สาวใหญ่โดนคดี “พยายามฆ่า” ขับเก๋งทับไฟแนนซ์ ฟ้องกลับยกก๊วน ฟันข้อหาหนัก (คลิป)

จากกรณีกลุ่มชายสวมสูทสีดำอ้างเป็นไฟแนนซ์ล้อมยึดรถของหญิงวัย 41 ปี และถูกหญิงคนดังกล่าวขับรถทับจนได้รับบาดเจ็บและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล โดยหญิงสาวรายนี้ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะขับรถทับชายรายดังกล่าว (อ่าน: ไฟแนนซ์ปิดปากแจงเหตุ ยึดรถถูกขับทับ – สาวโต้ ตกใจไร้เจตนาชน)

ภาพจากคลิปขณะเกิดเหตุ

วันนี้ (17 มิ.ย. 61) น.ส.เจี๊ยบ (นามสมมติ) คนขับรถทับขาเจ้าหน้าที่ไฟแนนซ์ พาทีมข่าวไปดูจุดเกิดเหตุ ซึ่งพบว่าเป็นซอยแคบ ติดกับข้างร้านอาหารอิสลาม โดยขณะเกิดเหตุมีชายฉกรรจ์ 4 คนขับรถมาปิดท้ายแล้วลงรถมา บอกกับตัวเองว่า “มายึดรถ เอากุญแจมา” ซึ่งน.ส.เจี๊ยบบอกกับชายฉกรรจ์ว่า ตัวเองนัดไกล่เกลี่ยกับศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาไว้แล้ว ในวันที่ 23 มิ.ย. แต่กลุ่มชายดังกล่าวกลับไม่สนใจ ต้องการยึดรถไปทันที ตนเองจึงขับรถเลี่ยงเพื่อจะไปรับลูก จึงเกิดเหตุทับขาชายฉกรรจ์ตามคลิปที่เผยแพร่ออกไป แต่หลังจากนั้นตัวเองก็รีบลงจากรถมาดู และโทรแจ้ง 191 ทันทีว่าตัวเองขับรถชนคน รวมถึงเรียกประกันภัยรถให้มาในพื้นที่ทันที

น.ส.เจี๊ยบ คนขับรถทับขาเจ้าหน้าที่ไฟแนนซ์ พูดคุยกับผู้สื่อข่าว

น.ส.เจี๊ยบยังบอกว่า ขณะนั้นตัวเองตกใจมาก เพราะหลังจากที่เกิดเหตุผ่านไปไม่ถึง 15 นาที ได้มีรถตู้ 1 คัน และรถกระบะอีก 1 คัน ขับเข้ามาประกบหัวท้าย มีชายฉกรรจ์เกือบ 10 คน สวมชุดดำคล้ายๆ กับ 4 คนแรก ลงจากรถมาปิดล้อม จนมีพลเมืองดีผ่านมาแล้วบอกว่า “ทำแบบนี้ไม่ถูกต้องนะ” กลุ่มชายฉกรรจ์จึงรีบสลายตัวไป และเจ้าหน้าที่ก็มานำตัวคนเจ็บส่งโรงพยาบาลในเวลาต่อมา

โดยน.ส.เจี๊ยบเปิดใจว่า รู้สึกเสียใจ และไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น เพราะการขับรถขณะนั้นตนเองก็ใช้ความระวัง แต่มีความจำเป็นที่จะต้องนำรถไปรับลูก โดยน.ส.เจี๊ยบบอกกับชายฉกรรจ์ว่า ถ้าต้องการจะยึด ขอให้ตามไปที่โรงเรียนก็ได้ เพราะไม่เช่นนั้น ตนเองจะไม่มีรถไปรับลูก แต่ชายกลุ่มดังกล่าวไม่ยอม พร้อมทุบกระจกรถอย่างรุนแรง ตนเองจึงเผลอทับขาของหนึ่งในชายฉกรรจ์ อีกทั้ง ตอนนี้ตัวเองและครอบครัวก็กินไม่ได้นอนไม่หลับ ตกใจกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ก็พร้อมรับผิดไม่มีเจตนาหลบหนี

น.ส.เจี๊ยบ ยอมรับว่า ตัวเองเลิกกับสามีไปแล้วเกือบ 2 ปี แยกทางกันอยู่ จึงต้องแบกรับภาระเลี้ยงลูก และเปิดร้านอาหารอิสลามเพื่อหาเงินมาใช้จ่านในครอบครัว แต่ก็ยังไม่เพียงพอ โดยค้างชำระค่างวดรถประมาณ 5-6 งวด แต่ได้มีการโอนชำระค่าปรับไปแล้ว 7,000 บาท และตอนนี้ศาลก็ได้นัดให้เข้าไปไกล่เกลี่ย ในวันที่ 23 มิ.ย. จึงไม่ทราบว่าทำไม จึงมีชายฉกรรจ์เข้ามาทวงจะยึดรถ ราวกับตัวเองทำผิดหรือหลบหนีการจ่ายค่างวด

น.ส.เจี๊ยบ ยังเปิดใจอีกว่า 1-2 วันที่เกิดเรื่องขึ้น ก็ได้ติดต่อกับคนเจ็บ และได้พูดคุยกับภรรยาฝ่ายคนที่โดนทับขา จนกระทั้งซื้อของเยี่ยมและเดินทางนั่งแท็กชี่ไปพร้อมกับลูกเพื่อแสดงความเป็นห่วง และตั้งใจจะเดินทางไปขอโทษ แต่กลับถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าเยี่ยม ส่วนตัวก็เข้าใจว่าฝ่ายโน้นอาจยังทำใจไม่ได้ ตนเองจึงกลับออกมาจากโรงพยาบาล และไม่คิดว่าเขาจะแจ้งความกลับในข้อหาพยายามฆ่า ตนเองจึงต้องพึ่งทนายให้เข้ามาดูแลด้านของคดี

นายศุภสิทธิ์ ศิริ ทนายความของน.ส.เจี๊ยบ

ด้าน นายศุภสิทธิ์ ศิริ ทนายความ ของ น.ส.เจี๊ยบบอกว่า จากเรื่องที่เกิดขึ้นลูกความมาเล่าว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ถูกฝ่ายไฟแนนซ์แจ้งความดำเนินคดี ในข้อหาพยายามฆ่า ซึ่งส่วนตัวดูจากคลิปแล้วไม่น่าจะเป็นไปตามข้อกล่าวหา จึงได้รับเข้าไปช่วยเหลือเพื่อดูแลสิทธิ์ของลูกความไม่ให้ถูกเอาเปรียบ

ส่วนการติดค่างวดรถ เบื้องต้นสอบถามจากเจ้าตัว พบว่าติดเพียง 4 งวด แต่ในระหว่างนั้นก็ได้จ่ายค่าปรับและเงินค่างวดไปบ้างบางส่วนแล้ว ซึ่งแม้ว่าลูกความจะขาดส่งค่างวดต่อเนื่องไฟแนนซ์ก็ไม่มีสิทธิ์มายึดรถได้ ส่วนตัวตั้งขอสงสัยว่าน่าจะไม่ใช่ไฟแนนซ์จริง น่าจะเป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพลมากกว่า เพราะดูจากพฤติกรรมเป็นกลุ่มชายฉกรรจ์ ถ้าหากเป็นไฟแนนซ์ของบริษัทธนาคารที่มีชื่อเสียง ก็คงจะไม่ปฏิบัติดังในคลิป และจากข้อมูลก็ทราบว่าอยู่ในกระบวนการที่ธนาคารส่งฟ้องศาล ลูกความค้างชำระค่างวด ดังนั้นหากจะบังคับยึดรถต้องมีคำสั่งศาล หรือต้องกระทำการโดยถูกต้องตามสัญญาเท่านั้น

ทั้งนี้ นายศุภสิทธิ์บอกว่า หลังจากทราบเรื่องว่าชายฉกรรจ์ ทั้ง 4 คน เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนางสาวเจี๊ยบ ข้อหาพยายามฆ่านั้น ส่วนตัวเตรียมพาลูกความไปแจ้งความดำเนินคดี อาญากับบุคคลในคลิป ข้อหา 1.ข่มขู่ให้ตกใจกลัว 2.ชิงทรัพย์ผู้อื่น 3.กักขังหน่วงเหนี่ยว โดยในวันพรุ่งนี้ (18 มิ.ย.) เวลา 15.00 น. จะเดินทางไปแจ้งความที่สภ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

ส่วนผู้บาดเจ็บ ตอนนี้ยังคงพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล อาการปลอดภัยแล้ว โดยได้รับบาดเจ็บบริเวณขาข้างขวา เข้าเฝือกแข็งเอาไว้ ส่วนกระดูกพบว่ามีรอยร้าวและเส้นเอ็นฉีกขาด ทั้งนี้ยังไม่พร้อมให้ข้อมูลแต่อย่างใด

keyboard_arrow_up