ฝาแฝด ชั้น ป.1 ต้องปีนรั้วบ้านไปโรงเรียน เหตุถูกเพื่อนบ้านปิดทางเข้าออก

วันที่ 7 มิถุนายน 2560 เวลา 18.30 น.นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นายสมเกียรติ ดวงมณี นายอำเภอสิเกา นายสมปอง พ่วงปูน กำนันตำบลนาเมืองเพชร นายสมคิด ยงประเดิม สารวัตรกำนันตำบลนาเมืองเพชร และนายสายัณห์ ยงประเดิม สมาชิกสภาเทศบาลตำบลนาเมืองเพชร อ.สิเกา จ.ตรัง ได้เดินทางมายังบ้าน นางสาวอัญธิษฐา ชูชีพ อายุ 38 ปี บ้านเลขที่ 38 หมู่ 4 บ้านนาเมืองเพชร ต.นาเมืองเพชร อ.สิเกา จ.ตรัง ที่ร้องขอความช่วยเหลือต่อหน่วยงานภาครัฐ และ ทต.นาเมืองเพชร เนื่องจากได้รับความเดือดร้อน ถูกบ้านที่ปลูกสร้างใกล้เคียง สร้างรั้วและกำแพงปิดกั้นทางเข้าออก จนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก โดยเฉพาะลูกๆ 2 คน ต้องปีนกำแพงรั้วบ้าน เพื่อเดินทางไปโรงเรียนและกลับเข้าบ้าน

นางสาวอัญธิษฐา ชูชีพ กล่าว่า ครอบครัวตนได้รับความเดือดร้อนอย่ามาก หลังจากที่บ้านที่ปลูกสร้างทั้งด้านหน้าและด้านข้างบ้าน มีการสร้างรั้วและกำแพงปิดกั้นไม่ให้ใช้เส้นทาง ตนและครอบครัวต้องใช้เส้นผ่านสวน ซึ่งหากฝนตกน้ำท่วมก็ไม่สามารถใช้เส้นทางได้ ด้านหน้าบ้านก่อนหน้านี้ทางเจ้าของบ้านมอบให้เป็นทางสาธารณะ แต่ให้เหตุผลว่า เป็นถนนเจ้าของสร้างขึ้นเอง จึงมีการนำรั้วมากั้นไม่ให้ครอบครัวตนเดินผ่าน จึงต้องร้องขอความช่วยเหลือผ่าน อบต. อำเภอ และจังหวัดลงมาช่วยเหลือ ขณะนี้ลูกของตนต้องปีนกำแพงเพื่อเดินทางไปโรงเรียน ลำบากมากๆ

นางนงเยาว์ บุญชู อายุ 68 ปี บ้านเลขที่ 36 หมู่ 4 บ้านนาเมืองเพชร กล่าวว่า สาเหตุที่ตนต้องปิดเส้นทาง เนื่องจากเมื่อก่อนตนอาศัยทางในที่ดินของนางสาวอัญธิษฐา ใช้เป็นทางเดิน แต่ปรากฏว่า จู่ๆ นางสาวอัญธิษฐา ก็ปิดเส้นทางไม่ให้ตนเดิน ตนจึงต้องลงทุนซื้อที่ดินและทำทางเข้าออกแทน พร้อมทั้งทำรั้วปิดเส้นทางด้วยสิทธิที่ตนเป็นเจ้าของในที่ดิน แม้จะมอบถนนสายดังกล่าวเป็นถนนสาธารณะก็ตาม แต่ ครอบครัว นางสาวอัญธิษฐา ก็ใช้เส้นทางอีกสายหนึ่ง แต่เมื่อเร็วๆนี้ทางเจ้าที่บริเวณดังกล่าว เจ้าของที่ได้สร้างกำแพงรั้วปิดเช่นกัน เรื่องนี้ตนไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น ทราบเพียงว่าตนมีสิทธิในที่ดินชอบด้วยกฎหมาย

ขณะที่ นางแพร้ว คีรีรัตน์ อายุ 78 ปี เจ้าของบ้านที่สร้างกำแพงบริเวณบ้าน กล่าวว่า สาเหตุที่ตนสร้างกำแพง เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นโรงรมเก็บแผ่นยางพารา ปรากฏว่า มีคนเข้ามาขโมยยางพารา 650 แผ่น สายไฟ โรงงาน และมอเตอร์ มูลค่ากว่า 8 แสนบาท จึงต้องสร้างกำแพงขึ้นมาเพื่อป้องกันขโมย แม้ก่อนหน้านี้จะเปิดเป็นเส้นทางเดิน แต่เพื่อความปลอดภัยในทรัพย์สิน ส่วนใครจะได้รับความเดือดร้อนนั้นตนไม่ทราบ แต่ที่แน่ๆตนได้รับความเดือดร้อนมาก่อนจึงมีความจำเป็นต้องสร้างกำแพงดังกล่าว

ทางด้าน นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวว่า ชาวบ้านที่เดือดร้อนมีบ้านอยู่ตรงกลาง ไม่ถูกกับเพื่อนบ้านที่อยู่ทั้งด้านหน้าและด้านข้างซ้าย – ขวา ส่วนทางด้านหลังก็ไม่มีทางออก เพราะเป็นสวนปาล์มน้ำมันของกำนันซึ่งเป็นเส้นทางที่ลำบากต้องข้ามน้ำ ข้ามห้วย ทางซ้ายที่เคยใช้เป็นทางออกและออกไม่ได้ทราบว่าผู้เดือดร้อนไปฟ้องศาลแล้ว โดยทนายแนะนำว่าให้ฟ้องศาลเป็นภาระจำยอม ซึ่งตนไปวิจารณ์ไม่ได้เป็นเรื่องของศาล อย่างไรก็ตามเส้นทางด้านหน้ายืนยันว่า ไม่เคยมีส่วนได้ส่วนเสียต่อกันต่างคนต่างอยู่ ส่วนทางด้านขวาเคยมีความขัดแย้งต่อกันหลายปี มีปากมีเสียงต่อกันเรียกว่าไม่คุยกันมานาน แต่ก็พอมีทางออกบ้าง เพราะว่ามีการอ้างว่ามีทางสาธารณะแต่เจ้าของที่ไม่ยอมบอกว่าไม่ใช่ทางสาธารณะ

นายศิริพัฒ กล่าวอีกว่า ตนจึงได้สั่งการให้นายอำเภอสิเกา ประสานทางเทศบาลตำบลนาเมืองเพชร เพื่อตรวจสอบกับสำนักงานที่ดินจังหวัดตรังว่าโฉนดแปลงดังกล่าวเป็นทางสาธารณะหรือไม่ ถ้าเป็นทางเทศบาลจะต้องดำเนินการซึ่งมีหน้าที่ดูแลทางสาธารณะประโยชน์ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาให้กับเด็กไม่มีทางออกต้องปีนกำแพง เบื้องต้นทราบว่าเด็กมีญาติพี่น้องอยู่ข้างนอก จึงแนะนำให้เด็กไปอาศัยกับญาติก่อน อย่าให้เด็กต้องมาปีนกำแพงรั้วเข้าออกไป – กลับโรงเรียน กลัวจะไม่ปลอดภัย ซึ่งปัญหาดังกล่าวพบว่าขัดแย้งกันมานานไม่ต่ำกว่า 5 ปีแล้ว เมื่อมีการฟ้องศาลแล้วก็ว่ากันไป และที่เป็นทางสาธารณะก็ต้องพิสูจน์กัน คนที่สร้างรั้วก็ใช้เงินไปมากยาวประมาณ 300 เมตร หวังว่าวันหนึ่งคงจะได้ร่วมกันหาทางออกและสร้างความเข้าใจปรองดองอยู่ร่วมกันได้ ทั้งนี้ หากผลการตรวจสอบพบว่าเป็นทางสาธารณะประโยชน์ก็ต้องเปิดให้ตามกฎหมาย

keyboard_arrow_up