รถถูกชน แต่ตำรวจให้เป็นฝ่ายผิด ต้องจ่ายค่าเสียหายกว่า 3 แสน

ผู้เสียหายรายหนึ่ง ขับรถมาอยู่ดีๆ แต่ถูกชนจนทำให้รถตัวเองพุ่งข้ามเลนไปชนกับรถอีกคันหนึ่ง และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจบังคับให้ยอมรับสารภาพเป็นผู้กระทำผิด ต้องเสียเงินให้คู่กรณีถึง 3 แสนบาท ส่วนคันต้นเหตุหนีหายไปไม่มีการติดตาม

ในวันเกิดเหตุ เป็นช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. ยศพลกำลังขับรถอยู่บนถนนขนาด 3 เลนด้วยความเร็วประมาณ 70 กม.ต่อชม. ในเลนกลาง ก่อนถูกกระบะคันหนึ่งขับเบียดทำให้รถเสียหลักพุ่งไปถนนอีกฝากและชนกับรถคันอื่น ทางฝั่งของยศพลได้รับบาดเจ็บแขนและซี่โครงหัก เพื่อนที่นั่งมาด้วยขาหัก โชคดีที่รถอีกคันที่ถูกชนไม่ได้มีผู้บาดเจ็บแต่อย่างใด แต่กระบะที่ขับเบียดรถของยศพลจนเกิดอุบัติเหตุก็ไม่ได้ลงมาตรวจสอบและขับหนีไป

เมื่อตำรวจมาสอบสวน ทางยศพลก็ได้แจ้งไปว่ารถของตนถูกชนก่อน อยากให้ตามเรื่องให้ แต่ตำรวจก็ไม่ได้ติดตามเรื่อง เมื่อส่งหลักฐานเป็นภาพกล้องวงจรปิดขณะเกิดเหตุ ก็ยังได้รับคำยืนยันว่าฝั่งตนเป็นฝ่ายผิดต้องมีการชดใช้ให้คู่กรณี 3 แสนบาท นอกจากนี้ระหว่างรอดำเนินคดียังมีกลุ่มคนอ้างว่าเป็นตำรวจมาบุกรุกที่บ้าน บอกว่ามีหมายจับ แต่เมื่อไปตรวจสอบที่ศาลก็พบว่าไม่ได้มีหมายจับอยู่จริง ไปแจ้งความในข้อหาบุกรุกแต่ตำรวจก็ไม่รับดำเนินคดีจริงจัง

ทนายเกิดผล แก้วเกิด ให้แนวทางในกรณีนี้ว่า ให้ผู้เสียหายไปยื่นคำร้องต่อพนักงานอัยการ ให้มีการสอบสวนพยานแวดล้อมเพิ่มเติม และยื่นคลิปวิดีโอเป็นหลักฐานพร้อมระบุว่าเคยมอบให้พนักงานสอบสวนไปแล้ว เพื่อให้ตรวจสอบว่ารถถูกชนจึงทำให้พุ่งไปชนรถคันอื่นและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุสุดวิสัยจริง และในส่วนที่มีตำรวจบุกรุกเข้าบ้าน ให้ไปแจ้งความอีกครั้งระบุให้ชัดเจนว่าเป็นการแจ้งความเพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ถ้าตำรวจไม่รับดำเนินคดีให้เก็บภาพหรือวิดีโอเป็นหลักฐานไว้และนำไปร้องเรียนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

keyboard_arrow_up