ร่างทรงปู่ชีวกฯ โชว์วิชาเหยียบไฟแก้อัมพฤกษ์ – “อ.เจษ” ชี้เสี่ยงทรุด แค่คลายแต่ไม่หาย (คลิป)

จากกรณีนายภัทชพล เสนาะสังข์ หรือ อาจารย์เรย์ ร่างทรงปู่ชีวกโกมารภัจจ์ อ้างว่าสามารถรักษาผู้ป่วยโรคกระดูกทับเส้นประสาท อัมพฤกษ์ อัมพาต ด้วยการใช้เท้าเหยียบไฟก่อนนำไปเหยียบที่ร่างกายผู้ป่วยจนหายขาดได้นั้น (อ่าน : ร่างทรงปู่ชีวกฯ โชว์ไล่ผี ท้าตรวจภาษีย้อนหลัง – ทนายเตือนพวกต่อต้าน บุกตำหนักเจอคุก)

นายภัทชพล เสนาะสังข์ หรือ อาจารย์เรย์ ร่างทรงปู่ชีวกโกมารภัจจ์ ในตำหนักฯ

ทีมข่าวได้เดินทางมายังตำหนักปู่ชีวกโกมารภัจจ์ เนื่องจาก ทราบมาว่าจะมีพิธีเหยียบไฟเพื่อรักษาผู้ป่วย ในช่วงเย็นมีผู้มารักษา 6 ราย บางรายป่วยเป็นโรคอัมพฤกษ์ ปวดตามเนื้อตัว โดยอาจารย์เรย์ ท่องคาถาให้แก่ผู้ที่มารักษาพร้อมกับพรมน้ำมนต์ ผู้มารักษาจะแบมือหงายและก้มหน้ารับน้ำมนต์ จากนั้นจะประสิทธิ์ประสาทวิชาให้แก่ลูกศิษย์ที่มาช่วยทำพิธีเหยียบไฟจำนวน 7 คน พร้อมกับมีการกล่าวคาถาอาคม

อาจารย์เรย์ ทำพิธีภายในตำหนักปู่ชีวกโกมารภัจจ์

จากนั้น ทีมข่าวได้ลงมาที่ด้านหน้าตำหนักที่กำลังมีพิธีเหยียบไฟ ลูกศิษย์ก่อไฟในเตาถ่าน จากนั้นนำปลายจอบที่เป็นเหล็กวางทับลงบนถ่าน

อาจารย์เรย์ ใช้มีดแตะที่น้ำมัน ก่อนแตะที่เตาไฟ

ด้านข้างเตามีกระถางใส่สมุนไพรและน้ำมันอยู่ วิธีการรักษา จะให้มานั่งเหยียดขาที่ตั่งไม้ อาจารย์เรย์ จะใช้มีด 2 เล่มทิ่มไปยังจุดต่าง ๆ ของร่างกาย แล้วไล่ตั้งแต่บริเวณข้างกระดูกสันหลังไปจนถึงตามแขนขา ต่อมาจะให้ผู้ที่มารักษาเปลี่ยนไปนอนลงบนเบาะ

อาจารย์เรย์ ใช้มีดแตะที่ร่างหายของผู้ป่วย
อาจารย์เรย์ ทำพิธีรักษา ใช้มีดแตะที่ร่างหายของผู้ป่วย

จากนั้น อาจารย์เรย์และลูกศิษย์จะผลัดกันนำเท้ามาจุ่มน้ำมันผสมสมุนไพร และตบลงบนปลายจอบที่อยู่บนเตาให้ไฟลุกขึ้นมา และไปเหยียบตามแขนและขาของคนที่มารักษา โดยใช้เวลาเหยียบไฟเกือบ 1 ชั่วโมง

นายภัทชพล หรืออาจารย์เรย์ ร่างทรงปู่ชีวกโกมารภัจจ์

ทีมข่าวได้พูดคุยกับ นายภัทชพล หรืออาจารย์เรย์ ร่างทรงปู่ชีวกโกมารภัจจ์ ที่เปิดเผยว่า วิธีการรักษาแบบเหยียบไฟเป็นพิธีที่สืบต่อมา จะต้องผ่านการศึกษาเล่าเรียน เพราะต้องมีคาถาอาคมประกอบ สามารถรักษาโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต กระดูกทับเส้น หรือปวดตามตัว แม้กระทั่งคนโดนของสามารถรักษาได้ ที่ตำหนักจะมีการรักษาด้วยวิธีเหยียบไฟทุกวัน แต่ละวันจะมีจำนวนผู้มารักษาไม่เท่ากัน มีตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลักร้อยที่เข้ามาเรียนวิชาแล้วผลัดกันมาช่วยเหยียบไฟโดยไม่ได้ค่าตอบแทนอะไร ส่วนผู้ที่จะมารักษาจ่ายเงิน 19 บาท จะต้องมาอย่างน้อย 3 วันติดต่อกัน

อาจารย์เรย์ ใช้เท้าเหยียบไฟ ก่อนเหยียบที่ร่างหายผู้ป้วย

นอกจากนี้ อาจารย์เรย์ บอกว่า โรคมะเร็งตนไม่ได้รับรักษา และไม่ได้รักษาด้วยวิธีการเหยียบไฟ แต่มีวิธีการรักษา ส่วนจะรักษาหายขาดได้หรือไม่นั้น หากตนตอบว่ารักษาหาย เดี๋ยวคนก็จะหาว่าตนอุปโลกน์

ด้าน ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า เรื่องดังกล่าวเป็นการนำ 2 เรื่องมาผูกกัน คือเรื่องการรักษาด้วยการใช้ความร้อน สามารถผ่อนคลายกล้ามเนื้อได้ และเรื่องของร่างทรงที่เป็นความเชื่อ ตัวที่ผู้ถูกรักษาจึงได้นวดพร้อมดูแลทางด้านจิตใจ จึงรู้สึกว่าอาการของตัวเองดีขึ้น มีอาการปวดน้อยลง กรณีแบบนี้ไม่ใช่การรักษาที่แท้จริง อาการเหล่านี้จะกลับมาใหม่ได้ ขึ้นกับความรุนแรงของโรค โดยปกติการคลายความเจ็บปวดของร่างกายมีหลายแบบ ทั้งการนวดธรรมดา การกายภาพบำบัดด้วยการบิดให้ถูกท่า รวมไปถึงการใช้ความร้อน การรักษาจริง ๆ ต้องดูไปถึงหลักสรีระวิทยา ซึ่งอาการเจ็บปวดส่วนใหญ่เกิดจากกล้ามเนื้อที่มีกรด เช่น กรดแลคติก สะสมมาก หรือข้อต่อกระดูกกดทับกัน หากสามารถผ่อนคลายได้ก็ทำให้รู้สึกดีขึ้น

ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ทั้งนี้ อาการกระดูกทับเส้น เป็นคำที่ค่อนข้างกว้าง ไม่ใช่ศัพท์ทางวิทยาศาสตร์ บางคนมีอาการปวดเล็กน้อย เมื่อรักษาดีขึ้นก็ไปพูดต่อกันว่าหาย ทั้งที่ความจริง หากเป็นโรคที่รุนแรงเกิดความเสียหายทางเส้นประสาท การนวดด้วยความร้อนก็อาจไม่ได้ช่วย สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือการรักษาลักษณะนี้ ไม่น่าจะรักษาให้หายขาดได้จริง หากผู้ป่วยมุ่งเน้นรักษาทางร่างทรง ไม่ได้รักษาทางแพทย์แผนปัจจุบันควบคู่ไปด้วย ก็จะเสียโอกาสในการรักษา และหากเกิดความผิดพลาด เหยียบโดนรอยต่อกระดูกหรือเส้นประสาท อาจจะเกิดปัญหากับร่างกายมากขึ้น

นอกจากนี้ การรักษาก็มีทั้งแพทย์กระแสหลัก และแพทย์ทางเลือก หรือที่รู้จักกันในนามแพทย์แผนไทย แพทย์แผนไทยก็จะมีวิชาการของตัวเองชัดเจน แต่ก็มีการแอบอ้างเป็นจำนวนมาก ผู้ป่วยต้องเช็คให้ดี ส่วนของร่างทรง เป็นการใช้ความเชื่อเข้ามาหากรักษาตามความรู้วิชาการเข้ามา ก็ไม่จำเป็นต้องใช้คำว่าร่างทรง ส่วนตัวก็ไม่แนะนำให้ผู้ป่วยไปหาร่างทรงที่อ้างว่ารักษาโรคได้เหล่านี้

keyboard_arrow_up