โป๊ะแตก!! เมื่อครั้งหนึ่งเกาหลีเหนือใช้ “ภาพตัดต่อ” สร้างภาพลักษณ์ให้กับประเทศ…และท่านผู้นำ

ที่มา – guff.com อย่างเราทราบๆ กันดีว่าประเทศเกาหลีเหนือนั้นถูกปกครองด้วยระบอบเผด็จการเต็มรูปแบบ และกลายเป็นแดนสนธยาที่ยากจะอธิบายได้ว่าเนื้อแท้ของสังคมความเป็นอยู่ในประเทศนั้นเป็นอย่างไรกันแน่ เพราะขณะที่ชาติตะวันตกพยายามเปิดเผยความลับบางอย่างของประเทศนี้ ผู้นำโสมแดงทุกยุคทุกสมัยต่างก็พยายามส่งสารอีกด้านหนึ่งออกมาให้ชาวโลกได้รู้ว่า ประเทศนี้มีดีว่าที่หลายๆ คนคิดมากนัก แต่แทนที่ข้อมูลเหล่านั้นจะทำหน้าที่โปรโมทเกาหลีเหนือให้กลายเป็นที่ยอมรับจากโลกภายนอก กลายเป็นว่าข้อมูลเหล่านั้นถูกจับผิดและหักล้างด้วยข้อเท็จจริงหลายๆ ประการ จนดูเหมือนว่าอะไรก็ตามที่สื่อของประเทศนี้พยายามนำเสนอต่อนานาประเทศนั้น จะเป็นเพียงข้อมูลลวงโลกที่ตั้งใจทำขึ้นมาเพื่อตบตาผู้คนเท่านั้น อย่างเช่นผลงานที่ถูกจับโป๊ะแตกได้ข้างล่างนี้ 1. ภาพนี้ถูกเผยแพร่ออกมาเพื่อโปรโมทประเทศเกาหลีเหนือที่ต้องการจะบอกว่า ผู้คนในเกาหลีเหนือนั้นไม่ได้จนอย่างที่ถูกกล่าวหา และพวกเขามีวันพักผ่อนที่จะไปเที่ยวทะเลกันด้วย แน่นอนว่ามันดูน่าเชื่อถือมาก จนกระทั่งมีคนสังเกตว่า…คนที่กำลังเล่นน้ำนั้น เขาว่ายเป็นกลุ่มเหมือนกันเป๊ะทั้งสี่จุด 2. เพราะถูกจับตาดูจากนานาประเทศทั่วโลก ทำให้เกาหลีเหนือหวาดกลัวต่อคำว่า “ประเทศยากจน” เป็นอย่างมาก และจะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อลบคำสบประมาทนี้ ตัวอย่างเช่นการตัดต่อภาพฝูงแพะแบบในภาพนี้ เพื่อแสดงให้เห้นว่าประชาชนในประเทศนั้นมีอาชีพ พื้นที่ทำกิน และปศุสัตว์ของตนเอง 3. เกาหลีเหนือมักมีความเชื่อว่าการอวดแสนยานุภาพของกองทัพนั้น เป็นอีกวิธีสร้างความน่ายำเกรงของผู้นำประเทศต่อชาติต่างๆ ได้  ซึ่งก็มีหลายครั้งที่เป็นข้อมูลที่มีมูลความจริง แต่ก็มีหลายภาพที่เป็นแค่การตัดแปะเพิ่มกำลังรบในภาพเท่านั้น 4. ตามที่เราได้ทราบกันว่า ยังมีประชาชนในประเทศนี้อีกเป็นจำนวนมากที่ต้องได้รับความช่วยเหลือด้านอาหารจากชาติตะวันตก ซึ่งผู้นำรุ่นก่อนๆ ของโสมแดงก็มักพยายามปกปิดข้อมูลเหล่านี้ และเสนอภาพที่แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของประเทศออกมาให้ทั้งผู้คนในประเทศและชาวต่างชาติได้เห็น อย่างเช่นขนมปังที่วางเรียงและเอียงเป็นระเบียบเหมือนกันเป๊ะทุกชิ้นแบบนี้ 5. กลายเป็นอีกหนึ่งภาพบันลือโลกของผู้นำเกาหลีเหนือที่พยายามแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางด้านการทหาร ด้วยการออกมาชมการทดลองยิงขีปนาวุธจากเรือดำน้ำด้วยตัวเอง แต่น่าเสียดายที่ภาพนี้มีคนจับได้ว่ามันเป็นภาพตัดต่อ เพราะเงาเพี้ยนๆ ที่อยู่บนผิวน้ำ แถมยังมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าคนที่นี่ต้องเกลียดผู้นำตัวเองมาก ถึงขนาดยอมให้เข้ามาชมการทดลองอาวุธในระยะอันตรายขนาดนี้ 6. […]

ขนาดไม่ใช่ประเด็น!! เมื่อแมงมุมพิษ เล่นงานงูใหญ่อยู่หมัดด้วยใยมรณะ

เหตุการณ์แปลกๆ นี้เกิดขึ้นที่รัฐวิคตอเรีย ประเทศออสเตรเลีย เมื่อเพจเฟซบุ๊ก Brisbane Snake Catchers ได้เผยแพร่ภาพของแมงมุมหลังแดง (Red back Spider) แมงมุมพิษขนาดเล็กที่ได้จับงูสีน้ำตาลตะวันออก (Eastern Brown Snake) งูพิษที่มีพิษร้ายแรงติดอันดับโลกของโลกด้วยใยของมัน ก่อนจะจัดการฉีดพิษใส่งูตัวดังกล่าวจนกลายเป็นอาหารมื้อใหญ่ของเจ้าแมงมุม แม้จะเป็นภาพสุดแปลกตา แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ป่าได้ให้ข้อมูลว่า การต่อสู้กันระหว่างแมงมุมกับงูนั้นเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้บ่อยครั้ง แต่มักจะไม่ค่อยมีภาพออกมาให้เห็นสักเท่าไหร่นัก เนื่องจากแมงมุมหลังแดงมักเลือกเหยื่อที่เป็นแมลงขนาดเล็กซะมากกว่า และหากมีเหยื่อขนาดใหญ่มาติดใยของมัน เจ้าแมงมุมมักเลือกที่จะปล่อยให้มันรอดไป แต่ด้วยเหมือนเจ้างูตัวนี้จะดิ้นออกจากใยมรณะไม่ได้ ทำให้เจ้าแมงมุมตัดสินใจปลิดชีพมันซะ https://www.facebook.com/elitesnakecatchingbrisbane/photos/a.1688355491404787/2223338064573191?_rdc=1&_rdr

เปิดสถานะ “ปลากระเบนนก” หายากหรือไม่ ทั่วโลกพบที่ไหนได้บ้าง!?

จากกรณีที่รายการ มาสเตอร์เชฟ ไทยแลนด์ ได้นำ “ปลากระเบนนก” มาใช้เป็นวัตถุดิบให้ผู้เข้าแข่งขันทำเป็นเมนูอาหาร จนกลายเป็นที่ถกเถียงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ ถึงความเหมาะสมที่นำปลาหายากและมีความเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์มาใช้อาหาร แต่ขณะเดียวกัน หม่อมหลวงภาสันต์ สวัสดิวัตน์ ได้มีการชี้แจงว่าปลาทะเลชนิดดังกล่าวสามารถนำมาทำเป็นอาหารได้ และในบ้านเราก้มีขายด้วยเช่นกัน (อ่านเพิ่มเติม : ม.ล.ภาสันต์ แจงปม “ปลากระเบนนก” โผล่รายการทำอาหาร ชี้หาไม่ยาก / พลิกปมดราม่า “ปลากระเบนนก” ตลาดมีขายหรือไม่ ผัดเผ็ดได้หรือเปล่า!?) จากการตรวจสอบข้อมูล พบว่า ปลากระเบนยี่สน หรือ ปลากระเบนนกจุดขาว (spotted eagle ray) นั้นมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Aetobatus narinari เป็นปลากระเบนในวงศ์ปลากระเบนนก (Myliobatidae) ถูกพบได้ในหลายพื้นที่ทั่วโลกทั้งในฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก, มหาสมุทรแอตแลนติก, มหาสมุทรอินเดีย ตั้งแต่ฮาวาย, อ่าวเม็กซิโก, ชายฝั่งทะเลของแอฟริกาตะวันตก, ชายฝั่งทะเลของสหรัฐอเมริกา และโอเชียเนีย ปัจจุบัน สหภาพระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ได้จัดอันดับให้ ปลากระเบนนกจุดขาว (spotted eagle ray) มีสถานะเป็น […]

แซวสนั่นภารกิจ “ใบหยกพ่นน้ำ” ถ้าอยากให้ได้ผลต้องพึ่งตัวช่วยอะไรบ้าง!?

ตามที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม เป็นประธาน บูรณาการหน่วยงานดูภาพรวมทั้งระบบ อย่างมาตรการเร่งด่วน มีความคิดใหม่ให้เพิ่มการพ่นละอองน้ำจากตึกสูง เช่น จากตึกใบหยกลงมา ซึ่งเอกชนได้เสียสละเงินส่วนหนึ่งมาช่วยเหลือตรงนี้ด้วย และขณะนี้กระทรวงกลาโหมกำลังดำเนินการ (อ่านเพิ่มเติม : วัดใจ “ใบหยกพ่นน้ำ” เมื่อฝุ่นพิษ PM 2.5 ทวีความสาหัสยาวถึง 4 ก.พ.) แต่ดูเหมือนสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 จะยังคงทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนในโลกออนไลน์ได้มีการนำภารกิจดังกล่าวมาทำภาพล้อเลียนกันอย่างสนุกสนาน เนื่องจากลำพังแค่การฉีดน้ำลงมาจากระดับความสูงดังกล่าวนอกจากจะไม่ช่วยให้ฝุ่นหายไปได้ แต่ถ้ายืนยันจะทำแบบนั้นจริงๆ ละก็ ควรจะมีตัวช่วยแบบไหนบ้างล่ะ งั้นลองมาดูไอเดียจากเพจเฟซบุ๊ก จากคนอื่น คนไกล กันได้เลย

มากไป…ก็ไม่ดี!! เผยภาพ “กระดูกสันหลัง” ของนักเรียนที่แบกกระเป๋าหนังสือหนักเกินไป

ขอบคุณข้อมูลจาก : เพจ XOLXOL / pantip.com แม้การเรียนจะเป็นสิ่งสำคัญที่มีผลต่ออนาคตของคนในหลายๆ อาชีพ แต่บางครั้งการเห็นภาพเด็กนักเรียนแบกกระเป๋าใบโตใส่หลังไปโรงเรียนในตอนเช้า ที่แม้จะสร้างความภูมิใจให้กับผู้ปกครองอย่างมาก แต่ขณะเดียวกัน…กระเป๋าใบโตนั้นก็อาจสร้างปัญหาต่อสภาพร่างกายของเด็กๆ โดยไม่รู้ตัว อย่างเช่นภาพเอ็กซ์เรย์กระดูกสันหลังของเด็กที่แบกกระเป๋าหนักเกินมาตรฐานเป็นเวลานานติดต่อกันหลายปี จนต้องเข้ารับการผ่าตัดและใส่กระดูกเทียม เพื่อแก้ปัญหากระดูกสันหลังคด จากข้อมูลของศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้กำหนดมาตรฐานน้ำหนักกระเป๋าที่ปลอดภัยต่อกระดูกที่กำลังเติบโตของเด็กว่า ไม่ควรหนักเกิน 10 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัวเด็ก ซึ่งหมายความว่าถ้าเด็กมีน้ำหนัก 30 กิโลกรัม น้ำหนักกระเป๋าที่เด็กสามารถถือได้ต้องไม่เกิน 3 กิโลกรัม เพราะไม่เช่นนั้นอาจจะลงเอยแบบในภาพนี้

สุดหดหู่!! เผยสภาพล่าสุดของแนวปะการัง Great Barrier Reef ที่ตายไปกว่าครึ่ง

กำลังอินเทรนด์กันน่าดู สำหรับแฮชแท็กอย่าง #10yearschallenge ที่หลายๆ คนนำมาเล่นเพื่อเปรียบเทียบความเปลี่ยนแปลงของตัวเองในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และส่วนใหญก้มีความเปลี่ยนแปลงไปในทิศทิศทางที่ดีขึ้นกันทั้งสิ้น แต่ก็ใช่ว่าการเปลี่ยนแปลงของสิ่งต่างๆ ในช่วงสิบปีนั้นจะเป็นไปในทิศทางที่ดีเสมอ เพราะบางครั้งก็เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงหายนะทางสิ่งแวดล้อมบางอย่าง เช่นเดียวกับภาพที่ถูกเผยแพร่ทางเพจเฟซบุ๊ก ReReef ที่แสดงให้เห็นสภาพของแนวปะการัง Great Barrier Reef (เกรตแบร์ริเออร์รีฟ) พืดหินปะการังที่ยาวที่สุดในโลก โดยมีความยาวกว่า 2,000 กิโลเมตร ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศออสเตรเลีย และตอนนี้…ได้ตายลงไปกว่าครึ่งแล้ว ทั้งนี้ ทั้งเพจ ReReef ได้อธิบายข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในยุคของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปะการังคือระบบนิเวศที่เปราะบางที่สุด และมีแนวโน้มที่จะสูญพันธุ์ไปภายใน 30-40 ปีข้างหน้านี้ หากเราไม่สามารถแก้ปัญหาสภาวะโลกร้อนได้ทันการณ์ โดยเฉพาะในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ได้มีการสูญเสียปะการังทั่วโลกไปราว 1 ใน 5 และปะการังที่ Great Barrier Reef ตายลงราวครึ่งหนึ่ง

ดิบก็ได้ สุกก็ดี!! เปิดเมนู “ปลาแฮร์ริ่ง” ของเหล่าชาวเลแดนกิมจิ

นักชิมชาวเกาหลี มักมีคำกล่าวดีๆ สำหรับการกินอาหารตามฤดูกาลว่า “ใบไม้ผลิกินแฮลิบัต ใบไม้ร่วงกินแฮร์ริ่ง” จึงทำให้เทศกาลการออกหาอาหารจากท้องทะเลของชาวเลแดนกิมจิขึ้น นั่นคือ ปลาแฮร์ริ่ง ปลาจำพวกเดียวกับปลาซาร์ดีน ที่มีความยาวประมาณ 14–18 เซนติเมตร ซึ่งส่วนใหญ่มักว่ายรวมตัวกันเป็นฝูงใหญ่ในเขตใกล้ชายฝั่งของมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ มหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ รวมถึงชายฝั่งตะวันตกของทวีปอเมริกาใต้ โดยปกติปลาแฮร์ริ่งมักอยู่ในห่วงโซ่อาหารของสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ต่างๆ เช่น โลมา, วาฬ หรือปลาฉลาม แต่ขณะเดียวกันก็เป็นปลาที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจอย่างมาก ทั้งในอุตสาหกรรมอาหารกระป๋อง และเป็นที่ต้องการของร้านอาหารอย่างมาก เนื่องจากปลาแฮร์ริ่งในฤดูหนาวจะมีเนื้อที่อุดมไปด้วยไขมันรสอร่อย จนสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายประเภท และสามารถนำมากินดิบๆ แบบซาซิมิได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ด้วยสภาพอากาศที่เปลี่ยน และอุตสาหกรรมประมงที่มากเกินขนาด ทำให้ปลาแฮร์ริ่งถูกจับได้น้อยลงเรื่อยๆ ซึ่งส่งผลกระทบทั้งต่อระบบนิเวศทางทะเล และในอุตสาหกรรมอาหารของมนุษย์ ติดตามรายการฅ.คนขั้นเทพ และสารคดีอื่นๆ ได้ทางช่องอมรินทร์ทีวี เอชดี 34

เทียบอุณหภูมิระหว่าง “ไข้ต่ำ – ไข้สูง” ว่าแตกต่างกันอย่างไร!?

อีกหนึ่งปัญหาโลกแตกที่ทำเอาหลายๆ คนเคยมีประเด็นวิวาทะกับคุณหมอมาแล้ว เพราะส่วนใหญ่อาจไม่เข้าใจคำวินิจฉัยว่าอาการเป็นไข้จนตัวร้อนในระดับต่างๆ นั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร เพราะไหนจะมีทั้ง ไข้ต่ำ (Low grade fever) ไข้สูง (High grade fever) และ ไข้สูงเกิน (Hyperpyrexia) เอาเป็นว่าเพื่อไข้ข้อข้องใจในปัญหาดังกล่าว เราลองมาทำความเข้าใจในความแตกต่างของการเป็นไข้ในแต่ละแบบจาก ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิง พวงทอง ไกรพิบูลย์ ที่ได้เผยแพร่ทางเว็บไซต์ haamor.com กันสักหน่อยดีกว่า ว่าในทางการแพทย์นั้นเขาใช้อะไรเป็นตัวชี้วัดกันแน่ หมายเหตุ – ตัวเลขเหล่านี้อ้างอิงจากการวัดอุณหภูมิด้วยปรอทวัดไข้ทางช่องปากเท่านั้น 37 องศาเซลเซียส – เป็นอุณหภูมิระดับปกติของร่างกายมนุษย์ 37.5 องศาเซลเซียส – แม้จะเพิ่มขึ้นมานิดเดียว แต่ในทางการแพทย์ อุณหภูมิระดับนี้ถือว่าเป็นไข้แบบทั่วไปแล้ว สูงไม่เกิน 38 องศาเซลเซียส – แบบนี้เรียกว่า ไข้ต่ำ ซึ่งเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการได้รับเชื้อโรคบางอย่าง แต่ยังไม่แสดงอาการรุนแรงนัก สูงเกิน 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป – อุณหภูมิระดับเรียกว่า ไข้สูง ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะขาดน้ำในเด็กได้ ถ้าสูงเกิน […]

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ…เมื่อนักวิทย์ฯ พบว่า “นกฟินช์” อาจมีแรงกัดมากกว่า “ทีเร็กซ์” ถ้ามันตัวเท่ากัน

อาจฟังดูคล้ายเรื่องตลกในวงเหล้า แต่เมื่อไม่นานมานี้ทีมนักวิจัยจาก University of Reading ได้ทำการวิเคราะห์พลังการกัดของสารพัดสัตว์มากกว่า 434 ชนิด ทั้งที่ยังคงมีชีวิตและสูญพันธุ์ไปแล้ว ซึ่งพวกเขาได้พบเรื่องน่าประหลาดใจว่า นกฟินช์ ในกลุ่ม large ground finch ที่อาศัยบนเกาะกาลาปากอส อาจมีแรงกัดที่ทรงพลังยิ่งกว่าไดโนเสาร์พันธุ์ไทแรนโนซอรัส หรือเจ้าทีเร็กซ์ เสียอีกหากเทียบในน้ำหนักตัวที่เท่ากัน งานวิจัยชวนฉงนนี้ ถูกรับรองโดย Dr. Manabu Sakamoto ผู้นำคณะวิจัยที่พบว่า จะงอยปากของเจ้านกตัวเล็กนี้มีพลังแรงกัดสูงถึง 70 นิวตัน ในขณะที่น้ำหนักตัวของนกฟินช์ชนิดนี้มีแค่ 33 กรัม และมีความยาวแค่ 6 นิ้วเท่านั้น จนตัวเขาตั้งข้อสังเกตว่า… หากสัตว์สองชนิดนี้มีขนาดตัวเท่ากัน เจ้าไดโนเสาร์ที่เป็นตัวเอกของภาพยนตร์หลายๆ เรื่อง อาจไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนกชนิดนี้เลยก็เป็นได้ และดูเหมือนแรงงับที่ทรงพลังของเจ้าทีเร็กซ์ อาจเป็นผลมาจากขนาดและน้ำหนักของตัวมันมากกว่าจะเป็นแรงกัดจากกรามของมัน มาถึงตรงนี้ เชื่อว่าหลายคนคงสงสัยว่าทำไมเจ้านกตัวเล็กๆ ถึงมีแรงกัดจากจะงอยปากที่มากกว่าน้ำตัวกว่าสองเท่า ซึ่งตรงนี้ต้องย้อนกลับไปมาพิจารณาเรื่องอาหารการกินของมัน ที่ส่วนใหญ่เป็นเมล็ดพืชเปลือกแข็งบนเกาะกาลาปากอสที่นกฟินซ์ชนิดอื่นไม่กิน

กินทุกอย่างที่ขวางหน้า!! พบกับ American bullfrog กบจอมเขมือบแห่งอเมริกาเหนือ

ลืมภาพกบตัวเล็กๆ ที่กระโดดอยู่ในอ่างบัวหลังบ้านของคุณไปได้เลย เพราะนี่คือหนึ่งในกบขนาดใหญ่ชนิดหนึ่งของโลก มันคือ กบอเมริกันบูลฟร็อก (American bullfrog) กบไซส์ยักษ์ที่โตเต็มที่มีน้ำหนักมากกว่า 1 กิโลกรัม และมีความยาวถึง 8 นิ้ว จนหลายประเทศมองเห็นช่องทางการเปลี่ยนมันเป็นสัตว์เศรษฐกิจ ที่สามารถเพาะขยายพันธุ์เพื่อใช้เนื้อในการบริโภค แต่ขณะเดียวกันก็มีกบบางส่วนที่เล็ดลอดไปสู่ธรรมชาติ และกลายเป็นหายนะต่อระบบนิเวศในวงกว้าง เพราะนิสัยการกินทุกอย่างที่ขวางหน้าของมัน แม้จะฟังดูเหลือเชื่อ แต่กบยักษ์ที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาเหนือชนิดนี้มีนิสัยการกินที่ไม่น่ารักเอาซะเลย เพราะในสายตาของเจ้ากบนั้น อะไรที่เล็กกว่าปาก ก็สามารถเป็นอาหารของมันได้ทั้งสิ้น โดยที่มันเองก็ไม่แคร์ว่าสิ่งที่มันสวาปามเข้าปากไปนั้นจะเป็นพวกเดียวกัน เป็นลูกของมันเอง และบางครั้งก็มักเป็นสัตว์ที่ไม่ได้อยู่ในเมนูปกติของมัน เช่นหอยหาเดียว หรือแม้กระทั่งงูที่ล่ากบขนาดเล็กเป็นอาหาร ด้วยพฤติกรรมการกินแบบไม่เลือกของมันนี้เอง ทำให้กบอเมริกันบูลฟร็อกกลายเป็นสายพันธุ์รุกรานต่างถิ่นที่สร้างผลกระทบต่อสายพันธุ์พื้นเมืองจำนวนมาก จนหลายประเทศต้องหาทางรับมือกับพวกมันก่อนจะเกิดการสูญพันธุ์ และหนึ่งในวิธีที่ดูจะได้ผลมากที่สุดนั่นคือการเปลี่ยนมันเป็นอาหารจานอร่อย เพราะเนื้อกบนั้นสามารถนำมาปรุงอาหารได้หลากหลายรายการ ทั้งยังเป็นโปรตีนไขมันต่ำที่ดีต่อสุขภาพด้วย ติดตามรายการฅ.คนขั้นเทพ และสารคดีอื่นๆ ได้ทางช่องอมรินทร์ทีวี เอชดี 34

ส่องภูมิปัญญาชาวบ้าน ส่องไฟล่อปลากลางอ่าวญาจาง ของชาวประมงเวียดนาม

แม้การใช้แสงไฟเพื่อล่อปลามาใกล้ๆ เรือ จะเป็นภาพชินตาของชาวประมงไทย จนดูเหมือนเป็นเอกลักษณ์ที่พบเห็นได้เฉพาะในดินแดนสยามประเทศเท่านั้น แต่หากพิจารณากันให้ดีๆ แล้วล่ะก็ ดูเหมือนการหลอกล่อปลาด้วยแสงไฟบนเรือประมงนี้ จะเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ใช้กันอย่างกว้างขวางในหลายประเทศ อย่างเช่นที่เมืองญาจาง ในจังหวัดคั้ญฮหว่า ประเทศเวียดนาม ที่นอกจากจะเป็นเมืองท่องเที่ยวซึ่งมีทั้งชายหาดสวยๆ และทะเลที่เหมาะแก่การดำน้ำแล้ว เมืองแห่งนี้ยังเป็นแหล่งประมงขึ้นชื่ออีกแห่งหนึ่งของเวียดนามอีกด้วย ไม่เพียงแค่การใช้แสงไฟเท่านั้น แต่การบวงสรวงเพื่อขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อให้สามารถจับปลาได้ในปริมาณมากๆ  ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ชาวประมงทุกคนไม่พลาดที่จะทำทุกครั้งเมื่อต้องออกทะเล แต่ถึงจะมีการใช้เทคนิคล่อปลาด้วยแสงไฟ และการขอพรจากสิ่งเหนือธรรมชาติ แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าการออกเรือหาปลาจะประสบความสำเร็จทุกครั้ง เนื่องจากบริเวณอ่าวญาจางนั้นมีเรือประมงรวมตัวกันออกหาปลาในเวลาเดียวกันเป็นจำนวนมาก ทำให้ฝูงปลากระจายตัวไปตามจุดต่างๆ จนหลายครั้งชาวประมงไม่สามารถหาในปริมาณมากๆ ได้ และต้องเปลี่ยนจากการลากอวน เป็นการตกปลาด้วยเบ็ดเพื่อการยังชีพแทน ติดตามรายการทึ่งทั่วโลก และสารคดีอื่นๆ ได้ทางช่องอมรินทร์ทีวี เอชดี 34

เมื่อเจ้าป่าร่างยักษ์ Bonedigger มีเพื่อนซี้เป็นฝูงสุนัขดัชชุน

คงเป็นไอเดียไม่เข้าท่าแน่ สำหรับการฝากสุนัขเอาไว้กับสิงโต แต่เหตุการณ์ชวนอึ้งแบบนี้ก็เกิดขึ้นจริงในสวนสัตว์ Garold Wayne Interactive Zoological Park สหรัฐอเมริกา เมื่อเจ้า Bonedigger สิงโตร่างยักษ์มีเพื่อนซี้เป็นฝูงสุนัขพันธุ์ดัชชุนซะอย่างงั้น เหตุการณ์น่ารักๆ นี้เกิดขึ้นเมื่อ John Reinke ผู้จัดการสวนสัตว์ได้นำเจ้า Bonedigger ลูกสิงโตกำพร้าวัยเพียงไม่กี่สัปดาห์มาอยู่กับเจ้า Milo สุนัขพันธุ์ดัชชุน และเพื่อนของมันอีก 3 ตัว และเขาพบว่าพวกมันสามารถเข้ากันได้ดีมาก เพราะเจ้า Bonedigger สามารถแยกแยะได้ว่า สุนัขรูปร่างเหมือนไส้กรอกที่วิ่งวุ่นอยู่รอบตัวมันนั้นเป็นเหมือนครอบครัวของมันมากกว่าอาหาร หรือคู่แข่ง ทำให้ทุกตัวสามารถอยู่กันได้อย่างสงบสุข แม้แต่เวลาที่ต้องกินเนื้อสดพร้อมกัน ติดตามรายการสัตว์อลวนคนอลเวง และสารคดีอื่นๆ ได้ทางช่องอมรินทร์ทีวี เอชดี 34

ส่งท้าย ‘ปีจอ’ กับ Czechoslovakian Vlcak สุนัขที่แม้จะมีเงินทอง ก็ไม่อาจเป็นเจ้าของได้

อย่างที่เราทราบกันดีว่าสุนัขนั้นเป็นเพื่อนที่ได้ชื่อว่าซื่อสัตย์ที่สุดชนิดหนึ่งของมนุษย์ จึงไม่แปลกที่พวกมันเป็นจะกลายสัตว์เลี้ยงยอดนิยมอันดับต้นๆ ของโลก และถูกพัฒนาสายพันธุ์จนมีรูปร่างหน้าตาแตกต่างจากบรรพบุรุษหมาป่าของพวกมันไปมาก ซึ่งทั้งหมดนั้นก็เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของคนเรา ที่ต้องการเป็นเจ้าของสุนัขที่มีความพิเศษบางอย่างในตัว และยินดีจ่ายไม่อั้นเพื่อที่จะได้ครอบครองสิ่งๆ นั้น แต่ในโลกนี้ก็ยังมีสุนัขบางสายพันธุ์เช่นกันที่ไม่อาจถูกตีราคาด้วยเงินได้ และหนึ่งในนั้นก็คือ Czechoslovakian Vlcak หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ เชคโกสโลวัคเกี้ยน วูล์ฟด็อก ด้วยข้อมูลอันน้อยนิดเกี่ยวกับสุนัขสายพันธุ์นี้ พบว่ามันเป็นพันธุ์ผสมระหว่างสุนัขพันธุ์ German Shepherd และสุนัขป่า Carpathian Wolf ซึ่งถูกพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นในสาธารณรัฐเช็ก และประเทศสโลวาเกีย โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างสุนัขซึ่งร่างกายแกร่งแรงทนทานเหมือนกับสุนัขป่า และยังสามารถรับคำสั่งต่างๆ จากมนุษย์ได้ จึงทำให้เชคโกสโลวัคเกี้ยน วูล์ฟด็อก ได้รับความสนใจจากวงการทหาร กีฬาล่าสัตว์ และแม้แต่งานดูแลปศุสัตว์ในฟาร์ม ทั้งยังได้รับรองมาตรฐานสายพันธุ์จาก American Kennel Club ในฐานะสุนัขสายพันธุ์แท้ชนิดหนึ่งของโลกด้วย มาถึงตรงนี้หลายคนอาจไม่รู้สึกถึงความพิเศษอะไรของเชคโกสโลวัคเกี้ยน วูล์ฟด็อก และเชื่อว่าแค่เงินทองจำนวนมากหน่อยก็สามารถนำเจ้าตูบหน้าดุตัวนี้มาไว้ในครอบครองได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว สุนัขสายพันธุ์นี้มีข้อจำกัดในการเพาะขยายพันธุ์สูงมาก และถูกแยกออกจากสุนัขประเภทวูล์ฟด็อกอื่นๆ ที่พบได้ในสหรัฐอเมริกาอย่างชัดเจน ซึ่งจากข้อมูลในปี 2014 พบว่ามีลูกสุนัขประมาณ 200 ตัวอยู่ที่ประเทศอิตาลี และอีกราวๆ 100 ตัวในสาธารณรัฐเช็ก และมีเพียง 50 ตัวเท่านั้นในสโลวาเกีย […]

เช็คให้ชัวร์ก่อนเดินทาง กับ 5 จุดสำคัญต้องตรวจสอบก่อนล้อหมุน

ในช่วงก่อนหยุดยาวติดต่อกันหลายวันแบบนี้ เชื่อว่าหลายคนคงมีวางแผนเดินทางกลับบ้าน หรือเตรียมทริปท่องเที่ยวทางไกลเอาไว้แล้ว และวิธีที่ที่สะดวกที่สุดในการเดินทางของคนสมัยนี้ คงไม่มีตัวเลือกไหนจะดีไปกว่าการใช้รถยนต์ส่วนตัวอีกแล้ว แต่ก่อนจะตัดสินใจล้อหมุนสู่จุดหมายปลายทาง เรามาเช็ครถยนต์ของเรากันสักหน่อยดีกว่า ว่าอยู่ในสภาพที่พร้อมลุยไปกับเราตลอดเส้นทางหรือไม่ 1. สภาพรอบตัวรถ แม้ใช้งานอยู่ทุกวัน แต่นั่นก็ไม่การันตีว่าเครื่องยนต์ของเราจะอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเสมอไป เอาเป็นกว่าก่อนออกเดินทาง ลองตรวจเช็คสภาพรวยตัวรถว่ามีส่วนไหนที่อยู่ในสภาพชำรุดเสียหายหรือไม่ ไม่มีโอกาสมากน้อยแค่ไหนที่หลุดออกจากตำแหน่งปกติข้อมัน เพราะหากฝืนใช้งานต่อ ก็อาจเกิดอุบัติเหตุและทำให้ทริปนั้นหมดสนุกเอาง่ายๆ 2. สภาพยางและล้อ แม้จะเป็นคนไม่ชอบล้อ แต่งานนี้คงต้องยอมโดนล้อสักหน่อย เพราะนี่คือส่วนสำคัญที่จะพาเราไปถึงปลายทางได้อยากปลอดภัยหายห่วง ดังนั้นก่อนออกเดินทางสักวันสองวันควรทำการไล่ตรวจสภาพล้อและยางว่าอยู่ในสภาพปกติไหม หากพบความผิดปกติที่ไม่น่าวางใจเช่นยางบวม หรือดูเหมือนจะมีรอยรั่ว จะได้ทำการเปลี่ยนได้ทัน แต่ถ้าไม่สามารถทำได้ก็ควรหาล้ออะไหล่มาสำรองไว้มาเปลี่ยนแทน หรืออาจใช้โอกาสนี้ในการเปลี่ยนยางใหม่ไปเลยเพื่อความมั่นใจในการเดินทาง 3. ตรวจสอบระบบหล่อเย็น เพื่อไม่ให้การเดินทางต้องสะดุดเพราะอุณหภูมิเครื่องยนต์สูงจนหยุดทำงาน ควรมีการตรวจสอบระบบหล่อเย็นทุกครั้ง โดยการตรวจระดับน้ำยาหล่อเย็นที่สามารถสังเกตุเห็นได้จากภายนอก และไม่ควรปล่อยให้ระดับน้ำหล่อเย็นควรอยู่ในระดับต่ำกว่า Min จนเกินไป ซึ่งเราสามารถหาซื้อน้ำยาหล่อเย็นได้จากศูนย์บริการหรือจากอู่ซ่อมรถยนต์ใกล้บ้านมาติดรถไว้ เพื่อความอุ่นใจของเราเอง 4. ตรวจสอบระบบเบรก ในช่วงที่มีรถยนต์บนท้องถนนมากแบบนี้ ระบบเบรกคือสิ่งที่ห้ามมองข้ามเด็ดขาด เพราะมันสามารถช่วยรักษาชีวิตเขาเราในช่วงเสี้ยววินาทีได้ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเบรก ผ้าเบรก และระบบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการห้ามล้อ ควรตรวจสอบให้มั่นใจก่อนออกเดินทางทุกครั้ง 5. ตรวจสอบระบบไฟฟ้าต่างๆ สามารถตรวจสอบได้ง่ายๆ ด้วยการสตาร์ทรถ และเช็คดูหน้าปัดรถว่ามีไฟเตือนอะไรขึ้นปกติหรือไม่ แต่ถ้าไม่มั่นใจ…ก่อนออกเดินทางควรนำรถไปเช็คระบบไฟกับศูนย์ที่เชื่อถือได้สักครั้ง เพราะถึงจะเสียเวลาและค่าใช้จ่ายสักหน่อย […]

เหนือชั้น!! รวมผลงาน ‘นกกระเรียนพับ’ ตลอดระยะเวลา 1,000 วัน สุดอลังการ

อีกหนึ่งศิลปะการพับกระดาษที่เชื่อว่าใครๆ ก็คงทำได้ นั่นคือการพับนกกระเรียนที่เราเคยเรียนกันมาตั้งแต่เด็กๆ แต่สำหรับ Cristian Marianciuc ศิลปินผู้หลงใหลในการพับกระดาษ ที่ได้ทำการท้าทายความสามารถตัวเองด้วยการตั้งเป้าจะพับนกกระเรียนวันละ 1ตัว เป็นเวลา 1,000 วัน และด้วยการนำศิลปะแบบกรีกและญี่ปุ่นมารวมเข้าด้วยกัน ทำให้วิธีการพับกระดาษของเขามีความซับซ้อนและเหนือชั้นกว่าการพับนกเรียนทั่วไปมาก ทั้งยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่น่าสนใจและชวนตื่นตาอย่างมาก

เผยโฉมบอนไซแต่งเลียนแบบป่าสนญี่ปุ่น ที่มีมูลค่าสูงถึง 1.8 ล้านเยน

พูดถึงการปลูกบอนไซ อาจจะเป็นแค่งานอดิเรกยามว่างของคนบางกลุ่มที่หลงใหลในพื้นที่สีเขียวขนาดเล็กนี้ แต่สำหรับคนอีกจำนวนไม่น้อย ต้นไม้เล็กๆ กลับเป็นงานศิลปะที่ต้องใช้เวลาศึกษาอย่างลึกซึ้ง และยังมีมูลค่าสูงกว่าที่หลายๆ คนคิดถึง อย่างเช่นผลงานของ Masahiko Kimura นักออกแบบบอนไซชาวญี่ปุ่น จากเมืองไซตามะ ที่แต่งสวนบอนไซเลียนแบบป่าสนฮิโนกิ (Hinoki forest) ที่นำมาจัดแสดงในงาน the 38th annual Nippon Bonsai Taikan Exhibition และถูกขายไปในราคาสูงถึง 1.8 ล้านเยน หรือประมาณ 5.2 แสนบาท

เปิดเมนู ‘ปลาเต้กเล้ง’ ถึงเรื่องราวน่ากลัว แต่ตัวกินได้นะ!!

จากกรณี ทหารเรือเกรียงศักดิ์ เพ่งพินิจ ประสบอุบัติเหตุในระหว่างการฝึกถูกปลาเต็กเล้ง ซึ่งเป็นปลาทะเล ปากแหลมคมพุ่งชน โดยปากของปลา ปักเข้าที่บริเวณไหปลาร้า จนเป็นแผลลึก ทำให้เสียเลือดมาก จนเสียชีวิต เนื่องจากกว่าจะนำตัวคนเจ็บเข้าฝั่งได้ ต้องใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง โดยเหตุเกิดในทะเล พื้นที่ อ.แหลมงอบ จ.ตราด (อ่านเพิ่มเติม : รายแรกในไทย! ปลาเต็กเล้งพุ่งปักคอทหารดับ หมอชี้โดนจุดตายพอดี (คลิป) / แม่ทหารเรือร่ำไห้ รับศพลูกถูกปลาแทงไหปลาร้า ขณะฝึกกลางทะเล – เพื่อนสลด โพสต์อาลัย) แม้จะเป็นอุบัติเหตุมากกว่าความตั้งใจที่จะโจมตีมนุษย์โดยตรงตามที่ ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อาจารย์คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้อธิบายไว้ แต่เนื่องจากเป็นปลาที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ และมักป้องกันตัวด้วยการกระโดดหรือพุ่งด้วยความเร็วสูงเพื่อหลบเลี่ยงอันตราย จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นได้ และในต่างประเทศเองก็มีการโจมตีที่เกิดขึ้นเพราะปลาชนิดบ่อยครั้ง และมีหลายเหตุการณ์ที่เป็นอันตรายถึงชีวิตด้วย (อ่านเพิ่มเติม : อาจเป็นครั้งแรกในไทย แต่การโจมตีของ ‘ปลาเต็กเล้ง’ เกิดขึ้นบ่อยครั้งในต่างประเทศ) ได้ยินแบบนี้ เชื่อว่าหลายคนคงอกสั่นขวัญผวากับเจ้าปลาปากคมชนิดนี้อยู่ไม่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นปลาเต้กเล้งก็ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดอะไร และหากใครที่ออกไปจ่ายตลาดบ่อยๆ คงจะเคยเห็นเจ้าปลาชนิดนี้วางจำนวนหน่ายอยู่บนแฝงอาหารทะเลบ่อยครั้ง เพราะถึงหลายคนจะบอกว่าปลาชนิดนี้มีเนื้อน้อย […]

ยืมหลังหน่อยนะ!! เมื่อฮิปโปโปเตมัสกลายเป็นที่อาบแดดของฝูงเต่า

หากไม่นับเรื่องขนาดที่ใหญ่โตมโหฬารแล้ว ชื่อเสียงของ ‘ฮิปโปโปเตมัส’ คืออีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้มีแต่คนคิดสั้นเท่านั้น ถึงกล้าเข้าหาเจ้าสัตว์กินพืชเขี้ยวยาวชนิดนี้แบบซึ่งๆ หน้า เพราะเจ้านี่แหละคือเจ้าของตำแหน่ง ‘นักฆ่ามนุษย์’ ที่สถิติการฆ่าคนในแอฟริกา มากกว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่น ๆ รวมกันเสียอีก แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่เวลาฮิปโปจะเป็นสัตว์ที่เกรี้ยวกราดอยู่ตลอดเวลา เพราะส่วนใหญ่การโจมตีของมันมักเกิดจากความหวงอาณาเขตเสียมากกว่า และในภาวะปติกแล้ว พวกมันมักไม่ค่อยอยากจะยุ่งกับมนุษย์และสัตว์อื่นสักเท่าไหร่ อย่างเช่นภาพที่ถูกถ่ายเอาไว้โดย Simon Smith ซึ่งเป็นเหตุการณ์ขณะฮิปโปโปเตมัสตัวหนึ่งกำลังลอยคออยู่ในแม่น้ำของอุทยานแห่งชาติครูเกอร์ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของแอฟริกาใต้ และกลายเป็นที่อาบแดดของบรรดาฝูงเต่าแม่น้ำจำนวนมากซะอย่างงั้น

keyboard_arrow_up