กล้องไม่ผิด! ฟังตร.แจงเหตุออกใบสั่งขับรถเร็วระดับจรวด (คลิป)

กรณีที่โลกออนไลน์มีการแชร์ภาพใบสั่ง “รถที่วิ่งเร็วที่สุดในโลก อยู่ที่เมืองไทย ตำรวจออกใบสั่งไปเรียบร้อยแล้ว” โดยใบสั่งระบุว่ารถคันดังกล่าวขับเร็วเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ซึ่งความเร็วสูงถึง 1,123 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

โดยรถที่ถูกออกใบสั่งเป็นรถเก๋ง ยี่ห้อเชฟโรเลต รุ่นโซนิค เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.4 ลิตร และ 1.6 ลิตร แบบ 4 สูบ (DOHC) 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุดที่ 115 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดที่ 155 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที ซึ่งชาวเน็ตหลายคนวิเคราะห์ว่า ความเร็วดังกล่าวกับขุมกำลังของเครื่องรถรุ่นนี้ ไม่สามารถเป็นไปได้ และอาจจะเกิดข้อผิดพลาดจากระบบกล้องตรวจจับ

เจ้าหน้าที่สาธิตวิธีการใช้กล้องตรวจจับความเร็ว

ล่าสุด วันที่ 30 เมษายน 2560 ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้ลงสำรวจข้อเท็จจริงดังกล่าว ที่สถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 8 โดยเจ้าหน้าที่ได้สาธิตวิธีการใช้กล้องตรวจจับความเร็ว โอกาสผิดพลาดจากกล้อง รวมถึงการป้อนข้อมูลเข้าระบบก่อนออกมาเป็นใบสั่ง

กล้องตรวจจับความเร็ว รุ่น Tru cam laser technology

โดยกล้องตรวจจับความเร็วรุ่นดังกล่าวมีชื่อว่า Tru cam laser technology ผลิตที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และเป็นกล้องสเปคเดียวกันกับที่หน่วยงานตำรวจทั้งหมดใช้ตรวจจับความเร็ว โดยการทำงานของกล้องอยู่ในรัศมี 150 เมตร สามารถตรวจจับได้ทั้งกลางวัน-กลางคืน, มุมสูง-ต่ำ มีราคาตัวละประมาณ 700,000 บาท

พ.ต.ท.ศษณรรฐ รัตนเศวตรวงศ์ สว.ส.ทล. 1 กก.8 บก.ทล.

พ.ต.ท.ศษณรรฐ รัตนเศวตรวงศ์ สารวัตรสถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 8 กองบังคับการตำรวจทางหลวง (สว.ส.ทล. 1 กก.8 บก.ทล.) เผยว่า วิธีการทำงานของกล้องตรวจจับความเร็วจะใช้ได้ในรัศมี 150 เมตร เมื่อกล้องจับภาพรถตัว ก็จะบันทึกค่ารายละเอียดต่างๆ ทั้งหมด อาทิ ความเร็ว ระยะห่างจากกล้อง วันเวลาสถานที่ ภาพวิดีโอขนาดสั้นขณะที่รถดังกล่าวกำลังแล่น

โดยจากนั้น เจ้าหน้าที่จะนำเมมโมรี่การ์ด มาต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์เพื่อป้อนข้อมูลจากแผ่นป้ายทะเบียนหาเจ้าของรถ และส่งใบเปรียบเทียบปรับตามชื่อเจ้าของรถที่ขับรถเร็วเกินกำหนด

ข้อมูลที่แสดงผลบนหน้าจอคอมพิวเตอร์

ส่วนกรณีดังกล่าวที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์นั้น พ.ต.ท.ศษณรรฐ เปิดเผยว่า โอกาสจากการผิดพลาดจากกล้องแทบไม่มี เพราะข้อมูลดังกล่าวจากกล้องนั้นบันทึกไว้ทุกรายละเอียด ทั้งวัน เวลา ความเร็ว และสถานที่ หากเกิดกรณีผิดพลาดน่าจะเป็นการคีย์ข้อมูลเข้าระบบจากเจ้าหน้าที่มากกว่า เพราะเป็นขั้นตอนที่เจ้าหน้าที่ทำ ไม่ใช่เครื่องมือ หรือกล้อง

ขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊กแฟนเพจ Pitbullzone

keyboard_arrow_up