แสงสีฟ้าจากหน้าจอสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์ทำให้ตาบอดจริงหรือ!!??

ปัจจุบันโน๊ตบุ๊ก สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต กลายเป็นปัจจัยที่ 5 ที่ทุกคนต้องมีติดตัวอย่างน้อยคนละ 1 ชิ้น ซึ่งบางคนก็หยิบขึ้นมาใช้งานตลอด จึงมีการโพสต์ข้อความตือนบนโลกออนไลน์และแชร์กันอย่างกว้างขวางว่า การจ้องหรือการใช้มือถือสมาร์ทโฟนอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน แสงสีฟ้าจะทำให้จอประสาทตาเสื่อมสภาพ ส่งผลให้ตาบอดได้ อ่านแล้วน่ากลัวมากจริงๆ แต่เอ๊ะ! เรื่องนี้จริงหรือไม่ไปเช็คก่อนแชร์กันเลยดีกว่า แพทย์หญิงสายชลี ทาบโลกา American Board of Antiaging กล่าวว่า แสงสีฟ้ามีอยู่รอบตัวเรา โดยจะมีอยู่มากที่จอมือถือและแท็บเล็ต ถ้าจ้องนานๆ อาจมีอาการเคืองตา ปวดตา น้ำตาไหล เพราะแสงสีฟ้าทำให้เซลล์ที่ดวงตาเสื่อม อย่างไรก็ตามดวงตาของเรามีกลไกในการป้องกันแสงสีฟ้าอยู่แล้วระดับหนึ่ง แต่กลไกนี้จะมีอยู่เฉพาะตอนกลางวัน และหมดกำลังการป้องกันได้หากเจอแสงสีฟ้ามากๆ หนักสุดคือทำให้จอประสาทตาเสื่อม ดังนั้นการใช้สมาร์ทโฟนควรมีเวลาที่ใช้อย่างพอเหมาะ ไม่ควรใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานเกินไป เวลาใช้ควรมีสภาพแวดล้อมแสงสว่างที่พอเหมาะ รวมถึงหน้าจอมือถือก็ไม่ควรปรับให้สว่างจ้าจนเกินไป และควรมีอุปกรณ์ช่วยอย่างการติดฟิล์มกันแสง หมั่นเช็คสายตาบ่อยๆ และพักสายตาทุกๆ 30-45 นาที ข้อมูลจากและภาพจาก รายการ ‘อยู่เป็นลืมป่วย’ ช่วง ‘เช็คก่อนแชร์ by ชีวจิต’ ทางช่อง Amarin TV HD 34 […]

ราดน้ำลงบนศีรษะเสี่ยงเกิดโรคเส้นเลือดในสมองแตกจริงหรือ!!??

มีการแชร์ข้อมูลในโซเชียลถึงโรคเส้นเลือดในสมองแตกแบบฉับพลันว่าส่วนใหญ่เกิดจากการอาบน้ำ โดยเฉพาะการอาบแบบราดน้ำจากศีรษะลงไปก่อน เพราะการราดน้ำที่ศีรษะจะทำให้เลือดไหลเวียนขึ้นไปที่สมองอย่างรวดเร็ว จนเกิดอันตราย เส้นเลือดในสมองแตกได้ เรื่องนี้จริงหรือไม่ไปเช็คก่อนแชร์ได้เลยดีกว่า แพทย์หญิงสายชลี ทาบโลกา American Board of Antiaging กล่าวว่า การอาบน้ำด้วยการราดน้ำจากศีรษะลงมา ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสมองแต่อย่างใด โดยปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับโรคหลอดเลือดในสมองได้แก่ อายุและเพศ โดยเพศชายจะมีภาวะความเสี่ยงในการเป็นโรคหลอดเลือดในสมองมากกว่าเพศหญิง เพราะเพศหญิงมีฮอร์โมนเอสโตรเจนซึ่งจะช่วยความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้ แต่เมื่อถึงวัยหมดประจำเดือน เพศหญิงก็มีโอกาสเสี่ยงเพิ่มขึ้น รวมถึงคนไข้ที่มีประวัติเป็นความความดัน เบาหวาน ไขมันสูง อยู่ในภาวะอ้วน สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ ก็มีความเสี่ยงในการเกิดหลอดเลือดในสมองได้ทั้งสิ้น ดังนั้นสรุปว่า การราดน้ำลงบนศีรษะไม่ได้ทำให้เลือดไหลเวียนอย่างรวดเร็วตามข้อมูลที่แชร์กัน คนที่เป็นโรคเส้นเลือดในสมองสาเหตุมาจากความผิดปกติของหลอดเลือดในสมอง ที่ทำให้เกิดภาวะขาดเลือด เพราะหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน จากการที่มีลิ่มเลือดขนาดใหญ่ หรือไขมันสะสมเป็นเวลานาน ข้อมูลจากและภาพจาก รายการ ‘อยู่เป็นลืมป่วย’ ช่วง ‘เช็คก่อนแชร์ by ชีวจิต’ ทางช่อง Amarin TV HD 34 ชมคลิปรายการเต็มๆ ที่ได้  

เปิดประสบการณ์ตรงของคนคลั่งศัลยกรรม ทำมาแล้วมากกว่า 10 ครั้ง ตั้งแต่อายุ 17

แน่นอนว่าเรื่องความสวยความงามกับผู้หญิงเป็นของคู่กัน สาวๆ บางคนอยากสวยจนต้องพึ่งมีดหมอ ไม่เว้นแม้แต่เด็กวัยรุ่นสมัยนี้ ที่มักทำศัลยกรรมกันตั้งแต่อายุ 14-15 ปี แต่รู้หรือไม่ว่าถ้าทำศัลกรรมกันตั้งแต่อายุยังน้อย หรือศัลยกรรมบ่อยๆ ก็อาจเกิดผลข้างเคียงได้ ฉะนั้นมาฟังข้อมูลและคำแนะนำดีๆ จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกันดีกว่า รอ.นพ.สุรชา ลีลายุทธการ แพทย์หัวหน้าศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพญาบาลพญาไท 3 กล่าวว่า การทำศัลยกรรมตกแต่งจริงๆ แล้วทำได้ตั้งแต่แรกเกิด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็สามารถทำได้เฉพาะบางเคสเท่านั้น อย่างเด็กที่เป็นโรคปากแหว่ง เพดานโหว่ หากปล่อยไว้อาจทำให้ติดเชื้อที่สมองได้ จึงต้องแก้ไข ทำศัลยกรรมตั้งแต่เกิด แต่ที่วัยรุ่นสมัยนี้นิยมทำศัยกรรมคือ ศัลยกรรมเพื่อความงาม ทำตา หน้าอก จมูก ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป โดยการทำจมูกนั้นหากทำตั้งแต่ยังเด็ก หลังจากนั้นอีก 2-3 ปี อาจต้องไปแก้ใหม่ เพราะกระดูกยังเจริญไม่เต็มที่ อาจทำให้จมูกเบี้ยวผิดรูปได้ ส่วนการฉีดฟิลเลอร์ การทำโบท็อกซ์ และการร้อยไหม เป็นการทำศัลยกรรมที่ไม่ทำให้เกิดแผล (Non Invasive Method) ซึ่งสมัยนี้มีการลักลอบทำตามคลินิกกันเยอะ ดังนั้นก่อนทำควรเข้าเว็บไซต์ของแพทยสภา เพื่อตรวจสอบรายชื่อแพทย์ และดูผลงาน ความเชี่ยวชาญ จะได้ปลอดภัยและลดความเสี่ยงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น ทั้งนี้บางคนที่ทำศัลยกรรมแล้วก็มักจะอยากไปทำอีกเรื่อยๆ […]

กินอาหารอุ่นซ้ำ เสี่ยงอาหารเป็นพิษและโรคมะเร็งจริงหรือ!!??

หลากคนมักนำอาหารที่กินไม่หมดเก็บไว้กินมื้อต่อไป บ้างก็นำไปแช่ตู้เย็น บ้างก็นำฝาชีครอบแล้วนำมาอุ่นร้อนก่อนกินอีกครั้ง ขณะเดียวกันก็มีคนในโลกออนไบน์แชร์ข้อมูลว่า การที่กินอาหารอุ่นซ้ำบ่อยๆ มากว่า 1 ครั้ง จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ เสี่ยงต่อโรคอาหารเป็นพิษ หากร้ายแรงถึงขั้นเป็นมะเร็งเลยทีเดียว แต่เอ๊ะ! ชัวร์เหรอ? ไปหาคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญกันดีกว่า คุณญาณี พุ่มเจริญ นักกำหนดโภชนาการ โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน กล่าวว่า เรื่องการที่กินอาหารอุ่นซ้ำ เสี่ยงต่อโรคอาหารเป็นพิษและโรคมะเร็ง ที่แชร์กันนั้น ไม่เป็นความจริง อาหารที่อุ่นซ้ำไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ แต่สิ่งที่ควรคำนึงคือการเก็บรักษาอาหารที่ทำสุกแล้วให้อยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสม ดังนั้นเราสามารถกินอาหารที่อุ่นซ้ำได้ ไม่มีผลต่อร่ายกาย เพียงแต่การอุ่นซ้ำทำให้คุณค่าทางโภชนาการของอาหารลดลง ทั้งนี้สิ่งที่สำคัญคือวิธีการเก็บรักษา หากจะเก็บอาหารมากินอีกรอบ ควรเก็บเข้าตู้เย็น แช่ไว้ในอุณหภูมิที่เหมาะสม แล้วแบ่งอาหารออกมาอุ่นเท่าที่พอรับประทาน ไม่ควรนำมาอุ่นทั้งหมดแล้วเก็บเข้าไปใหม่ ข้อมูลจากและภาพจาก รายการ ‘อยู่เป็นลืมป่วย’ ช่วง ‘เช็คก่อนแชร์ by ชีวจิต’ ทางช่อง Amarin TV HD 34 ชมคลิปรายการเต็มๆ ที่ได้

เทคนิคดูแลตัวเองง่ายๆ สไตล์ “จิ๊บ วสุ” ให้ดูหนุ่มตลอดกาล

ยุคนี้เป็นยุคของหนุ่มใหญ่ ยิ่งอายุเยอะ แต่ยังเท่ แข็งแรง ก็ยิ่งแซ่บ เพราะนอกจากบุคลิกภายนอกที่ดูดีมีเสน่ห์น่ามองแล้ว ยังสุขุม นุ่มลึก มีความความคิดความอ่านเป็นผู้ใหญ่ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหนุ่มใหญ่ถึงเป็นขวัญใจของสาวๆ จนกลายเป็นที่หมายปองไม่แพ้หนุ่มๆ วัยรุ่นเลยทีเดียว ซึ่งคราวนี้ รายการ ‘อยู่เป็นลืมป่วย’ จะพามาทำความรู้จักหนุ่มใหญ่วัยเกือบเลข 5 “จิ๊บ – วสุ แสงสิงแก้ว” นักร้อง นักแสดง และกรรมธิการต่างประเทศของวุฒิสภา พร้อมทั้งล้วงเคล็ด (ไม่) ลับ ที่ทำให้สุขภาพดี ดูหนุ่มตลอดกาล “หลายคนถามว่าดูแลสุภาพอย่างไร ผมแบ่งง่ายๆ ได้ 2 เรื่องครับ คือเรื่องกายและเรื่องใจ เรื่องกายต้องนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารให้เหมาะสมกับช่วงวัยที่เปลี่ยนไป ดังคำที่ว่า “You are what you eat” กินอะไรเข้าไปร่างกายก็เป็นอย่างนั้น อย่างตอนวัยรุ่นต้องการพลังงานเยอะ กระบวนการเผาผลาญยังดี ก็กินได้เยอะ แต่เมื่ออายุมากขึ้น การเผาผลาญช้าลงก็ต้องลดอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต เนื้อแดง และหันไปเน้นผัก ปลาแทน ซึ่งก็ช่วยได้เยอะเลยครับ “ที่สำคัญคือ ต้องออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ […]

ใครมีอาการง่วงมากผิกปกติควรอ่านไว้! อาจเสี่ยงเป็นโรค ‘ลมหลับ’ ได้

ใครที่มีอาการง่วงบ่อย เผลอหลับบ่อย อาจจะต้องระวังและหมั่นสังเกตอาการตัวเองกันสักนิด ไม่แน่ว่าคุณอาจเป็นโรคเกี่ยวกับการนอนหลับได้ ทั้งโรคลมหลับ โรคนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ รวมถึงอาการนอนน้อย ซึ่งเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ ใครที่อยากรู้ว่าแต่ละโรคมีอาการเป็นอย่างไร สาเหตุเกิดจากอะไร ไปดูกันเลย นพ. พลพร อภิวัฒนเสวี แพทย์หู คอ จมูก ประจำศูนย์ตรวจการนอนหลับ โรงพยาบาลพญาไท 1 กล่าวว่า ภาวะที่มีอาการง่วงมากผิดปกติ (Excessive Sleepiness) มีสาเหตุหลายอย่าง แต่ที่เจอบ่อยๆ อย่างแรกก็คือ นอนน้อย นอนไม่พอ อย่างที่ 2 คือ เป็นโรคนอนกรน หยุดหายใจขณะหลับ อย่างสุดท้ายคือ เป็นโรคลมหลับ (Narcolepsy) ซึ่งทั้ง 3 อย่างเหล่านี้ล้วนทำให้มีอาการง่วงมากผิดปกติได้ สำหรับโรค ‘ลมหลับ’ เป็นโรคทางพันธุกรรมชนิดหนึ่ง ซึ่งคนที่เป็นโรคนี้จะมีการสร้างสารเคมีกระตุ้นการตื่นตัวในสมองน้อยกว่าคนอื่นๆ ทำให้สารเคมีตัวนี้หมดเร็ว เมื่อหมดปุ๊บก็จะหลับทันที เพราะไม่มีตัวกระตุ้นให้ตื่น โดยการหลับในที่นี้คือไม่สามารถฝืนได้เลย แม้แต่ตอนขับรถอยู่ ทำงานอยู่ ก็สามารถหลับได้ทันที โรคนี้มีโอกาสพบประมาณ 50 ราย จาก […]

พริกกับใบยาสูบ ตำรวมกัน พอกที่แผล สามารถแก้พิษงูได้จริงหรือ!!??

ปัจจุบันนี้ในโลกโซเชียลมักมีการแชร์ข้อมูลในการรักษาอาการต่างๆ ด้วยสมุนไพรมากมาย แต่มีการแชร์ข้อมูลอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ นั่นก็คือ การใช้พริกขี้หนูนำมาตำกับใบยาสูบ แล้วนำมาพอกบริเวณที่งูกัด ว่ากันว่าสามารถรักษาอาหารพิษงูได้จริง เรื่องนี้จริงหรือไม่ รีบไปหาคำตอบจากแพทย์กันโดยด่วน นพ.สุวินัย บุษราคัมวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์และการพยาบาล โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 1 กล่าวว่า เรื่องที่แชร์ดังกล่าว ไม่เป็นความจริง และยังไม่มีหลักฐานทางวิชาการสนับสนุนว่าพริกและใบยาสูบสามารถรักษาพิษงูได้ เพราะการรักษาพิษงูจริงๆ แล้วต้องใช้เซรุ่ม ซึ่งงูมีหลายชนิด มีพิษแตกต่างกันไป ในทางกลับกัน หากใช้พริกและใบยาสูบทาที่แผลอาจทำให้เกิดอันตรายมากกว่าเดิมเสียอีก เพราะอาจทำให้เกิดอาการอักเสบมากขึ้น เพราะฉะนั้นอย่านำวิธีการรักษาผิดๆ แบบนี้ไปใช้ ไม่เช่นนั้นอาจทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิต ทางที่ดีควรนำตัวผู้ที่ถูกงูกัดส่งโรงพยาบาลโดยด่วนจะดีกว่า ข้อมูลจากและภาพจาก รายการ ‘อยู่เป็นลืมป่วย’ ช่วง ‘เช็คก่อนแชร์ by ชีวจิต’ ทางช่อง Amarin TV HD 34 ชมคลิปรายการเต็มๆ ที่ได้

“Yoga for Tight Hamstring” บริหารกล้ามเนื้อด้วย 4 ท่าโยคะง่ายๆ

สำหรับการเล่นโยคะ เราควรจะวอร์มร่างกายก่อนเสมอๆ เพื่อเป็นการยืดกล้ามเนื้อและช่วยป้องกันอาการลดการบาดเจ็บได้

อาบน้ำเย็นหลังออกกำลังกาย อันตรายจริงหรือ !!??

สำหรับใครที่ชอบออกกำลังกาย แล้วต้องรีบอาบน้ำแต่งตัวไปทำงานหรือมีนัดต่อ อาจเกิดอาการวิตกกังวล เพราะในโซเชียลแชร์กันว่า หลังออกกำลังกายใหม่ๆ ห้ามอาบน้ำเย็น เพราะอาจจะทำให้เส้นเลือดหดตัวได้ ซึ่งอาจจะทำให้เป็นอันตรายต่อร่างกาย ว่าแต่ เรื่องนี้เชื่อถือได้หรือเปล่า ไปฟังคำตอบจากแพทย์กันเลย พญ.นภาพร หงษ์สิทธิชัยกุล แพทย์แผนไทยหัวหน้าคลินิกปราณะ โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 1 กล่าวว่า หากออกกำลังกายเสร็จใหม่ๆ แล้วอาบน้ำเย็นเลยทันที จะทำให้หลอดเลือดที่ผิวหนังหดตัวกะทันหัน ซึ่งจะส่งผลต่อหัวใจ ร่างกายอาจจะปรับอุณหภูมิไม่ทัน ทำให้เป็นไข้หรือไม่สบายได้ เพราะฉะนั้นหลังออกกำลังกายเสร็จใหม่ๆ แนะนำให้พักร่างกายให้หายเหนื่อยและให้เหงื่อแห้งก่อนสักประมาณ 30 นาที นอกจากนี้ยังแนะนำให้อาบน้ำอุ่นจะดีกว่า เพราะน้ำอุ่นจะช่วยเปิดรูขุมขน ชำระคราบไขมัน สิ่งสกปรกที่อยู่ใต้ชั้นผิวหนัง ช่วยคลายความเมื่อยล้าหลังออกกำลังกายได้ ข้อมูลจากและภาพจาก รายการ ‘อยู่เป็นลืมป่วย’ ช่วง ‘เช็คก่อนแชร์ by ชีวจิต’ ทางช่อง Amarin TV HD 34 ชมคลิปรายการเต็มๆ ที่ได้

ดื่มน้ำเย็นหลังอาหารเสี่ยงมะเร็งจริงหรือ !!??

หลังจากกินอาหารเสร็จก็มักจะดื่มน้ำเย็นๆ เป็นเรื่องปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือบนโลกออนไลน์มีการแชร์ข้อมูลว่า หากดื่มน้ำเย็นๆ หลังรับประทานอาหารทันที จะทำให้เกิดเป็นมะเร็งลำไส้ได้ เพราะไขมันจากอาหารที่เพิ่งกินเข้าไป เมื่อโดนความเย็นจะจับตัวกันเป็นก้อน ทำให้อาหารย่อยยาก ฟังแล้วน่ากลัว อดหวั่นใจไม่ได้เหมือนกันแฮะ แต่ แต่ แต่! อย่าเพิ่งเชื่อถ้ายังไม่ชัวร์ ลองไปหาคำตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนดีกว่าว่าจริงหรือไม่ นพ.ธรณัส กระต่ายทอง ศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย Personalized Rejuvenation Center โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน กล่าวว่า การดื่มน้ำเย็นไม่เกี่ยวข้องกับการเป็นมะเร็งง่ายขึ้น การเป็นมะเร็งมีปัจจัยหลายอย่าง เช่น พันธุกรรม สิ่งแวดล้อม และพฤติกรรม ดังนั้นจึงสรุปว่าการดื่มน้ำเย็นไม่เกี่ยวข้องกับการเป็นมะเร็ง เพราะมนุษย์เป็นสัตว์เลือดอุ่น มีระบบคุมอุณหภูมิร่างกายให้คงที่ ไม่ว่าจะดื่มน้ำร้อน น้ำเย็น น้ำเดือด น้ำแข็ง พอไปถึงกระเพาะ จะมีอุณหภูมิเดียว คือ 37 องศาเซลเซียส และการจะเป็นมะเร็งได้นั้นต้องมีสาเหตุ มีความผิดปกติของร่างกาย จนก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้ ข้อมูลจากและภาพจาก รายการ ‘อยู่เป็นลืมป่วย’ ช่วง ‘เช็คก่อนแชร์ by ชีวจิต’ ทางช่อง Amarin […]

เปิดประสบการณ์พิชิตมะเร็งต่อมน้ำเหลือง-มะเร็งหัวใจ ทั่วโลกมีโอกาสเป็นเพียง 1% เท่านั้น

หากใครที่กำลังท้อแท้ หมดหวัง สิ้นหวัง ขอให้อ่านเรื่องราวของเธอคนนี้ “เบลล่า – ศิรินทิพย์ ขัติยะกาญจน์” ซะก่อน บอกเลยว่าเธอเป็นนักสู้ที่แกร่งมาก เพราะต้องเผชิญกับโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะที่ 2 ในวัยเพียง 26 ปี และหมอบอกว่าจะมีชีวิตอยู่ได้อีก 6 เดือน !!! จนเมื่อวิกฤตหนักผ่านไป เธอยังต้องเจอกับอีกหนึ่งบททดสอบ นั่นก็คือโรคมะเร็งหัวใจ ที่ทั่วโลกมีโอกาสเป็นเพียง 1% เท่านั้น เธอจะรับมืออย่างไร ไปติดตามสาระดีๆ จากรายการ ‘อยู่เป็นลืมป่วย’ กันเลย “ตอนนั้นเบลล์เรียนปริญญาโทอยู่ที่ประเทศอังกฤษ มีอาการไอหนัก ไอเรื้อรังประมาณ 3-4 เดือน ก็ไม่หายสักที เวลานอนก็มีเหงื่อออกที่แผ่นหลัง น้ำหนักลดลงทั้งที่อร่อยกับอาหารการกินที่นั่นมาก แถมยังเริ่มหน้ามืด เป็นลมบ่อย จึงตัดสินใจไปหาหมอ คุณหมอแจ้งว่ามีก้อนในปอดขนาด 10 ซม. ซึ่งหมอคิดว่าน่าจะเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย “ตอนนั้นเบลล์อายุ 26 ปี ไม่สูบบุหรี่ ไม่กินเหล้า เลยงงว่าเป็นได้อย่างไร พอตรวจอีกทีจึงพบว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะที่ 2 โดยหมอบอกว่าจะอยู่ได้อีก 6 […]

น้ำมันมะกอกโดนความร้อนจะทำให้เกิดสารก่อมะเร็งจริงหรือ !!??

น้ำมันมะกอกขึ้นชื่อว่ามีประโยชน์ต่อร่างกาย จะกินกับผักสลัดหรือนำไปผัด ทอด ก็ดีต่อสุขภาพ แต่มีข้อความแชร์กันในโลกโซเชียลว่า ห้ามน้ำมันมะกอก โดนความร้อนเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกิดสารก่อมะเร็งได้ เรื่องนี้เชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน ไปหาคำตอบกัน นพ.สุวินัย บุษราคัมวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์และการพยาบาล โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 1 กล่าวว่า หากน้ำมันมะกอกโดนความร้อน จะทำให้เกิดสารก่อมะเร็งได้จริง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องเป็นความร้อนในระดับอุณหภูมิที่สูงมาก จึงจะทำให้น้ำมันไหม้และทำให้เกิดสารก่อมะเร็งได้ ดังนั้นไม่ต้องตกใจไป และทางที่ดี ไม่ควรใช้น้ำมันซ้ำในการประกอบอาหาร เพราะอาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้ ข้อมูลจากและภาพจาก รายการ ‘อยู่เป็นลืมป่วย’ ช่วง ‘เช็คก่อนแชร์ by ชีวจิต’ ทางช่อง Amarin TV HD 34 ชมคลิปรายการเต็มๆ ที่ได้

น้ำอัดลมผสมเครื่องดื่มชูกำลัง กินแล้วเป็นอันตรายจริงหรือ !!??

สำหรับใครที่อยากให้ร่างกายตื่นตัวกระปรี้กระเปร่า ตัวช่วยอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือ เครื่องดื่มชูกำลัง แต่ในโลกออนไลน์ เกิดมีการทดลองนำเอาเครื่องดื่มชูกำลังมาผสมกับน้ำอัดลม

รักษาฝ้าด้วยหัวไชเท้าและหอมแดงได้จริงหรือ !!??

ฝ้า กระ และจุดด่างดำมักเป็นปัญาระดับชาติของสาวๆ ทำให้สาวๆ แต่ละคนล้วนแต่ไปสรรหาสูตรเด็ดเคล็ดลับในการรักษามามากมาย จนถึงขั้นมีการแชร์ข้อมูลในโลกออนไลน์ว่า หอมแดงและหัวไชเท้าสามารถรักษาฝ้าให้หายได้ ถ้าเป็นเรื่องจริงอย่างนี้ต้องขยายสิคะ แต่ก่อนอื่นต้องเช็คให้ชัวร์ก่อนนะจ๊ะ ผลว่าอย่างไรไปดูกัน นพ.สุวินัย บุษราคัมวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์และการพยาบาล โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 1 กล่าวว่า การใช้หอมแดงหรือหัวไชเท้าในการรักษาฝ้า สามารถทำได้จริง เพราะในหัวไชเท้ามีสารไกลโคเจน วิตามินเอ วิตามินซี ส่วนในหัวหอมมีสารซัลเฟอร์ต่างๆ ที่สามารถยับยั้งการเกิดเม็ดสีที่ทำให้เกิดอการฝ้าได้ เพียงแต่ว่าสารต่างๆ ในหัวไชเท้ามีฤทธิ์ค่อนข้างแรง หากนำไปทาหน้า รักษาอาการฝ้า อาจทำให้เกิดการแสบ คันได้ ดังนั้นหากจะนำไปใช้อาจต้องใช้ร่วมกับอย่างอื่น เช่น ว่านหางจระเข้ นม แตงกวา น้ำผึ้ง นำมาผสมกันแล้วพอกหน้าทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วล้างออก แต่วิธีที่ดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยงแสงแดด และทาครีมกันแดดจะดีที่สุด สรุปแล้วหัวไชเท้าและหอมแดงสามารถรักษาฝ้าได้ เป็นเรื่องจริง ข้อมูลจากและภาพจาก รายการ ‘อยู่เป็นลืมป่วย’ ช่วง ‘เช็คก่อนแชร์ by ชีวจิต’ ทางช่อง Amarin TV HD 34 […]

กินแกนสับปะรดช่วยกระชับช่องคลอดได้จริงหรือ ??!!

คนส่วนใหญ่เวลาปลอกสับปะรดก็มักจะหั่นแต่เนื้อเอาไว้กิน แล้วก็โยนแกนแข็งๆ ทิ้งไป แต่ทราบไหมว่าบนโลกออนไลน์มีการแชร์ข้อมูลกันว่า แกนสับปะรดนี่แหละสามารถกระชับช่องคลอดได้ แต่เอ๊ะ! ข้อมูลที่แชร์กันจริงหรือไม่ ไปหาคำตอบกันเลย นพ.สุวินัย บุษราคัมวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์และการพยาบาล โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 1 กล่าวว่า ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางวิชาการสนับสนุน เรื่องดังกล่าวจึงไม่เป็นความจริง ความจริงแล้วสับปะรดประกอบด้วยน้ำตาล วิตามิน และไฟเบอร์ เพราะฉะนั้นเมื่อกินสับปะรดเข้าไปแล้ว จะช่วยย่อยอาหารได้ดีขึ้น ทำให้ร่ายกายแข็งแรงขึ้น นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติเป็นยาระบายอ่อนๆ ด้วย สรุปแล้วการกินสับปะรดทำให้กระชับช่องคลอด ไม่เป็นความจริง ข้อมูลจากและภาพจาก รายการ ‘อยู่เป็นลืมป่วย’ ช่วง ‘เช็คก่อนแชร์ by ชีวจิต’ ทางช่อง Amarin TV HD 34 ชมคลิปรายการเต็มๆ ที่ได้

กินปลาดิบเสี่ยงเป็นโรคพยาธิตัวตืดจริงหรือ ???

ซูชิ หรือข้าวปั้น เป็นอาหารสัญชาติญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน แต่ก็มีกระแสในโลกออนไลน์บอกว่าการกินซูชิและปลาดิบมากๆ จะทำให้ร่างกายมีพยาธิตัวตืด! แต่เอ๊ะเรื่องนี้จริงหรือไม่ มาคำตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกันเลย นพ.สุวินัย บุษราคัมวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์และการพยาบาล โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 1 กล่าวว่า เรื่องที่แชร์กันนั้นไม่เป็นความจริง เพราะพยาธิตัวตืดพบในเนื้อวัวและเนื้อหมูเท่านั้น แต่ทั้งนี้ในปลาดิบก็มีพยาธิชื่อ อะนิซาคิส (Anisakis) ลักษณะตัวกลม มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า วิธีป้องกันพยาธิชนิดนี้คือนำมาทำให้สุกหรือเอาไปแช่เย็นที่อุณหภูมิ -35 องศา ติดต่อกันเป็นเวา 15 ชั่วโมง ก็จะทำให้พยาธิตายได้ สรุปแล้ว การกินซูชิและปลาดิบมากๆ จะทำให้ร่างกายมีพยาธิตัวตืด ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ข้อมูลจากและภาพจาก รายการ ‘อยู่เป็นลืมป่วย’ ช่วง ‘เช็คก่อนแชร์ by ชีวจิต’ ทางช่อง Amarin TV HD 34 ชมคลิปรายการเต็มๆ ที่ได้

keyboard_arrow_up