"แม่โจ๋" ถูกอริยิงดับ ไม่ให้โจรมากราบศพ "มือปืน" อ้างถูก รร.ไล่ออกเลยแค้นอริ (คลิป)

21 ม.ค. 61
คืบหน้าการจับกุมคนร้าย ที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง นายสุรนนท์ บุญเดช อายุ 18 ปี เสียชีวิต เมื่อ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา จากเหตุกลุ่มนักเรียน 2 สถาบันทะเลาะวิวาทกัน บริเวณริมถนนกาญจนาภิเษก หน้าปั๊มน้ำมันคาลเท็กซ์ ก่อนถึงซอยเขตบางแค นั้น พ.ต.อ.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง  รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9  กล่าวว่า หลังศาลาญาธนบุรี ออกหมายจับ นายธีภัทร์ จรเงิน หรือต้อง อายุ 18 ปี จำนวน 4 ข้อหา ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน , มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ,พกพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ
พ.ต.อ.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง  รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9
ขณะนี้ชุดสืบสวน ได้ควบคุมตัวนายธีรภัทร์ ผู้ต้องหา ได้ที่ท่าอากาศยานนานาชาติจังหวัดภูเก็ต เมื่อคืนนี้(20 ม.ค.61)  และนำตัวเข้าสอบปากคำที่ สน.เพชรเกษม จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การภาคเสธ โดยยอมรับเพียงว่าเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงนายสุรนนท์ จริง แต่ทำไปเพื่อป้องกันตัวเท่านั้น ซึ่งสาเหตุมาความเชื่อเรื่องสถาบัน ที่เคยศึกษาอยู่ โดยตัวของนายธีรภัทร์ เคยศึกษาอยู่ที่สถาบันแห่งนี้ในชั้นปีที่ 1 ก่อนถูกไล่ออก ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างการขยายผลถึงผู้ที่ร่วมก่อเหตุให้การสนับสนุน เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวไปขออำนาจศาลอาญาธนบุรี ฝากขังพร้อมคัดค้านการประกันตัว
พ.ต.อ.ญาณพงศ์ โสมาภา รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9
ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.ญาณพงศ์ โสมาภา รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9 ระบุว่า ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ไม่ได้นิ่งนอนใจในการแก้ปัญหาระหว่างสถาบันการศึกษา หลังเกิดเหตุจึงได้มีการพูดคุยกับผู้บริหารของสถาบันเพื่อขอความร่วมมือป้องกันเหตุ  อีกทั้งจากนี้จะยึดคำสั่ง คสช. หากเยาวชนกระทำผิดและพบว่าผู้ปกครองมีส่วนละเลยไม่ดูแลบุตรหลานจะเข้าข่ายกระทำความผิดด้วยให้ดำเนินการตามกฎหมาย
เจ้าหน้าที่ตำรวจ นำผู้ต้องหาเดินทางไปยังศาลอาญาธนบุรี
และในวันนี้ (20 ม.ค.61) พี่ชายของนายธีรภัทร์ ผู้ต้องหา ได้เดินทางมาร่วมฟังการสอบปากคำที่ สน.เพชรเกษม ก่อนเดินทางไปยังศาลอาญาธนบุรี เพื่อทำเรื่องขอประกันตัวนายธีรภัทร์ ซึ่งผู้สื่อข่าวพยายามสอบถาม ถึงสาเหตุที่ลงมือยิง แต่ไม่ได้รับคำตอบ ซึ่งพี่ชายของนายธีรภัทร์ ได้ยื่นมือมากันผู้สื่อข่าวออก ก่อนปิดประตูรถ โดยไม่ยินยอมที่จะพูดคุยกับสื่อมวลชนแม้แต่คำเดียว ทั้งนี้ การเข้ามอบตัวของผู้ต้องหา เกิดขึ้นหลังจากนายธีรภัทร์ ใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงนายสุรนนท์ เสียชีวิต และหลบหนีไปขอความช่วยเหลือจากพี่ชาย ก่อนที่พี่ชายจะพาตัวกลับไปหาพ่อ-แม่ ที่จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นบ้านเกิด และประสานขอเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อต่อสู้คดี
นางภาวิณี ผดุงนานนท์ แม่ผู้เสียชีวิต
ด้าน นางภาวิณี ผดุงนานนท์ แม่ผู้เสียชีวิต บอกว่า หลังทราบข่าวว่า ตำรวจสามารถจับตัวนายธีรภัทร์ ผู้ต้องหาได้รู้สึกดีใจ และรีบบอกน้องว่า “ตำรวจจับตัวคนที่ทำร้ายลูกได้แล้วนะ ให้ลูกนอนหลับให้สบาย ไม่ต้องกังวลอะไรอีก และไม่ต้องแค้น ให้เขารับโทษตามกฎหมาย แม่ไม่อยากให้มีบาปติดตัวไปชาติหน้า” หากถามว่าให้อภัย หรืออโหสิกรรมให้กับผู้ต้องหาได้หรือยัง คุณแม่บอกว่า ขอเวลาทำใจ คงยังให้อภัยในตอนนี้เลยไม่ได้ แต่จะค่อยๆปล่อยวาง “ในใจยังติดค้างอยู่ เราอุ้มท้องมา เลี้ยงมา ก็หวังที่จะให้เขาเป็นคนดีในสังคม แต่กลับต้องสูญเสีย “ นางภาวิณี กล่าวว่า ทุกวันแม่ได้แต่จุดธูปบอกให้ลูกอโหสิกรรม รวมถึงทราบคนที่มีสัมผัสพิเศษ ว่าน้องร้องไห้ เสียใจที่ไม่เชื่อฟังแม่ จึงอยากบอกว่า ไม่ต้องเสียใจ แม่อโหสิให้ ให้อภัยทุกอย่าง ไม่อยากให้เขาไปเกิดใหม่ในภพภูมิที่ดีกว่า ส่วนตัวผู้ต้องหา ไม่อยากให้มาขอขมาศพที่วัด เพราะกลัวว่าจะเกิดอันตราย เพื่อนน้องหลายคนไม่ยอม และยังอารมณ์ร้อนอยู่ แต่ส่วนหนึ่งอยากเห็นหน้าชัดๆ ของผู้ต้องหาสักครั้ง ว่าใจเขา เคยคิดถึงพ่อแม่เขาไหม ถ้าพ่อแม่ต้องสูญเสียเขาไป แล้วเป็นวิญญาณยืนมองดูพ่อแม่ตัวเองร้องไห้ จะรู้สึกอย่างไร และตั้งแต่น้องเสียไป กลางคืนเปิดประตูรอน้องทุกวัน แต่ไม่มาหาแม่เลย ไปหาแต่เพื่อนคนอื่น
คุณสุภิญญา ช่วยสงเคราะห์ พี่สาวผู้เสียชีวิต
ด้านคุณสุภิญญา ช่วยสงเคราะห์ หรือฝน พี่สาวผู้เสียชีวิต บอกว่า หลังทราบข่าวเมื่อช่วงเที่ยงวันนี้ ว่าตำรวจสามารถจับตัวคนร้ายได้ รู้สึกดีใจ ที่จับตัวได้ทันเวลาก่อนจะเผาศพน้อง หวังว่าจะมีโอกาสได้อโหสิกรรมให้แก่กัน ส่วนจะต้องโกรธแค้นอะไรกันต่อ หรือต้องไปดูหน้าหรือไม่ ยังไม่ได้ถึงตรงนั้น ซึ่งจุดที่พาผู้ต้องหามาขออำนาจศาลฝากขัง อยู่ใกล้บ้าน แต่ก็เลือกที่จะไม่ไปดู สำหรับการดำเนินคดีหลังจากนี้ ขอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ในการสืบสวนหาตัวคนร้ายต่อ และดำเนินการไปตามกฎหมาย ซึ่งครอบครัว และทุกคน ยินดีที่จะไปให้ปากคำเพิ่มเติม ซึ่งคนที่อยู่ก็ต้องใช้ชีวิตต่อ
คุณสุภิญญา กล่าวอีกว่า หากถามว่าอยากให้ผู้ต้องหามาขอขมาศพน้องชายหรือไม่ คุณฝนบอกว่า ยังไม่อยากให้มาที่วัด เพราะห่วงเรื่องความปลอดภัย ยอมรับว่าคนทางนี้ยังมีหลายคนที่มีอารมณ์โมโหและทำใจไม่ได้  “หากผู้ต้องหาอยากขอขมาจริงๆ จุดธูปที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมา” ซึ่งตัวเองพยายามบอกทุกคนให้ปล่อยใจให้สบาย จะได้ไม่ต้องเป็นภาระต่อกัน “เขาคงใช้กรรมกันพอแล้ว 2 คน” แต่จนถึงตอนนี้ ยังไม่เคยได้รับการติดต่อ หรือคำขอโทษจากทั้งผู้ต้องหาและครอบครัว
นายสุรนนท์ บุญเดช ผู้เสียชีวิต
สิ่งที่อยากจะบอกน้องชายเป็นครั้งสุดท้าย คือ แม้นานๆจะเจอกันที แต่ความเป็นพี่น้องมันมีอะไรมากกว่านั้น “ตอนนี้ทำใจได้ว่าเสียเขาไปแล้ว แต่ใจจำได้ทุกภาพที่เขายังอยู่ ตอนนี้ทำได้แค่ พยายามบอกทุกคนให้ช่วยส่งน้องไปในภพภูมิที่ดี ไม่ต้องห่วงอะไร พี่ก็ยังอยู่ จะดูแลกันไป”  

advertisement

คุณอาจสนใจข่าวนี้

ข่าวยอดนิยม

ข่าวที่ได้รับความสนใจ