กินเม็ดฝรั่ง ระวังไส้ติ่งอักเสบ…ชัวร์เปล่า ??

ข่าวแชร์ข่าวหนึ่งที่ยังระบาดแชร์กันว่อนอินเตอร์เน็ตแบบไม่จางหาย ที่บอกกันว่าให้ ระวัง!! ห้ามกินเมล็ดฝรั่ง เพราะเมล็ดฝรั่งจะลงไปอุดตันทำให้ไส้ติ่งอักเสบ หรือไส้ติ่งแตกได้!!??? ว่าแต่แชร์มั่ว หรือ ชัวร์แม่นกันแน่ ไปถามคุณหมอให้ชัวร์กันดีกว่า

‘พญ.ธนิตา แม็คอัลไพน์’ ศัลยแพทย์ประจำศูนย์ศัลยกรรม โรงพยาบาลเปาโล รังสิต ได้ให้ข้อมูลไว้ในรายการ ชัวร์นะแม่อย่าแชร์มั่ว ว่าก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่าสาเหตุการเกิดไส้ติ่งอักเสบคืออะไร? ซึ่งสาเหตุหลักของการเกิดไส้ติ่งอักเสบเป็นเพราะเกิดการอุดตัน ไส้ติ่งเป็นอวัยวะเล็กๆ ขนาดประมาณ 6-7 มิลลิเมตร เป็นท่อที่มีปลายปิด ซึ่งจะอยู่ระหว่างลำไส้เล็กกับลำไส้ใหญ่ เป็นตำแหน่งติดขัดเล็กๆ ช่วงหนึ่งของช่องทางเดินลำไส้

ส่วนที่ว่าการรับประทานเมล็ดฝรั่งแล้วจะทำให้ไส้ติ่งอักเสบนั้น คุณหมออธิบายว่า ถ้าวันดีคือร้ายที่เรารับประทานเมล็ดฝรั่งที่มีขนาดเล็กมากๆ เข้าไป แล้วบังเอิญเจ้าเมล็ดฝรั่งเกิดตกลงไปในไส้ติ่ง จนทำให้เกิดติดเชื้อ นั่นอาจเป็นเหตุให้ไส้ติ่งอักเสบได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าการทารเมล็ดฝรั่งจะทำให้ไส้ติ่งอักเสบ 100% ซึ่งไส้ติ่งอักเสบนั้นอาจเกิดจากอุจจาระของเราเองก็ได้ นั่นหมายความว่าข่าวนี้ “แชร์มั่ว” เพราะจริงๆ แล้วเมล็ดฝรั่งไม่ได้เป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิดไส้ติ่งอักเสบนั่นเอง

เมื่อถามถึงวิธีป้องกัน คุณหมอให้ความรู้ว่า ไส้ติ่งอักเสบเป็นภาวะที่เกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน ซึ่งเกิดได้กับคนทุกเพศทุกวัย ไม่ใช่โรคที่เกิดจากความเสี่ยงใดๆ ฉะนั้นแล้วไม่สามารถป้องกันได้ เพียงแต่หากมีอาการปวดท้องบริเวณด้านล่างขวา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจเป็นไส้ติ่งอักเสบ และรีบมาพบแพทย์เพื่อทำการรักษานั่นเองจ้า

keyboard_arrow_up