กองปราบจ่อสอบ ‘พิสิฐชัย’ มือโพสต์ ตร.บุก 4 วัดดังปมเงินทอนวัด

ตำรวจกองปราบปรามเตรียมแจ้งข้อกล่าวหา นาย พิสิฐชัย สว่างวัฒนากร พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีภาษีอากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ หลังเข้าให้ปากคำ พร้อมยืนยันยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวรายชื่อวัดที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนวัดล็อตที่ 4 รวมถึงไม่มีการค้นวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ตามที่มีกระแสข่าว

วันที่ 12 มิ.ย.61 พลตำรวจตรีไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม เปิดเผยว่า ช่วงบ่ายวันนี้เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอได้ ประสานมายังกองบังคับการปราบปราม ว่าจะนำตัวนายพิสิฐชัย สว่างวัฒนากร พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีภาษีอากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ซึ่งเป็นบุคคลที่ใช้เฟซบุ๊กส่วนตัวโพสต์ระบุว่า ตำรวจจะเข้าบุกค้นวัดดังในกรุงเทพฯ เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา

พลตำรวจตรีไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม

แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีการแจ้งข้อหาใดบ้างโดยจะต้องรอฝ่ายกฎหมายข้อสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ โดยพนักงานสอบสวนฝ่ายโซเชียลมีเดียของกองปราบได้เก็บรวบรวมข้อมูลไว้เป็นหลักฐาน หลังจากนายพิสิฐชัยมีการโพสต์เฟซบุ๊กได้พอสมควรแล้ว ทั้งนี้เมื่อนายพิสิฐชัยเข้ามาพบพนักงานสอบสวนก็ต้องสอบปากคำและนำข้อมูลทั้งหมดมาพิจารณาว่าจะสามารถแจ้งข้อกล่าวหาใดได้บ้าง

นายพิสิฐชัย สว่างวัฒนากร พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีภาษีอากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ

ขณะที่วัดทั้ง 4 วัด ประกอบด้วย วัดปากน้ำภาษีเจริญ วัดพิชยญาติการามวรวิหาร วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร และ วัดราชสิทธารามราชวรวิหาร ที่นายพิสิฐชัย โพสต์พาดพิงถึงยังไม่มีมีการเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์กับทางกองปราบแต่อย่างใด ส่วนกรณีเรื่องเงินทอนวัดล็อต 4 ขณะนี้ยังไม่ได้มีการดำเนินการใดๆทั้งสิ้น ซึ่งยังเป็นเรื่องที่อยู่ในการดูแลข้อกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. และอยู่ระหว่างดำเนินการรวบรวมข้อมูล

ขณะเดียวกันเปิดเผยถึงกระแสข่าวการบุกค้นวัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร หนึ่งในรายชื่อว่าที่อาจมีความเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนวัด ว่าขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งดังกล่าวและ การตรวจค้นใดๆทั้งสิ้น

keyboard_arrow_up