“จอย ศิริลักษณ์” ปัดทิ้งงานละคร เพราะเหตุผลทางการเมือง! (คลิป)

ไม่ว่าอดีตหรือปัจจุบัน หากพูดถึงนางเอกที่มีฝีไม้ลายมือในการเล่นละคร รวมถึงน้ำเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ คงไม่มีใครไม่รู้จัก “จอย” ศิริลักษณ์ ผ่องโชค สาวฟันเขี้ยวที่แจ้งเกิดจากละคร สาวน้อยคาเฟ่, ราชินีหมอลำ, รักเดียวของเจนจิรา และอื่นๆ อีกมากมาย แฟนๆ หลายคนชื่นชอบเธอ ถึงขนาดยกให้เป็นขวัญใจมหาชน ด้วยทักษะทางการแสดงที่เป็นเลิศ ประกอบกับความสามารถด้านการร้องเพลงที่มีเสน่ห์ แต่แล้วจู่ๆ เธอก็หายไปจากหน้าจอโทรทัศน์ ชนิดที่ว่าแฟนๆ ไม่ทันได้ตั้งตัว ท่ามกลางความสงสัยว่า เธอหายไปเพราะอะไร รวมถึงมีคนพยายามเชื่อมโยงประเด็นทางด้านการเมือง ว่าอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอหายไป ในขณะที่งานในวงการบันเทิงกำลังไปได้สวย

“จอย” ศิริลักษณ์ ผ่องโชค เส้นทางหลังห่างจอ

ล่าสุด (15 พฤษภาคม 2560) “จอย” ศิริลักษณ์ ผ่องโชค ได้เดินทางมาเปิดใจกับทางอมรินทร์ทีวี ผ่านรายการ APOP บันเทิง ออกอากาศเวลา 13.15-14.15 น. ถึงเหตุผลของการห่างหายไปจากวงการบันเทิง โดยเจ้าตัวเผยว่า “ระยะเวลา 2 ปีที่หายไป เพราะตนกำลังมุ่งหน้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ที่ม.ธรรมศาสตร์  สาขาอาชญาวิทยาบริหารงานยุติธรรมและสังคม คณะสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์ ซึ่งเหตุผลที่เรียนเพราะได้รู้ถึงสาเหตุของคนว่าเหตุผลใดมนุษย์ถึงตัดสินใจกระทำเรื่องราวที่ผิดกฎหมาย พอเรียนจบ อาจารย์และเพื่อนๆ ก็สนับสนุนให้เรียนต่อในระดับปริญญาเอก สาขาเดียวกัน ที่ม.มหิดล พอมาเรียนก็ทำให้ได้เรียนรู้สังคมมากขึ้น ได้รู้จักคนมากขึ้น

นอกจากนี้ ระหว่างเรียนตนก็เริ่มป่วยเป็นโรค เส้นประสาทดึงรั้งผ่านต้นคอ สาเหตุเกิดจากความเครียด อดนอน และจะมีอาการลำตัวเกร็งและก่อให้เกิดการสะสม หลายๆ คนอาจเป็นโรคนี้อยู่ แต่ไม่รู้ตัว โรคยังไม่แสดง วันนั้นเราอยู่ต่างประเทศ เริ่มมีอาการมึนงง พอกลอกตาไปมาก็รู้สึกว่าหน้าหน้ามืด เหมือนจะทรงตัวไม่ได้ เลยต้องเรียกรถพยาบาลมารับไป กลับถึงไทยก็รักษาด้วยวิธีการบำบัด, ฝังเข็ม หลังจากนั้นไม่นานก็ป่วยด้วยโรคปอดติดเชื้อเป็นเวลา 3 เดือน เกิดจากสภาพอากาศ  ถัดมาอีก 3 เดือน ก็ตรวจพบก้อนเนื้อบริเวณเต้านม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 เซนติเมตร แต่ตอนนี้หายเป็นปกติแล้ว

สำหรับกระแสในโลกโซเชียลที่บอกว่าตนหายไปเพราะเหตุผลทางการเมือง ยืนยันว่าไม่เกี่ยว สำหรับตัวเองค่อนข้างรู้ว่าตัวเองเหมาะกับอะไร เลยรีบพุ่งไปตรงนั้น เพราะถ้าทำสองอย่างพร้อมกัน ตัวเราเองจะไม่ไหวเพราะมีปัญหาด้านสุขภาพอยู่

ส่วนตอนนี้ตนยังรักการแสดงเหมือนเดิม คิดว่าละครมีอีกหลายบทบาทให้ท้าทาย แม้อายุจะเยอะขึ้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเล่นละครไม่ได้  หากมีผู้จัดติดต่อเข้ามาเพื่อเสนอบท ก็อาจต้องคุยเป็นกรณีไป แต่ถ้าติดต่อให้ไปร้องเพลงตามงานต่างๆ คิดว่าไม่น่ามีปัญหา เพราะส่วนตัวชอบการร้องเพลงอยู่แล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณแฟนๆ ที่ติดตาม รวมถึงให้กำลังใจทั้งในเฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม ส่วนตัวได้อ่านความคิดเห็นตลอด และถ้ามีโอกาสก็อาจจะได้เห็นผลงานหน้าจอโทรทัศน์อย่างแน่นอน

keyboard_arrow_up