“หมอปลา” สุขใจช่วยคนพ้นทุกข์ – แพทย์ไม่แนะผูกโซ่ผู้ป่วย ไม่ห้ามแปะรูป ถ้ากำลังใจดีขึ้น (คลิป)

จากกรณีที่นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือ หมอปลา อ้างว่าสามารถใช้วิธีการบำบัดผู้ป่วยและช่วยเหลือคนอื่นตามหลักจิตวิทยา ด้วยการนำรูปถ่ายมาติดไว้ที่ร่างกายของผู้ป่วย บริเวณที่มีอาการปวด ซึ่งต่อมาแพทย์ให้ความเห็นว่า การบำบัดด้วยวิธีการดังกล่าว สามารถทำให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นได้ แต่ควรต้องได้รับการตรวจที่แน่ชัดจากแพทย์แผนปัจจุบันก่อน (อ่าน : “หมอปลา” ไม่ผิด! แพทย์ชี้แปะรูปรักษาปวด ช่วยคนเจ็บจิตแข็งหายไว)

นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือ หมอปลา

วันนี้ (11 มิ.ย. 61) นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือ หมอปลา เปิดเผยว่า หลังจากแพทย์ระบุว่า วิธีการของตนสามารถช่วยผู้ป่วยได้จริง ตนก็รู้สึกดีใจที่แพทย์ปัจจุบันเข้าใจในวิธีการบำบัดของตน ซึ่งเรื่องการให้กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญในการบำบัดอาการคนป่วยเกี่ยวกับด้านนี้ คนป่วยเหล่านี้ส่วนใหญ่แล้ว ไปรักษากับแพทย์แผนปัจจุบันมาแทบทั้งหมดแล้ว แต่อาการไม่ดีขึ้น จนรู้สึกสิ้นหวัง และมาหาตนเอง เหมือนเป็นที่พึ่งสุดท้าย ซึ่งตนเองก็ให้กำลังใจ และช่วยทำให้ผู้ป่วยเหล่านี้มีอาการดีขึ้นได้

หมอปลา กล่าวต่อว่า ประเด็นที่ทางแพทย์แสดงความห่วงใยว่า ผู้ป่วยที่มารักษากับตนเองนั้น อาจจะไม่ได้ผ่านการวินิจฉัยโรคจากแพทย์แผนปัจจุบันมาก่อน หากกรณีเป็นมะเร็งกระดูกจะมีอันตรายมาก ตนยืนยันว่า ทุกรายที่มาบำบัดกับตน จะมีการคัดกรองก่อน โดยสอบถามอาการ และแนะนำให้ไปรักษากับแพทย์แผนปัจจุบันทั้งสิ้น แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ผ่านการรักษาแพทย์แผนปัจจุบันมาแล้ว บอกว่าไม่หายขาดจากโรคได้ จึงหวังมาบำบัดกับตนเอง ซึ่งที่ผ่านมา ก็พบว่ามีอาการดีขึ้นเกือบทุกราย เว้นแต่ในรายที่มาบำบัดรักษาได้เพียงแค่ 1-2 วัน แล้วไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของตน แล้วกลับไปก่อน

ทั้งนี้ หมอปลา ยืนยันว่า ตนไม่ได้หวังจะแสวงหาประโยชน์จากผู้เจ็บป่วยเหล่านี้ เพราะเขามีความทุกข์มา มารักษากับตนเพื่อให้พ้นทุกข์ เพราะเงินสร้างความสุขให้ตนไม่ได้เท่ากับที่ตนเห็นคนพ้นทุกข์ ส่วนเรื่องการล่ามโซ่นั้น ตนยืนยันคำเดิมว่า ตนไม่ได้ล่ามโซ่ผู้ป่วย แต่ทางญาติผู้ป่วยเป็นผู้ล่ามเอง

ผู้ป่วยที่ถูกล่ามโซ่ไว้

นอกจากนี้ กรณีที่มีการล่ามโซ่ผู้ป่วยจิตเวช และให้กินยาพริกไทยนั้น ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ปราการ ถมยางกูร กรรมการสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สมัยก่อนที่ชาวบ้านยังไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอาการป่วยทางจิต จึงมักจะจับผู้ที่เป็นโรคดังกล่าวล่ามโซ่ไว้ เพื่อไม่ให้เกิดการคุ้มคลั่ง แต่ปัจจุบันกรมสุขภาพจิต ได้ทำโครงการปลดล็อกโซ่ทั่วประเทศ โดยเข้าไปให้ความรู้ในชุมชน ประกอบกับให้การรักษาผู้ป่วยอย่างถูกวิธี จึงถือว่าวิธีการนี้ไม่มีการนำมาใช้กันแล้ว

โดยทางการแพทย์ ก็ยังมีการมัดผู้ป่วยด้วยผ้า เพียงแค่ระยะหนึ่ง เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยที่มีอาการคุ้มคลั่งจนทำร้ายตัวเอง หรือทำลายข้าวของเท่านั้น ซึ่งวิธีการนี้ต้องมีแพทย์หรือพยาบาลคอยดูแล ตรวจเช็กอาการทุก 1 ชั่วโมง เมื่อผู้ป่วยดีขึ้น ก็จะได้รับการปลดผ้าออกให้เป็นอิสระ ซึ่งวิธีการล่ามโซ่นั้น หากล่ามเป็นระยะเวลานาน ผู้ป่วยอาจมีแผลกดทับ หรือเป็นการจำกัดสิทธิ์ของคนไข้ได้ ในปัจจุบันทางการแพทย์จึงไม่สนับสนุนการล่ามโซ่ทุกกรณี

ผศ.นพ.ปราการ ถมยางกูร กรรมการสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย

ส่วนการกินยาพริกไทย ทางการแพทย์สมัยใหม่ ได้เข้าไปดูแลผู้ป่วยให้ได้รับยาที่ถูกต้อง ซึ่งในสมุนไพรก็มีคุณสมบัติต่าง ๆ เช่น ขมิ้นชัน ช่วยเรื่องโรคกระเพาะ พริกไทย เป็นยาร้อน แต่ไม่ใช่การนำพริกไทยไปรักษาบางโรค ที่ไม่สามารถรักษาได้ โดยการรักษาผู้ป่วยจิตเวชที่ถูกต้อง ต้องวินิจฉัยก่อนว่าเป็นโรคอะไร เช่น ซักประวัติ ตรวจร่างกาย
บางรายที่เป็นจิตเวช ได้ยินเสียงแว่วกลัวคนมาทำร้าย ก็รักษาด้วยยาทางด้านจิตเวช ประกอบกับการรักษาด้วย จิตบำบัด ให้ความรู้กับญาติพี่น้องของผู้ป่วยก็ทำให้ดีขึ้นได้

ซึ่งปัจจุบันก็จะมีผู้ป่วยที่เป็นโรค Culture Bound Syndrome เป็นความเชื่อทางวัฒนธรรมที่มีผลทางด้านจิตใจ ส่วนใหญ่เป็นความเชื่อสิ่งที่มองไม่เห็น เช่น ผีแม่หม้าย ผีปอบ ร่างทรง ซึ่งสามารถพบได้ทั่วโลก ก็ต้องรักษาทางจิตเวช โดยส่วนใหญ่จะเข้ารับการรักษาด้วยสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพราะเกิดจากความเชื่อ ซึ่งหากตัวผู้ป่วยเข้าใจและมีสติ และมีสิ่งที่ยึดมั่นที่ดีที่สุดคือศาสนา ซึ่งจะช่วยรักษาได้ดีที่สุด

keyboard_arrow_up