แฟนเก่ารับ ผอ.คบเด็ก ม.2 แม่ปัดงานหมั้น 14 ก.พ. ขู่เอาผิดรุ่นพี่แฉเสียหาย (คลิป)

จากกรณีที่ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา วัย 51 ปี มีพฤติกรรมเชิงชู้สาว “น้องแน็ท” เด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.2 ลักษณะคบหาเป็นแฟนกันอย่างลับๆ จนมีข้อความพูดคุยกันลึกซึ้ง เกินกว่าครูอาจารย์ คุยกับลูกศิษย์ หลุดออกมา โดยสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษานครราชสีมา เขต 6 มีคำสั่งย้าย ผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว และมีการตั้งคณะกรรมการ เพื่อสืบหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ลงพื้นที่ไปยังโรงเรียนดังกล่าว เพื่อติดตามความคืบหน้าอีกครั้ง พบกับ นายไกรเดช ศรีศุภร รอง ผอ.โรงเรียน และ ครูมงคล ให้รายละเอียดว่า คณะกรรมการประถมศึกษา จังหวัดนครราชสีมา เขต 6 ได้เข้าสอบสวนเก็บข้อมูลเพิ่มเติมแล้ว ส่วนตัวน้องผู้หญิงยังไม่มาเรียน และยังไม่สามารถติดต่อได้ แม้แต่เพื่อนสนิทโทรไปก็ติดเป็นบางครั้ง แต่ไม่รับสาย

เจ้าหน้าที่ สำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษานครราชสีมา เก็บข้อมูลเพิ่มเติม

ทีมข่าวจึงให้ ครูมงคล พาไปบ้าน เด็กสาว ม.2 อีกครั้ง เพื่อดูว่าที่บ้านมีใครอยู่หรือไม่ ทันทีที่ไปถึงก็พบกับ นายเดช (นามสมมติ) พ่อเลี้ยงของ “น้องแน็ท” อนุญาตให้คุณครู เข้าไปพูดคุย ไม่อนุญาติให้นักข่าวเข้าไปภายในรั้วบ้าน โดย นายเดช เปิดเผยว่า ยังติดต่อน้องไม่ได้ ปกติน้องไม่ค่อยคุยอะไรกับตน ส่วนใหญ่จะคุยกับแม่ เท่าที่รู้ก็คือ น้องไม่อยู่บ้านมาประมาณ 1 สัปดาห์

นักข่าวลงพื้นที่บ้านเด็ก ม.2 พบกับพ่อเลี้ยง

ส่วนกระแสข่าว อดีต ผอ.โรงเรียน จะมาขอพ่อแม่ ตามประเพณีใน วันที่ 14 กุมภาพันธ์ นายเดช ยืนยันว่า ทุกคนกำลังเข้าใจผิด วันดังกล่าวอาจพูดถึงงานหมั้นหมาย หรือการแต่งงานของหลานชายว่า ทำไมไม่แต่งงานวันนี้ หลายคนตีความไปเองว่า อดีต ผอ.โรงเรียนจะมาสู่ขอ พร้อมทั้งหยิบการ์ดงานแต่งงาน ของหลานชายมาโชว์ว่า งานของหลานชายจะจัดขึ้นวันที่ 25 ม.ค.นี้

ขณะเดียวกันพ่อเลี้ยง ได้พร้อมปฎิเสธเรื่องที่มีรถเก๋ง มารับมาส่งลูกสาวว่า ไม่เคยเห็นใครขับรถมารับ และไม่ได้สังเกต เพราในแต่ละวันมีรถเข้าออกซอยนี้หลายคัน

พ่อเลี้ยง โชว์การ์ดแต่งของหลานชาย ไม่ใช่ของ “น้องแน็ท”

ขณะเดียวกัน นางติ๋ว แม่ของ “น้องแน็ท” ยืนยันว่า น้องอยู่บ้านที่ จ.สกลนคร ซึ่งเป็นบ้านของตน แต่ยังติดต่อได้ พร้อมยอมรับว่า เป็นห่วงลูก กลัวลูกจะคิดสั้น โดย นางติ๋ว ยืนยันอีกว่า วันที่ 14 ก.พ. จะไม่มีการหมั้นหมายอะไร เนื่องจาก ผอ.ไม่เคยมาหา หรือติดต่อพูดคุยกับครอบครัวในเรื่องนี้ ทุกอย่างเป็นเรื่องที่คนอื่นกล่าวหา พร้อมท้าให้เข้ามาตรวจสอบ และหลังจากนี้ ทางครอบครัวจะปรึกษาทนายความ เพื่อเตรียมแจ้งความครอบครัวชายหนุ่ม ม.3 อดีตแฟน ที่ลูกสาวเคยไปอยู่กินก่อนหน้านี้ ในฐานะผู้เสียหาย

หลังจากนั้นทีมข่าวได้ลงพื้นที่ ไปติดตามความเคลื่อนไหวของ อดีต ผอ.โรงเรียนดังกล่าว ซึ่งตกเป็นข่าวชู้สาวกับ นักเรียน ม.2 โดยสอบถามจากชาวบ้านในละแวกนี้ ได้ข้อมูลว่า อดีต ผอ. บ้านเช่าอยู่กลางอำเภอ จึงไปสอบถามกับ นายเผด็จ นามบุรี หรือ “ลุงอ้วน” ผู้ใหญ่บ้าน และเคยเป็นอดีต ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่ง 

นายเผด็จ นามบุรี หรือ “ลุงอ้วน” ผู้ใหญ่บ้าน และเคยเป็นอดีต ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่ง

นายเผด็จ เล่าว่า ตนรู้จักเป็นรุ่นพี่ของ อดีต ผอ.โรงเรียนที่ตกเป็นข่าว พร้อมยืนยันว่า รุ่นน้องไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้ใคร และอดีต ผอ.คนดังกล่าว ไม่มีประวัติด่างพร้อย ปฏิบัติตัวอยู่ในระบบ รวมทั้งเป็นนักกีฬา และมีความรู้ด้านงานวิชาการดีมาก ที่รู้เพราะตนเคยร่วมงานกันในฐานะรุ่นพี่ รุ่นน้อง

บ้านเช่า อดีต ผอ.โรงเรียน ที่ตกเป็นข่าวชู้สาว นักเรียน ม.2

เพื่อสืบหาข้อเท็จจริง ทีมข่าวได้ไปที่บ้าน อดีต ผอ. ตามเบาะแสที่ได้พบว่า มีคนอาศัยอยู่ และมีรถมอเตอร์ไซค์ บิ๊กไบต์ จอดอยู่ แต่ไม่พบรถเก๋งของ อดีต ผอ. ทีมข่าวจึงเข้าไปกดกริ่งเรียกถามคนในบ้าน ไม่นานนักมีผู้หญิงชุดดำ เดินออกมาพร้อมกับกับผู้ชาย ยอมรับว่า เธอชื่อ น้ำหวาน (นามสมมติ) อายุ 21 ปี อดีตแฟนที่คบหาหากับ อดีต ผอ.ที่ตกเป็นข่าว

น้้ำหวาน (นามสมมติ) เด็กที่เคยคบหากับอดีต ผอ.

น้องน้ำหวาน บอกว่า เลิกกันไปแล้วแต่ไม่ขอพูดถึงรายละเอียด เพราะอยากเลิกกันด้วยดี ตั้งแต่เลิกกัน ก็ไม่ได้เจอกันอีก โดยบ้านหลังนี้เป็นบ้านเช่าของ อดีต ผอ. แต่ให้ตนอยู่ด้วย ซึ่งตนทำงานกลางคืนที่ร้านสะดวกชื้อ ช่วงกลางวันจึงไม่เห็นว่า อดีต ผอ.เข้ามาที่บ้านหรือไม่ เพราะเวลาไม่ตรงกัน

หลังจากนี้ ตนจะย้ายของออกจากบ้าน สำหรับข้าวของที่อยู่ในบ้าน ส่วนใหญ่เป็นของตน มีเพียงเสื้อผ้าเท่านั้นที่เป็นของ อดีต ผอ.คนดังกล่าว

นอกจากนี้ ทีมข่าวยังได้ข้อมูลจากเพื่อนบ้านว่า เห็นรถเก๋งสีขาวขับเข้ามาที่บ้านเช่า แล้วรีบขับออกไป ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีใครได้คุย เพราะอดีต ผอ.คนนี้ เป็นคนนิ่งๆ ออกแนวหยิ่งๆ ไม่เอาสังคม

ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ

ทางด้าน นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ มองว่า เรื่องแชทข้อความ พูดคุยเชิงชู้สาวระหว่าง ผอ.โรงเรียน กับเด็กนักเรียนสาวชั้น ม.2 ไม่มีความผิดตามกฎหมาย แต่เป็นเรื่องของความไม่เหมาะสม

หลักฐานข้อความแชท

แต่สุดท้ายแล้ว ทนายษิทรา ยืนยันหากผลตรวจสอบปรากฎว่า ทั้ง 2 คน มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งจริง ทางผู้อำนวยการโรงเรียนจะถูกดำเนินคดีอาญา ข้อหากระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี มีโทษจำคุก 4 – 20 ปี และข้อหา อนาจาร โทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี แม้ว่าทางครอบครัวจะยินยอมยกลูกสาวให้ หรือมีการผูกข้อไม้ข้อมือกันแล้วก็ตาม

keyboard_arrow_up