สุดเวทนา! ผู้ป่วยเอดส์ ถูกทิ้งกำแพงวัดพระบาทน้ำพุ หลวงพ่อเผยเป็นแบบนี้มา 20 ปี (คลิป)

กรณีเฟสบุ๊ก วัดพระบาทน้ำพุ เผยแพร่คลิปวีดีโอโดยมีผู้ป่วยติดเชื้อ HIV นอนอยู่บนเตียงข้างกำแพงวัด พร้อมระบุข้อความในคอมเมนต์ว่า การนำผู้ป่วยมาฝากให้วัดพระบาทน้ำพุดูแล จะต้องมีเอกสารหลายอย่างในการนำส่งตัวผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็นประวัติการรักษา เอกสารส่วนตัว ทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน ใบเซ็นยินยอมของญาติ และการพูดคุยทำความเข้าใจกับญาติในการรับผู้ป่วย ซึ่งทางวัดพระบาทน้ำพุไม่เคยปฏิเสธผู้ป่วย และวัดไม่อยากให้มีเหตุการณ์นำผู้ป่วยมาทิ้งไว้แบบกรณีดังกล่าว (อ่าน : สลด! ผู้ป่วยเอดส์ถูกทิ้งหน้าวัดพระบาทน้ำพุ ชาวเน็ตติงญาติต้องดูแล อย่าผลักภาระ) วันนี้ 5 พ.ย. 61 พระราชวิสุทธิประชานาถ (หลวงพ่ออลงกต) เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี ชี้แจงว่า กรณีการทิ้งผู้ป่วยไว้บริเวณหน้าวัด เป็นปัญหาของวัดมากว่า 20 ปีแล้ว ซึ่งก็มักจะมีผู้ป่วยถูกทอดทิ้งอย่างนี้อยู่เสมอ โดยประเด็นของการทอดทิ้ง ก็จะแตกต่างกันไป อย่างในกรณีนี้ เป็นเพื่อนบ้านที่นำส่งมารักษาตัวที่วัด ส่วนครอบครัวของผู้ป่วย ทราบมาว่าผู้ป่วยมีลูกชาย 1 คน แต่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน เพื่อนบ้านจึงเอามาส่งไว้ที่วัด ซึ่งทางวัดก็เข้าใจและรู้สึกเห็นใจ เพราะคนที่นำมาทิ้งไว้ คงไม่อยากยุ่งยากที่ต้องมารับผิดชอบชีวิตผู้ป่วย ซึ่งหากมาทิ้งไว้ เจ้าหน้าที่ก็มารับเข้าไปดูแลเอง แต่ปัญหาที่ตามมา คือ ผู้ป่วยที่ไม่มีญาติรับรอง เช่น บัตรประชาชน […]

สลด! ผู้ป่วยเอดส์ถูกทิ้งหน้าวัดพระบาทน้ำพุ ชาวเน็ตติงญาติต้องดูแล อย่าผลักภาระ

วันที่ 5 พ.ย. 61 จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก วัดพระบาทน้ำพุ โพสต์รูปภาพเหตุการณ์ญาตินำผู้ป่วยโรคเอดส์ มาทิ้งไว้ที่บริเวณข้างกำแพงของวัดพระบาทน้ำพุ ในสภาพนอนบนฟูกพร้อมด้วยข้าวของส่วนตัวอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งวัดพระบาทน้ำพุ ตั้งอยู่ใน ต.เขาสามยอด อ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี มีชื่อเสียงในเรื่องสถานรักษาพักฟื้นผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยโรคเอดส์ รวมถึงเป็นที่ตั้งของมูลนิธิธรรมรักษ์ “การนำผู้ป่วยมาทิ้งไว้ข้างกำแพงหน้าวัดอาจเป็นทางเลือกที่ง่าย แต่เป็นทางเลือกที่ไม่เป็นผลดีสำหรับคนไข้ ปัจจุบันโรคเอดส์สามารถรักษาและควบคุมอาการได้หากผู้ป่วยได้รับการรักษาจากโรงพยาบาลใกล้บ้านทุกแห่งทั่วประเทศ” ซึ่งหลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ได้มีสมาชิกเฟซบุ๊กเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก เช่น เหตุใดญาติจึงไม่นำตัวผู้ป่วยไปรักษาที่โรงพยาบาล เนื่องจากวัดพระบาทน้ำพุเป็นเพียงสถานพักฟื้นฟูผู้ป่วยฯ เท่านั้น, แสดงความรู้สึกสงสารผู้ป่วย และชี้แจงว่าโรคดังกล่าวไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด หรือมีผู้ออกความคิดเห็นว่า ผู้ป่วยอาจจะไม่ยอมกินยาต้านไวรัส จึงทำให้ญาติอาจจำใจปฏิบัติวิธีดังกล่าว เป็นต้น  

keyboard_arrow_up