเคลื่อนไหวของพี่น้องประชาชนย่านวัดบวรนิเวศวิหาร มีผู้คนจำนวนมากที่แวะเวียนไปกราบพระบรมราชสรีรางคารที่ด้านหน้าของวัด หนึ่งในนั้นมีคุณองอาจ ณัฐวัฒนะ เปิดเผยว่าบ้านของตนอยู่ใกล้กับวัดบวรฯ จึงตั้งใจพาครอบครัว มากราบพระบรมราชสรีรางคารของในหลวง รัชกาลที่ ๙ เพราะปกติก็ดำเนินชีวิตโดยมีพระองค์เป็นแบบอย่าง รวมถึงตนยังเคยบวชเรียนที่วัดแห่งนี้ ซึ่งในหลวง รัชกาลที่ ๙ ก็เคยผนวกที่นี่เช่นเดียวกัน และตอนนี้พระบรมราชสรีรางคารของพระองค์ก็มาประดิษฐานอยู่ที่นี่ ทำให้รู้สึกว่าได้ใกล้ชิดกับพระองค์มากขึ้น

คุณยายรักในหลวง เข้ากราบพระบรมศพ 1,319 ครั้ง ขออุทิศทั้งชีวิตทำดีเพื่อพ่อ

เรื่องราวของคุณยายแสงจันทร์ กรรธานนท์ อายุ 63 ปี ที่เข้ากราบพระบรมศพถึง 1,319 ครั้ง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 โดยเริ่มตั้งแต่วันแรกที่ทางสำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ากราบพระบรมศพ บางวันคนน้อยก็วนรอบกราบถึง 10 ครั้ง บางวันคนมาก หรือตนไม่มีเวลาก็ขอได้กราบเพียงสักครั้งก็ยังดี ความซาบซึ่งในพระมหากรุณาธิคุณที่คุณยายแสงจันทร์มีต่อในหลวง ต้องย้อนไปในวัยเด็กประมาณ 5-6 ขวบ เธอมีอาการป่วย แขนขาไม่มีแรง ตอนนั้นคุณยายแสงจันทร์อาศัยอยู่ที่ปากช่อง จ.สระบุรี โรงพยาบาลที่มีก็ตั้งอยู่ในตัวเมืองซึ่งไกลบ้าน อีกทั้งครอบครัวก็ฐานะยากจน พ่อแม่มีลูกถึง 11 คนที่ต้องเลี้ยงดู ทำให้ตนไม่ได้รับการรักษา จนวันหนึ่งที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินไปยัง อ.พล จ.ขอนแก่น ได้นำหมอหลวงติดตามมาด้วย โดยแจ้งไปยังผู้ใหญ่บ้านต่างๆ ให้ไปบอกลูกบ้านว่า บ้านไหนที่มีคนป่วยให้มารักษาได้ ทำให้ยายแสงจันทร์ได้มีโอกาสได้รับการรักษาจนหายดี ภายหลังเมื่อโทรทัศน์ได้ถึงหมู่บ้าน เธอก็จะได้ติดตามข่าวของพระองค์ท่านอยู่เสมอ จนวันหนึ่งพระองค์เสด็จมาที่จ.นครราชสีมาห่างจากหมู่บ้านประมาณ 20 กิโลเมตร ยายแสงจันทร์ที่หายป่วยจากโรคและชาวบ้านคนอื่นๆ ก็ได้มีโอกาสเดินเท้าเพื่อไปรับเสด็จ ซึ่งก็ยังเป็นเหตุการณ์ที่ประทับใจจวบจนทุกวันนี้ โดยตั้งใจจะดำเนินชีวิตตามหลักคำสอน เป็นคนดี พอเพียง และตั้งใจจะเดินทางมากราบพระองค์ท่าน จนวันสุดท้ายของชีวิตตนเอง จากความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ในหลวง […]

โศกเศร้าสุดอาลัย! รวมอารมณ์ความรู้สึกประชาชนในคืนสุดท้ายของการส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

ในวันสุดท้ายของงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งได้มีการจัดริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศริ้วขบวนที่ 6 ในการอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคาร จากพระราชพิธีเก็บพระบรมอัฐิ ไปบรรจุ ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดบวรนิเวศวิหาร ซึ่งในริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศนั้น ได้มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาเฝ้าเข้าร่วมชมริ้วขบวน และยังมีหลายคนที่อยู่ในอาการโศกเศร้าและทำใจไม่ได้กับคืนสุดท้ายของการส่งเสด็จในหลวง ร.9 สู่สวรรคาลัย

ในหลวง-สมเด็จพระเทพฯ เสด็จบรรจุพระบรมราชสรีรางคาร รัชกาลที่ 9 ณ วัดราชบพิธฯ-วัดบวรฯ

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 29 ตุลาคม 2560 ขบวนกองทหารม้านําและตามตั้งขบวนพร้อมอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารจากวัดพระศรีรัตนศาสดารามโดยรถยนต์พระที่นั่ง ออกจากพระบรมมหาราชวังทางประตูวิเศษไชยศรีไปยังวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม โดยขบวนทหารม้านํา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประทับรถยนต์พระที่นั่งทรงอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคาร กองทหารม้าตาม เจ้าพนักงานภูษามาลาอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารจากรถยนต์พระที่นั่งเข้าประตูวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปยังพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงวางพุ่มดอกไม้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ แล้วเสด็จฯไปยังพระอุโบสถ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธอังคีรส พระประธาน พระอุโบสถ ทรงจุดธูปเทียน เครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ พระราชสรีรางคารสมเด็จพระนางเจ้ารําไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ ๗ และพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระสงฆ์สวดมาติกา ทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ ๓๐ รูป สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรกแล้ว ทรงบรรจุพระบรมราชสรีรางคารที่ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธอังคีรส ทรงวางพวงมาลา ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ชาวพนักงานประโคมกระทั่งมโหระทึก สังข์ แตร กลองชนะ […]

ถวายงาน “ทูลกระหม่อมปู่” ร.๙ ครั้งสุดท้าย ‘พระองค์หญิงสิริวัณณวรี’ ทรงม้านำริ้วขบวนที่ 6

วันนี้ (29 ตุลาคม 60) พันโทหญิง พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงม้าชื่อ W-CALATA (เว-คาลาตา) อันเป็นม้าทรงประจำพระองค์ฯ สายพันธุ์โฮล์สไตเนอร์ วอร์มบลัด สีแซมขาว เพศเมีย อายุ 11 ปี ความสูง 170 ซ.ม. จากสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี นำกองทหารม้ารักษาพระองค์จำนวน 77 ม้า เพื่อตั้งริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศริ้วที่ 6 ซึ่งเป็นริ้วสุดท้าย เชิญพระบรมราชสรีรางคารทั้งหมดจากพระศรีรัตนเจดีย์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยรถยนต์พระที่นั่ง ออกจากพระบรมมหาราชวัง ทางประตูวิเศษไชยศรี ไปยังวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร จากนั้นขบวนกองทหารม้าอีกขบวนหนึ่ง เชิญพระบรมราชสรีรางคารส่วนหนึ่ง จากวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร โดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปบรรจุ ณ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร สำหรับริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วขบวนที่ 6 ใช้เส้นทางออกประตูวิเศษไชยศรี เลี้ยวขวาไปตามถนนหน้าพระลาน แล้วเลี้ยวขวาไปตามถนนสนามไชย เลี้ยวซ้ายเข้าถนนกัลยาณไมตรี ข้ามสะพานช้างโรงสี เลี้ยวขวาเข้าถนนอัษฎางค์ เลี้ยวซ้ายเทียบที่เกยหน้าวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม จากนั้นออกจากวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เลี้ยวขวาถนนอัษฎางค์ เลี้ยวซ้ายขึ้นสะพานช้างโรงสีไปตามถนนกัลยาณไมตรี เลี้ยวขวาถนนสนามไชยเข้าสู่ถนนราชดำเนินใน […]

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ พระราชพิธีอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิ ขึ้นประดิษฐาน ณ พระวิมาน พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 29 ตุลาคม 2560 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มายังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงจุดธูปเทียนถวายราชสักการะพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงจุดธูปเทียน เครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจํา พระชนมวาร ที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร พระสงฆ์ ๓๐ รูป ที่สวดพระพุทธมนต์ แต่วันก่อนถวายพรพระ ทรงประเคน ภัตตาหาร พระสงฆ์รับพระราชทานฉันแล้ว ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรม ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ออกจากพระที่นั่ง ทรงจุดธูปเทียน เครื่องทรงธรรม ทรงศีล พระราชาคณะ ถวายพระธรรมเทศนา จบ ถวายอนุโมทนา (บนธรรมาสน์) พระสงฆ์ ๔ รูป รับอนุโมทนา ทรงประเคนจตุปัจจัยไทย ธรรมบูชากัณฑ์เทศน์แล้วทรงทอดผ้าไตร ถวายพระเทศน์และพระสงฆ์ที่รับอนุโมทนา รวม ๕ รูป สดับปกรณ์ ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ออกจากพระที่นั่ง พระสงฆ์ ๘๙ รูป เท่าพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช […]

ยิ่งใหญ่ สมพระเกียรติที่สุด! ทูตต่างชาติยกย่อง ‘งานพระราชพิธีฯ’ เป็นประวัติศาสตร์ระดับโลก

จากกรณีที่มีชาวต่างชาติ คอมเมนต์วิจารณ์เรื่องงบประมาณที่ใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ โดยระบุว่าการใช้จ่ายเงินในงานพระราชพิธีนั้นฟุ่มเฟือยและไม่สมเหตุสมผล อ่านข่าว: ประโยคต่อประโยค!! จับใจความหนุ่มไทยสอนมวยฝรั่ง หลังวิจารณ์งบประมาณพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ วานนี้ (28 ต.ค.) เฟซบุ๊ก Nick de Marzo ซึ่งจากข้อมูลระบุว่าดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยกล่าวถึงความเห็นของเพื่อนทูตจากชาติต่างๆ รวม 9 ประเทศ (อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เวียดนาม เดนมาร์ก ออสเตรเลีย แคนาดา ญี่ปุ่น และนิคารากัว) ซึ่งได้รับชมพระราชพิธีฯ ผ่านสื่อต่างๆ โดยต่างยกย่องว่าเป็นพิธีที่ยิ่งใหญ่ และสมพระเกียรติที่สุดแห่งปีเท่าที่เคยเห็นมา  ที่มา —- Nick de Marzo

ชมประติมากรรมการปั้นปูนภาพนูนต่ำเทิดพระเกียรติ ในหลวง ร.๙ ณ เมืองสองแคว

วันที่ 28 ต.ค. 60 ที่บริเวณสวนกลางเมืองพิษณุโลก สถานที่จัดงานศิลป์สองแคว ๙ ตามพ่อที่กลุ่มศิลปินอิสระชาวพิษณุโลกจัดขึ้น ระหว่างเดือนสิงหาคม-ตุลาคม 2560 สร้างสรรค์ผลงานจิตกรรมประติมากรรมนิทรรศการเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งขณะนี้ได้เสร็จสิ้นการจัดแสดงผลงานแล้ว ผลงานส่วนหนึ่งคืองานจิตรกรรมภาพวาดในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้นำไปตกแต่งประกอบพระเมรุมาศจำลอง จังหวัดพิษณุโลก ขณะที่วันนี้ผลงานประติมากรรมการปั้นปูนภาพนูนต่ำ 3 ชิ้นกำลังมีการเคลื่อนย้ายเพื่อไปติดตั้งไว้ ณ วัดราชบูรณะพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจสอ.ทวีบูรณเขตต์ และพิพิธภัณฑ์บัญชา นายยงยุติ หวานสูงเนิน ผู้ปั้นงานประติมากรรมนูนต่ำเพื่อเทิดพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 9 เปิดเผยว่า ในการสร้างผลงานประติมากรรมในงานศิลป์สองแคว ๙ ตามพ่อ คนปั้นงานต่างมาช่วยกันสร้างสรรค์ผลงาน 3 ชิ้นอย่างเต็มที่ตลอดระยะเวลา 3 เดือนที่จัดงาน ชิ้นงานประติมากรรมนูนต่ำนูนสูงชิ้นใหญ่ขนาดสูง 3 เมตร กว้าง 6 เมตร เป็นการรวมภาพพระราชกรณียกิจที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินมาที่จังหวัดพิษณุโลกทั้ง 13 ครั้ง อาทิ ทรงประทับอยู่บนรถไฟที่สถานีรถไฟพิษณุโลก เสด็จมายังศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก เสด็จนมัสการพระพุทธชินราช เปิดศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชรวมถึงเขื่อนแควน้อยบำรุงแดนฯ ที่พระองค์ท่านมีพระราชดำริให้จัดสร้างขึ้น โดยใช้เทคนิคปูนปั้นสูตรเพชรบุรี ซึ่งเป็นสูตรปูนปั้นโบราณที่นักปั้นใช้ทำงานตามศาสนสถานต่างๆ งานชิ้นนี้ใช้เทคนิคผสมกันทั้งปั้นเป็นภาพนูนต่ำกึ่งนูนสูง […]

keyboard_arrow_up