จ่าฝูงหนาวมาก! ผี-สิงห์พากันสะดุด!! สรุปผลฟุตบอลพรีเมียร์ ลีค อังกฤษ ประจำสัปดาห์

พรีเมียร์ ลีค อังกฤษ นัดที่ 6 สัปดาห์นี้ หงส์แดงยังแรงไม่หยุด เก็บชัยรวด 6 นัด นำจ่าฝูงแบบเดี่ยวๆ หลังจาก สิงห์ไฮโซ สะดุดเสมอ ขุนค้อน เรียกว่าได้ใจเต็มที่ก่อนที่หงส์จะเจอสิงห์ 2 นัดติด สัปดาห์หน้า ส่วนคู่อื่นๆ เป็นอย่างไร ติดตามผลการแข่งขันกันได้เลยครับ

Fulham 1 – Watford
น้องใหม่ร้อยล้าน ฟูแล่ม วันนี้มาดีมีทรง ทีมกำลังเข้าฝักเข้ารอยเรื่อยๆ สำหรับลูกทีมของ ยอคก้า อดีตกุนซือเมืองทอง ที่พิสูจน์แล้วว่าใีมือเขาของจริงไม่ติงนัง ยันเสมอทีมม้ามืดฟอร์มแรงอย่างวัตฟอร์ดได้ เล่นมีอนาคตแบบนี้ปีนี้ไม่น่าจะตกชั้น เผื่อมีฟลุ๊คได้ลุยยุโรปเลยนะเนี่ย
Burnley 4 – 0 AFC Bournemouth
คว้าชัยนัดแรกได้ก็เท่เลย สำหรับอดีตผู้รักษาประตูทีมชาติอังกฤษ โจ อีซี่ รักษาคลีนชีทได้เป็นนัดแรกตั้งแต่ย้ายมา วันนี้หล่อทั้งทีมด้วยแหละ เข้าฝักยิงเป็นตุง โอกาสมีสูสีแต่คมกว่าเยอะ ส่งเดอะ เชอร์รี่ พ่ายไปยับเยินกลับบ้านแทบจะไม่ถูกเลยทีเดียว
Cardiff City 0 – 5 Manchester City
เก็บกดเต็มที่สำหรับเรือใบสีฟ้า หลังจากนัดกลางสัปดาห์พลิกล็อคพ่ายลียงคาบ้าน เกมนี้เลยจัดหนักจัดเต็มใส่ไข่พิเศษครบเครื่องให้น้องใหม่แบบไม่ยั้ง Sergio Aguero, Bernardo Silva, Ilkay Gundogan และอีกสองลูกจาก Riyad Mahrez ไว้ลายแชมป์เก่า ขึ้นรองจ่าฝูงตามหงส์แดง 2 แต้ม ส่งเสียงกระซิบเบาๆ ว่าปีนี้ไม่หมูนะจ๊ะ เดอะ ค็อป
Crystal Palace 0 – 0 Newcastle United
สาลิกาดง เป็นทีมที่น่าสงสารที่สุดแล้วในซีซั่นนี้ หลังจากต้องรับมือทีมยักษ์ตลอด 5 นัดแรก พอมาเจอทีมระดับเดียวกัน ก็ไม่สามารถทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันได้ ผลพวงมาจากการเสริมทัพที่ไม่มีทุนเหมือนทีมอื่นเขา ทำให้ปีนี้ดูทรงแล้ว เอลบอส ราฟา เบนิเตซ คงได้ยืนพื้นหนีตกชั้นอีกแหงๆ
Leicester City 3 – 1 Huddersfield Town
กลับเข้าฟอร์มเสียที สำหรับจิ้งจอกสยาม หลังจากเสียท่าเสียทีไปหลายต่อหลายเกม ถ้ายืนระยะไม่ได้แบบนี้ บอกเลยว่านี่จะเป็นอีกทีมที่กุนซือจะเล่นเก้าอี้ดนตรีกัน เกมนี้ได้กองหน้าตัวความหวัง เจมี่ วาร์ดี้ กลับมาจากชดใช้โทษแบน ยิงประตูให้หายคิดถึง แต่บอกเลยว่าถ้ายังไม่มีตัวแทนของกองเต้และมาเรซ จิ้งจอกคงบินได้ไม่สูงไปกว่านี้แล้วล่ะ
Liverpool 3 – 0 Southampton
ขึ้นนำจ่าฝูงแต่เพียงผู้เดียวในประเทศอังกฤษ ต้องใช้คำว่า “แรงดีไม่มีตก” หลังจากคว้าชัยรวดทุกถ้วยที่ลงเตะ แล้วใครจะมาหยุดความแรงของพลพรรคเร้ด แมชชีนนี้ได้ นัดนี้ก็ทำได้ดีน่าจะเกินครึ่งโหลด้วยซ้ำ หลังจากดาหน้าบุกกระหน่ำแทบจะข้างเดียว ภาพติดตาที่สุดก็ลูกที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หลุดเข้าไปตอกส้นถากเสาสองออกไปนี่แหละ ลูกทีมเล่นกันสนุกสนานแบบนี้ กุนซือก็คงเตรียมพร้อมได้เต็มที่ หลังจากนี้งานหนักต้องปะทะเชลซี 2 นัดติด แต่เชื่อว่า เจอร์เก้น คลอปป์ เอาอยู่แน่นอน!!
Manchester United 1 – 1 Wolverhampton Wanderers
น่าเบื่อ!! น่าเบื่อ!! และ น่าเบื่อ!! เกมรุกไร้จินตนาการ เกมรับก็ดูเหมือนไม่มีสมาธิ สำหรับเจ้าบ้าน ปีศาจแดง แห่งโอลด์แทรฟฟอร์ด เปิดรังทำได้แค่เสมอกับ หมาป่า Wolverhampton ที่เกมนี้มาดีมากๆ ถ้าหากสวนคมๆ สักหน่อย เจ้าบ้านอาจมีน้ำตาตก แต่ถ้าหักลบกับโอกาสที่ Lukaku ได้ลุ้นทำประตู ก็ต้องบอกว่าผลเสมอยุติธรรมดีแล้วสำหรับทีมที่รุกห่วยจัดขนาดนี้!!
Brighton & Hove Albion 1 – 2 Tottenham Hotspur
นี่ก็ได้เวลาฟื้นเสียที หลังจากพ่ายมา 3 นัดติดๆ และแน่นอนว่าไม่ใช่ใครคนอื่น เดอะแบกแห่งลอนดอน แฮรี่ เคน ผู้นี้นี่เอง จริงๆ เกมนี้ก็ไม่ได้ข่มเจ้าบ้านมากมายอะไร มีเสียวด้วยซ้ำช่วงท้ายเกม แต่ทีเด็ดทีขาดของสเปอร์สเฉียบคมกว่า จากจุดโทษ ของเดอะแบก ที่ส่งให้เขาเป็นนักเตะอังกฤษผู้ที่ยิงจุดโทษแม่นยำที่สุดใน พ.ศ. นี้ กับอีกลูกของปีกขี้พุ่ง Erik Lamela
West Ham United 0 – 0 Chelsea
เป็นไปตามที่ทุกคนคาด หลังจากที่ทีมขุนค้อนขาดกองหน้าอาชีพทั้ง 3 ไม่ว่าจะ ฮาเวียร์ ชิชาริโต้, มาร์โก อาเนาท์โตวิท และ แอนดี้ แคโรล จนต้องเข็น Michail Antonio ขึ้นมายืนแทน เพราะฉะนั้นก็เลิกหวังประตูไปได้เลย เพียงแต่ว่าในเกมกับสิงห์ไฮโซนัดนี้ แผงหลังนัดกันเข้าฟอร์ม ลูคัส ฟาร์เบียนสกี้ โชว์มือปลาหมึกเซฟได้ทุกดอก แนวรุกเชลซียิงจะท้อก็ไม่สามารถเจาะเข้าไปทำประตูเจ้าบ้านได้ ส่งผลให้เวสต์แฮมมีแต้ม หลุดพ้นโซนแดงในที่สุด ส่วนเชลซีหลุดลงมาที่สามหลังจาก แมนฯ ซิตี้ กระหน่ำคาร์ดิฟ คาบ้าน 5 เม็ด
Arsenal 2 – 0 Everton
วลีใหม่ของวงการบอลเกิดขึ้นแลวครับ ถ้าจะดูอาร์เซน่อลให้ดูครึ่งหลังครึ่งเดียว เพราะ 45 นาทีแรก เล่นไก่กาสุดๆ จวนเจียนจะไปแล้วไปลับดับคาบ้านอยู่รอมร่อ แต่ปีนี้ได้โคตรซูเปอร์เซฟของ ปีเตอร์ เช็ค ที่คืนฟอร์มสมัยรุ่งๆ ปกป้องไว้ได้หมด ก่อนที่กุนซือ อยู่ไหน เอเมรี่ จะแก้เกมกลับมารุกดุดันอีกครั้ง ได้ 2 ประตูจากแนวรุก ลากาแซต และ โอบาเมยัง กองหน้านี่เวิร์ลคลาสจริงๆ ส่วนกองหลังเวิร์ลแก๊ส สงสารปีเตอร์ เช็ค ที่สุดแล้ว
keyboard_arrow_up