ผลวิจัยชี้ เศษพลาสติกไม่กี่ชิ้น ฆ่า ‘เต่าทะเล’ ได้

มีผลการศึกษาที่ถูกตีพิมพ์ พบว่าการกินเศษพลาสติกเพียงไม่กี่ชิ้น สามารถทำให้เต่าทะเลตายได้ โดยพบว่าการกินพลาสติกเพียง 1 ชิ้น ทำให้เต่ามีความเสี่ยงจะตายเพิ่มขึ้น 22% นอกจากนี้นักวิจัยยังพบว่า เต่าที่มีอายุน้อยจะมีความเสี่ยงที่จะตายจากการกินพลาสติกมากกว่า เนื่องจากมีแนวโน้มที่จะว่ายอยู่ในพื้นที่ที่มีขยะพลาสติกชิ้นเล็ก ๆ ลอยอยู่ ในขณะที่เต่าอายุมากจะค่อนข่างเลือกกินมากกว่า โดยผลการศึกษาอธิบายว่า เพียงแค่เศษพลาสติกบาง ๆ 1 ชิ้น สามารถเข้าไปอุดตันลำไส้ของเต่าแลละส่งผลต่อระบบย่อยอาหารระยะยาว และหากเป็นพลาสติกชิ้นใหญ่สามารถสร้างความบาดเจ็บจากภายในอย่างรุนแรงและทำให้ถึงตาย โดยพบว่า 50% ของเต่าทะเลบนโลก ได้รับพลาสติกเข้าไปในร่างกายแล้ว ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34  

ตร.สหรัฐฯ รวบชายเร่ร่อน ฆ่านักกอล์ฟสาววัย 22 ดีกรีแชมป์ยุโรป

ที่รัฐไอโอวาของสหรัฐฯ มีคดีฆาตกรรมนางสาวเซเลีย บาร์ควิน อโรซาเมนา นักกอล์ฟดาวรุ่งชาวสเปน วัย 22 ปี ซึ่งเป็นแชมป์ระดับประเทศหลายรายการ โดยมีผู้ไปพบศพเธออยู่ใกล้กับสระน้ำในสนามกอล์ฟ ล่าสุดตำรวจสามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ ทราบชื่อคือนายคอลลิน ริชาร์ด พบเป็นชายเร่ร่อนที่อาศัยอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ ก่อนนำตัวไปขึ้นศาลเพื่อไต่สวน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 ก.ย. 61 ที่ผ่านมา มีคนสังเกตเห็นถุงกอล์ฟถูกทิ้งไว้ที่สนามหลังสนามกอล์ฟปิด พนักงานจึงเดินเข้าไปตรวจสอบ และไปพบร่างของเซเลียอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก จากสภาพศพ พบว่ามีร่องรอยถูกแทงหลายแห่งที่ลำตัว เจ้าหน้าที่จึงปูพรมออกค้นหา โดยใช้สุนัขดมกลิ่นร่วมในปฏิบัติการด้วย สุดท้ายไปพบชายต้องสงสัย ที่มีบาดแผลคล้ายถูกข่วนบนใบหน้า นอกจากนี้ ยังพบเสื้อผ้าเปื้อนเลือดอยู่ในกระเป๋า รวมถึงมีดที่คาดว่าถูกใช้เป็นอาวุธ ตำรวจระบุว่าคนร้ายกับผู้ตายไม่ได้รู้จักหรือมีความเกี่ยวข้องกันมาก่อน แต่คนร้ายก็ไม่ยอมเปิดปากว่าก่อเหตุเพราะอะไร เบื้องต้น ถูกตั้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

สองเกาหลีลงนามข้อตกลง ลดความตึงเครียดพรมแดน-เจ้าภาพโอลิมปิกร่วมกัน

วันนี้(19 ก.ย.) เข้าสู่วันที่ 2 ของการประชุมสุดยอดเกาหลีระหว่างประธานาธิบดีมุน แจอิน ผู้นำเกาหลีใต้และนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือโดยการประชุมในวันนี้ได้จัดขึ้นที่กรุงเปียงของเกาหลีเหนือ ในระหว่างการประชุม ประธานาธิบดีมุน แจอินและนายคิม จองอึนได้ร่วมกันลงนามในข้อตกลง โดยนายคิมยังได้ประกาศว่าเกาหลีเหนือจะทำลายสถานที่ทดสอบนิวเคลียร์อย่างถาวร และเปิดให้ผู้เชี่ยวชาญจากนานาประเทศเข้าชมการทำลายสถานที่ทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ด้วย ซึ่งผู้นำเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้มีความเห็นตรงกันที่จะลดภัยคุกคามที่ทำให้เกิดสงคราม สร้างความสงบสุขบนคาบสมุทรเกาหลีโดยปราศจากภัยคุกคามจากนิวเคลียร์ ส่วนรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ก็ได้ลงนามในข้อตกลงร่วมกันเพื่อลดความตึงเครียดทางทหารบริเวณพรมแดนระหว่างสองประเทศเพื่อป้องกันเหตุปะทะ นอกจากนี้ แถลงการณ์ร่วมในที่ประชุมยังระบุด้วยว่านายคิม จองอึนมีแผนที่จะเดินทางเยือนกรุงโซลของเกาหลีใต้ในปีนี้ ขณะที่เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ก็ตกลงที่จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันโอลิมปิก ในปี 2032 ร่วมกันด้วย ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

สเปซเอ็กซ์ เผยโฉมนักท่องเที่ยวคนแรกที่จะเดินทางไปดวงจันทร์

อีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารของสเปซเอ็กซ์ บริษัทด้านการขนส่งทางอวกาศได้เปิดเผยว่านายยูซากุ มาเอะซาวะ วัย 42 ปี มหาเศรษฐีชาวญี่ปุ่น และเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นทางออนไลน์ “โซโซทาวน์” จะได้เป็นนักท่องเที่ยวคนแรกที่ได้เดินทางไปโคจรรอบดวงจันทร์ โดยมหาเศรษฐีชาวญี่ปุ่นรายนี้จะร่วมเดินทางไปกับยานบิ๊ก ฟัลคอน ร็อคเก็ต ซึ่งเป็นจรวดที่มีขนาดใหญ่และมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด ที่ทางสเปซ์เอ็กซ์สร้างขึ้นมาเพื่อการเดินทางในครั้งนี้ ด้านนายมาเอะซาวะบอกว่าเขาใฝ่ฝันที่จะเดินทางไปดวงจันทร์ตั้งแต่ยังเด็ก และเขาก็จะเชิญศิลปินอีก 6 ถึง 8 คนมาร่วมเดินทางโครจรรอบดวงจันทร์ด้วย ทางบริษัทสเปซเอ็กซ์ไม่ได้เปิดเผยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปดวงจันทร์ครั้งนี้ เพียงแต่ระบุว่าการเดินทางดังกล่าวจะมีขึ้นในช่วงปี 2023 ขณะที่มัสก์ ผู้บริหารของสเปซเอ็กซ์ได้ระบุว่าการเดินทางไปจันทร์ถือเป็นการเดินทางที่อันตรายและมีความเสี่ยงสูง ซึ่งผู้ที่จะเดินทางต้องผ่านการฝึกและเตรียมพร้อมเป็นอย่างดี โดยทางสเปซเอ็กซ์จะทำทุกอย่างเพื่อลดอันตรายจากการเดินทาง พร้อมกับชื่นชมนายมาเอะซาวะว่าเป็นผู้ที่มีความกล้าหาญที่ร่วมเดินทางในครั้งนี้ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

โลกร้อนทำพิษ! ‘หิมะ’ หายจากเทือกเขาสวิตฯ ต่อเนื่อง หวั่นกระทบท่องเที่ยว

ผลการวิจัยของสถาบันวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม แห่งมหาวิทยาลัยเจนีวา ในสวิตเซอร์แลนด์ เผย ปริมาณหิมะตามเทือกเขาต่างๆทั่วประเทศสวิตเซอร์แลนด์กำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยผลการวิจัยดังกล่าว ซึ่งมีการศึกษาข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมเปรียบเทียบ พบว่าในช่วงเวลา 22 ปี ระหว่างปี ค.ศ.1995 – 2017 พื้นที่ที่เคยมีหิมะ “ปกคลุมบางส่วน” ในสวิตเซอร์แลนด์ได้หายไปแล้วมากกว่า 5,200 ตารางกิโลเมตร ขณะที่พื้นที่ที่เคยมีหิมะ “ปกคลุมตลอดทั้งปี” ได้หดหายไปแล้วกว่า 2,100 ตารางกิโลเมตร เกรกอรี จูลิอานี หนึ่งในแกนนำของทีมวิจัยเผยว่า ปรากฏการณ์หิมะที่หายไปจากเทือกเขาต่างๆของสวิตเซอร์แลนด์นี้เป็นผลโดยตรงมาจากภาวะโลกร้อน และการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลก และการละลายหายไปของหิมะจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของสวิตเซอร์แลนด์อย่างมหาศาล โดยเฉพาะต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และการเล่นกีฬาฤดูหนาวอย่างเช่นสกี ที่ต้องพึ่งพาหิมะเป็นหัวใจสำคัญ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

สองผู้นำเกาหลี หารือรอบ 3 ประเด็นร่วมมือภาคธุรกิจ-คืบหน้าปลดอาวุธนิวเคลียร์

สองผู้นำเกาหลี ได้จัดการประชุมหารือร่วมกันเป็นครั้งที่ 3 เพื่อหารือในประเด็นการปลดอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ และความร่วมมือภาคธุรกิจระหว่างทั้งสองประเทศ ประธานาธิบดีมุน แจอิน ผู้นำเกาหลีใต้พร้อมนางคิม จุงซุก ภริยาได้เดินทางถึงสนามบินในกรุงเปียงยางของเกาหลีเหนือเมื่อช่วงเช้าวันนี้( 18 ก.ย.)โดยมีนายคิม จองอึน และนางรี ซองจู ภริยาจัดพิธีต้อนรับอย่างอบอุ่น ซึ่งประธานาธิบดีมุน แจอินก็ถือเป็นผู้นำเกาหลีใต้คนแรกที่เดินทางเยือนกรุงเปียงยางในรอบ 11 ปี โดยผู้นำเกาหลีใต้จะมีกำหนดปฏิบัติภารกิจในเกาหลีเหนือเป็นเวลา 3 วัน การประชุมหารือระหว่างประธานาธิบดีมุน แจอิน และนายคิม จองอึนในครั้งนี้ถือเป็นการประชุมครั้งที่ 3 ในรอบปีนี้ หลังจากที่ผู้นำทั้งสองได้ประชุมหารือร่วมกันครั้งแรกไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา บริเวณพรมแดนระหว่างทั้งสองประเทศ ส่วนประเด็นสำคัญของการหารือครั้งนี้จะมุ่งเน้นไปที่เรื่องมาตรการเพื่อปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี การลดความตึงเครียดทางทหารระหว่างทั้งสองประเทศ รวมทั้งความร่วมมือทางภาคธุรกิจ โดยในการเดินทางเยือนเกาหลีเหนือครั้งนี้ ประธานาธิบดีมุน แจอินยังได้นำกลุ่มนักธุรกิจและผู้บริหารจากบริษัทยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ ทั้งบริษัทซัมซุง, แอลจี, ฮุนได มอเตอร์ และเอสเคร่วมเดินทางในการประชุมครั้งนี้ด้วยเพื่อหวังปูทางไปสู่ความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่างทั้งสองประเทศในอนาคต หากผลการหารือของผู้นำทั้งสองเกาหลีเป็นไปในทางที่น่าพอใจ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

งามหน้า!! สื่อเกาหลีอ้าง ‘ผีน้อยไทย’ ก่อเหตุพยายามขืนใจสาวเกาหลีใต้

วันที่ 17 กันยายน 2561 เว็บไซต์ Naver ของประเทศเกาหลีใต้ได้รายงานว่า การจับกุมชายสัญชาติไทย อายุ 36 ปี ในสภาพมึนเมารายหนึ่งที่มีประวัติลักลอบเข้าเมืองมาทำงานในประเทศเกาหลีใต้แบบผิดกฎหมาย และถูกจับกุมตัวในข้อหาข้อหาทำร้ายร่างกายและล่วงละเมิดทางเพศสาวเกาหลี หลังจากที่มีพลเมืองดีได้ยินเสียงหญิงสาวร้องขอให้ช่วยเหลือ จึงรีบโทรศัพท์แจ้ง 112 โดยผู้เสียหายได้เปิดเผยว่าชายไทยคนดังกล่าวได้ตบหน้าและพยายามข่มขืนตน บริเวณสวนสาธารณะเขต Seosan จังหวัดชุงช็องใต้ ทั้งนี้ ก่อนหน้าได้อีกหนึ่งเหตุการณ์อุทาหรณ์เตือนนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ได้รับความสนใจอย่างมากในโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Nattapone Chokchai ได้โพสต์ข้อความเตือนคนไทยที่เดินทางไปเที่ยวประเทศเกาหลีใต้ ว่าให้ระมัดระวังการแสดงความมีน้ำใจต่อคนไทยในต่างแดน ไม่งั้นอาจเกิดปัญหาตามมาภายหลัง เช่นกรณีของเขาที่ได้ให้เพื่อร่วมชาติรายหนึ่งยืมโทรศัพท์โทร. หาเพื่อน แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นคนที่หวังหนีเข้าไปทำงาน ทำให้ตัวเองเกือบโชคร้ายไปด้วย ซึ่งผู้ที่ได้อ่านเรื่องดังกล่าว ต่างแชร์โพสต์นี้ออกไปเป็นจำนวนมาก และมองว่าอย่ามีน้ำใจให้คนไทยด้วยกันในต่างแดน เพราะไม่มีใครรู้ว่าคนเหล่านั้นเดือดร้อนจริง หรือมาหวังผลประโยชน์จากเรา และจะสร้างปัญหาให้เราในภายหลังหรือไม่ (อ่านเพิ่มเติม : ผีน้อยทำพิษ!! อุทาหรณ์เตือนคนไทย อย่าริช่วยเพื่อนร่วมชาติในเกาหลีใต้ หากไม่อยากเดือดร้อนไปด้วย) ที่มา – naver.com  

หนุ่มไทยป่วนเที่ยวบินเกาหลี หวั่นโดนจับ เหตุลักลอบเข้าเมือง

เกิดเหตุผู้โดยสารชายชาวไทยคนหนึ่งลุกขึ้นโวยวาย จะขอลงจากเครื่องบิน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบนเที่ยวบินของสายการบินจินแอร์ เดินทางจากสนามบินอินชอนมาลงที่สุวรรณภูมิ ในช่วงสองทุ่มของวันที่ 16 ก.ย.61 ที่ผ่านมา โดยขณะที่เครื่องกำลังเตรียมเทคออฟ ผู้โดยสารชายคนหนึ่งได้ลุกขึ้นจากที่นั่ง และส่งเสียงตะโกนโวยวายว่าจะขอลงจากเครื่อง เมื่อพนักงานของสายการบินเข้ามาเจรจา หนุ่มรายนี้ก็พยายามขัดขืน จนเจ้าหน้าที่ต้องใช้เชือกรัดตัวไว้ ก่อนจะวนกลับไปที่ประตูทางเข้าเพื่อนำตัวชายคนนี้ลงจากเครื่อง และส่งให้ตำรวจตามขั้นตอน ในรายงานข่าวระบุว่าผู้โดยสารชายคนดังกล่าวเป็นคนไทย ซึ่งถูกเนรเทศออกจากเกาหลีใต้ เนื่องจากลักลอบเข้าประเทศอย่างไม่ถูกต้อง ชายคนดังกล่าวบอกกับตำรวจว่าเขาอยากลงจากเครื่องบิน เพราะกลัวว่าถ้าหากกลับมาถึงประเทศไทยจะถูกจับกุม เบื้องต้นตำรวจเกาหลีใต้ได้คุมตัวเอาไว้เพื่อดำเนินคดีในข้อหาก่อความวุ่นวาย และเตรียมผลักดันกลับประเทศต่อไป ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ออสเตรเลียสั่งสอบเหตุพบ ‘เข็มเย็บผ้า’ ซ่อนในสตรอว์เบอร์รี

หน่วยงานด้านสาธารณสุขของออสเตรเลียสั่งให้มีการสอบสวนอย่างเร่งด่วน ในกรณีที่มีคนไปพบ เข็มเย็บผ้า ซ่อนอยู่ในผลสตรอว์เบอร์รีสด ที่วางขายตามซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำในประเทศ โดยขณะนี้ มีรายงานว่าพบเข็มปักในสตรอว์เบอร์รี่อย่างน้อยในพื้นที่ 6 รัฐ อย่างเช่น ควีนส์แลนด์ วิคตอเรีย และนิวเซาธ์เวลส์ เป็นต้น รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของออสเตรเลียระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นอาชญากรรมที่เลวร้ายมาก และประกาศมอบเงินรางวัล 1 แสนดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราว 2 ล้าน 3 แสนบาทให้กับผู้ที่สามารถให้ข้อมูลได้ โดยเบื้องต้น พบว่ามีสตรอว์เบอร์รีอย่างน้อย 6 ยี่ห้อที่พบความผิดปกติ ซึ่งบางยี่ห้อได้สั่งเรียกคืนสินค้าของตนเองกลับไปตรวจสอบ ขณะที่บริษัทของนิวซีแลนด์ได้สั่งระงับนำเข้าสตรอว์เบอร์รี่จากออสเตรเลียแล้ว ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ฮ่องกงลดระดับเตือนภัย ‘ไต้ฝุ่นมังคุด’ เร่งเก็บกวาด-ฟื้นฟูความเสียหาย

เช้าวันนี้ (17 ก.ย. 61) เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครเร่งลงพื้นที่ทำความสะอาดสถานที่ต่าง ๆ ในฮ่องกง ที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเสียหาย ทั้งกิ่งไม้ที่หักโค่นล้มขวางถนน เศษกระจก และป้ายร้านค้าที่ถูกพัดร่วงกระจัดกระจายในระหว่างที่พายุถล่ม บรรยากาศที่ฮ่องกงเช้านี้กลับมาเงียบสงบ ไม่มีฝนตก หลังจากที่พายุเคลื่อนตัวต่อไปยังประเทศจีน อย่างไรก็ตาม บริษัทและร้านค้าหลายแห่งยังคงปิดทำการต่อเนื่องอีกหนึ่งวัน เพื่อซ่อมแซมความเสียหาย ขณะที่บริษัทเดินรถโดยสาร และรถไฟยังคงงดให้บริการในหลายเส้นทาง เนื่องจากถนนหนทาง ป้ายรถเมล์ และสถานีรถไฟบางแห่งได้รับความเสียหาย ชาวฮ่องกงหลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่านี่น่าจะเป็นพายุที่รุนแรงที่สุดในปีนี้ ในขณะที่ไต้ฝุ่นมังคุดเคลื่อนเข้าสู่ฝั่ง ได้ทำให้เกิดฝนตกหนักทั่วทุกพื้นที่ มีลมกระโชกแรง พัดต้นไม้ใหญ่หักโค่น อาคารสูงสั่นไหว หลังคาบ้านเรือนถูกพัดปลิวว่อน ชายฝั่งทะเลมีคลื่นขนาดใหญ่ ส่วนประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ลุ่มต่ำต้องอพยพเพราะหวั่นเกรงว่าจะเกิดน้ำท่วม เมืองทั้งเมืองได้กลายสภาพเป็นเมืองร้าง เนื่องจากทั้งประชาชนและนักท่องเที่ยวไม่สามารถออกมาด้านนอกอาคารได้เพราะกลัวอันตราย ส่วนที่ฝั่งมาเก๊า ก็ประสบปัญหาเรื่องไฟฟ้าดับ โดยประชาชนกว่า 2 หมื่นครัวเรือนต้องใช้ชีวิตโดยไม่มีไฟฟ้าใช้ คาสิโนทุกแห่งในมาเก๊าถึงขั้นต้องประกาศปิดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ นับตั้งแต่ได้รับใบอนุญาตให้เปิดอย่างถูกกฎหมายในปี 2002 ทั้งนี้ ก่อนที่พายุจะพัดขึ้นฝั่ง ทางการได้ประกาศเตือนภัยในระดับ 10 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด ก่อนที่จะปรับลดลงสู่ระดับ 8 เมื่อคืนนี้ และปรับลงสู่ระดับ 3 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี […]

ประกาศแล้ว! ผลงานรางวัล ‘อิก โนเบล’ ยกย่องผลวิจัยสุดฮา

การประกาศรางวัลอิก โนเบล ครั้งที่ 28 ที่มหาวิทยาลัยฮาวเวิร์ด รัฐแมตซาชูเซ็ตต์ของสหรัฐฯ โดยรางวัลอิก โนเบลเป็นรางวัลล้อเลียนรางวัลโนเบล และยังเป็นการยกย่องผลงานและการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ที่สุดเพี้ยนและไม่น่าเป็นไปได้ หนึ่งในรางวัลที่เป็นที่พูดถึงมากที่สุดคือรางวัลอิก โนเบล สาขาการแพทย์ ซึ่งผู้ที่คว้ารางวัลนี้ไปได้คือศาสตราจารย์มาร์ค มิทเชล และศาสตราจารย์เดวิด วอร์ทิงเกอร์ จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ที่วิจัยว่าการนั่งรถไฟเหาะตีลังกาช่วยกำจัดก้อนนิ่วในไตได้ หลังจากที่ทั้งคู่ได้ทดสอบให้คนไข้ลองขึ้นไปนั่งบนรถไฟเหาะและก็พบว่ามีก้อนนิ่วหลุดออกมาด้วยทุกครั้ง ส่วนรางวัลอิก โนเบลสาขามานุษยวิทยาเป็นของทีมนักวิจัยนานาชาติจากเยอรมนี สวีเดน สิงคโปร์ อิตาลีและเดนมาร์ก ที่ศึกษาและรวมรวบหลักฐานที่ชี้ว่าลิงชิมแปนซีเลียนแบบพฤติกรรมของมนุษย์บ่อยพอ ๆ กับการที่มนุษย์เลียนแบบพฤติกรรมของลิงชิมแปนซี ขณะที่รางวัลในสาขาการศึกษาทางการแพทย์เป็นของนายแพทย์อากิระ โฮริอุชิ ชาวญี่ปุ่นที่ค้นพบวิธีการส่องกล้องตรวจสำไส้ใหญ่และทวารหนักด้วยตนเอง ขณะที่รางวัลอิก โนเบล สาขาเศรษฐศาสตร์เป็นของทีมนักวิจัยนานาชาติจากสหรัฐฯ จีน แคนาดาและสิงคโปร์ ที่ศึกษาผลของการที่พนักงานใช้ตุ๊กตาวูดูแก้แค้นเจ้านาย ที่ชอบข่มเหงว่าได้ผลมากแค่ไหน ทั้งนี้ จุดประสงค์หลักของการมอบรางวัลอิก โนเบลไม่ได้มีเพื่อสร้างเสียงหัวเราะเท่านั้น แต่ยังเป็นการช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนรู้จักกล้าคิด และวิจัยในสิ่งใหม่ ๆ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

สาวออสซี่ อ้าง ‘สปาปลา’ เมืองไทยทำเท้าเน่าถึงกระดูก จนต้องตัดนิ้วทิ้ง

กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ เมื่อเว็บไซต์เดลี่เมลได้เผยเรื่องราวของ Victoria Curthoys นักท่องเที่ยวสาวชาวออสเตรเลีย วัย 29 ปี ได้บอกเล่าเรื่องราวของเธอที่ประสบกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดมาก่อน จากการใช้บริการสปาปลาแห่งหนึ่งในประเทศไทย จนทำให้นิ้วเท้าข้างขวาของเธอต้องถูกตัดทิ้งทั้งหมด เหตุเพราะติดเชื้อแบคทีเรียกินเนื้อ ที่ชื่อว่า ชีวาเนลลา (Shewanella) หลังจากเขารับการรักษา แพทย์พบว่านิ้วเท้าของเธอติดเชื้อแบคทีเรียดังกล่าวจนเน่า เป็นเหตุให้แพทย์ต้องตัดนิ้วหัวแม่เท้าของเธอที่เหลือทิ้ง มื่อเดือนธันวาคม 2555 แต่ต่อมาวิคตอเรียก็ยังมีอาการป่วยและมีไข้อยู่ และพบว่ายังมีเชื้อแบคทีเรียดังกล่าวอยู่ ทำให้แพทย์ต้องตัดนิ้วชี้ออกอีก 1 นิ้ว ทำให้เธอต้องใช้ชีวิตด้วยนิ้วเท้าที่เหลือเพียง 3 นิ้ว ก่อนที่เวลาจะผ่านไปกว่า 2 ปี เธอก็เกิดอาการป่วยเช่นเดิมอีก และพบว่าเธอมีอาการติดเชื้อแบคทีเรียอีกครั้ง และแพทย์จำเป็นต้องตัดนิ้วเท้าของขวานิ้วที่ 3 และ 4 ของเธอทิ้ง เหลือเพียงแต่นิ้วก้อยนิ้วเดียว แน่นอนว่าการเหลือนิ้วก้อยไว้นิ้วเดียวเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิตเธอมาก เวลาเดินก็มักจะเตะกับสิ่งต่างๆ แต่เธอยังรู้สึกโชคดีที่ยังเหลือมันอยู่ แต่หลังจากนั้นหนึ่งปีต่อมา เธอก็เริ่มสังเกตว่านิ้วก้อยเริ่มมีอาการผิดปกติ มีหนองไหลเปื้อนถุงเท้า แต่ไม่มีรอยแผล จึงได้ไปพบแพทย์ จากผลการตรวจเลือดและเอกซเรย์ของเธอ ปรากฏว่า เธอติดเชื้อแบคทีเรียกินกระดูกอีกครั้ง และในที่สุดนิ้วก้อย ซึ่งเป็นนิ้วเท้าข้างขวานิ้วสุดท้ายที่เหลืออยู่ของเธอ ก็จำเป็นต้องถูกตัดทิ้งไป เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2560

ฟิลิปปินส์เตรียมรับมือ ‘ไต้ฝุ่นมังคุด’ สั่งอพยพปชช.หลายพันจากพื้นที่ชายฝั่ง

ฟิลิปปินส์ เตรียมรับมือการมาถึงของซูเปอร์ไต้ฝุ่นลูกใหม่ ที่มีชื่อว่า “มังคุด” ที่คาดว่าจะพัดขึ้นฝั่งบริเวณตอนเหนือของเกาะลูซอนในวันพรุ่งนี้ (15 ก.ย.) ด้วยความเร็วลมที่ศูนย์กลางมากกว่า 205 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถือเป็นพายุที่รุนแรงที่สุดที่จะพัดเข้าถล่มฟิลิปปินส์ในปีนี้ เป็นเหตุให้ต้องมีการสั่งอพยพประชาชนหลายพันคนออกจากพื้นที่ตามแนวชายฝั่ง ทั้งนี้ไต้ฝุ่นมังคุด ได้พัดผ่านเกาะกวม และหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียน่า เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ที่ผ่านได้ ส่งผลให้มีต้นไม้โค่นล้มจำนวนมาก กระแสไฟฟ้าถูกตัดขาด และประชาชนหลายพันคนต้องไร้ที่อยู่อาศัย

ญี่ปุ่นเตรียมจี้นานาชาติแก้กฎ ไฟเขียวล่าวาฬเพื่อการค้า

ทีมผู้แทนของรัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมเสนอแผนให้นานาชาติ สามารถกลับมา ล่าวาฬ เพื่อการค้าได้อีกครั้งในระหว่างการประชุมที่เมืองฟลอเรียโนโพลิส ในประเทศบราซิล ตามแผนการของญี่ปุ่นระบุว่า การเปิดล่าวาฬเพื่อการค้าจะต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการจัดพื้นที่อนุรักษ์ในมหาสมุทรเพื่อให้วาฬหลายชนิดได้มีโอกาสเพิ่มจำนวนประชากรในธรรมชาติ ถึงแม้แผนการนี้จะเผชิญกระแสต่อต้านจากบรรดากลุ่มอนุรักษ์และสมาชิกอีกหลายประเทศภายในคณะกรรมการการล่าวาฬที่ต้องการให้ประชาคมโลก แบนการล่าวาฬเพื่อการค้าต่อไป ตลอดหลายปีมานี้ ญี่ปุ่น รวมถึงหลายประเทศในยุโรป เช่น นอร์เวย์และไอซ์แลนด์ ยังคงเปิดการล่าวาฬจำนวนมากโดยใช้ข้ออ้างว่า เป็นการล่าวาฬเพื่อการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ ทั้งที่วาฬทั้งหมดถูกล่าเพื่อนำเนื้อและชิ้นส่วนต่างๆไปใช้ในการบริโภคในเชิงพาณิชย์ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

หนุ่มสไปเดอร์แมนช่วยเด็กตกตึก ได้สัญชาติฝรั่งเศสแล้ว

จากกรณีเมื่อช่วงปลายเดือนพ.ค. 61 ที่ผ่านมา มีวีรกรรมความกล้าหาญของนายมามูดู กาซซามา วัย 22 ปี ผู้อพยพชาวมาลีในฝรั่งเศส ที่ปีนตึกด้วยมือเปล่าเพื่อช่วยชีวิตเด็ก 4 ขวบที่กำลังจะตกตึก และรัฐบาลสัญญาว่าจะมอบสัญชาติให้แก่เขาเพื่อเป็นการตอบแทนนั้น (อ่านเพิ่มเติม ฝรั่งเศสประกาศมอบสัญชาติให้หนุ่มชาวมาลี หลังปีนตึกสูงช่วยชีวิตเด็ก) หลังจากวีรกรรมของชายคนนี้ถูกนำเสนอผ่านทางโซเชียลมีเดียและสถานีโทรทัศน์ต่าง ๆ กาซซามาก็ได้รับเชิญจากทำเนียบประธานาธิบดี และได้รับการชื่นชมจากประธานาธิบดีมาครง ผู้นำฝรั่งเศส ซึ่งทางการได้สัญญาว่าจะมอบสัญชาติให้กับเขาเพื่อเป็นการตอบแทนความดี ซึ่งตามขั้นตอนแล้ว การอนุมัติสัญชาติจากทางการฝรั่งเศสนั้นต้องใช้ระยะเวลาถึง 5 ปี แต่ล่าสุด เอกสารมอบสัญชาติให้กับกาซซามามีผลอย่างเป็นทางการแล้ว นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลด้วยว่านายกาซซามาได้เข้าทำงานเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยดับเพลิงของกรุงปารีส ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ลาวประกาศชะลอการสร้างเขื่อนเพิ่ม หลังเหตุเขื่อนแตก

รัฐบาลลาวเตรียมพิจารณาชะลอการสร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าเพิ่มเติมในอนาคต หลังเผชิญโศกนาฏกรรมเขื่อนเซเปี่ยน-เซน้ำน้อย แตกเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ที่ทำให้มีประชาชนเสียชีวิตกว่า 40 ราย และสูญหายอีกนับร้อย นายกรัฐมนตรี ทองลุน สีสุลิด แห่งลาว กล่าวผ่านที่ประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม ที่กรุงฮานอย เมืองหลวงของเวียดนาม โดยระบุ จากนี้ไป ลาวจะหันไปศึกษาทางเลือกอื่น ๆ ในการพัฒนาพลังงานสะอาด และพลังงานที่ยั่งยืน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม แทนการเร่งสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ โดยประกาศ จะขอทบทวนโครงการทั้งหมดที่เกี่ยวกับการก่อสร้างเขื่อนแห่งใหม่ นายกรัฐมนตรีลาวยอมรับด้วยว่า โศกนาฏกรรมที่เขื่อนเซเปี่ยน-เซน้ำน้อยในแขวงอัตตะปือ ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่ทำให้รัฐบาลลาวต้องหันมาทบทวนนโยบายเดิมที่ต้องการเป็นประเทศศูนย์กลางของเอเชียในการผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำ ส่งขายให้กับบรรดาประเทศเพื่อนบ้าน ที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เป็นนโยบายที่ไม่ยั่งยืน ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ลีลาเด็ด! ชมภาพจราจรอินเดียโบกรถด้วยท่าสุดมัน หวังลดอุบัติเหตุ

ประทับ จันทรา คานธ์วาล  ตำรวจจราจรอินเดียเรียกความสนใจจากผู้ขับขี่ ด้วยการใช้ท่าเต้นสุดแนวควบคุมการจราจรในเมือง บูบันเดสชวาร์ ทางตะวันออกของประเทศ โดยเขาบอกว่า ได้พัฒนาเทคนิคส่วนตัวนี้เมื่อ 4 ปีที่แล้ว เพื่อทำให้ประชาชนปฏิบัติตามกฎจราจร และตั้งแต่นั้นมา เขาก็ใช้ท่าเต้นเหล่านี้ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เพื่อสร้างความตระหนักและป้องกันอุบัติเหตุทางจราจร ทั้งนี้การจัดการจราจรตามท้องถนนในอินเดียไม่ใช่ภารกิจที่ง่าย เนื่องถนนในอินเดียถือว่าเป็นหนึ่งในถนนที่อันตรายที่สุดในโลก โดยข้อมูลล่าสุดของทางการอินเดียระบุว่า มีประชาชนเกือบ 150,000 คนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุตามท้องถนนเมื่อปี 2559 หรือเพิ่มขึ้น 3.2 เปอร์เซ็นต์จากปีก่อนหน้า ประทับ จันทรา คานธ์วาล ตำรวจจราจรอินเดีย เรียกความสนใจจากผู้ขับขี่ ด้วยการใช้ท่าเต้นสุดแนวควบคุมการจราจรในเมืองบูบันเดสชวาร์ โดยใช้เทคนิคนี้มากว่า 4 ปี เพื่อทำให้ปชช.ปฏิบัติตามกฎจราจร หวังสร้างความตระหนักและป้องกันอุบัติเหตุ https://t.co/91eOqrjsIi #AmarinTV34 #อมรินทร์ทีวี34 pic.twitter.com/djU1FqeUac — AmarinTV34 (@amarintvhd) 13 กันยายน 2561 ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34  

สื่ออังกฤษแพร่คลิป พ่อค้าปากีฯ พ่นสีสเปรย์องุ่นขายในตลาด

เดลีเมล์ สื่อดังของอังกฤษ เผยแพร่วิดีโอบันทึกเหตุการณ์จริงที่นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษแอบถ่ายไว้ได้ ขณะเจอพ่อค้าใช้สีสเปรย์สีแดง พ่นเพื่อเปลี่ยนสี พวงองุ่นเขียวตามธรรมชาติ ภายในตลาดผลไม้แห่งหนึ่งที่เมืองมีร์ปุระของปากีสถาน หนึ่งในเมืองท่องเที่ยวยอดนิยม เมื่อเดือนส.ค. 61 ที่ผ่านมา รายงานข่าวระบุว่า เลย์ล่า ข่าน นักท่องเที่ยวสาววัย 23 ปีจากเมืองเบอร์มิงแฮม และลูกพี่ลูกน้องของเธอซึ่งเดินทางกลับไปเยี่ยมครอบครัวในปากีสถาน ได้ออกสำรวจตลาดผลไม้ข้างถนนในพื้นที่เพื่อหาสาเหตุที่คุณป้าของเธอถึงล้มป่วยและมีอาการท้องร่วงต่อเนื่องหลายวัน หลังจากซื้อองุ่นในตลาดแห่งนี้มารับประทาน ก่อนที่เธอจะพบหลักฐานสำคัญ ตามที่บันทึกเอาไว้ได้ในคลิปวิดีโอนี้ และนำไปแจ้งความต่อตำรวจท้องที่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เกิดการตั้งคำถามกันอย่างกว้างขวาง ถึงความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ รวมถึงนักท่องเที่ยว ในการซื้อหาอาหารตามตลาดในปากีสถาน ขณะที่หน่วยงานด้านสาธารณสุขของปากีสถานประกาศจะตรวจสอบเรื่องอื้อฉาวนี้ที่กำลังส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของประเทศ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

keyboard_arrow_up