ลูกน้องเจ้าสัว “ยงค์” เปิดปากปัดเป็นนายพราน ร้านอาหารโต้ฆ่าสัตว์ป่าให้ “เปรมชัย” เปิบพิสดาร (คลิป)

ความคืบหน้าคดี นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บมจ.อิตาเลียนไทย พร้อมพวก 3 คน คือ นายยงค์ โดดเครือ ,นางนที เรียมแสน และ นายธานี ทุมมาศ ถูกจับกุม ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก พร้อมของกลางซากสัตว์ป่าคุ้มครองและอาวุธปืน ก่อนประกันตัวออกไปด้วยวงเงินคนละ 150,000 บาท

ผู้สื่อข่าวไปบ้าน นายยงค์ โดดเครือ พนักงานบริษัทอิตาเลียนไทย

ทีมข่าวลงพื้นที่ไปยังบ้านของ นายยงค์ โดดเครือ พนักงานบริษัทอิตาเลียนไทย 1 ใน 4 ผู้ต้องหา ที่ถูกจับกุมพร้อมกับ นายเปรมชัย พบว่า นายยงค์ กำลังจะออกไปไหว้พระ จึงเข้าไปสอบถามว่า เป็นพรานป่าจริงหรือไม่ โดย นายยงค์ ให้การปฎิเสธ พร้อมบอกว่าเป็นแค่คนขับรถ ขณะที่ ลูกสาวของ นายยงค์ ได้พยายามกันไม่ให้พ่อพูดคุยอะไร จึงถูก นายยงค์ หันไปดุ และกล่าวว่ารู้ว่าพูดความจริง ไม่มีอะไร

นายยงค์ กล่าวต่อไปว่า ตอนนี้ข่าวที่ได้รับถูกบิดเบือน ซึ่งตนไม่ใช่คนจังหวัดกาญจนบุรี ไม่เชื่อไปถามชาวบ้านได้ว่าเป็นคนที่ไหน แต่อย่ามาถามตนเพราะไม่ได้เตรียมคำตอบไว้ให้คนอื่น พร้อมบอกด้วยว่า ตนไม่ใช่ลูกนายพราน ให้ไปถามชาวบ้านแถวนี้ดูได้

ผู้สื่อข่าวสอบถาม “นายยงค์” เกี่ยวกับคดี

เมื่อสอบถามว่า เคยไปป่าทุ่งใหญ่นเรศวรเพื่อสำรวจเส้นทางหรือไม่ นายยงค์ ส่ายหน้าปฏิเสธ เมื่อถามเรื่องการประกันตัวว่า นายเปรมชัย เป็นคนจัดการให้ใช่หรือไม่ นายยงค์ ไม่ตอบคำถามนี้ และรีบขึ้นรถ โดยมีลูกสาวเป็นคนขับออกไปอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ยังได้พูดคุยกับ นางแจ๋ว (นามสมมติ) เพื่อนบ้านของนายยงค์ เล่าว่า ปกติ นายยงค์เป็นคนมีอัธยาศัยดี ใจดี เอื้อเฝื้อ โอบอ้อมอารี และไม่ได้หยิ่ง พูดคุยกับคนทั้งหมู่บ้าน รวมทั้งภรรยาและลูกของนายยงค์ก็เช่นเดียวกัน เวลาที่ นายยงค์ กลับมาบ้านช่วงเทศกาล หากบ้านไหนมีงานบวช งานแต่ง หรืองานศพ ก็จะช่วยงานทุกครั้ง หากไม่ติดงานภารกิจที่ต้องทำกับ “นาย” ก็จะกลับบ้านมาทุกครั้่ง

ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์ “นางแจ๋ว” เพื่อนบ้านของนายยงค์

นางแจ๋ว กล่าวว่า ที่ผ่านมารู้เพียงว่า นายยงค์ ทำงานเป็นพนักงานขับรถให้เจ้านาย แต่ตนก็ไม่ทราบว่าบริษัทไหน เพราะไม่เคยถาม และไม่เคยเห็นเจ้านายของ นายยงค์ พอเห็นข่าว นายยงค์ ไปล่าสัตว์ก็รู้สึกตกใจ ไม่คาดคิดว่า คนอย่าง นายยงค์ จะเป็นพรานล่าสัตว์ได้ ส่วนตัวไม่คิดว่า นายยงค์ จะเป็นนายพรานป่า เพราะไม่เคยเห็นมีอาวุธปืน วันๆ เห็นใส่เสื้อกล้าม กางเกงขาสั้นปั่นจักรยานไปซื้อของ เจอใครก็ทักทาย ส่วนจะยิงปืนเป็นหรือไม่ก็ไม่ทราบ เพราะ นายยงค์ ไม่เคยเล่าให้ฟัง อีกทั้งก็ไม่เคยเล่าเรื่องที่ตัวเองเข้าป่าให้ฟังด้วย

โดย นายยงค์ เป็นคนบ้านคุ้งพยอม อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เกิดและโตที่นี่ แต่ไปทำงานในกรุงเทพฯ ไม่ใช่พรานป่า จ.กาญจนบุรี ตามที่เป็นข่าวแน่นอน

หลังจากข่าวที่ออกมาตนก็ยังไม่ได้พูดคุยกับ นายยงค์ ส่วนตัวตนไม่รู้ว่า นายยงค์ ยิงสัตว์จริงหรือไม่ คิดว่าเจ้านายใช้ให้ไปไหนก็ต้องไป เพราะกินเงินเดือนนายอยู่มากกว่า ส่วนเรื่องจะติดคุกแทนเจ้านายนั้น ไม่คิดว่าใครจะติดแทนกันได้ และอยากให้กำลังใจ ขอให้ นายยงค์ สู้ๆ ทุกอย่างมันมีทางออก

ส่วนกรณีที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งให้มีการตรวจสอบร้านอาหาร “ครัวเก้าทัพ แกงป่า” เนื่องจากทราบว่า กลุ่มนายเปรมชัย และพวกอาจหยุดแวะที่ร้านดังกล่าว จึงให้นำเนื้อที่ใช้ประกอบอาหารในร้านไปตรวจสอบ

ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี ได้ลงพื้นที่ไปยังร้าน “ครัวเก้าทัพ แกงป่า”เพื่อสอบถามความจริงที่เกิดขึ้น โดย คุณนาวรรณ โบศรี ภรรยาเจ้าของร้าน ยืนยันว่า ไม่เคยเห็นกลุ่ม นายเปรมชัย เข้ามารับประทานอาหาร หรือซื้อเนื้อสัตว์ในร้าน และไม่เคยรู้จัก นายเปรมชัย มาก่อน แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาขอตรวจค้น ก็ให้ความร่วมมือ เปิดตู้แช่ให้ดู พร้อมกับอายัดเนื้อสัตว์ไปตรวจสอบ

นาวรรณ โบศรี ภรรยาเจ้าของร้าน “ครัว เก้าทัพ แกงป่า”

คุณนาวรรณ กล่าวว่า เนื้อสัตว์ที่นำมาประกอบอาหารขายที่ร้าน เป็นพวกปลาคัง ปลารากกล้วย ปลาเนื้ออ่อน หมูป่า กวาง ไก่ แต่ตนยืนยันว่า ทั้งหมดไม่ใช่สัตว์ป่า อย่างกวางก็เป็นกวางเลี้ยงสายพันธุ์รูซ่า ขณะที่ ไก่ เป็นไก่แจ้รับซื้อมาจากชาวบ้าน

ทั้งนี้ คำว่า “อาหารป่า” ตามชื่อร้านไม่ได้หมายถึงสัตว์ป่า แต่เป็นเครื่องปรุงหรือเครื่องเทศพื้นบ้านของ จ.กาญจนบุรี เช่น พริกแกง รสจัดจ้าน ส่วนผักเป็นพวกหน่อไม้ ผักหวาน ผักกูด ซึ่งขอยืนยันว่า เนื้อสัตว์ทั้งหมดซื้อมาจากตลาดในเมืองกาญจน์ฯ และฝากรถเมล์นำมาส่ง โดย คุณนาวรรณ ได้มอบหลักฐานบิลซื้อส่วนประกอบอาหารทั้งหมดให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว

โดย คุณนาวรรณ กล่าวต่อไปว่า รู้สึกแย่ที่มีชื่อร้านเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีของ นายเปรมชัย ทั้งที่กลุ่มคนเหล่านี้ไม่เคยมาใช้บริการที่ร้านเลย ก่อนแสดงความบริสุทธิ์ใจ ด้วยการเปิดตู้แช่อาหารให้ดู เพื่อพิสูจน์ว่าไม่ได้ขายเนื้อสัตว์ป่าผิดกฎหมายแต่อย่างใด

ขณะที่ ตำรวจปราบปราม ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปทส.) จ.กาญจนบุรี-สุพรรณบุรี ได้นำเนื้อจาก ร้านเก้าทัพ อาหารป่า กับเนื้อที่ได้มาจาก นายเปรมชัย ไปทำการตรวจพิสูจน์แล้วพบว่า เป็นคนละชนิดกัน

โดยเนื้อของร้านเก้าทัพฯ ไม่ใช่เนื้อเก้ง แต่เป็นเนื้อลูกวัว ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้ทำการตักเตือนเจ้าของร้าน ให้แก้ไขป้ายรายชื่ออาหาร เพื่อไม่ให้เข้าข่ายความผิดหลอกลวงผู้บริโภค ซึ่งทางร้านก็ได้นำสติ๊กเกอร์สีขาวมาแปะทับบนเมนูอาหารแล้ว ส่วนผลการตรวจสอบชิ้นเนื้อของ นายเปรมชัย ต้องรอผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ คาดว่า จะทราบผลภายในสัปดาห์หน้า