ผัวแฉกลับ เมียอุ้มท้องเรียก 3 หมื่นทำแท้ง ขี้เมา ชอบเที่ยว – เจ้าตัวยันตัดขาด โต้คิดรีดลูก (คลิป)

หลังจาก “เมย์” สาวท้อง 3 เดือน อัดคลิปแฉแฟนพาหญิงอื่นมานอนที่ห้องและเรียกร้องค่าเสียหายกับค่าเลี้ยงดู 3 หมื่นบาท แต่แฟนหนุ่มไม่ยอมให้ รวมถึงโดนแม่แฟนไล่ให้ไปตรวจดีเอ็นเอ (อ่าน: เมียอุ้มท้องเจอผัวซุกกิ๊ก เปิดใจขอเลิกผู้ชายห่วย ลั่นเลี้ยงลูกได้)

ภาพคลิปที่ถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์

ล่าสุดวันนี้ (11 มิ.ย. 61) นายนัท ชายในคลิป เปิดใจกับทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ว่า ตนทะเลาะกับเมย์ โดยฝ่ายหญิง ขอเลิกเองและขอแยกกันอยู่ ก่อนที่เมย์จะกลับไปอยู่บ้านที่ จ.สุรินทร์ ตั้งแต่ช่วงเดือน เม.ย. โดยฝ่ายหญิงท้องได้ 3 เดือน แต่ระหว่างท้องยังเที่ยวผับ กินเหล้ากินเบียร์ ซึ่งตนรับไม่ได้กับพฤติกรรมของเมย์ จึงเลิกกัน แต่ไม่ได้จดทะเบียนด้วยกัน

นายนัท ชายในคลิป

นายนัท เปิดเผยว่า ช่วงคบกัน 3 เดือนแรก ผู้หญิงทำงานขายของออนไลน์ มีรายได้ จึงเป็นฝ่ายเลี้ยงดู แต่หลังจากนั้น ตนได้งานทำที่คาร์แคร์ จึงเริ่มมีเงินและได้พาเมย์ไปหาญาติ เพื่อแนะนำให้ที่บ้านรู้จัก แต่เมย์ไม่ยอมเข้าหาผู้ใหญ่
หลังจากรู้ว่าเมย์ท้อง ในใจลึก ๆ ยังไม่เชื่อว่าเป็นลูกตัวเอง 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะตนเองทำงานกลางวัน และกลับถึงห้องช่วงกลางคืน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าตอนที่ตนไปทำงาน เมย์จะไปมีอะไรกับคนอื่นหรือไม่ เนื่องจากช่วงที่อยู่ด้วยกันตอนกลางคืน ขณะที่นอนข้าง ๆ กัน เมย์ยังแชทคุยกับแฟนเก่า และคุยกับผู้ชายคนอื่น ทั้ง ๆ ที่ตนอยู่ด้วย บวกกับมีพฤติกรรมชอบเกินเหล้าเบียร์ และติดเที่ยว จึงยิ่งทะเลาะกัน ช่วงที่รู้ว่าเมย์ท้อง ตนได้บอกกับแม่ ซึ่งแม่บอกให้มาคุยกันที่บ้าน แต่เมย์ไม่ยอมไป และตัดสินใจกลับบ้านที่ จ.สุรินทร์

นายนัท กล่าวต่อว่า หลังจากเลิกกันยอมรับว่า พาผู้หญิงซึ่งเป็นแฟนใหม่มานอนที่ห้องจริง แต่ห้องดังกล่าว ตนเองเป็นคนจ่ายค่าเช่าเอง โดยที่เมย์โพสต์คลิปดังกล่าว ทำให้แฟนใหม่ตนเสียหาย ไม่กล้าไปเรียนที่มหาวิทยาลัย เพราะถูกคนอื่นมองว่าเป็นคนไม่ดี ทั้ง ๆ ที่ความจริงตนได้เลิกกับเมย์ไปแล้ว ก่อนจะมาคบกับแฟนใหม่

สำหรับเรื่องที่ไม่ให้เงิน เพราะรุ่นน้องของเมย์ที่เป็นคนถ่ายคลิป ส่งข้อความมาทางแชทเฟซบุ๊กว่า จะขอเงิน 2 หมื่นบาท เพื่อไปทำแท้ง โดยเพื่อนเมย์บอกอีกว่า เมย์ดื่มเบียร์ทุกวัน กลัวว่าจะมีผลกับเด็ก หากปล่อยอายุครรภ์ 4 เดือน ก็จะทำแท้งยาก ทั้งนี้ นัทฝากไปถึงเมย์ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า หากเมย์เลี้ยงลูกไม่ได้ หลังคลอดแล้วให้ส่งลูกมา ตนจะเลี้ยงลูกเอง

น.ส.รุจิรดา อุปถัมภ์ หรือ เมย์ อดีตภรรยานายนัท

ขณะที่ น.ส.รุจิรดา อุปถัมภ์ หรือ เมย์ อายุ 25 ปี อดีตภรรยานายนัท เปิดเผยว่า ตนยอมรับว่าก็มีบ้างที่ไปเที่ยว ดื่มบ้าง แต่ไม่ถึงกับมึนเมา เนื่องจากเครียดเรื่องตั้งท้อง รวมถึงฝ่ายชายไม่เคยมาดูแล ใส่ใจ และไม่เคยส่งเงินมาให้เลย

ส่วนกรณีการขอเงินที่ฝ่ายชายกล่าวอ้างว่าจะนำไปทำแท้งนั้น เมย์ ระบุว่า ตนต้องการนำไปดูแลตัวเองในช่วงท้อง ทั้งฝากครรภ์ บำรุงร่างกาย ไม่ได้จะนำไปทำแท้ง เพราะถ้าหากตนจะทำ ก็ทำไปนานแล้ว ใช้เพียงไม่กี่บาทก็ทำได้ แต่ตนไม่ทำ เนื่องจากอยากอยู่กับลูก

ตนไม่เข้าใจว่า เหตุใดทางฝ่ายชายจึงกล่าวหาว่า ตนขอเงินเพื่อจะนำเงินไปทำแท้ง แทนที่จะแสดงความห่วงใยตนกับลูก ตอนนี้ตนก็ยังเก็บลูกไว้ และพร้อมจะดูแลด้วยตัวเองเพียงคนเดียว ส่วนเรื่องฝ่ายชายจะเข้ามาช่วยเหลือหรือไม่นั้น ก็แล้วแต่ทางฝ่ายชาย แต่ทั้งนี้ตนไม่ขอยุ่งเกี่ยวในความสัมพันธ์กับฝ่ายชายอีกแล้ว

ขณะนี้ตนทำใจได้แล้ว รู้สึกดีขึ้นมาแล้ว จะขออาศัยอยู่กับครอบครัวที่บ้านเกิดจนกว่าจะคลอด โดยมีพ่อแม่ช่วยดูแลอีกทาง ทำให้ตอนนี้มีกำลังใจเข้ามาเยอะ ซึ่งพ่อแม่ก็พร้อมจะดูแลลูกสาวและหลานที่จะเกิดมาให้เป็นอย่างดี

ด้านนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความ กล่าวว่า กรณีการทำแท้งในลักษณะดังกล่าว ไม่สามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งครรภ์จากความพร้อมหรือไม่ก็ตาม เพราะกฎหมายมีโทษทางอาญาอยู่ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็มีความผิดทั้งผู้ทำและผู้ยินยอมให้ทำ แต่เงื่อนไขในการทำแท้งมีข้อยกเว้นอยู่ว่า หากปล่อยให้มีการตั้งท้องต่อไป จะเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตต่อผู้ตั้งครรภ์ หรือการถูกข่มขืน ส่วนแพทย์ที่จะเป็นผู้ทำแท้งให้ จะต้องไม่ใช่หมอเถื่อน และเป็นแพทย์ที่ถูกต้อง รวมถึงผู้ตั้งครรภ์จะต้องยินยอม ที่สำคัญก่อนที่จะมีการตั้งครรภ์ ต้องมีการคิดถึงความพร้อมที่จะเลี้ยงดูเด็กก่อน หากยังไม่พร้อม ก็ควรที่จะป้องกัน

ส่วนกรณีที่ผู้หญิงใช้เหตุผลในการทำแท้งว่า พ่อของเด็กไม่รับผิดชอบ ก็เป็นสิ่งที่ไม่สามารถทำได้เช่นกัน แต่สิ่งที่จะทำได้ คือการฟ้องร้องเรียกค่าเลี้ยงดูจากพ่อของเด็ก โดยไม่มีสิทธิ์ที่จะทำแท้งอยู่ดี

หากผู้หญิงไปทำแท้งด้วยความสมัครใจ โดยไม่ได้มีเหตุผลอยู่ในข้อยกเว้นที่กล่าวมา มีโทษจำคุก 3 ปี ส่วนผู้ที่เป็นคนทำแท้งให้ แบ่งโทษออกเป็น 2 แบบ คือ หากทำโดยผู้หญิงยินยอม มีโทษจำคุก 5 ปี แต่หากผู้หญิงไม่ยินยอม และมีการทำแท้งหรือทำให้แท้ง จะมีโทษจำคุกสูงถึง 7 ปี

ทนายษิทรา ยังฝากถึงเตือนไปถึงผู้หญิงทุกคนว่า ก่อนที่จะคบหรือตกลงว่าจะมีลูกกับใคร ควรศึกษาดูใจกันให้ดีก่อน เพราะการที่เด็กคนหนึ่งเกิดมา ต้องมีการเลี้ยงดูในระยะยาว

keyboard_arrow_up