ทำอย่างไร? เมื่อกลายเป็น ‘แพะ’ กรณีหนุ่มโดนข้อหาพยายามฆ่า กู้หนีสู้คดีจนหมดตัว

กรณีศึกษาจากหนุ่มขับรถรับจ้าง ที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาพยายามฆ่าที่ จ.นครพนม ในปี พ.ศ. 2551 จนต้องกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อใช้สู้คดีเป็นจำนวนมาก แต่ยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้ก่อเหตุ มีลักษณะต่างจากผู้ต้องหาในหมายจับ และบอกอีกว่าส่วนตัวไม่เคยไปที่จังหวัดนครพนมเสียด้วยซ้ำ

เรื่องราวเริ่มจากชายคนดังกล่าว ซึ่งมีอาชีพเป็นคนขับรถรับจ้าง ได้ไปต่อใบขับขี่ ก่อนที่กรมขนส่งฯ จะแจ้งว่าเขามีหมายจับติดตัว จึงได้เข้าไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พิมพ์ลายนิ้วมือ ตรวจสอบประวัติอาชญากรรมแต่ก็ไม่พบความผิดปกติใดๆ จนกระทั่งวันหนึ่ง ขณะที่กำลังเดินทางจากบ้านเกิดที่จ.เลยกลับกรุงเทพฯ ได้ถูกจับกุมที่ด่านจ.ลพบุรี ก่อนถูกส่งตัวไปที่จ.นครพนม ด้วยข้อหาพยายามฆ่า โดยการยกพวกรวม 8 คนไปทำร้ายเด็กชายคนหนึ่งจนหมดสติ ต้องใช้เงินประกันตัวถึง 6 แสนบาท แต่ต่อรองได้จนเหลือ 2 แสนบาท

กรณีนี้ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ให้คำแนะนำว่า เมื่อถูกตั้งข้อกล่าวหาในกรณีที่ตนเองไม่ได้กระทำความผิด อย่าให้การปฏิเสธกับเจ้าหน้าที่เพียงลอยๆ เพราะจะมีผลเสียต่อรูปคดี ให้ทำหนังสือร้องทุกข์ ขอความเป็นธรรมเป็นลายลักษณ์อักษร ยื่นต่อพนักงานสอบสวน อธิบายว่าที่มีการกล่าวหาว่าข้าพเจ้าได้ทำผิดตามคดีดังกล่าวนั้นไม่เป็นความจริง และแสดงหลักฐานให้ชัดเจน อย่างเช่นในกรณีนี้ ชายคนนี้ต้องหาหลักฐานว่าในวันเกิดเหตุ เขาอยู่ที่ใด และหาพยานข้อยืนยันว่าตนไม่เคยเดินทางไปที่จ.นครพนมจริง โดยผู้ถูกกล่าวควรขอดูหมายจับกับเจ้าหน้าที่ก่อน เพื่อดูว่าพิรุธหรือไม่ เช่น รูปพรรณของผู้ถูกกล่าวหากับคนร้าย หากมีความขัดแย้งกัน ก็ให้ระบุลงไปในหนังสือร้องทุกข์ด้วย

จากนั้นให้นำหนังสือร้องทุกข์ฉบับนี้ไปยื่นกับพนักงานสอบสวนในสถานีตำรวจที่เป็นผู้ดูแลคดี โดยพนักงานสอบสวนต้องรับหนังสือฉบับนี้เข้าไปอยู่ในสำนวนคดี เพราะไม่เช่นนั้นจะถือว่ามีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือถ้าหากมีการสั่งฟ้องเกิดขึ้น ผู้ถูกกล่าวหาก็สามารถยื่นหนังสือร้องทุกข์นี้ไปที่อัยการได้เช่นกัน ซึ่งอัยการจะเห็นแย้งหรือเห็นด้วยกับพนักงานสอบสวนก็ได้ โดยการทำหนังสือนี้เป็นการช่วยให้การดำเนินคดีจบในขั้นตอนสอบสวนและอาจไม่ต้องถึงชั้นศาลได้

ติดตามชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. ช่องอมรินทร์ทีวี 34

keyboard_arrow_up