เปิดประสบการณ์ตรงของคนคลั่งศัลยกรรม ทำมาแล้วมากกว่า 10 ครั้ง ตั้งแต่อายุ 17

แน่นอนว่าเรื่องความสวยความงามกับผู้หญิงเป็นของคู่กัน สาวๆ บางคนอยากสวยจนต้องพึ่งมีดหมอ ไม่เว้นแม้แต่เด็กวัยรุ่นสมัยนี้ ที่มักทำศัลยกรรมกันตั้งแต่อายุ 14-15 ปี แต่รู้หรือไม่ว่าถ้าทำศัลกรรมกันตั้งแต่อายุยังน้อย หรือศัลยกรรมบ่อยๆ ก็อาจเกิดผลข้างเคียงได้ ฉะนั้นมาฟังข้อมูลและคำแนะนำดีๆ จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกันดีกว่า

รอ.นพ.สุรชา ลีลายุทธการ แพทย์หัวหน้าศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพญาบาลพญาไท 3 กล่าวว่า การทำศัลยกรรมตกแต่งจริงๆ แล้วทำได้ตั้งแต่แรกเกิด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็สามารถทำได้เฉพาะบางเคสเท่านั้น อย่างเด็กที่เป็นโรคปากแหว่ง เพดานโหว่ หากปล่อยไว้อาจทำให้ติดเชื้อที่สมองได้ จึงต้องแก้ไข ทำศัลยกรรมตั้งแต่เกิด

แต่ที่วัยรุ่นสมัยนี้นิยมทำศัยกรรมคือ ศัลยกรรมเพื่อความงาม ทำตา หน้าอก จมูก ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป โดยการทำจมูกนั้นหากทำตั้งแต่ยังเด็ก หลังจากนั้นอีก 2-3 ปี อาจต้องไปแก้ใหม่ เพราะกระดูกยังเจริญไม่เต็มที่ อาจทำให้จมูกเบี้ยวผิดรูปได้

ส่วนการฉีดฟิลเลอร์ การทำโบท็อกซ์ และการร้อยไหม เป็นการทำศัลยกรรมที่ไม่ทำให้เกิดแผล (Non Invasive Method) ซึ่งสมัยนี้มีการลักลอบทำตามคลินิกกันเยอะ ดังนั้นก่อนทำควรเข้าเว็บไซต์ของแพทยสภา เพื่อตรวจสอบรายชื่อแพทย์ และดูผลงาน ความเชี่ยวชาญ จะได้ปลอดภัยและลดความเสี่ยงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

ทั้งนี้บางคนที่ทำศัลยกรรมแล้วก็มักจะอยากไปทำอีกเรื่อยๆ ซึ่งในทางจิตเวช เรียกคนที่เสพติดศัลกรรมว่า โรคไม่พอใจรูปร่างตนเอง (Body Dysmorphic Disorder) คือ อาการที่รู้สึกว่ารูปร่าง หน้าตาของตัวเองไม่เป๊ะ โดยผู้ที่เป็นโรคนี้มีข้อสังเกตคือ เคยทำศัยกรรม ทำแล้วดูดี คนรอบข้างก็ชมว่าดูดีแล้ว แต่ตัวเองบอกว่าไม่ดี หากใครมีอาการเหล่านี้ให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่าอาจเป็นโรคนี้เข้าแล้ว

สำหรับใครที่กำลังคิดอยากจะทำศัลยกรรม หรือเสพติดการทำศัลกรรม ลองฟังประสบการณ์จากคุณธัญญษร บุญอนันต์ หรือน้องแบมแบม ที่จะมาเล่าประสบการณ์การทำศัลยกรรมมากกว่า 10 ครั้ง เพื่อเป็นอุทาหรณ์

“แบมทำศัลยกรรมหมดทั้งตัวเลยค่ะ ยกเว้นตาอย่างเดียว ครั้งแรกเริ่มทำจมูกตอนอายุ 17 ปี อาจจะด้วยความที่อายุยังน้อย และดูแลรักษาไม่ดี เลยทำให้จมูกเอียง ต้องไปแก้จมูกใหม่อีกทั้งหมด 4 รอบ พออายุ 18 ปี ก็ไปทำหน้าอก หลังจากนั้นพออายุ 19 ปี ก็ไปผ่าตัดแปลงเพศ กระทั่งอายุ 21 ปี ก็ไปทุบหน้าบริเวณโหนกแก้มให้หน้าเรียว ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะแบมก็ไปฉีดสะโพกอีก ซึ่งผลที่ตามมาคือสะโพกเป็นลอน เวลานอนท่าเดิมนานๆ จะเจ็บสะโพก เพราะฉะนั้นทุกวันนี้จึงต้องนอนคว่ำ นอกจากนี้เวลานั่งรถนานๆ ยังมีอาการเจ็บก้นกบอีกด้วยค่ะ”

ด้าน รอ.นพ.สุรชา ลีลายุทธการ จึงแนะนำว่า เคสอย่างน้องแบมแบมนี้ ควรไปปรึกษาหมอคนเดิมว่าฉีดสารอะไรให้ จะได้รู้สาเหตุ แล้วหลังจากนั้นจะไปศัลยกรรมแก้ที่คลินิกอื่นก็ได้

ทั้งนี้รอ.นพ.สุรชา กล่าวว่า วิธีทำให้สวยธรรมชาติเป็นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม คือ ต้องกินอาหารที่ดีมีประโยชน์ ในแต่ละวันกินให้ครบ 3 มื้อ กินผัก กินข้าว เสร็จแล้วต้องดื่มน้ำตามด้วย โดยควรหลีกเลี่ยงน้ำที่มีสี เช่น น้ำหวานและน้ำอัดลม ควรดื่มน้ำเปล่า เพราะเป็นน้ำธรรมชาติที่ทำให้เซลล์ชุ่มชื้น ไม่แห้ง หลีกเลี่ยงแสงแดด ทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้าน ขณะเดียวกันถ้าหลบแดดมากๆ ก็จะทำให้ร่างกายขาดวิตามินได้ด้วยเช่นกัน ดังนั้นในหนึ่งสัปดาห์ควรให้ร่างกายโดนแสงแดดบ้าง เพราะนี่เป็นจุดสำคัญของการชะลอวัย โดยคำว่า ‘ชะลอวัย’ ในที่นี้หมายถึง การทำให้อายุยืน ไม่ใช่แค่ลดผิวเหี่ยวย่นเท่านั้น

หากสาวๆ คนไหนมีปัญหา หรือสนใจเรื่องการชะลอวัย ก็สามารถปรึกษา รอ.นพ.สุรชา ลีลายุทธการ ได้ที่โรงพญาบาลพญาไท 3

ข้อมูลจากและภาพจาก รายการ ‘อยู่เป็นลืมป่วย’ ทางช่อง Amarin TV HD 34

ชมคลิปรายการเต็มๆ ที่ได้

keyboard_arrow_up