ทนาย “ปรีชา” ลั่นฟ้องกรรมการแน่ ถ้าสอบวินัยครู ฉะหลักฐานไม่ชัด ยันไม่กระทบคดีหวย (คลิป)

ภายหลังจากสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาญจนบุรี มีคำสั่งย้ายครูปรีชา ใคร่ครวญ มาช่วยราชการที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 8  พร้อมมีคำสั่งให้ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงครูปรีชา เนื่อจากคดีลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 มูลค่า 30 ล้านบาท โดยจะมีการเสนอคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดกาญจนบุรี ในวันที่ 4 ก.ค. 61 ว่า ผลการสอบวินัยจะมีบทลงโทษครูปรีชา ตามกฎหมายของพ.ร.บ.ประกอบวิชาชีพครู อย่างไรต่อไป ตามที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น (อ่าน: ศธ.จังหวัดแจง สั่งย้าย “ครูปรีชา” เหตุเอี่ยวคดี พร้อมตั้งสอบผิดวินัยร้ายแรง)

นายปรีชา ใคร่ครวญ ครูชำนาญการพิเศษ

วันที่ 22 มิ.ย. 61 นายวรยุทธ บุญวงษ์ใส ทนายความของครูปรีชา ใคร่ครวญ ในคดีอาญาที่ครูปรีชาเป็นโจทก์ฟ้อง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล เกี่ยวกับลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 มูลค่า 30 ล้านบาท เปิดเผยว่า ตนและครูปรีชาได้โต้แย้งและคัดค้านคำสั่งดังกล่าวไปแล้วว่า การตั้งคณะกรรมการสอบวินัยครูปรีชานั้นไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากข้อเท็จจริงยังไม่ปรากฏ และยังไม่มีมูลความจริงเพียงพอ ที่จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงได้  แต่หากจะมีจริง ก็ต้องมีมูลเหตุหลักฐานที่ชี้ชัดอย่างชัดเจนว่า ครูปรีชาประพฤติผิดจริงๆ แต่ขณะนี้ข้อเท็จจริงยังอยู่ในการพิจารณาของศาล หลังจากนี้จะมีการส่งหนังสือมาแจ้งให้ครูปรีชาทราบว่า จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงแก่ครูปรีชานั้น ตนก็ยืนยันว่าจะฟ้องร้องคณะกรรมการทั้งหมด

นายวรยุทธ บุญวงษ์ใส ทนายความของครูปรีชา ใคร่ครวญ

การตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงครูปรีชา จะไม่มีผลต่อคดีที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาลอยู่ในขณะนี้อย่างแน่นอน เนื่องจากเป็นคนละเรื่องกัน และมองว่าตอนนี้มีกลุ่มคนบางกลุ่ม พยายามจะเชื่อมโยงเรื่องต่างๆ เข้าด้วยกัน เพื่อให้มีผลต่อรูปคดี ซึ่งตนก็อยากฝากเตือนกลุ่มคนดังกล่าวว่า ตอนนี้ศาลได้มีคำสั่งและข้อกำหนด เกี่ยวกับเรื่องการละเมิดอำนาจศาลไว้แล้ว ดังนั้นการที่จะดำเนินการที่เป็นไปเพื่อจะโน้มน้าวหรือจูงใจ และทำให้มีอิทธิพลเหนือประชาชนและศาล ก็ต้องขอให้ระมัดระวัง

ซึ่งตอนนี้ในส่วนของความคืบหน้าของคดี ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาลอยู่ในขณะนี้นั้น ก็ยังอยู่ในขั้นตอนของการไต่สวนมูลฟ้องในส่วนที่ทางครูปรีชาเป็นโจทก์ยื่นฟ้องอยู่ โดยในวันที่ 29 มิ.ย.นี้ ก็จะมีการนัดสืบพยานหลักฐานต่อไป ตนคาดหวังไว้ว่าจะสามารถนำพยานหลักฐาน มานำสืบและแสดงต่อศาลให้ชัดเจนที่สุด และส่วนตัวครูปรีชาเองก็ไม่ได้มีความกังวลในเรื่องนี้แต่อย่างใด

keyboard_arrow_up