อินเดียเตรียมขึ้นภาษี ‘ผ้าอนามัย’ 12-14% อ้างเป็นของฟุ่มเฟือย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลอินเดียมีแผนที่จะเพิ่มภาษีผ้าอนามัยขึ้นร้อยละ 12-14 เพราะสินค้าชนิดนี้จัดอยู่ในสินค้าประเภทฟุ่มเฟือย ซึ่งโดยปกติแล้วผ้าอนามัยในอินเดียตกราคาชิ้นละ 5-12 รูปี หรือประมาณ 2-6 บาท ยังไม่รวมค่าภาษีของแต่ละรัฐอีก โดยบางรัฐสามารถขึ้นภาษีได้สูงถึง 14.5% เลยทีเดียว

ด้วยมาตรการดังกล่าวทำให้ประชาชนชาวอินเดียออกมาต่อต้านรัฐบาล โดยให้เหตุผลว่าผ้าอนามัยเป็นปัจจัยพื้นที่ฐานที่จำเป็นสำหรับผู้หญิง เพราะผู้หญิงทุกคนมีประจำเดือนและจำเป็นต้องใช้ ขณะเดียวกันจึงเกิดคำถามว่า ทำไมผ้าอนามัยจึงไม่ได้รับการยกเว้นการเก็บภาษี เหมือนถุงยางอนามัยและยาคุมกำเนิดที่เป็นสินค้าปัจจัยพื้นฐาน

ทั้งนี้ผลการสำรวจเมื่อปี 2011 ชี้ให้เห็นว่าในบรรดาหญิงอินเดียราว 350 ล้านคน มีเพียงร้อยละ 12 เท่านั้นที่ใช้ผ้าอนามัย เพราะคนส่วนใหญ่ซื้อไม่ไหว ราคาแพงเกินรายได้ และยังมีความเชื่อด้านลบต่างๆ เกี่ยวกับการใช้ผ้าอนามัย เช่น อาจทำให้ตาบอด อาจทำให้หาสามีไม่ได้ ทำให้ผู้หญิงหลายคนต้องใช้ผ้าเก่าๆ หรือสิ่งของอื่นๆ ที่หาได้ง่ายๆ มาใช้แทนผ้าอนามัย

ด้วยเหตุนี้เองบนโลกโซเชียลมีเดีย ทั้งบรรดานักการเมืองท้องถิ่น ดาราบอลลิวูด นักแสดงตลกและนักเขียน ต่างพากันรวมพลังกันเรียกร้องให้ยกเลิกแผนการเก็บภาษีผ้าอนามัย โดยการติดแฮชแท็ก #lahukalagaan ที่หมายความว่า “เก็บภาษีจากเลือด” บางคนก็วิพากษ์วิจารณ์ว่าคนที่ออกฎหมายนี้ต้องเป็นผู้ชายแน่ๆ และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้เขาไม่เป็นเดือดเป็นร้อนกับมาตรการนี้

ข้อมูลและภาพจาก http://money.cnn.com, China Xinhua News

keyboard_arrow_up