‘ธีรยุทธ บุญมี’ สะท้อนประเทศไทยหลังการเลือกตั้ง ความเหลื่อมล้ำจะเพิ่มขึ้นอีก!

นายธีรยุทธ บุญมี นักวิชาการและนักวิพากษ์วิจารณ์ด้านการเมือง ปาฐกถา 45 ปี 14 ตุลา ครั้งที่ 4 เรื่อง มองประเทศไทยหลังการเลือกตั้ง ปัญหาที่ใหญ่กว่าวิกฤตการเมือง ที่ห้องประชุมอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา 16 สี่แยกคอกวัว ถนนราชดำเนินกลาง โดยสะท้อนว่า ประเทศไทยยังมีช่องว่าระหว่างคนรวยกับคนจน และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ” ประเทศไทยหลังการเลือกตั้ง ปัญหาที่ใหญ่กว่าวิกฤตการเมือง” เป็นประเด็น ที่ นายธีรยุทธ บุญมี นักวิชาการและนักวิพากษ์วิจารณ์ด้านการเมืองหยิบยกขึ้นมา เป็นประเด็นในการปาฐกถา “45 ปี 14 ตุลา ครั้งที่ 4” ในวันนี้ (10 ธ.ค. 61) ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา 16 สี่แยกคอกวัว ถนนราชดำเนินกลาง โดยนายธีรยุทธ ได้สะท้อนเรื่องหลังการเลือกตั้งไทย ไว้ 3 เรื่องใหญ่ คือ เรื่องของความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยกับคนจน คนรวยก็จะรวยรวยขึ้น คนจนก็จะจนลง ส่วนปัญหาเรื่องการคอร์รัปชั่นนั้น […]

นายกฯนำภาคีเครือข่ายภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม ประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านคอร์รัปชัน!

นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดและกล่าวประกาศ เจตนารมณ์ในวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล “กระตุ้นทุกภาคส่วน ไม่ทนต่อการทุจริต” พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดและกล่าวประกาศ เจตนารมณ์ในวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล โดยกล่าวปาฐกถาความตอนหนึ่งว่า “รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานในพิธีเปิดงานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) ในวันนี้ องค์การสหประชาชาติได้กำหนด ให้เป็นวันสำคัญ เพื่อให้ประชาคมโลกตระหนักถึงภัยร้ายแรงที่เกิดจากการคอร์รัปชัน และเพื่อประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันในการรณรงค์ต่อต้านคอร์รัปชันอย่างจริงจัง ประเทศไทยในฐานะประเทศสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ จึงได้ร่วมกันจัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากลขึ้น เพื่อเป็นการแสดงจุดยืนร่วมกันของคนไทยทุกภาคส่วนที่จะไม่ทนต่อการทุจริตในทุกรูปแบบ ซึ่งปัญหาคอร์รัปชันของประเทศไทยเป็นปัญหาที่สั่งสมมานาน และถือเป็นปัญหาร้ายแรงที่ส่งผลเสียหายต่อประเทศ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และการศึกษาในภาพรวมของประเทศ ที่ผ่านมาสังคมไทยมีปัญหาการทุจริต ทั้งการซื้อขายตำแหน่ง การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง การให้สิทธิประโยชน์ การให้สินบน รวมทั้งการใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายในการเอื้อประโยชน์ต่อกัน ตลอดจนไม่สามารถแยกแยะผลประโยชน์ส่วนรวมและประโยชน์ส่วนตนได้อย่างชัดเจน โดยรัฐบาล ได้วางเป้าหมายในการยกระดับค่าดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 โดยสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยเฉพาะในยุทธศาสตร์ที่ 6 ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ ได้มีแนวทางการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งส่งเสริมสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนเฝ้าระวัง สร้างวัฒนธรรมต่อต้านการทุจริตให้เกิดขึ้นในสังคม และสร้างจิตสำนึกและค่านิยม ให้ละอายต่อการทุจริต ตลอดจนส่งเสริมให้กระบวนการยุติธรรมปราศจากการแทรกแซงของนักการเมืองและผู้มีอิทธิพล พร้อมทั้งวางมาตรการคุ้มครองพยาน […]

ศึกษาธิการอุบลฯ ยันไม่พบนักเรียนผี หวังกินค่าหัวเงินหนุน ชี้จำนวนเด็กเพิ่ม-ลด ปกติ

วันที่ 15 พ.ย. 61 นายสุทธิพร ไชยพิเดช รักษาการศึกษาธิการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวถึงข้อสงสัยจะมีการปั้นตัวเลขจำนวนนักเรียน เพื่อกินค่ารายหัวที่กระทรวงศึกษาธิการให้การสนับสนุนเป็นเงินใช้บริหารโรงเรียน หรือการอัปตัวเลขนักเรียนให้มีจำนวนมาก เพื่อใช้ในการโยกย้ายผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็กมาขนาดที่ใหญ่กว่า ตามที่ปรากฎเป็นข่าวในขณะนี้ โดยจากการตรวจสอบโรงเรียนใน จ.อุบลราชธานี ทั้งในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา โดยนำตัวเลขเด็กนักเรียนที่ใช้เป็นเกณฑ์ตรวจสอบในเดือนมิ.ย. 60 มาเปรียบเทียบกับเดือนมิ.ย. 61 พบว่าโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษา มีจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นหรือลดลงแล้วแต่ละโรงอยู่ในระดับหลักสิบ หรือไม่เกินหลักร้อย ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ ส่วนการเข้าออกของนักเรียน รวมทั้งการโยกย้ายถิ่นฐานของผู้เรียนโรงเรียนแต่ละแห่ง จะต้องใช้เลขประจำตัว 13 หลักของนักเรียนแต่ละคน จึงยากแก่การสร้างตัวเลขหลอก เพื่อขอรับเงินอุดหนุน หรือใช้ในการโยกย้ายผู้บริหารตามที่มีข้อสงสัย พร้อมทั้งแนวโน้มมีจำนวนนักเรียนลดลง จึงยังไม่พบข้อพิรุธเรื่องของการปั้นตัวเลขนักเรียนในขณะนี้ หลังมีข้อสงสัยและมีการร้องเรียนกันขึ้น สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำ จ.อุบลราชธานี ก็ได้เข้ามาพูดคุยพร้อมขอเอกสารจำนวนตัวเลขของนักเรียนไปตรวจสอบแล้ว โดยยังไม่สรุปความเห็นมีการทุจริตเกิดขึ้นจริงหรือไม่ในขณะนี้ ทั้งนี้ สำหรับ จ.อุบลราชธานี มีโรงเรียนมัธยมศึกษาจำนวน 59 โรง และมีโรงเรียนประถมกว่า 1,100 โรง

เอาจริง! ‘ดูเตอร์เต’ เดินหน้ากวาดล้างคอร์รัปชั่น ใช้รถไถบี้ซูเปอร์คาร์หรูนำเข้าผิดกม.

รัฐบาลฟิลิปปินส์เอาจริงเอาจังกับนโยบายเดินหน้ากวาดล้างการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยล่าสุดได้มีพิธีทำลายของกลางที่ยึดได้จากคดีคอร์รัปชั่น เป็นรถยนต์และบิ๊กไบค์ มูลค่าเฉียด 190 ล้านบาท พิธีทำลายของกลางในครั้งนี้จัดขึ้นที่จังหวัดคากายัน มีประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต เป็นประธาน ซึ่งของกลางที่นำมาทำลายประกอบด้วยรถหรูใหม่เอี่ยมกว่า 60 คัน ซึ่งเป็นรถที่ถูกลักลอบนำเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย ทั้งยี่ห้อลัมโบร์กินี ปอร์เช่ และเมอร์เซเดส-เบนซ์ วิธีการทำลายใช้รถไถตีนตะขาบแล่นทับจนรถพังราบเป็นหน้ากลอง โดยประธานาธิบดีดูเตอร์เตระบุว่าที่ต้องใช้วิธีแบบนี้ ก็เพื่อให้ทั่วโลกได้เห็นว่าฟิลิปปินส์เด็ดขาดกับการต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น และจะไม่อ่อนข้อกับผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย  

บุกจับ ‘นาจิบ ราซัค’ อดีตนายกฯ มาเลเซีย ปมทุจริตกองทุน 1MDB

วันนี้ (3 ก.ค. 61) เจ้าหน้าที่ปราบปรามคอร์รัปชันแห่งมาเลเซีย จับกุมนายนาจิบ ราซัค อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในกรณีทุจริตคอร์รัปชั่นเงินจากกองทุนเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ (1MDB) โดยคุมตัวไปยังสำนักงานปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันมาเลเซีย ที่เมืองปูตราจายา และจะนำตัวแจ้งข้อกล่าวหาในชั้นศาล ในวันพรุ่งนี้ (4 ก.ค. 61) เวลา 08.30 น. ทั้งนี้นายนาจิบ ราซัค ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชั่นกองทุนเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติมาเลเซีย (1MDB) และยักยอกเงินจากกองทุนดังกล่าวเป็นจำนวน 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 22,000 ล้านบาท ซึ่งหลังจากที่นายนาจิบ แพ้การเลือกตั้งให้กับนายมหาธีร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีคนปัจจจุบันของมาเลเซีย ก็มีการเดินหน้าตรวจสอบกรณีนี้มาโดยตลอด ก่อนหน้านี้ตำรวจมาเลเซียได้มีกาารบุกตรจค้นบ้านพักจำนวน 6 หลังของนายนาจิบ และยึดทรัพย์สินรวมมูลค่าสูงถึงเกือบ 275 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยเกือบ 9,085 ล้านบาท

ตร.มาเลฯ เผย ทรัพย์สินที่ยึดได้จากบ้าน ‘นาจิบ ราซัค’ มูลค่าเฉียดหมื่นล้าน

ตำรวจมาเลเซียเผย มูลค่าของทรัพย์สิน อัญมณี กระเป๋าถือสตรี รวมถึงนาฬิกาหรู หลายพันรายการ ที่ยึดมาได้จากบ้านพักของอดีตนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค มีมูลค่าสูงถึงเกือบ 275 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยเกือบ 9,085 ล้านบาท โดยทรัพย์สินต่าง ๆ เหล่านี้ถูกทางการมาเลเซียอายัดไว้จากผลพวงของการสืบสวนขยายผลคดีทุจริตเงินกองทุนการพัฒนาแห่งรัฐ หรือกองทุน “วันเอ็มดีบี” ที่นาจิบ ถูกกล่าวหาว่า ยักยอกเงินจากกองทุนนี้ไปเป็นจำนวนมาก โดยทรัพย์สินทั้งหมดถูกตรวจยึดมาได้จากบ้านพักจำนวน 6 หลังของอดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซียและภรรยา ทั้งนี้ รัฐบาลมาเลเซียชุดปัจจุบันภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี มหาธีร์ โมฮาหมัด ประกาศจะเดินหน้าสืบสวนการทุจริตที่เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดก่อน ที่สร้างความเสียหายมหาศาลทั้งกับเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของมาเลเซียในสายตาชาวโลก

ค้นอพาร์เมนท์หรู ‘ราจิบ นาซัค’ ปมทุจริต พบเงินสดเกือบ 900 ล้าน-แบรนด์เนมเพียบ!

อามาร์ ซิงห์ ผู้บัญชาการกรมสอบสวนคดีอาชญากรรมทางธุรกิจของมาเลเซียได้เปิดเผยผลการบุกค้นบ้านพัก และอพาร์ทเมนท์หรูของคนในครอบครัวอดีตนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัคของมาเลเซีย เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 61 ที่ผ่านมา โดยระบุว่าในการบุกค้นดังกล่าวตำรวจได้พบเงินสดจำนวน 114 ล้านริงกิต หรือกว่า 890 ล้านบาทซุกซ่อนในกระเป๋า 35 ใบ ซึ่งมีเงินในสกุลต่าง ๆ 26 สกุลเงิน ส่วนใหญ่เป็นเงินริงกิตและดอลลาร์สิงคโปร์ ขณะเดียวกันตำรวจยังพบกระเป๋าแบรนด์เนมอีกกว่า 400 ใบ ซึ่งในเวลานี้ตำรวจมาเลเซียกำลังนำกระเป๋าเหล่านี้ไปตรวจสอบกับแบรนด์กระเป๋าชื่อดังว่าเป็นของแท้หรือไม่เพื่อประเมินราคาของกระเป๋าดังกล่าว การบุกค้นบ้านพักและอพาร์ทเมนท์ของอดีตนายกรัฐมนตรีนาจิบมีขึ้นเพื่อเป็นการหาหลักฐานในคดีทุจริตกองทุนเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ หรือวันเอ็มดีบี ที่อดีตนายกรัฐมนตรีนาจิบถูกกล่าวหาว่ายักยอกเงินจากกองทุนดังกล่าวในช่วงที่ดำรงตำแหน่งเป็นจำนวน 700 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 22,000 ล้านบาท อย่างไรก็ดี อดีตผู้นำมาเลเซียได้ปฏิเสธข้อกล่าวหา ซึ่งการรื้อคดีการทุจริตกองทุนนี้มีขึ้นหลังจากที่นายกรัฐมนตรีมหาธีร์ โมฮัมหมัด ผู้นำฝ่ายค้านของมาเลเซียชนะเลือกตั้ง และเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดยผู้นำมาเลเซียประกาศที่จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดในคดีทุจริตกองทุนวันเอ็มดีบี และจะนำเงินที่ถูกยักยอกไปกลับคืนมาให้หมด

อดีตปธน. ‘ลี มยองบัค’ ขึ้นศาลเกาหลีใต้ครั้งแรก ปมคอร์รัปชั่น 3 พันล้าน

นายลี มยองบัค อดีตประธานาธิบดีของเกาหลีใต้เดินทางไปยังศาลแขวงในกรุงโซลของเกาหลีใต้ในวันนี้(23 พ.ค. 61) เพื่อรับฟังการไต่สวนในคดีทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นครั้งแรก โดยอดีตประธานาธิบดีลี ถูกกล่าวหาว่ารับเงินสินบนจากสำนักงานหน่วยข่าวกรอง และยักยอกทรัพย์จากบริษัทเอกชนต่าง ๆ เป็นเงินราว 11,000 ล้านวอน หรือกว่า 2,600 ล้านบาทในช่วงที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีระหว่างปี 2008 ถึง 2013 อย่างไรก็ดี อดีตผู้นำเกาหลีใต้ได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมกับระบุว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง ทั้งนี้ อดีตประธานาธิบดีลี มยองบัคได้ถูกตำรวจควบคุมตัวมาตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค. 6 ที่ผ่านมา โดยเขาถือเป็นผู้นำเกาหลีใต้คนที่ 4 ที่ถูกควบคุมตัวในเรือนจำ และถูกดำเนินคดีในข้อหาทุจริตคอร์รัปชั่น

‘วิษณุ’ เดินหน้า ‘รัฐบาลดิจิทัล’ ต้านโกง อีก 6 เดือนติดต่อราชการไม่ต้องใช้สำเนาบัตร ปชช.

รองนายกรัฐมนตรี เปิดประชุมนานาชาติด้านการต่อต้านการทุจริตระบุ 3 ปี ออกกฎหมายต้านทุจริต เผยจากนี้ 6 เดือนหน่วยงานราชการจะไม่ขอเอกสาร สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน ลดคอร์รัปชัน วันที่ 19 มี.ค.61 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดประชุมนานาชาติด้านการต่อต้านการทุจริตเพื่อยกระดับธรรมาภิบาลและค่าดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชันของหน่วยงานภาครัฐในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน โดยกล่าวว่า รัฐบาลแสดงเจตนาชัดเจนในการ ปราบปรามการทุจริต ซึ่ง 3 ปีที่ผ่านมา มีการออกกฎหมายหลายฉบับ รวมถึงการออกกฎหมายจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริต เพื่อให้คดีทุจริตได้รับการพิจารณาอย่างรวดเร็ว สามารถพิจารณาลับหลังจำเลยได้ และสิ้นสุดเพียงชั้นอุทธรณ์ ทั้งนี้เห็นว่าสาเหตุของการทุจริตเกิดจากการให้บริการที่ล่าช้าของข้าราชการ ซึ่งนักลงทุนต้องการความรวดเร็ว ทำให้ยอมติดสินบนรัฐบาลจึงออก พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกในการอนุญาตของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยหน่วยราชการต้องออกคู่มือระบุระยะเวลาการติดต่อราชการ ซึ่งมาตรการดังกล่าว แม้จะไม่ทำให้การทุจริตหมดไป แต่ก็ทำให้การทุจริตลดลง ล่าสุดรัฐบาลได้ประกาศวาระสำคัญ คือ รัฐบาลดิจิทัล เพื่อให้เกิดความเที่ยงตรง มาตรฐานเดียวกัน หลังจากนี้ 6 เดือน หน่วยงานราชการจะไม่เรียกเอกสาร ไม่เรียกดูสำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาทะเบียนบ้าน เพราะทุกอย่างเชื่อมโยงในระบบออนไลน์ ซึ่งจะช่วยลดการคอร์รัปชันได้ นายวิษณุ กล่าวอีกว่า ไทยเคยถูกจัดอยู่ในลำดับที่ 46 ของประเทศที่มีความยากง่ายในการลงทุน […]

รมว.ศธ.สั่งสอบข้าราชการโกงเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต 88 ล้าน เล็งนำงบเยียวยา

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สั่งยกระดับการตรวจสอบการทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต พร้อมแต่ตั้งผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นประธานสืบข้อเท็จจริง พร้อมวางแนวทางการช่วยเหลือเยียวยาผู้รับทุน วันที่ 19 มี.ค.61 นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ตามที่กลุ่มตรวจสอบภายในสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) ได้ตรวจพบการทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต โดยมีการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกว่า 88 ล้านบาทนั้น ขณะนี้ได้มอบนโยบายให้ผู้ที่เกี่ยวข้องว่า ต้องการการสอบสวนในเรื่องดังกล่าวในเชิงลึกและขยายวงกว้างให้มากขึ้น ซึ่ง นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้รายงานว่า ได้เปลี่ยนประธานคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง จากเดิมระดับผู้อำนวยการสำนักเป็นประธานสืบ เป็น นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานแทน ส่วนประเด็นการตรวจสอบข้อมูลการบันทึกบัญชีในระบบ GFMIS พบว่า มีการโอนเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต แต่ไม่ปรากฏเอกสารประกอบการเบิกจ่ายกว่า 30 ล้านบาทตั้งแต่ปี 2551-2553 นั้น เรื่องนี้ยังไม่ทราบรายละเอียด แต่ต้องมีผู้รับผิดชอบ และพร้อมยินดีรับข้อมูลหลักฐานต่างๆ จากทุกฝ่าย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวอีกว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ได้เข้าร่วมตรวจสอบที่มาที่ไปและเส้นทางการเงินของกองทุนดังกล่าวแล้ว อย่างไรก็ตามกระทรวงศึกษาธิการได้เตรียมการเยียวยาให้ผู้ที่ได้รับเงินจากกองทุนดังกล่าวแล้ว […]

ฉาวอีก! ปลัด ศธ.โร่แจ้งความญาติข้าราชการซี 8 เปิด 22 บัญชีโกงเงินกองทุนเสมาพัฒนานับสิบปี

ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ แจ้งความดำเนินคดีเครือญาติข้าราชการซี 8 ที่ทุจริตในกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต พร้อมระบุ ต้องปฏิรูประบบตรวจสอบกองทุนทั้งหมด เพื่อความโปร่งใสด้วย วันที่ 13 มี.ค.61 นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พร้อมเจ้าหน้าที่นิติกรสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.บำเพ็ญ ไวยรจนา สารวัตรสอบสวน สน.ดุสิต เพื่อแจ้งความดำเนินคดีต่อเครือญาติข้าราชการซี 8 กระทรวงศึกษาธิการ พร้อมกับนำหลักฐานเอกสารการเปิดบัญชีต่างๆ ของเครือญาติ มอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจประกอบสำนวนการพิจารณาดำเนินคดี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ได้เดินทางมาแจ้งความดำเนินคดีกับเครือญาติของข้าราชการซี 8 กระทรวงศึกษาธิการ ที่ไปเปิดบัญชีไว้ 22 บัญชี สำหรับถ่ายโอนเงินจากกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตเข้ามาในบัญชีดังกล่าว เพราะถือว่ามีผลประโยชน์ร่วมกันในการรับเงินการโอนจากกองทุนนี้ เนื่องจากมีหลักฐานชัดเจนว่า การถ่ายโอนเงินจากกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตจะเข้าบัญชีทั้ง 22 บัญชีเหล่านี้แบบซ้ำๆ เดิมๆ ตลอด 10 กว่าปี ดังนั้นเชื่อมั่นว่า เครือญาติทั้งหมดของข้าราชการซี 8 จะต้องมีส่วนร่วมรู้เห็นด้วยแน่นอนจึงมาแจ้งความ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดี ขณะเดียวกันจะมอบหมายให้สำนักนิติการของ สป. ดำเนินการตามระเบียบพิจารณาโทษทางวินัยข้าราชการซี 8 กระทรวงศึกษาธิการ ตามกระบวนการต่อไป […]

keyboard_arrow_up