อาจารย์ ม.ดัง แจง เบลอยา ใส่กั๊กตร.ชี้นิ้วสอน “อย่าขับเร็ว” – หนุ่มแชร์คลิป ห่วงเมาขับ (คลิป)

กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Mark Thanakorn ได้โพสต์คลิปวิดีโอ เมื่อ 16 มิ.ย. 61 เผยภาพจากกล้องติดหมวกกันน็อกของผู้โพสต์ โดยเห็นพฤติกรรมของชายคนหนึ่ง ใส่เสื้อแจ็คเก็ตมีตราตำรวจนครบาล  ซึ่งกำลังจอดรถยนต์ยี่ห้อเบนซ์ ติดอยู่บริเวณทางข้ามรางรถไฟใกล้สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งในขณะที่กำลังรอสัญญาณไฟ ชายคงดังกล่าวได้ลงมาจากรถ พร้อมใส่เสื้อกั๊กตราตำรวจนครบาล แล้วเดินเข้ามาหาผู้โพสต์คลิปซึ่งกำลังอยู่บนจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ในอาการที่มีลักษณะมึนเมา แล้วยังพูดกับผู้โพสต์คลิปด้วยว่า “ขับเร็วไหม?” ก่อนที่จะใช้ชี้นิ้ววนไปมา และชี้ไปที่บริเวณหน้ารถบิ๊กไบค์ของผู้โพสต์ โดยผู้โพสต์ระบุข้อความด้วยว่า “ไปเมามาจากไหน ใส่เสื้อมาตราตำรวจนครบาล เมาแล้วไปนอนอย่ามากร่าง ไม่รู้ว่า ตร.จริงหรือ ปลอม แต่บอกเลยโชคมึงยังดีที่เจอกู แต่ก็บอกเลย ถ้ามึงเมาแบบนี้ แล้วมาขับรถโชว์กร่างแบบนี้ ต่อให้ยศบนบ่ามึงมีถึง พล.ต.อ. กูก็ไม่กลัว”

ภาพขณะชายแต่งกายคล้ายตำรวจนครบาลเดินมาชี้ผู้ขับจักรยานยนต์บนถนน

วันที่ 20 มิ.ย.61 ดร.อิทธิภูมิ บุญพิคำ อาจารย์ประจำสาขาอิเล็กทรอนิกส์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ยอมรับว่าเป็นชายที่สวมเสื้อกั๊กในคลิป โดยก่อนวันเกิดเหตุตัวเองได้ทำงานเตรียมส่งคณะวิศวกรรมศาสตร์ และได้ดื่มกาแฟแก้ง่วง จากนั้นก็เริ่มมีการปวดหัวเหมือนคนพักผ่อนไม่เพียงพอ จึงไปทานยาแก้ไมเกรนและยาแก้ไอยี่ห้อหนึ่ง ผ่านไปสักพักเริ่มมีอาการตัวสั่น จึงตัดสินใจจะไปหาหมอ ขณะที่ขับรถไปตัวเองก็ได้สวมเสื้อกั๊กสีดำมีตราตำรวจนครบาล เป็นเสื้อที่ตนได้รับมาขณะที่ตัวเองเคยไปช่วยสอนอบรมภาษาอังกฤษให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สาเหตุที่ไม่ได้สวมใส่เสื้อตัวอื่น เป็นเพราะว่าตัวอื่นค่อนข้างหนาและทำให้ร้อน จึงใส่เสื้อตัวนี้ไว้แทน

โดยในระหว่างทางที่ตนขับรถไปตามเส้นทาง ได้สังเกตว่ามีรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ของคู่กรณีเบี่ยงรถมาทางซ้าย พอไปถึงจุดรอสัญญาณรถไฟ คู่กรณีก็ขับมาจอดอยู่ฝั่งซ้าย ตัวเองจึงเดินลงไปถามว่า “ขับมาเร็วใช่ไหม” แต่ไม่ได้ประชิดตัวของคนขับ ยอมรับว่าตัวเองได้ยกมือชี้นิ้วในลักษณะที่เวลาตัวเองสอนนักศึกษาก็จะชี้นิ้วแบบนี้ หลังจากนั้นก็ขับรถออกไปโดยที่ไม่ได้ขับจ่อใกล้กับรถคันดังกล่าว ก่อนที่รถคู่กรณีจะขับแยกออกไปอีกทางหนึ่ง ดังนั้นตัวเองจึงอยากอธิบายว่า อาการที่แสดงออกมาเป็นผลข้างเคียงของยาที่กิน ไมได้เมาจากฤทธิ์ของแอลกอฮอลล์ เพราะหากตัวเองดื่มมา ก็คงเมาจนเดินเซเกาะฝากระโปรงรถไปแล้ว ส่วนภาพที่ออกมาเป็นเพราะร่างกายกำลังออกเพลียอยู่ ส่วนที่ตัวเองนำวิทยุสื่อสารขึ้นมานั้นไม่ได้เจตนาเพื่อแสดงว่าตนมีวิทยุสื่อสารส่วนตัว แต่เป็นของเล่นพลาสติก ที่ตนเก็บมาไว้ทำโครงงาน แล้วตอนนี้ตนก็ทิ้งไปแล้ว เพราะไม่อยากจะนำมาเป็นปัญหาต่อ ตนจึงขอให้ทุกคนช่วยใช้วิจารณญาณในการรับฟังข้อชี้แจงของตน

ดร.อิทธิภูมิ บุญพิคำ ให้สัมภาษณ์ทางวิดีโอคอล

ดร.อิทธิภูมิ กล่าวต่อว่า ตอนนี้ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตัวเองไปสอบปากคำ แต่หากเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงต้องการเรียกให้ไปชี้แจง ตัวเองก็พร้อม ทั้งนี้ตัวเองอยากจะขอโทษพี่น้องตำรวจทุกนาย ที่ทำให้ดูเหมือนว่าตนนำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจไปใช้งาน ส่วนคลิปเหตุการณ์ในโลกออนไลน์ ตัวเองไม่ได้สนใจ  เพราะสถานการณ์ออกมาแบบนั้นแล้ว แม้ว่าตนจะไม่ได้มีเจตนาทำแบบนั้นจริง ตัวเองก็ไม่อยากจะเข้าไปคอมเมนต์หรือเข้าไปดูคลิป เนื่องจากตัวเองก็ยังต้องทำงานและไม่มีเวลาไปนั่งคิดเกี่ยวกับคอมเมนต์ต่างๆ หากตัดเรื่องเสื้อตำรวจออกไป ก็คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ส่วนการที่ตนเข้าไปตักเตือนคู่กรณีให้ระมัดระวัง ก็ไม่ได้ใช้คำหยาบคาย แล้วหลังจากนั้นต่างคนก็ต่างไป มาทราบอีกทีก็มีคลิปออกมา แต่โดยส่วนตัวหากคู่กรณีจะเข้ามาพูดคุย ตนก็ไม่ถือโทษ เพราะคู่กรณีก็เป็นคนในบริเวณนี้ การลงคลิปก็เหมือนกับเขาคงเจอเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ซึ่งหากคนที่รู้จักตัวเองจริงๆก็จะทราบว่าตนเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับทุกคน และไม่เคยเกิดอุบัติเหตุกับใคร

นายธนากร สาลีผลิน ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าว

ด้านนายธนากร สาลีผลิน อายุ 26 ปี เจ้าของโพสต์เผยว่า ขณะเกิดเหตุ ตนขี่รถบิ๊กไบค์มาติดอยู่ตรงจุดเกิดเหตุ ก่อนหน้านี้ตนไม่ทราบว่าชายคนดังกล่าวขับรถมาจากทางไหน แต่สังเกตเห็นตอนที่ชายคนดังกล่าวขับรถมาจอดเบียดตน จากนั้นก็ลงจากรถ และเดินมาบอกผู้ขับขี่จักรยานยนต์ ที่จอดรอรถไฟข้ามอยู่ขณะนั้นว่าขับรถเร็ว โดยเดินมาบอกตนด้วย ซึ่งตนก็ตอบกลับไปว่า “ฮะ อะไรนะ” ขณะนั้นตนนึกว่าชายคนดังกล่าวเป็นตำรวจ เนื่องจากการแต่งตัวและลักษณะท่าทางคล้ายกับตำรวจ จึงรู้สึกตกใจ จากนั้นชายคนดังกล่าวก็ถามตนว่าขับรถเร็วไหม ตนจึงตอบกลับไปว่า ขับไม่เร็วครับ หลังจากนั้น ชายคนดังกล่าวก็กลับไปที่รถอีกครั้งเพื่อหยิบวิทยุสื่อสาร และเดินไปมาบริเวณที่เกิดเหตุโดยมีท่าทางเหมือนกับว่ากำลังวอสื่อสารกับคนอื่นอยู่ จากนั้นจึงกลับไปที่รถและขับออกไป

นายธนากร สาลีผลิน ผู้โพสต์วิดีโอ

นายธนากร เผยอีกว่า เหตุผลที่ตนลงคลิปวิดีโอในเฟซบุ๊กส่วนตัว เพราะในตอนแรกตนคิดว่าเป็นตำรวจ และตนเชื่อ 90% ว่ามีอาการเมา ความหมายของคำว่ากร่างในโพสต์ ตนไม่ได้หมายถึงการที่ชายคนดังกล่าวลงมาโวยวาย เพราะเขาไม่ได้โวยวาย เพียงลงมาถามเท่านั้น แต่คำว่ากร่างนี้ ตนหมายถึงการที่ชายคนดังกล่าวใส่ชุดที่มีเครื่องหมายที่หน้าอก และท่าทางการเดินเหมือนจงใจให้เห็นเครื่องหมายดังกล่าว หลังจากที่ลงคลิปวิดีโอไม่ถึง 1 ชั่วโมง ก็มีคนทักมาบอกตัวเองว่าคนดังกล่าวเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย และมักแต่งตัวคล้ายตำรวจเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว นายธนากรยังบอกอีกว่า ตัวเองเป็นห่วงใน 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1. เรื่องการแต่งตัวคล้ายตำรวจ และ 2. อาการที่ดูเหมือนเมาแล้วขับ ตนเป็นห่วงในประเด็นที่ 2 มากกว่า เพราะบริเวณนี้ใกล้เคียงกับสถานศึกษา ตนก็มองว่าอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ฝากถึงสังคมว่าหากมีอาการเมาก็ควรกลับแท็กซี่ ไม่ควรขับรถเอง เพราะอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้อื่นได้

keyboard_arrow_up