‘ทรัมป์’ เปิดทำเนียบขาวรับ ‘บิ๊กตู่’ ยินดีสานสัมพันธ์การค้า (คลิป)

พล.อ.ประยุทธ์ ผู้นำอาเซียนคนที่ 3 เข้าพบประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในปีนี้ ตามหลังนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ของมาเลเซีย และนายเหงียน ซวน ฟุก ของเวียดนาม ซึ่งช่วงเวลาการพบปะหารือกันก็อยู่ในช่วงความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ นี่จึงเป็นประเด็นหลักที่ทั้ง 2 ฝ่ายต้องพูดคุยกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ก่อนหน้านี้สำนักข่าวเอเอฟพี และรอยเตอร์ รายงานตรงกันว่า สหรัฐฯ ต้องการให้ไทยตัดท่อน้ำเลี้ยงด้านการเงินของเกาหลีเหนือด้วยการปราบปรามธุรกิจบังหน้าที่เกาหลีเหนือตั้งขึ้นในไทยเพื่อทำการค้า เอเอฟพีอ้างข้อมูลจากระทรวงต่างประเทศของไทยว่ามูลค่าการค้าระหว่างไทยและเกาหลีเหนือระหว่างปี 2552-2557 เติบโตขึ้นเกือบ 3 เท่า เป็นมูลค่า 126 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ ราว 4,300 ล้านบาท แต่ฝั่งไทยอ้างว่า ปีนี้การค้าระหว่างไทย และเกาหลีเหนือลดลงไปถึงร้อยละ 94

ขณะที่ควอร์ซ สื่ออเมริกันอีกสำนักหนึ่ง แสดงความคิดเห็นว่า ทรัมป์แทบจะไม่สนใจว่าประเทศใดจะปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยหรือไม่ และเชื่อว่าผู้นำไทยและสหรัฐฯ จะออกมาใช้คำพูดสวยหรูแบบเดิมๆ คือ “ไทยเป็นพันธมิตรที่เก่าแก่ที่สุดในเอเชียของสหรัฐฯ” และยกยอความสัมพันธ์ที่มีมาอย่างยาวนานเป็นสูตรสำเร็จ

ควอร์ซ ยังระบุอีกด้วยว่า สมาชิกสภาคองเกรสควรจะมีปากมีเสียงในการเดินทางเยือนของรัฐบาลไทยมากกว่านี้ ด้วยการตั้งเงื่อนไขให้ คสช.ทำตามให้ได้ก่อนจะเดินทางเยือนสหรัฐฯ เช่น เปิดเสรีด้านการแสดงความคิดเห็นหรือวิจารณ์การทำงานรัฐบาล, ปล่อยตัวนักโทษทางการเมือง, กำหนดช่วงเวลาเลือกตั้งที่เป็นไปได้จริง และปล่อยให้พรรคการเมืองต่าง ๆ หาเสียงได้อย่างอิสระ

 

ขณะที่วอชิงตันไทม์ส มองว่าการที่ประธานาธิบดีทรัมป์ เชิญนายกรัฐมนตรีของไทยเดินทางเยือนทำเนียบขาวครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนท่าที ที่แตกต่างไปจากรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ที่จะไม่เชื้อเชิญผู้นำจากรัฐบาลทหาร หรือผู้นำจากประเทศที่ยังคงมีปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนมาเยือนประเทศ และยังถือเป็นการส่งสัญญาณว่าประธานาธิบดีทรัมป์ พร้อมสานสัมพันธ์กับกลุ่มประเทศในภูมิภาคอาเซียน เพื่อหวังไม่ให้จีนแผ่อำนาจมากเกินไป และเพื่อต่อสู้กับการก่อการร้ายในภูมิภาคด้วย

ส่วนประเด็นเศรษฐกิจและการลงทุน คาดว่าสหรัฐฯจะพยายามเจรจาเพื่อปรับดุลการค้าให้เท่าเทียมกับไทยมากขึ้น เนื่องจากปีที่แล้ว สหรัฐฯขาดดุลการค้ากับไทยมากถึง 18,900 ล้านดอลลาร์และในครึ่งแรกของปีนี้ สหรัฐฯก็ขาดดุลการค้ากับไทยไปแล้ว 4,800 ล้านดอลลาร์ หรือ 160,000 ล้านบาท แต่ก็ถือว่าลดลงจากครึ่งปีแรกของปีที่แล้ว ที่สหรัฐฯขาดดุลการค้ากับไทยมากถึง 6,000 ล้านดอลลาร์

ในเวลานี้มีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลสหรัฐฯ จะเสนอการขายอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กับรัฐบาลไทยเพิ่มเพื่อลดการขาดดุลการค้ากับไทย ซึ่งรัฐบาล คสช.กำลังมีแผนที่จะอัพเกรดฝูงเครื่องบินรบเอฟ 5 ในปีนี้ โดยไทยตกลงซื้ออาวุธจากสหรัฐฯไปแล้วมูลค่า 133 ล้านดอลลาร์ ทั้งขีปนาวุธรุ่นฮาร์พูน และเฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์ก.

keyboard_arrow_up