‘มือระเบิด’ กลางเมืองนิวยอร์กเผย! หวังแก้แค้นอิสราเอลเหตุบุกโจมตีฉนวนกาซา

ความคืบหน้าเหตุระเบิดเมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 60 เวลา 19.30 น ตามเวลาในระเทศไทย บริเวณทางลอดอุโมงค์ในชานชาลาสถานีรถไฟ ซึ่งอยู่ที่ชั้นใต้ดินของท่ารถโดยสาร พอร์ต ออร์ทอริตี้ใกล้ย่านไทม์สแควร์ ในนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย

ล่าสุดตำรวจยังคงเร่งสอบสวนเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น โดยเหตุการณ์เกิดในชั่วโมงเร่งด่วนของวันจันทร์ ซึ่งผู้คนจำนวนมากกำลังเดินทางไปทำงาน แต่ระเบิดได้ทำงานก่อนกำหนดและทำงานอย่างไม่สมบูรณ์ ทำให้ความเสียหายไม่รุนแรงมากนัก มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 คน หนึ่งในนั้นก็คือมือระเบิดที่ก่อเหตุ ซึ่งมีบาดแผลไฟไหม้ตามลำตัวและแขน และมีประชาชนอีก 3 คนมีอาการหูอื้อและปวดศีรษะ

ผู้ก่อเหตุได้รับบาดเจ็บ

ทราบชื่อมือระเบิด คือนายอาคาเย็ด อุลเลาะห์ วัย 27 ปี สัญชาติบังกลาเทศ ยอมรับว่าก่อเหตุเพียงลำพัง โดยใช้ระเบิดไปป์บอมม์ที่ประกอบขึ้นเองด้วยวิธีง่ายๆ สาเหตุเกิดจากความไม่พอใจที่อิสราเอลส่งกำลังเข้าโจมตีในฉนวนกาซา ซึ่งเป็นดินแดนของปาเลสไตน์

หลังการตรวจสอบประวัติ ตำรวจได้เข้าไปตรวจค้นย่านที่อยู่ของผู้ก่อเหตุในเขตบรู้คลิน พบว่าว่านายอุลเลาะห์เดินทางเข้ามาในสหรัฐฯ ตั้งแต่เมื่อ 7 ปีก่อนในสถานะผู้ลี้ภัย ได้รับสัญชาติพลเมืองอเมริกัน ในช่วงระหว่างปี 2012-2015 และได้รับใบอนุญาตขับรถแท็กซี่เอกชนในนิวยอร์กแต่หลังจาก บัตรหมดอายุก็ไม่ได้ต่อ ทั้งนี้ไม่มีประวัติอาชญากรรม

ย่านที่พักของนายอุลเลาะห์

ขณะที่เพื่อนบ้านของนายอุลเลาะห์ให้ข้อมูลว่าเขาอาศัยอยู่กับพี่ชายและพี่สาว เท่าที่เห็นเป็นคนเงียบๆ ไม่มีอะไรโดดเด่น แต่ที่ผิดสังเกตก็คือ ในคืนวันอาทิตย์ก่อนที่จะเกิดเหตุ เขาได้ยินเสียงระเบิดดังมาจากบ้านของนายอุลเลาะห์ และเมื่อคืนก่อนได้ยินเสียงคนมีปากเสียงกัน เจ้าของบ้านเช่าก็บอกว่าบ้านของนายอุลเลาห์ทะเลาะกันมาหลายสัปดาห์แล้ว เท่าที่ทราบคือไม่มีใครเคยได้คุยกับพวกเขาเลย เห็นเดินทางเข้าออกตามปกติเท่านั้น

บริเวณที่เกิดเหตุ

หลังเกิดเหตุ คณะกรรมการหน่วยข่าวกรองและต่อต้านก่อการร้ายของสหรัฐฯ แถลงว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นการก่อการร้ายโดยตรง เพราะคนร้ายไม่ได้เป็นสมาชิกหรือนักรบของกลุ่มไอเอสเพียงแต่มีแรงจูงใจ ขณะที่ตำรวจยังคงวางกำลังพื้นที่โดยรอบอย่างเข้มงวด อย่างไรก็ตาม ประชาชนที่ทำงานอยู่ในบริเวณนั้นให้สัมภาษณ์ว่าพวกเขาไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวอะไรมากนัก

ภาพจากกล้องวงจรปิดขณะเกิดเหตุ

ด้านโฆษกทำเนียบขาวระบุว่า เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นของการปฏิรูปกฎหมายคนเข้าเมืองของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และจี้สภาคองเกรสให้เร่งอนุมัติ พร้อมกับบอกว่าสหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าแผนกวาดล้างกลุ่มก่อการร้ายไอเอส ซึ่งเป็นภัยคุกคามของโลก

 

keyboard_arrow_up