เปิดใจ แม่นายแบบถือบัตรคนจน ยันลูกลำบากกินแต่ไข่ต้ม โชว์ของหรูเพื่อนจ่ายให้หมด (คลิป)

ความคืบหน้า วันที่ 30 ตุลาคม 2560 นายวัชรินทร์ ตันกุรานันท์ หรือ “แทน” นายแบบที่ลงทะเบียนรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เปิดใจในรายการต่างคนต่างคิด ออกอากาศเวลา 18.50 น. ว่า ความจริงแล้ว ตนไม่ได้มีหลักทรัพย์อะไร และยินดีหากจะถูกตรวจสอบ เพราะไม่ได้มีรายได้แน่นอน แต่ละเดือนมีอาชีพแค่รับรีวิวสินค้า ซึ่งภาพทีตนโพสต์ว่ากินกาแฟร้านหรู เงินที่ซื้อก็ไม่ได้เป็นของตน

นายวัชรินทร์ ได้พูดทิ้งท้ายว่า หากมีการตรวจสอบแล้วพบว่า ตนไม่ได้เป็นคนจนจริง ก็พร้อมที่จะคืนบัตรสวัสดิการของรัฐที่ได้รับมา

ขณะเดียวกัน รายการทุบโต๊ะข่าว อมรินทร์ทีวี ออกอากาศ เวลา 20.35 น. ได้สัมภาษณ์ นางวรุณ ตินตะชาติ แม่บุญธรรม ของ “แทน” ยืนยันว่าลูกและตนนั้นจนจริง แต่กลับถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ว่าใช้ชีวิตหรูหรา โดยความเป็นจริงในแต่ละวัน ประทังชีวิตด้วยการทานไข่กับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แต่โชคดีที่ลูกชายมีเพื่อนฐานะดี จึงมักจะพากันไปเที่ยว และรับประทานอาหารดีๆ ทุกครั้งที่เวลาเพื่อนพาไปเลี้ยง “แทน” มักจะถ่ายรูปแล้วโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย บางครั้งตนยังเคยเข้าไปแสดงความคิดเห็น แซวลูกในโพสต์ เช่น “กินดีเชียวนะ แม่ยังไม่ได้กินเลย”

ส่วนเสื้อผ้าในตู้เสื้อผ้าของลูก นางวรุณ เปิดเผยว่า เสื้อผ้าส่วนใหญ่เป็นของเก่า แต่เสื้อผ้าชุดหรูที่เห็นในภาพถ่าย ลูกชายยืมของเพื่อนมาทั้งนั้น เนื่องจากงานของลูก ต้องรีวิวสินค้าบนโซเชียลมีเดีย ภาพลักษณ์ที่ออกมาจะต้องดูดี จึงจำเป็นต้องแต่งตัวให้ดีด้วย จะได้น่าเชื่อถือ

นางวรุณ ตินตะชาติ แม่บุญธรรมของนายวัชรินทร์ หรือ “แทน”

นางวรุณ เปิดเผยด้วยว่า ปัจจุบันตนและลูกชาย ต้องพักอาศัยอยู่กับน้องสาว ที่เป็นเจ้าของบ้าน ถึงตนจะมีฐานะยากจน แต่สภาพความเป็นอยู่ยังไม่ถึงขั้นที่จะเรียกว่าอนาถา เพราะยังพอมีเงินเก็บจำนวนหนึ่งที่ฝากธนาคารไว้ เพื่อจะใช้จ่ายยามแก่เฒ่า

แม่บุญธรรมของ “แทน” บอกอีกว่า เคยแนะนำให้ลูกชาย ไปหางานทำที่มั่นคง แต่ลูกมักจะบอกว่า เมื่อถึงเวลาจะหางานทำเอง ซึ่งตนเข้าใจลูกว่ายังอยู่ในช่วงวัยที่ยังอยากเที่ยวสนุก

ขณะเดียวกัน นางวรุณ ยอมรับว่า รู้สึกเครียดกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น เพราะลูกถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ โดยไม่มีใครทราบข้อเท็จจริง หลายคนอยากให้ลูกคืนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เรื่องนี้พร้อมจะให้ตรวจสอบ หากตนและลูกชาย ฐานะดีจริงไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานรัฐกำหนดไว้ ก็พร้อมที่จะคืนบัตรกลับไป

“พอเห็นมีโครงการ (บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ) ขึ้นมา เราก็อยากได้ ทุกคนอยากได้หมด แต่เราไม่ได้ยากจน ถึงขั้นจะต้องไปขอเขากิน เราอยากได้บัตรนี้ไว้เพื่อจะได้ใช้จ่ายไปวันๆ เพราะเราก็ไม่ได้ร่ำรวย” นางวรุณกล่าว

ทั้งนี้ แม่บุญธรรม เปิดเผยด้วยว่า “แทน” มีคู่ปรับ ที่เคยขัดแย้งจนเกิดเป็นคดีความ ตนจึงเชื่อว่า เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น น่าจะเป็นเพราะการกระทำของบุคคลดังกล่าว

นายบอย (นามสมมติ) ผู้ออกกำลังกายฟิตเนสเดียวกับแทน

อย่างไรก็ตาม นายบอย (นามสมมติ) ผู้ออกกำลังกาย ที่ฟิตเนสเดียวกับ นายวัชรินทร์ เปิดเผยว่า หลังจากเห็นข่าวที่ นายวัชรินทร์ ออกมาให้สัมภาษณ์กับทางสื่อมวลชน จำได้ว่าเป็นบุคคลที่เคยเล่นฟิตเนสที่เดียวกับตน เป็นระยะเวลากว่า 2 ปีแล้ว และทุกครั้งที่ไปเล่นฟิตเนสก็จะเห็น นายวัชรินทร์ อยู่เป็นประจำ

นายบอย บอกอีกว่า ที่ตนจดจำ นายวัชรินทร์ ได้อย่างแม่นยำ เป็นเพราะการแต่งตัว เนื่องจากรองเท้าที่ นายวัชรินทร์ สวมใส่ ที่จะเป็นรองเท้าที่มียี่ห้อดัง ราคาประมาณคู่ละ 7,000-8,000 บาท

ส่วนค่าสมาชิกของฟิตเนส ต้องจ่ายเงินเดือนละประมาณ 2,500 บาท จึงคิดว่า นายวัชรินทร์ ต้องพอจะมีเงิน ถึงมาใช้บริการฟิตเนสได้ พร้อมทั้งมองว่าที่ นายวัชรินทร์ ไม่มีงานประจำ ไม่ใช่ว่าจะมีรายได้น้อย เพราะหลายคนในสังคม ที่ทำอาชีพอิสระ บางคนมีรายได้มากกว่า คนทำงานประจำเสียอีก

ทั้งนี้ นายบอย อยากให้บัตรผู้มีรายได้น้อย ถึงมือคนที่ลำบาก หรือผู้ไม่มีเงินจริงๆ จะได้เกิดประโยชน์กับสังคม เพราะคนมีรายได้น้อย คงไม่กินเที่ยว แต่งตัวหรู โพสต์ภาพในลักษณะเช่นนี้

keyboard_arrow_up