ราชสกุลจักรพันธุ์ เปิดใจเป็นส่วนหนึ่งร่วมริ้วขบวนฯ ต้องทำให้ดีที่สุด เพื่อส่งพ่อสู่สวรรค์ (คลิป)

วันนี้ (27 ต.ค. 60) บรรยากาศบริเวณท้องสนามหลวง โดยเฉพาะริมถนนฝั่งศาลฎีกา มีประชาชนจำนวนมากเดินทางเข้ามาถ่ายรูป เพื่อเก็บภาพความทรงจำ ภายหลังเสร็จสิ้นพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

ทั้งนี้ ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี พบว่ามีประชาชนรายหนึ่งกำลังก้มกราบลงบนพื้นถนน โดยหันหน้าเข้าหาพระเมรุมาศ เมื่อเข้าไปสอบถามทราบชื่อต่อมา คือ หม่อมหลวง มิชมาลา จักรพันธุ์ หนึ่งในราชสกุลจักรพันธ์ุ ซึ่งเป็นราชสกุลในราชวงศ์จักรี และเป็นผู้ร่วมในริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยอยู่ในริ้วขบวนที่ 3 ตอนที่ 2 รับหน้าที่เดินตามพระบรมโกศเวียนพระเมรุมาศโดยอุตราวัฏ (เวียนซ้าย) 3 รอบ

หม่อมหลวง มิชมาลา เปิดเผยว่า ตัวเองได้เป็นตัวแทนพี่น้องคนไทยอีกหลายคน ที่ไม่ได้เข้ามาร่วมงานพระราชพิธี เพราะมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ ทำให้ราชสกุลทุกคนที่อยู่ในริ้วขบวนล้วนแต่ตื่นเต้น กลัวเกิดความผิดพลาด ดังนั้นในช่วงเวลาการฝึกซ้อม ทุกคนจึงตั้งใจซ้อมอย่างเต็มที่

หม่อมหลวง มิชมาลา จักรพันธุ์ ผู้ร่วมในริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ

หม่อมหลวง มิชมาลา ยังเปิดเผยอีกว่า รู้สึกผูกพันกับในหลวง รัชกาลที่ 9 และพระบรมวงศานุวงศ์ เนื่องจากครั้งหนึ่งเคยเป็นนักเรียนโรงเรียนจิตรลดา กินข้าวหลวงมาตั้งแต่เด็กๆ พ่อแม่ก็ถวายงานพระบรมวงศานุวงศ์มาตลอดชีวิต ทำให้ได้เห็นภาพในหลวงทรงงาน และเสด็จพระราชดำเนินไปทั่วทุกพื้นที่ ตั้งแต่ตนยังเป็นเด็ก

ก่อนวันงานยอมรับว่าตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ กังวลแม้กระทั่งว่า จะสวมเสื้อผ้าอย่างไร ให้สามารถทนได้กับทุกสภาพอากาศ เพราะช่วงที่มีการซ้อมนั้น ฝนตกทุกครั้ง แต่ตนตั้งใจไว้แล้วว่า แม้ฝนจะตกก็ยินดีที่จะทำหน้าที่ต่อไป ไม่ให้สายฝนมาเป็นอุปสรรคกับตน และราชสกุลคนอื่นๆ นอกจากนี้ เรื่องอาหารการกิน ก่อนวันพระราชพิธีจริง ก็ต้องเลือกกินอาหารที่จะไม่ทำให้เป็นปัญหา จนร่างกายเจ็บป่วย เพราะอยากจะถวายงานให้สมพระเกียรติ เชื่อว่าราชสกุลทุกคนจะไม่ยอมป่วย

หม่อมหลวง มิชมาลา จักรพันธุ์ ในริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ

เมื่อมาถึงวันพระราชพิธียอมรับว่า บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า แต่ด้วยราชสกุลทุกคน จะถูกสอน และได้ยินพระราชดำรัสของในหลวง รัชกาลที่ 9 มาเสมอว่า ทุกคนมีหน้าที่ของตัวเอง ให้ทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด เมื่อกลับถึงบ้าน ก็กลั้นน้ำตาไม่อยู่ ยอมรับว่า นั่งร้องไห้ในพื้นที่ส่วนตัวของตัวเอง

นอกจากนี้ ตนยังมีโอกาสที่จะได้ร่วมในริ้วขบวนที่ 5 ที่จะอันเชิญพระบรมอัฐิ จากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ไปที่พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ซึ่งถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ดังนั้นไม่มีสิ่งใดที่ตนนั้นจะทำถวายไม่ได้ จากนี้ไป พระองค์จะอยู่ในใจเสมอ

keyboard_arrow_up