นายตำรวจหลอกประชาชน อ้างเอาเงินไปลงทุน สุดท้ายสูญกว่า 2 ล้านบาท

การหลอกลวงเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกที่ แม้กระทั่งจากข้าราชการที่มีหน้าที่ในการดูแลปกป้องประชาชนอย่าง ‘ตำรวจ’ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจรายหนึ่ง หลอกเอาเงินของคุณป้าชาวนา อ้างว่าจะเอามาลงทุน มอบเงินให้มากกว่า 2 ล้านบาท สุดท้ายไม่ได้อะไรกลับคืนมาเลย ขอเงินคืนก็ไม่ได้สักบาท

เหตุการณ์นี้เกิดตอนปีมีนาคม พ.ศ. 2557 กับคุณป้ากลอย ไกรทอง จากจังหวัดนครนายก โดยเริ่มรู้จักนายตำรวจคนนี้ เนื่องจากมีพี่ชายเป็นคนติดสุรา ชอบอาละวาด เลยต้องไปแจ้งตำรวจบ่อยๆ จนรู้สึกสนิทคุ้นเคย ไว้วางใจ จนนายตำรวจคนดังกล่าวก็มาชักชวนให้ไปลงทุนในธุรกิจซื้อ-ขายที่ดิน ตอนแรกก็ปฏิเสธไปเนื่องจากยังมีภาระ มีลูก 2 คนที่ต้องเลี้ยงดู และยังต้องผ่อนส่งที่นา แต่นายตำรวจคนนี้ก็เกลี้ยกล่อมว่าเงินที่ได้ก้อนแรกก็ปลดที่นาได้เลย ตนเห็นว่าเปนคนคุ้นเคยและมีอาชีพที่น่าเชื่อถือจึงตัดสินใจร่วมลงทุนด้วย

โดยนายตำรวจทยอยเอาเงินจากคุณป้าเรื่อย ครั้งละ 5 หมื่นบาทบ้าง 1 แสนบาทบ้าง มากสุดคือเคยให้ไป 2 แสน ทุกครั้งที่ให้ไปเป็นเงินสด และเป็นเงินที่ป้ากลอยเองก็กู้ยืมมาให้ รวมแล้วกว่า 2.2 ล้านนบาท เมื่อถามถึงเรื่องการลงทุนนายตำรวจคนนี้ก็ผัดผ่อนไปเรื่อย ไม่เคยได้ผลกำไรได้ตอบแทนมาจึงรู้แน่ชัดว่าถูกหลอก

ทั้งนี้คุณป้าได้เข้าพบกับผู้กำกับสน.ที่นายตำรวจคนนี้ประจำการอยู่ เพื่อให้มีการนัดคืนเงินจำนวน 2.2 ล้านบาท แต่นายตำรวจคนดังกล่าวก็ไม่มาตามนัด จึงได้มีการแจ้งความข้อหาฉ้อโกง และยื่นเรื่องต่อศาลในคดีแพ่ง โดยในขณะนี้  ศาลแพ่งได้ตัดสินและยึดทรัพย์ ในส่วนของเงินจำนวน 3 แสนบาท ซึ่งเป็นส่วนที่นายตำรวจคนดังกล่าวได้เอารถยนต์ฟอร์จูนเนอร์มาค้ำประกันไว้ แต่ในส่วนอื่นๆ ยังต้องรอการดำเนินคดีต่อไป

ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ให้ความเห็นในกรณีนี้ว่า คดีนี้เป็นคดีฉ้อโกง ซึ่งในการดำเนินคดีอาญานั้นหากเราไปแจ้งความแล้วการดำเนินการล่าช้า สามารถแจ้งตรงต่อศาลได้เลย โดยศาลจะมีการสั่งให้ไต่สวนมูลฟ้องก่อน หากพบว่ามีมูลจะเรียกตัวจำเลยมาพิจารณาคดีในศาลและตัดสินพิพากษา ซึ่งอยากให้นายตำรวจคนดังกล่าวเอาเงินมาคืน หรือไกล่เกลี่ยกันก่อน ไม่เช่นนั้นหากเรื่องถึงศาลอาจมีการตัดสินความผิดต้องรับโทษ อีกทั้งมีความผิดทางวินัย ต้องออกจากราชการด้วย

ชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. ช่องอมรินทร์ทีวี 34