เตือนภัย! มิจฉาชีพแฮกเฟซบุ๊กไปหลอกยืมเงินญาติ-เพื่อนสนิท เสียหายนับสิบ

ภัยออนไลน์อีกรูปแบบ เมื่อมิจฉาชีพแฮกเฟซบุ๊กสวมเป็นรอยเจ้าของบัญชี ไปยืมเงินผู้อื่นที่เป็นญาติ หรือเพื่อนสนิท จนมีผู้เสียหายมากกว่า 10 ราย

ผู้ที่ถูกแฮกรายหนึ่ง มีอาชีพทำธุรกิจติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ ทำให้ต้องมีการโอนเงินไปยังแหล่งต่างๆ อยู่ตลอดเวลา  โดยมิจฉาชีพแฮกเฟซบุ๊กไปทักญาติสนิท บอกให้โอนเงินค่าวัสดุให้จำนวน 40,000 แล้วจะโอนคืนให้ซึ่งญาติก็ไม่ได้คิดอะไรเนื่องจากก็เคยทำธุรกรรมการเงินให้จึงโอนเงินไปให้ ซึ่งกว่าที่ผูู้กแฮกจะรู้ตัวก็เมื่อมีญาติโทรมาแจ้งว่าจะโอนเงินไปให้ช้าหน่อย จึงเกิดเป็นความสงสัยเนื่องจากตนไม่ได้ไปยืมเงินใคร ตรวจสอบเฟซบุ๊กก็ไม่สามารถเข้าใช้ได้ จึงต้องรีบกระจายข่าวผ่านโซเชียลมีเดียอื่นๆ แต่กว่าที่ข่าวจะถูกกระจายไป ก็มีญาติบางคนที่ได้โอนเงินไปยังมิจฉาชีพคนดังกล่าวแล้ว

เมื่อกลุ่มของผู้เสียหายรวมตัวกันและติดต่อไปยังบุคลลที่มีชื่อระบุเป็นเจ้าของบัญชีปลายทาง ก็พบว่าเป็นหญิงสาวคนหนึ่งที่อ้างว่าไม่รู้เห็นในการกระทำนี้ตนมีหน้าที่เพียงรับจ้างรับโอนเงินเท่านั้น โดยเมื่อมีเงินเข้ามาก็จะโอนไปให้มิจฉาชีพผ่านทางระบบทรูมันนี่

ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่า ให้ผู้เสียหายไปร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนในพื้นที่ที่เปิดบัญชี หรือบัญชีผู้ต้องหา ซึ่งกรณีนี้ มิจฉาชีพมีมีความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 9 การแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลคอมพิวเตอร์ ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น โดยมิชอบ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และเป็นความผิดยอมความไม่ได้

ทั้งนี้สามารถออกหมายจับผู้ต้องหาได้เลย โดยให้พนักงานสอบสวนสรุปสำนวนคดีทำความเห็นเสนอพนักงานอัยการให้สั่งฟ้อง ถ้าอัยการดูสำนวนคดีและเห็นว่าหลักฐานเพียงพอต่อการฟ้องร้องก็นำตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องศาล เมื่อศาลนัดสอบจำเลยผู้เสียหายสามารถเขียนคำร้องเข้าไปเป็นโจทก์ร่วม และเขียนคำร้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาในส่วนของคดีแพ่งเรียกทรัพย์คืนได้เลย

ติดตามชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. ช่องอมรินทร์ทีวี 34

keyboard_arrow_up