ล่าขอทานออนไลน์! เหยื่อรับโง่ เพราะสงสาร แค้นกินหรูบอกจน (คลิป)

จากกรณีโลกออนไลน์มีการแชร์ข้อความคำขอการช่วยเหลือของชายรายหนึ่ง ซึ่งใช้บัญชีเฟซบุ๊กหลายชื่อไปโพสต์ข้อความตามกลุ่มเฟซบุ๊กต่าง ๆ ในลักษณะว่า ตัวเองนั้นต้องการความช่วยเหลือเรื่องเงิน เนื่องจากไม่มีเงินกินข้าวมาหลายวัน หลังจากนั้นก็มีคนที่เห็นโพสต์เข้ามาโอนเงินให้หลายราย ตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักพันบาท

ลักษณะข้อความที่ชายอ้างตัวขอรับบริจาคเงินในกลุ่มต่าง ๆ บนเฟซบุ๊ก

แต่ทั้งนี้พบว่ามีภาพชายรายดังกล่าวกินอาหารอยู่เช่นคนปกติ ไม่ได้ขาดแคลนเงินแต่อย่างใด

ภาพที่ระบุว่าชายที่มาขอบริจาคเงินกำลังกินอาหารที่ดี

วันนี้ (10 มิ.ย. 61) นายอัจฉริยะ เลี้ยงบำรุง หนึ่งในผู้ที่เคยโอนเงินให้ชายรายนี้ เปิดเผยว่า ตนโอนเงินไปให้ชายรายดังกล่าวเมื่อวันที่ 27 พ.ค. ที่ผ่านมา เนื่องจากเห็นข้อความประมาณว่า ไม่ได้กินข้าวมาประมาณ 3 วันแล้ว เหลือเงินในบัญชีธนาคารเพียง 40 บาท จะขอบริจาคจากคนที่เห็นใจโอนเงินมาให้ 60 บาท เพื่อครบ 100 บาท จะได้กดเงินจาก ATM มาใช้จ่ายได้

นายอัจฉริยะ เลี้ยงบำรุง ผู้เสียหาย

ตอนนั้นตนยอมรับว่าสงสาร ประกอบกับจำนวนเงินที่ชายรายนี้ขอบริจาคเป็นเงินที่จำนวนไม่มาก จึงตัดสินใจโอนให้ทันที โดนเข้าไปแสดงความเห็นขอเลขบัญชีในโพสต์ดังกล่าว และภายในไม่กี่นาทีชายรายดังกล่าวก็ตอบกลับ ตนจึงโอนเงินไปให้ 100 บาททันที

ต่อมาก็มีผู้เข้ามาโพสต์ต่อว่าชายรายนี้ว่าเป็นมิจฉาชีพ ซึ่งก็มีคนอื่นๆ ที่เข้ามาระบุว่าเกือบจะโอนเงินไปให้ ซึ่งตอนแรกที่รู้ว่าถูกหลอก ส่วนตัวก็คิดว่าตัวเองโง่ แต่เหตุที่ข่วยก็เพราะว่าสงสาร ประกอบกับจำนวนเงินไม่ได้มากมาย ตนจึงมองว่าพวกนี้ไม่ใช่มิจฉาชีพ แต่เพียงหาเงินกินไปวันๆ

ส่วนตัวอยากฝากบอกว่า ตราบใดที่ผู้ก่อเหตุยังคงทำเรื่องแบบนี้อยู่ อนาคตก็ต้องมีคนตามจับได้ ตนก็คิดว่าผู้ก่อเหตุคงได้เงินไปไม่มาก แต่คงทำลักษณะนี้มานาน จึงอยากขอให้หยุดการกระทำเช่นนี้ได้แล้ว เพราะคนที่ถูกหลอกมันก็คงเสียความรู้สึกอย่างเช่นที่ตนเป็น

นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ

ด้านนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวเหมือนการขอทานออนไลน์ ไม่มีความผิด เพราะยังไม่มีกฎหมายกำหนดเรื่องขอทานออนไลน์ คนโพสต์ขอเงินไม่มีความผิด ส่วนคนให้ก็ไม่สามารถไปเอาผิดคนโพสต์ได้ เพราะให้โดยเสน่หา

อย่างไรก็ตาม หากคนโพสต์มีเงินอยู่แล้ว และยังไปโพสต์ขอเงินคนอื่น เรียกว่าโพสต์เรื่องโกหก เนื้อหาไม่เป็นความจริง คนโพสต์ก็จะมีความผิดฐานนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และมีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 โทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท โดยข้อหานี้ยอมความไม่ได้

ทนายรณณรงค์ ยังบอกอีกว่า เมื่อได้เงินแล้วยังไปโพสต์ขอเงินอีก จะมีความปิดฐานฉ้อโกงประชาชนเช่นกัน ขณะเดียวกัน ทนายรณณรงค์ ยังบอกอีกว่า การตรวจสอบทำได้ง่ายว่าขณะโพสต์ ขอทานมีเงินจริงหรือไม่ โดยนำสมัดบัญชีธนาคารของขอทานออนไลน์มาตรวจสอบ เพื่อดูความเคลื่อนไหวเรื่องการเงิน ก็จะพบวัน และเวลา รวมถึงจำนวนเงิน ที่คนใจบุญโอนเงินให้ขอทานออนไลน์ แล้วนำมาเปรียบเทียบกับ วันเวลาที่โพสต์ขอเงินคนอื่นในเฟซบุ๊ก

keyboard_arrow_up