เมาคลั่งบุกแทงคนพิการแค่มาขอเสื้อใส่ เมียงง ใช้สากตียับยังดิ้นสู้ (คลิป)

จากกรณีชายรายหนึ่งใช้อาวุธมีดบุกแทงชายพิการนับ 10 แผล ซึ่งเป็นเจ้าของร้านขายของชำใน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี โดยภรรยาชายพิการ อ้างว่าผู้ก่อเหตุได้เข้ามาสอบถามหาเสื้อตัวหนึ่ง ก่อนจะใช้อาวุธมีดจ้วงแทงสามี และวิ่งหลบหนีไปพร้อมอาวุธมีดที่ใช้ก่อเหตุนั้น

ภาพจำลองเหตุการณ์ นายอนันต์ ถูกคนร้ายแทง

วันที่ 29 ต.ค. 61  นางบุญยรัตน์ พูลสวัสดิ์ หรือ เจ๊ผึ้ง ภรรยาของนายอนันต์ โพธิราช ผู้บาดเจ็บ เล่าว่า เมื่อวานนี้ (28 ต.ค. 61) ช่วงเวลาประมาณ 07.00 น. ขณะเปิดร้านค้า นายอ๊อฟ ผู้ก่อเหตุ เดินเข้ามาในร้าน ด้วยอาการมึนเมา พร้อมถามหาแฟนของตน ตนจึงสอบถามว่าเรื่องมีอะไร ซึ่งผู้ก่อเหตุตอบว่า แฟนของตนเอาเสื้อ B 12 ไป และต้องการเสื้อคืน  ขณะนั้นตนเรียกแฟนหนุ่ม ผู้พิการออกมา พร้อมนำเสื้อ B 12 ออกมาให้ก่อเหตุดู ซึ่งผู้ก่อเหตุมีท่าทีจะแย่งเสื้อไป ตนจึงไม่ยอม และให้ผู้ก่อเหตุออกจากร้านไป

นางบุญยรัตน์ พูลสวัสดิ์ หรือ เจ๊ผึ้ง ภรรยาของนายอนันต์ โพธิราช ผู้บาดเจ็บ

จากนั้นไม่นาน ผู้ก่อเหตุเดินกลับมาที่ร้านอีกครั้ง ในเวลาประมาณ 07.20 น. พร้อมกับอาวุธมีด จากนั้นก็ชักมีด กระโดดคร่อมสามีตน แล้วใช้มีดแทงเข้าที่บริเวณลำตัว ตนจึงใช้ฝาหม้อฟาดเข้าไปที่ตัวของผู้ก่อเหตุ แต่อีกฝ่ายก็ยังไม่หยุด ตนจึงรีบวิ่งไปหยิบสากกะเบือมาฟาดต่ออีก 2-3 ครั้ง ที่ท้ายทอยของผู้ก่อเหตุ แต่ก็ไม่สามารถหยุดผู้ก่อเหตุได้ กระทั่งอาวุธมีดงอ นายอ๊อฟจึงหยุดแทง ระหว่างนั้นตนรีบวิ่งไปเรียกขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน ซึ่งขณะนั้นผู้ก่อเหตุก็รีบออกจากบ้านของตน

เสื้อ B12 ซึ่งนายอ๊อฟอ้างว่าเป็นเสื้อของตน

ทั้งนี้ ผู้ก่อเหตุมาซื้อของที่ร้านค้าเป็นประจำ แต่ไม่ได้มีความสนิทสนมกันมากนัก เมื่อวานนี้ (28 ต.ค.) ตำรวจเข้ามาดูที่เกิดเหตุ และเรียกผู้ก่อเหตุมาสอบถาม ซึ่งนายอ๊อฟให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า อยู่ในอาการเมาสุรา จำไม่ได้ว่าทำอะไรไปบ้าง โดยระหว่างการสอบถามกับเจ้าตัว ก็ไม่ได้มีการพูดขอโทษแต่อย่างใด เพราะยังอยู่ในอาการเมาสุรา

นอกจากนี้ เจ๊ผึ้ง ระบุว่า ตนไม่เคยเห็นผู้ก่อเหตุ มีท่าทีหรือพูดจาว่าอยากได้เสื้อตัวนี้จากแฟนตน ทำให้ตนสงสัยว่าผู้ก่อเหตุมีแรงจูงใจอะไร ทำไมถึงทำกับแฟนตนถึงขนาดนี้ ทั้งที่ผ่านมาแฟนตนก็ไม่เคยพูดจาต่อว่าอีกฝ่าย ไม่เคยมีปัญหากันมาก่อน แล้วเขาภูมิใจนักหรือ ถึงมาก่อเหตุกับผู้พิการแบบนี้ ซึ่งตนได้ต่อว่าผู้ก่อเหตุแล้ว แต่เขาก็ไม่ได้ตอบโต้ และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปล่อยตัวผู้ก่อเหตุไป เนื่องจากตรวจปัสสาวะแล้วไม่พบสารเสพติด อย่างไรก็ตาม ตนและสามีรู้สึกกังวลมาก เพราะตอนนี้ตนยังต้องเปิดร้านขายของตามปกติ แล้วก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะกลับมาก่อเหตุอีกเมื่อใด

นายอนันต์ โพธิราช หรือ แจ็ค ผู้บาดเจ็บ

ขณะที่ นายอนันต์ โพธิราช หรือ แจ็ค ผู้บาดเจ็บ เล่าว่า ปกติแล้วผู้ก่อเหตุ มักจะมาซื้อของที่ร้านตนเป็นประจำ ทำให้คุ้นเคยกันในฐานะลูกค้า ซึ่งตนก็ไม่ได้สนิทมากนัก นายอ๊อฟเป็นคนเงียบ ๆ พูดน้อย ไม่ได้มีท่าทีก้าวร้าว ทั้งยังพูดจาสุภาพ ลงท้ายว่า “ครับ” ตลอด

ในวันเกิดเหตุ ตนกำลังนั่งอยู่หลังร้าน ปรากฏว่า นายอ๊อฟก็เข้ามากระโดดใส่ตน และล็อกคอตน พร้อมกับอาวุธมีดแทงใส่ตน ตนเองตั้งหลักไม่ทัน ทำได้เพียงใช้มือปัดป้อง ขณะนั้นภรรยาตนก็พยายามหาอุปกรณ์ในครัวมาช่วย รวมถึงร้องตะโกนขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน

อาวุธมีดของกลาง ที่นายอ๊อฟ ใช้ก่อเหตุ

ทั้งนี้ ร่องรอยบาดแผลจากอาวุธมีด ตนเองโดนแทงทั้งบริเวณหัวไหล่ 4-5 แผล ด้านหลังอีกหลายแผล ส่วนที่ใบหน้าอีก 2 แผล ซึ่งในระหว่างที่นายอ๊อฟกำลังแทงตน อาวุธมีดได้พับงอ ทำให้ผู้ก่อเหตุเปลี่ยนมาชกต่อยแทนเข้าที่บริเวณดวงตา และภายหลังจากไปโรงพยาบาล แพทย์ต้อเย็บรักษาแผลตนกว่า 20 เข็ม

นายแจ็ค ยืนยันว่า ตัวเองไม่เคยมีปัญหากับผู้ก่อเหตุมาก่อน ส่วนเสื้อ B 12 ตนก็ใส่อยู่บ่อย ๆ คาดว่าผู้ก่อเหตุอาจเคยเห็นเวลามาซื้อของ ซึ่งตนคาดว่า นายอ๊อฟอาจเข้าใจผิดไปเองว่าเป็นเสื้อของเขา จึงมาทวงถาม อย่างไรก็ตาม ผู้ก่อเหตุอ้างว่าเมาสุรา และก่อเหตุไปโดยไม่รู้ตัว ซึ่งหลังจากก่อเหตุกับตนแบบนี้ เขายังกลับไปนอนที่ห้องเช่าโดยไม่รู้สึกอะไรได้ หลังจากนี้ ตนจึงตั้งใจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

นายแย้ม (นามสมมติ) เพื่อนบ้าน

นายแย้ม (นามสมมติ) เพื่อนบ้าน ร้านของของชำอีกร้าน ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับบ้านที่เกิดเหตุ เล่าว่า ผู้ก่อเหตุเป็นลูกค้าของร้าน แล้วก็ไม่เคยมีเรื่องกันมาก่อน ทำให้ตนแปลกใจว่า ทำไมคนร้ายจึงก่อเหตุแทงคนพิการ  ซึ่งผู้ก่อเหตุมีพื้นเพพักอาศัยอยู่ที่ จ.สระแก้ว แต่มาทำงานอยู่ในโรงงานได้ราว 2 เดือนเท่านั้น และไม่มีครอบครัว โดยก่อนเกิดเหตุ นายอ๊อฟชวนเพื่อนในโรงงานมาร่วมดื่มสุราอยู่ที่หน้าห้องเช่า โดยดื่มสุรากันตั้งแต่ 18.00 น. จนถึง 06.00 น. โดยหลังเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น ตนกับคนในโรงงานจึงช่วยกันค้นหาอาวุธมีดที่นายอ๊อฟใช้ก่อเหตุ โดยพบว่านายอ๊อฟนำไปทิ้งไว้ในป่าหลังห้องเช่า ตนจึงเก็บอาวุธมีดส่งให้ตำรวจที่ป้อมสายตรวจ

นายแย้ม กล่าวต่อว่า หลังเกิดเรื่อง ตนก็ได้พานายแจ็ค ผู้บาดเจ็บ ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเรียกผู้ก่อเหตุมาสอบถาม ทั้งนี้ นายอ๊อฟยอมรับสารภาพว่าก่อเหตุแทงนายแจ็คจริง เพราะขณะนั้นเมาสุรา โดยเมื่อคืนนี้ ตำรวจได้ปล่อยตัวนายอ๊อฟกลับไป ทำให้ตนค่อนข้างกังวลว่านายอ๊อฟอาจจะกลับมาก่อเหตุซ้ำ

keyboard_arrow_up