แรงทั้งคู่! เก๋งปาดหน้า จยย. พ่อลูกอ่อน หัวร้อนทั้ง 2 ฝ่าย ท้าทายจนหวิดตาย (คลิป)

จากกรณีที่วันนี้ (9 มิ.ย. 61) มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Aek Ramall ได้โพสต์คลิปวีดีโอ ภาพรถยนต์ขนาด 7 ที่นั่ง ขับรถจี้ไปยังรถจักรยานยนต์คันหนึ่งที่ขับอยู่ในเลนขวา โดยมีลักษณะเหมือนกับว่าจงใจที่จะขับจี้ แล้วขับหนีไป โดยคนขับจักรยานยนต์ตามมาเตะรถยนต์ ซึ่งเหตุเกิดเวลา 14.45 น. บริเวณวงเวียนบางเขน “แบบนี้เข้าข่ายพยายามฆ่า หรือเปล่าครับ รถมอเตอร์ไซค์มีเด็กด้วย”

ภาพจากคลิปขณะเก๋งขับเบียดรถจักรยานยนต์

ทีมข่าวจึงได้เดินทางมาพบ นายแมน (นามสมมติ) เจ้าของโพสต์ เผยว่า ขณะที่เกิดเหตุตนกำลังขับรถจากหลักสี่ กำลังจะกลับรถลงสะพาน ช่วงนั้นเป็นช่วงรถติด ตนเห็นรถยนต์คันดังกล่าวจอดขวางเลนอยู่และรถจักรยานยนต์จอดอยู่คู่กัน โดยรถจักรยานยนต์พยายามที่จะชี้ไปที่ริมถนน เพื่อให้รถยนต์ไปจอดคุยกัน แต่รถยนต์ไม่ยอม จากนั้นทั้งสองฝ่ายก็มีการต่อว่ากัน โดยตนได้ยินคนขับรถจักรยานยนต์พูดประมาณว่า “ขับยังไง ขับรถไม่ดูหรือไง” โดยพูดเกี่ยวกับการเปลี่ยนเลน ซึ่งขณะนั้น ตนยังไม่เข้าใจว่า ทั้งสองฝ่ายมีปากเสียงกันเรื่องอะไร เพราะไม่เห็นเหตุการณ์ก่อนหน้านี้

นายแมน (นามสมมติ) เจ้าของโพสต์ ผู้เห็นเหตุการณ์

นายแมน กล่าวต่อว่า ระหว่างที่มีปากเสียงกัน รถยนต์ก็พยายามที่จะขับจี้ไปยังรถจักรยานยนต์ เพื่อให้หลบทางให้ เมื่อขับจี้ได้ซักพัก รถจักรยานยนต์จึงไปจอดอยู่ห่าง ๆ ก่อนจะเดินลงมาที่รถยนต์ แล้วชี้ให้ไปคุยกันที่ริมถนน โดยต่างฝ่ายต่างมีอารมณ์รุนแรง และพูดโต้เถียงกันด้วยคำว่า “เอาป้ะหล่ะ!”

จากนั้น เมื่อรถจักรยานยนต์ เห็นว่าฝ่ายรถยนต์ไม่ยอมลงมา จึงกลับมาขึ้นรถแล้วขับต่อ แต่เมื่อฝ่ายรถยนต์เห็น ก็ขับรถยนต์จี้เข้ามาอีกครั้ง และขับหลบหนีไป รถจักรยานยนต์ไม่พอใจจึงเตะไปที่รถยนต์ โดยในจังหวะที่รถจักรยานยนต์ ลงจากรถเพื่อมาเตะรถยนต์นั้น ตนสังเกตเห็นว่ามีเด็กผู้หญิงนั่งอยู่ที่รถด้วย

ทั้งนี้ นายแมน ทิ้งท้ายว่า ที่เปิดเผยคลิปวีดีโอ เพราะอยากให้เป็นอุทาหรณ์ว่าไม่สมควรทำแบบนี้ เพราะทุกวันนี้คนเราใจร้อน ตนจึงอยากฝากว่าให้นึกว่าสิ่งที่จะทำมันคุ้มกับสิ่งที่ตามหรือไม่

นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ

ทั้งนี้ ทีมข่าวได้โทรศัพท์สอบถาม นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ ให้ข้อมูลว่า กรณีนี้ฝ่ายรถยนต์ไม่น่าจะเข้าข่ายพยายามฆ่า เพียงแต่อาจจะผิด พ.ร.บ.จราจรทางบก เรื่องการขับขี่โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยซึ่งเป็นความผิด อาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินได้ ซึ่งมีโทษสูงสุดคือ จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนกรณีรถจักรยานยนต์ที่มีการวิ่งเลนขวานั้น หากวิ่งผิดเลนจริง ก็จะมีเพียงโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท เนื่องจากขับรถประมาท

keyboard_arrow_up