ไฟเขียว 5 ปี! กฎหมายเปิดทางใช้ ‘กัญชา’ ทางการแพทย์แล้ว

ครม.ไฟเขียวแก้ไข พ.ร.บ.ยาเสพติดฯ เปิดทางใช้ “กระท่อม-กัญชา” ทางการแพทย์ และสามารถทดลองในคนได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของ ปปส.และกระทรวงสาธารณสุข 5 ปี นายพุทธิพงษ์ ปุณณกัณต์ โฆษกรัฐบาล แถลงผลประชุม ครม.วันนี้ว่า ที่ประชุมเห็นชอบร่างแก้ไขกฎหมายยาเสพติด ให้กัญชาและกระท่อม ซึ่งอยู่ในประเภท 5 ขยับมาอยู่ในประเภทที่ 2 เพื่อให้สามารถนำมาใช้ทางการแพทย์ และทดลองในคนได้ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน แต่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของกระทรวงสาธารณสุข อย่างน้อย 5 ปี หลังจากนั้นให้มาพิจารณาทบทวนกันอีกครั้ง แต่ไม่ได้หมายความว่าใครจะปลูกหลังบ้านก็ได้ เพราะ ปปส.จะเป็นคนกำหนดพื้นที่ทดลองปลูกกัญชา เพื่อนำไปทางการแพทย์เท่านั้น หลังจากนี้ ครม.จะส่งร่างกฎหมายดังกล่าว ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาต่อ เพื่อตราเป็นกฎหมายต่อไป

ความหวังใหม่ของผู้ป่วย! ครม.ไฟเขียว ปลูก “กัญชา” ทำผลิตภัณฑ์ – วิจัยการแพทย์กับคนได้

วันที่ 16 พ.ค. 61 พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยมีมติเห็นชอบโดยร่างกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด รวม 3 ฉบับ หนึ่งในนั้นคือ ร่างประมวลกฎหมายยาเสพติด ที่มีการเสนอแก้ไขสาระสำคัญเกี่ยวกับการควบคุมยาเสพติด โดยกำหนดให้มีคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดมีหน้าที่และอำนาจกำหนดมาตรการในการควบคุมยาเสพติดให้โทษ วัตถุออกฤทธิ์ และสารระเหย แบ่งประเภทของยาเสพติดให้โทษออกเป็น 5 ประเภท และแบ่งประเภทของวัตถุออกฤทธิ์ออกเป็น 4 ประเภท กำหนดการอนุญาตเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์ ซึ่งหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการขออนุญาต การอนุญาต และการดำเนินการในเรื่องต่างๆ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวงหรือประกาศ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การผ่านร่างกฎหมายนี้เป็นประเด็นสำคัญที่มีการจับตา เนื่องจากกัญชา ซึ่งเป็นสารเสพติดประเภท 5 จากที่เคยมีการอนุญาตให้สามารถปลูก สกัด และทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้ ยกเว้นการเสพ ทำให้ไม่สามารถวิจัยในคนได้ เมื่อ ครม.ผ่านร่างกฎหมายนี้ ก็จะทำให้สามารถศึกษาวิจัยทางการแพทย์ในคนได้ นอกจากนี้ ร่างกฎหมายฉบับนี้ยังกำหนดมาตรการควบคุมพิเศษในการป้องกัน ปราบปราม แก้ไขปัญหาและควบคุมยาเสพติด โดยกำหนดให้คณะกรรมการ ป.ป.ส.อาจกำหนดพื้นที่ในการทดลองเพาะปลูกพืชที่เป็นหรือให้ผลผลิตเป็นยาเสพติดให้โทษ หรืออาจใช้ผลิตเป็นยาเสพติดให้โทษ หรือผลิตและทดสอบเกี่ยวกับยาเสพติด  

ผู้เชี่ยวชาญเตือน! กรณี ‘พล.ต.อ.สล้าง’ ตกจากที่สูงไม่ควรเคลื่อนย้ายทันที แนะแจ้งกู้ชีพช่วยเหลือ

จากรณี พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ กระโดดลงมาจากชั้น 7 ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านแจ้งวัฒนะ ก่อนมีภาพปรากฏเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจำนวนหนึ่งสวมชุดสูทนำร่างของ พล.ต.อ.สล้าง ออกจากจุดเกิดเหตุอย่างทันที ทำให้มีหลายฝ่ายออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงการกระทำดังกล่าวว่าเหมาะสมหรือไม่ นอกจากนั้นมีอีกกระแสหนึ่งระบุว่าภายหลัง พล.ต.อ.สล้าง กระโดดลงมายังไม่เสียชีวิตทันที ซึ่งการย้ายผู้ป่วยหากไม่ถูกวิธีอาจเกิดผลกระทบที่อันตรายต่อผู้ป่วยเองรวมถึงการทำลายวัตถุพยานในที่เกิดเหตุด้วย ล่าสุดทีมข่าวอมรินทร์ทีวีได้พูดคุยกับ คุณธรัช สุคนธรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการช่วยชีวิต เผยว่าการปฐมพยาบาล ผู้ได้รับบาดเจ็บเบื้องต้น อันดับแรกคือห้ามยกห้ามเคลื่อนย้ายผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างเด็ดขาด ซึ่งไม่มีการดูแลกระดูกและแผ่นหลังของผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งการย้ายผู้ได้รับบาดเจ็บต้องอยู่ในสถานการณ์ที่ขับขัน เช่นมีเหตุการณ์ไฟไหม้เข้ามา อาจจะต้องมีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเพื่อความปลอดภัย พร้อมแนะนำเพิ่มเติมว่าแต่ถ้าหากผู้ป่วยตกลงจากที่สูงให้โทรศัพท์แจ้ง สพฉ. หรือเบอร์โทร 1669 เพื่อรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเบื้องต้น ขณะที่หนึ่งในทีมรักษาความปลอดภัยเปิดเผยว่า ภายหลัง พล.ต.อ.สล้าง กระโดดลงมา ยังไม่เสียชีวิตทันที แต่มีอาการหายใจโรยริน ซึ่งทีมรักษาความปลอดภัยต้องการช่วยผู้ได้รับบาดเจ็บทันที และสถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในบริเวณห้างสรรพสินค้า จึงไม่อยากให้ลูกค้ารายอื่นเห็นเหตุการณ์ดังกล่าว จึงรีบนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาล นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญ แนะนำห้างสรรพสินค้าต้องเตรียมแผนรองรับเพื่อป้องกันดังกรณีที่เกิดขึ้นนี้ โดยการนำเต็นท์มาครอบจุดเกิดเหตุไว้ หลังจากนั้นก็ให้ผู้ที่มีความรู้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนเห็นภาพเห็นการณ์ภายในได้ จากนั้นเรียกกูชีพหรือรถพยายาลมาเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บออกจากจุดเกิดเหตุเพื่อความปลอดภัยที่สุด

ภัยเงียบ! แนะครอบครัวเฝ้าระวังผู้ป่วย ‘โรคซึมเศร้า’ หวั่นคิดฆ่าตัวตาย

นายแพทย์พรณรงค์ ศรีม่วง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า ขอเตือนประชาชนและครอบครัว สังเกตอาการเนื่องจากผู้ป่วยโรคนี้หากมีอาการรุนแรงจะเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย และรับคำปรึกษาที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน ประชาชนประเมินโรคซึมเศร้าด้วยตนเองทางเว็บไซต์กรมสุขภาพจิต แอปพลิเคชั่น smilehub หรือปรึกษาสายด่วนกรมสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง ผู้ที่เริ่มมีอาการจะสามารถสังเกตตนเองได้ แต่หากมีอาการรุนแรง ครอบครัว ผู้ใกล้ชิด จะต้องช่วยกันสังเกตว่า มีอาการดังต่อไปนี้ 1.มีอารณ์ซึมเศร้า 2.ความสนใจในกิจกรรมต่าง ๆ ลดลงอย่างมาก 3.น้ำหนักลดลงหรือเพิ่มขึ้นมาก เบื่ออาหารหรือเจริญอาหารมาก 4.นอนไม่หลับหรือหลับมากเกินไป 5.กระวนกระวายอยู่ไม่สุขหรือเชื่องช้าลง 6.อ่อนเพลีย ไร้เรี่ยวแรง 7.รู้สึกตนเองไร้ค่า 8.สมาธิลดลง ใจลอย หรือลังเลใจไปหมด 9.คิดเรื่องการตายหรือคิดอยากตาย หากพบอาการในข้อ 1 หรือ 2 อย่างน้อย 1 ข้อ หรือมีอาการ 5 ข้อหรือมากกว่า เป็นอยู่อยู่นาน 2 สัปดาห์ขึ้นไป และมีอาการตลอดเวลา แทบทุกวัน หมายถึงมีภาวะซึมเศร้า ควรได้รับบริการปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ หรือพบแพทย์เพื่อการบำบัดรักษา ทั้งนี้ […]

‘กรมบัญชีกลาง’ ปรับปรุงค่าอวัยวะเทียม-อุปกรณ์ในการบำบัดโรค 251 รายการ

กรมบัญชีกลางปรับปรุงประเภทและอัตราค่าอวัยวะเทียมและอุปกรณ์ในการบำบัดรักษาโรคให้เหมาะสมและสอดคล้องกับวิวัฒนาการทางการแพทย์ในปัจจุบันโดยไม่รอนสิทธิ วันที่ 22 ม.ค.61 นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางได้ปรับปรุงประเภทและอัตราค่าอวัยวะเทียมและอุปกรณ์ในการบำบัดรักษาโรค รวมทั้งสิ้น 251 รายการ ซึ่งในจำนวนดังกล่าวมีการกำหนดรายการใหม่จำนวน 33 รายการ เช่น สายสวนสองช่องแบบกึ่งถาวรสำหรับฟอกเลือดล้างไต (Semi-Permanent Double Lumen Hemodialysis Catheter) ราคาชุดละไม่เกิน 11,000 บาท ชุดสายสวนเพื่อป้องกันลิ่มเลือดอุดตันที่ส่วนปลายของหลอดเลือด (Distal Embolic Protective Device) ราคาชุดละไม่เกิน 60,000 บาท เป็นต้น เพื่อให้มีความเหมาะสมสอดคล้องกับความรู้และวิวัฒนาการทางการแพทย์ในปัจจุบัน และเกิดประโยชน์ต่อผู้มีสิทธิที่มีความจำเป็นต้องใช้อวัยวะเทียมและอุปกรณ์ในการบำบัดรักษาโรค โดยการเบิกจ่ายจะต้องเบิกจ่ายตรงเท่านั้น ยกเว้น ค่าฟันเทียมที่สามารถเบิกจ่ายได้ทั้งระบบจ่ายตรงหรือนำใบเสร็จรับเงินไปยื่นเบิกที่หน่วยงานต้นสังกัดได้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.cgd.go.th/หัวข้อสวัสดิการรักษาพยาบาล/ข้อมูลน่ารู้ อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวต่อว่า เหตุผลที่กำหนดให้เบิกจ่ายอวัยวะเทียมและอุปกรณ์ในการบำบัดโรคในระบบจ่ายตรง เนื่องจากต้องการลดภาระในการทดลองจ่ายค่ารักษาพยาบาลและจะสอดคล้องกับโครงการในอนาคตที่กรมบัญชีกลางจะพัฒนาระบบเบิกจ่ายตรงโดยใช้บัตรประชาชน และสามารถใช้สิทธิได้ทันที ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินงานและจะแจ้งให้ทราบต่อไป

เมมด่วน! เบอร์โทรฉุกเฉิน-แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย มีไว้อุ่นใจกว่า

หมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินถือเป็นสิ่งสำคัญหากเกิดฉุกเฉิน เหตุด่วนเหตุร้าย หรือต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เบอร์หน่วยงานหรือสถานที่ราชการจึงจำเป็นอย่างยิ่ง ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ ถือเป็นช่วงวันหยุดยาว บางคนเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวต่างจังหวัด ซึ่งไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนหากมีเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินก็สามารถทำให้อุ่นใจได้ อมรินทร์ทีวี 34 ได้รวบรวมเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินทั้งสถานที่ราชการ หน่วยงานภาครัฐ ที่สามารถช่วยเหลือท่านได้ทันที หากเกิดเหตุด่วนเหตุร้ายขณะเดินทาง หรือต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน แต่สิ่งที่สำคัญคือ เมาไม่ขับ สวมหมวกกันน็อค ไม่ประมาท และมีน้ำใจให้เพื่อนร่วมทางถือว่าดีที่สุด หมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน-ด่วนเหตุร้าย – แจ้งเหตุด่วน-เหตุร้ายทุกชนิด โทร. 191 – แจ้งไฟไหม้-ดับเพลิง โทร. 199 – ศูนย์ความปลอดภัย กรมทางหลวงชนบท โทร. 1146 – สายด่วนตำรวจท่องเที่ยว โทร. 1155 – ศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ โทร. 1192 – กองบังคับการปราบปราม โทร. 1195 – อุบัติเหตุทางน้ำ กองบัญชาการตำรวจ โทร. 1196 – สายด่วนกรมเจ้าท่า, เหตุด่วนทางน้ำ […]

มีกำลังใจให้เสมอ! ปชช.หมดหวัง ‘ลุงตู่’ วิ่งคู่ตูน ‘ขอเก็บนายกฯไว้ทำอย่างอื่นบ้าง’

วันที่ 28 พ.ย.60 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ได้ประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ที่ จ.สงขลา ซึ่งวันนี้เป็นการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ โดยใช้สถานที่ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย โดยก่อนการประชุม นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงโครงการก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ ของ นายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือ “ตูน บอดี้สแลม” และคณะ ที่วิ่งจากใต้สุดที่ อ.เบตง จ.ยะลา สู่เหนือสุดแดนสยามที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ระยะทางรวม 2,191 กิโลเมตร ว่า “ตนเองก็ให้กำลังใจทุกวัน ขออย่าให้เจ็บอย่าให้ป่วย ส่วนที่ว่าหากตูน บอดี้สแลม วิ่งถึงกรุงเทพฯ นายกรัฐมนตรีจะไปร่วมวิ่งด้วยหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี มองว่า ขณะนี้มีคนร่วมวิ่งมากอยู่แล้ว ขอเก็บนายกฯไว้ทำอย่างอื่นบ้าง”  

สนุกแน่! “บัวขาว” นัดเจอ “ตูน บอดี้สแลม” ช่วงปราณบุรี-หัวหิน สมทบก้าวคนละก้าว

วันที่ 22 พ.ย.60 นายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม นักร้องชื่อดัง ออกวิ่งเป็นวันที่ 19 กับภารกิจ ก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ รวมยะทางกว่า 2,191 กม. จากใต้สุดแดนสยามที่ อ.เบตง จ.ยะลา สู่เหนือสุดที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย และจะสิ้นสุดในวันที่ 25 ธ.ค.60 รวมระยะเวลา 55 วัน เพื่อนำรายได้สมทบทุนจัดซื้อเครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์ให้โรงพยาบาล 11 แห่งทั่วประเทศ โดยตลอดระยะเวลา 22 วันที่ผ่านมา ตูน บอดี้สแลม ได้สร้างแรงบันดาลใจให้ใครหลายๆ คนหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพ และทำประโยชน์เพื่อสังคมมากขึ้น ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ที่พี่ตูนวิ่งผ่านได้ร่วมต้อนรับ พร้อมมอบเงินบริจาค สร้างความชื่นมื่นตลอดเส้นทางที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้พี่ตูนกำลังวิ่งออกจากอำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร กำลังวิ่งเข้าสู่อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และยอดเงินบริจาคสูงถึง 312 ล้านบาทแล้ว ล่าสุด บัวขาว บัญชาเมฆ […]

ประวัติสุดโชกโชน! หมอเถื่อนผ่าเสริมอึ๋มน้องกี้ มีหมายจับ 5 คดี แฉสวมชืื่อศัลยแพทย์เปิดคลินิกเพียบ

คดีการเสียชีวิตของ “น้องกี้” สาวประเภทสองที่ผ่าตัดเสริมหน้าอกที่คลินิกแห่งหนึ่งในจังหวัดลำปางแล้วเสียชีวิต ล่าสุด ตำรวจ สภ.เขลางค์นคร เตรียมขอศาลอนุมัติออกหมายจับหมอเถื่อนรายนี้แล้ว พบประวัติโชกโชน มีหมายจับติดตัวมากถึง 5 หมายจับ วันที่ 6 พ.ย.60 พ.ต.อ.จิตตพล วงษ์วัน ผกก.สภ.เขลางค์นคร จังหวัดลำปาง เปิดเผยว่าขณะนี้ตำรวจได้ทราบชื่อหมอเถื่อนที่ผ่าตัดเสริมอกจนเป็นเหตุให้น้องกี้ สาวประเภทสองเสียชีวตแล้ว ซึ่งหมอเถื่อนรายนี้อายุเพียง 29 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ที่เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร จากประวัติพบว่าตั้งแต่ปี 2556 ถึงปัจจุบันเคยมีหมายจับถึง 5 หมายในคดีต่างๆ ทั้งเรื่องปลอมแปลงเอกสาร เรื่องคดีเช็ค ฉ้อโกงทรัพย์ และคดีประกอบกิจการประเภทจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มโดยไม่ได้รับอนุญาตในภาคอีสาน และกรุงเทพมหานคร จากการตรวจสอบพบว่าหมอเถื่อนรายนี้ ได้มีการเปิดคลินิกศัลยกรรมเถื่อนที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยมีการสวมชื่อแพทย์ศัลยกรรมคนอื่นๆ ก่อนจะมีผู้เสียหายไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ ซึ่งก่อนหน้านี้ยังไม่มีผู้ใช้บริการการเสียชีวิต หลังจากนั้นจึงย้ายมาเปิดคลินิกที่จังหวัดลำปาง จนกระทั่งผ่าตัดเสริมหน้าอกน้องกี้และเสียชีวิต ส่วนผู้เสียหายที่จังหวัดลำปาง ล่าสุดมีมากกว่า 30 ราย ที่ได้เดินทางที่มาแจ้งความกับพนักงานสอบสวน ซึ่งขณะนี้ตำรวจได้จัดชุดติดตามจับกุมผู้ต้องหารายดังกล่าวมาดำเนินคดี คาดว่าน่าจะได้ตัวเร็วๆนี้ ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าผู้เสียหายในจังหวัดลำปางได้ตั้งกลุ่มไลน์เพื่อรวบรวมผู้เสียหาย และข้อมูลต่างๆของหมอเถื่อนรายนี้ ซึ่งขณะนี้มีสมาชิกเกือบ 50 คนแล้ว […]

“ตูน บอดี้สแลม” ออกวิ่งวันที่ 4 ท่ามกลางสายฝนยะลาสู่ปัตตานี ยอดทะลุ 70 ล้าน

ตูน บอดี้สแลม ออกวิ่งวันที่ 4 ท่ามกลางสายฝนโปรยปรายตลอดเส้นทาง จากเส้นทาง จ.ยะลา สู่ จ.ปัตตานี ขณะที่ยอดเงินบริจาคทะลุ 70 ล้านบาทเรียบร้อยแล้ว วันที่ 4 พ.ย.60 นายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม นักร้องชื่อดัง ออกวิ่งเป็นวันที่ 4 กับภารกิจ ก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ รวมยะทางกว่า 2,191 กม. จากใต้สุดแดนสยามที่ อ.เบตง จ.ยะลา สู่เหนือสุดที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย และจะสิ้นสุดในวันที่ 25 ธ.ค.60 รวมระยะเวลา 55 วัน เพื่อนำรายได้สมทบทุนจัดซื้อเครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์ให้โรงพยาบาล 11 แห่งทั่วประเทศ ในวันนี้ (4 พ.ย.) ตูน บอดี้สแลม พร้อมด้วย ก้อย รัชวิน แฟนสาว และคณะได้เริ่มออกวิ่งจากสถานสงเคราะห์เด็กชาย […]

keyboard_arrow_up