ฝากเงินธนาคารกว่า 6 แสน เมื่อไปติดต่อกลับไม่มีเงิน

คุณยายคนหนึ่งอายุกว่า 90 ปี ฝากเงินไว้ในบัญชีออมทรัพย์ในธนาคารของรัฐ หวังไว้ใช้ยามแก่เฒ่าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2526 ยอดสุดท้ายเมื่อปี พ.ศ. 2531 เป็นจำนวนกว่า 600,000 บาท ลูกสาวเพิ่งพบสมุดบัญชีเมื่อปีพ.ศ. 2560 แต่เมื่อไปตรวจสอบนายธนาคารกลับแจ้งว่าบัญชีถูกปิดไปแล้ว ขัดกับนโยบายที่กำลังจะเตรียมประกาศใช้ของรัฐ กับพ.ร.บ.การบริหารจัดการบัญชีเงินฝากที่ไม่มีการเคลื่อนไหวของสถาบันการเงิน พ.ศ….. ที่หากบัญชีธนาคารไม่มีความเคลื่อนไหว ตลอด 10 ปี รัฐจะริบเข้าเงินคงคลัง แต่ทายาทสามารถไปติดต่อเพื่อรับคืนได้

ในกรณีนี้ทางธนาคารแจ้งกับบอกว่าเงินถูกถอนออกไปทั้งบัญชีแล้วเมื่อปี 2532 แต่เมื่อขอหลักฐาน ธนาคารกลับไม่มีให้ สอบถามกับคุณแม่ซึ่งเป็นเจ้าของบัญชี กับญาติพี่น้อง ทุกคนไม่มีใครรู้ถึงเงินจำนวนดังกล่าว ติดต่อไปยังสำนักงานใหญ่ก็ได้คำตอบแบบเดียวกัน ว่าหลักฐานทั้งหมดก็ถูกทำลายไปหมดแล้วตามระเบียบของธนาคาร

ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่า อยากให้ธนาคารออกมาชี้แจงและตรวจสอบให้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้ถอนเงินออกจากบัญชี เพราะเงินจำนวน 600,000 บาท ของเมื่อ 30 ปีที่แล้วนับเป็นเงินจำนวนมหาศาล และอยากจะแจ้งไปยังประชาชนทั่วไปให้ตรวจสอบบัญชีเงินฝากของตน หากบัญชีไม่มีความเคลื่อนไหวเกิน 10 ปี อาจเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้

ติดตามชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. ช่องอมรินทร์ทีวี 34

keyboard_arrow_up