“บก.ลายจุด” ชี้ ใช้แค่โทษคุกตลอดชีพดีกว่า – “ธกร” ลั่น ไทยต้านประหาร อย่าสนอียู (คลิป)

ภายหลังจากที่กรมราชทัณฑ์ ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 61 เกี่ยวกับการประหารชีวิตนักโทษชายเด็ดขาดธีรศักดิ์ หลงจิ ก่อเหตุฆาตกรรมชิงทรัพย์ในพื้นที่ จ.ตรัง เมื่อปี 2555 ทำให้สังคมเกิดการถกเถียงเกี่ยวกับการตัดสินโทษประหารชีวิตในประเทศไทยกันอย่างเป็นกว้างขวาง

นายธกร อำพันธ์เปรม ผู้เคลื่อนไหวรณรงค์ให้มีการแก้ไขกฎหมายฆ่าข่มขืน

วันนี้ (20 มิ.ย. 61) นายธกร อำพันธ์เปรม ผู้เคลื่อนไหวรณรงค์ให้มีการแก้ไขกฎหมายฆ่าข่มขืน พูดถึงกรณีดังกล่าวว่า  ตัวเองรู้สึกเห็นด้วยที่มีนำโทษประหารชีวิตกลับมาใช้ เพราะความผิดได้ถูกกำหนดไว้อยู่แล้ว เมื่อกระทำผิดก็ต้องยอมรับผลของการกระทำ  โดยนายธกรตั้งคำถามกลับไปถึงกลุ่มที่เคลื่อนไหวต่อต้านการตัดสินโทษประหารชีวิตว่าต้องการอะไร เพราะการประหารชีวิตมีระบุไว้ในกฎหมายอยู่แล้ว พวกเขาต้องการให้แก้กฎหมายหรืออย่างไร และการยกเลิกโทษประหารชีวิตจะช่วยให้คดีอาชญากรรมลดน้อยลงจริงหรือไม่

ส่วนกรณีที่ เมื่อวานนี้ (19 มิ.ย. 61) โฆษกของผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรป (EU) และรองประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลไทยยกเลิกโทษประหารชีวิตนั้น นายธกรตั้งคำถามว่าทำไมไทยจะต้องทำตาม EU โดยมองว่าการเรียกร้องของ EU ไม่มีผลกระทบกับประเทศไทย และประเทศในเครือข่ายของ EU เอง ก็ยังคงมีการใช้โทษประหารชีวิตไม่ว่าจะเป็นในทางปฏิบัติหรือทฤษฎี

นายธกร อำพันธ์เปรม พูดคุยกับทีมข่าว

นายธกร กล่าวว่า ตนอยากให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ไม่อยากให้มีการอุทธรณ์แม้ว่าผู้ต้องหาจะรับสารภาพก็ตาม เพราะเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อนักโทษเพื่อรับการลดหย่อนโทษ และเอื้อประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทำงานง่ายขึ้น ตนจึงอยากให้อยากให้ตำรวจปฏิบัติหน้าที่หนักขึ้นเพื่อจับคนร้าย มากกว่าให้คนร้ายมาสารภาพเองเพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการลดโทษ

กลุ่มแอมเนสตี้ฯ ชูป้ายคัดค้านโทษประหารชีวิตวานนี้

ขณะที่เมื่อวานนี้ (19 มิ.ย. 61) แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ได้รวมตัวชูป้ายคัดค้านโทษประหารชีวิตหน้าเรือนจำบางขวาง กรุงเทพฯ ล่าสุด สมาชิกแอมเนสตี้ฯ รายหนึ่งเปิดเผยว่า กลุ่มแอมเนสตี้ฯ ไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ การประหารชีวิตคือการฆ่าคนที่ใช้ความรุนแรง ส่วนกรณีที่สังคมฝ่ายเห็นต่างเกิดคำถามว่า หากครอบครัวของผู้คัดค้านเรื่องนี้เกิดเหตุการณ์ถูกคนร้ายก่อนเหตุฆาตกรรมบ้าง จะยังคงออกมาเรียกร้องหรือไม่ ตนก็อยากถามกลับไปว่า คำถามที่ถามมานี้ อยากให้ลองนึกดูว่า ท้ายสุดคำตอบมันจะออกมาอย่างไร หรือถ้าพูดง่ายๆ มันคือคำถามกวน เป็นคำถามที่ไม่ได้ต้องการคำตอบจริงๆ หรือเปล่า เรื่องอาชญากรรมทั้งหมดที่เกิดขึ้น เป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องดูแลและเยียวยา ซึ่งการเยียวยามีหลายรูปแบบ ทั้งด้านการเงิน ด้านจิตใจ รัฐต้องใส่ใจเรื่องนี้ด้วย พร้อมทิ้งท้ายว่า ไม่อยากจะให้สื่อนำเสนอในเรื่องดราม่า แต่อยากให้สื่อนำเสนอความจริงมากกว่า

นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ “บก.ลายจุด”

ด้านนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ “บก.ลายจุด” กล่าวถึงกรณีข้อถกเถียงเรื่องโทษประหารว่า ก่อนที่จะพูดว่าควรประหารหรือไม่นั้น เราต้องกลับมาอภิปรายให้หนักว่าอะไรผลิตอาชญากรหรือทำให้เกิดการกระทำความผิดที่หนักหน่วงขนาดนี้ เพราะถ้าไม่คุยกันก็เตรียมตัวได้เลย วันๆ ก็ไปจับคนแบบนี้มาเอาไปขัง ถ้าหนักก็ประหารชีวิต ไม่จบสักที เพราะฉะนั้นตนจึงอยากให้คุยเรื่องรากของปัญหา เพื่อที่จะแก้ได้ตรงจุด ส่วนการประหารชีวิตนั้นมันคือปลายทาง โดยส่วนตัวนั้นมองว่า การเกิดอาชญากรรมนั้นมาจากสถานการณ์เศรษฐกิจสังคม ความเป็นอยู่ของประชาชน อย่างคนที่ถูกตัดสินประหารชีวิตล่าสุดนั้นก็คือการปล้นจี้ มาจากเรื่องเศรษฐกิจ และก็ยังเป็นเรื่องระบบวิธีคิด ว่าทำไมเราถึงไปละเมิดชีวิตคนอื่น ไปฆ่าเขา หรือรังแกเขา และยังสะท้อนไปที่ระบบสั่งสอนคนในครอบครัว เพราะไม่ได้สอนความเป็นมนุษย์ สอนแต่เรื่องการเอาตัวรอดเรียกว่า ใช้ชีวิตคิดไม่เป็น

การประหารชีวิต เป็นกระบวนการสุดท้ายที่ยิ่งกว่าการจำคุก ซึ่งการประหารชีวิตก็ขัดแย้งในเรื่องของหลักการที่ว่านักโทษคนนี้ไปละเมิดชีวิตคนอื่น คุณไม่มีสิทธิที่จะฆ่าเขา ในเมื่อคุณทำเขาตาย คุณก็ผิด ก็มองกลับไปว่ารัฐมีสิทธิที่จะเอาโทษชีวิตเขาไหม เหมือนกับว่าตอนนี้เราใช้หลักตาต่อตาฟันต่อฟัน เราก็ต้องกลับไปดูรากฐานว่าทำไมเขาถึงผิด ที่เขาผิดก็คือไปละเมิดชีวิตคนอื่น มันจะทำให้เห็นว่าการตัดสินพรากชีวิตจากเขา ต่อให้เขาเป็นนักโทษ มันก็ยังเป็นเรื่องที่ผิดต่อหลักการของเรา เพราะฉะนั้นการจำคุกก็ถือว่าทรมานแล้ว ตนจึงเห็นด้วยต่อการจำคุกตลอดชีวิต แต่ไม่เห็นด้วยกับการประหารชีวิต แต่ตนก็เข้าใจคนที่ออกมาสนับสนุนการประหารชีวิต แต่ก็ยังมองว่าการจัดการคนที่ทำความผิดระบบนี้ยังไม่ดีพอ

keyboard_arrow_up